
22/10/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพมหานครเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ตลาดคอนโดมิเนียมก็เช่นกัน คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2549–2568) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีอุปทานคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากถึง 667,048 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมมากกว่า 2.425 ล้านล้านบาท เช่นเดียวกันตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครต้องเผชิญวิกฤตสำคัญหลายระลอก ทั้งวิกฤตซับไพรม์ (2549–2551) เหตุการณ์ทางการเมืองและรัฐประหาร (2553–2557) น้ำท่วมใหญ่ (2554) มาตรการ LTV ของ ธปท. (2562) และการแพร่ระบาดของ COVID-19 (2563–2564) แม้วิกฤติแต่ละระลอกจะชะลอการเติบโต แต่ก็เป็นแรงผลักดันให้ตลาดปรับตัวและฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 2559–2561 ซึ่งถือเป็นยุคทองของตลาดคอนโดฯ มีอุปทานเปิดขายใหม่สูงกว่า 162,720 ยูนิต และราคาขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หนึ่งในแนวโน้มที่เห็นได้ชัดคือการกระจายศูนย์กลางเมือง (Polycentric City) จากเดิมที่โครงการส่วนใหญ่กระจุกตัวใน CBD ขยายออกสู่พื้นที่ชานเมืองตามแนว BTS/MRT เช่น บางนา–ศรีนครินทร์, รัชโยธิน–รามอินทรา, พระราม 9–รามคำแหง และรังสิต ซึ่งตอบโจทย์ทั้งด้านราคาที่เข้าถึงได้และความสะดวกในการเดินทาง [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในพื้นที่อยู่อาศัย การดูแลความสะอาดและความปลอดภัยในบ้านเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน ระบบ UV Sanitization กลายเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับการฆ่าเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพ รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นวิธีการทำความสะอาดที่ไร้สารเคมี สามารถกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสได้อย่างครอบคลุม เทคโนโลยีนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในบ้านสมัยใหม่ เนื่องจากความสามารถในการทำลายเชื้อโรคได้อย่างล้ำลึก หลักการทำงานของระบบ UV Sanitization ระบบ UV Sanitization ทำงานโดยใช้รังสีอัลตราไวโอเลตชนิด C (UVC) ซึ่งมีความยาวคลื่นระหว่าง 200-280 นาโนเมตร รังสีนี้มีพลังงานสูงและสามารถทำลายโครงสร้างดีเอ็นเอของจุลินทรีย์ได้อย่างสมบูรณ์ กระบวนการนี้ทำให้เชื้อโรคไม่สามารถแบ่งตัวหรือเจริญเติบโตต่อไปได้ แตกต่างจากการทำความสะอาดด้วยสารเคมีทั่วไป ระบบ UV Sanitization จะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างทางพันธุกรรมของเชื้อโรค ทำให้ไม่สามารถแพร่พันธุ์หรือก่อโรคได้ พื้นที่ที่เหมาะสำหรับการใช้งานระบบ UV Sanitization ห้องนอนและพื้นที่ส่วนตัว การติดตั้งระบบ UV Sanitization ในห้องนอนช่วยกำจัดเชื้อโรคที่อาจแพร่กระจายจากเครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์ และอากาศภายในห้อง พื้นผิวต่างๆ เช่น เตียง หมอน ผ้าห่ม จะได้รับการฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง ช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่อาจแฝงอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ห้องน้ำและห้องครัว พื้นที่ชื้นแทบเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคได้ง่าย ระบบ UV [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
การดูแลสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่หลายคนมักละเลย แต่การตรวจฟันทุก 6 เดือนกลับเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพโดยรวม ปัญหาสุขภาพช่องปากไม่เพียงส่งผลต่อฟันและเหงือก แต่ยังส่งผลกระทบถึงระบบการทำงานของร่างกายสัตว์เลี้ยงอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในช่องปาก การสะสมของหินปูน หินปูนเป็นศัตรูหลักของสุขภาพฟันสัตว์เลี้ยง เกิดจากการสะสมของแบคทีเรียและคราบอาหาร หากไม่กำจัดออกอย่างสม่ำเสมอ จะก่อตัวเป็นชั้นหนาที่กัดกร่อนเหงือกและรากฟัน ส่งผลให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อตามมา โรคปริทันต์ภัยเงียบ โรคปริทันต์เป็นปัญหาที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง เริ่มจากเหงือกอักเสบเล็กน้อยจนลุกลามไปถึงการทำลายกระดูกและเนื้อเยื่อรอบรากฟัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่การสูญเสียฟันและปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ ผลกระทบต่อระบบร่างกาย โรคระบบหัวใจและไต เชื้อโรคในช่องปากสามารถแพร่กระจายสู่กระแสเลือด ส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญ โดยเฉพาะหัวใจและไต การติดเชื้อเรื้อรังอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของอวัยวะต่างๆ ความเจ็บปวดที่ไม่อาจมองเห็น สัตว์เลี้ยงมักปกปิดความเจ็บปวด การตรวจฟันจะช่วยค้นพบปัญหาก่อนที่จะลุกลามและสร้างความทุกข์ทรมานให้กับสัตว์เลี้ยง ประโยชน์ของการตรวจฟันทุก 6 เดือน การวินิจฉัยก่อนล่วงหน้า การตรวจอย่างสม่ำเสมอช่วยให้สัตวแพทย์สามารถค้นพบและรักษาปัญหาในระยะเริ่มแรก ลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงจากการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อน การทำความสะอาดแบบมืออาชีพ การขูดหินปูนโดยสัตวแพทย์จะช่วกำจัดคราบและหินปูนที่แปรงสีฟันธรรมดาไม่สามารถทำได้ ป้องกันการสะสมของแบคทีเรียและกลิ่นปาก การประเมินสุขภาพโดยรวม การตรวจฟันเป็นโอกาสในการประเมินสุขภาพทั่วไปของสัตว์เลี้ยง รวมถึงการตรวจหาก้อนเนื้อ แผล หรือความผิดปกติอื่นๆ เทคนิคการดูแลสุขภาพช่องปาก การแปรงฟันที่ถูกวิธี เรียนรู้เทคนิคการแปรงฟันที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง ใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสัตว์ อาหารและของเล่นเพื่อสุขภาพฟัน เลือกอาหารและของเล่นที่ช่วยขัดฟันและลดการสะสมของหินปูน ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง สายพันธุ์และอายุ สุนัขและแมวบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพช่องปากสูงกว่า โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น นิสัยการกิน อาหารเปียก อาหารสำเร็จรูป และนิสัยการกินมีผลโดยตรงต่อสุขภาพฟัน [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
การลับเล็บเป็นพฤติกรรมธรรมชาติที่สำคัญสำหรับแมวทุกตัว ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อความสนุกหรือเป็นนิสัย แต่เป็นความต้องการทางร่างกายและจิตใจที่จำเป็นอย่างยิ่ง การมีที่ลับเล็บหลายจุดในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของแมว การลับเล็บ เมื่อแมวลับเล็บ พวกมันไม่ได้ทำเพียงเพื่อตัดแต่งเล็บให้เรียบร้อย แต่ยังมีวัตถุประสงค์หลายประการที่สำคัญ กำจัดเปลือกเล็บเก่า: เป็นการขจัดชั้นนอกของเล็บที่เสื่อมสภาพออก ช่วยให้เล็บแข็งแรงและคมอยู่เสมอ การสื่อสารทางกลิ่น: ต่อมกลิ่นที่อยู่ระหว่างนิ้วเท้าจะปล่อยสารเคมีพิเศษ ทำหน้าที่เหมือนการประกาศอาณาเขตและตำแหน่งทางสังคม การยืดกล้ามเนื้อ: เป็นการออกกำลังกายธรรมชาติ ช่วยยืดเส้นกล้ามเนื้อและข้อต่อให้กระปรี้กระเปร่า เหตุผลสำคัญของการมีที่ลับเล็บหลายจุด ลดความเครียดและความวิตกกังวล การมีที่ลับเล็บหลายตำแหน่งช่วยให้แมวรู้สึกปลอดภัยและมั่นคง โดยเฉพาะในบ้านที่มีหลายพื้นที่และหลายระดับความสูง แมวแต่ละตัวมีบุคลิกและความชอบที่แตกต่างกัน บางตัวชอบลับเล็บในพื้นที่เปิดโล่ง บางตัวชอบมุมเงียบสงบ การป้องกันการทำลายเฟอร์นิเจอร์ เมื่อแมวมีทางเลือกในการลับเล็บที่เหมาะสม จะช่วยลดโอกาสการทำลายเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ที่ลับเล็บที่น่าสนใจและตรงตามธรรมชาติจะดึงดูดความสนใจของแมวได้ดีกว่าโซฟาหรือพรมในบ้าน การตอบสนองความต้องการตามธรรมชาติ แมวเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณในการสำรวจและครอบครองพื้นที่ การมีที่ลับเล็บหลายจุดช่วยตอบสนองความต้องการทางธรรมชาตินี้ได้อย่างสมบูรณ์ การเลือกและจัดวางที่ลับเล็บอย่างเหมาะสม ชนิดของที่ลับเล็บ เสาลับเล็บแนวตั้ง: เหมาะสำหรับแมวที่ชอบยืดตัวและลับเล็บในแนวสูง แผ่นลับเล็บแนวนอน: เหมาะสำหรับแมวที่ชอบลับเล็บบนพื้นราบ เฟอร์นิเจอร์ลับเล็บ: ออกแบบมาเพื่อความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย ตำแหน่งที่เหมาะสม บริเวณใกล้จุดพักผ่อน ใกล้บริเวณที่แมวชอบเล่น กระจายในพื้นที่ต่างๆ ของบ้าน หลีกเลี่ยงการวางในมุมอับหรือห่างไกลจากกิจกรรมประจำวัน วัสดุที่เหมาะสมสำหรับที่ลับเล็บ ป่านมะพร้าว: ทนทานและมีพื้นผิวที่เหมาะกับการลับเล็บ กระดาษลูกฟูก: เบาและราคาประหยัด ไม้: วัสดุธรรมชาติที่แมวชอบ พรมหยาบ: มีพื้นผิวที่ช่วยขัดเล็บได้ดี สรุป [...]

19/3/2569 • โดย Homeday
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจ “แม็คโคร–โลตัส” ผนึกกำลังกรมควบคุมมลพิษ เดินหน้ายกระดับธุรกิจค้าปลีกสู่ความยั่งยืน ขับเคลื่อนโมเดล “Zero Waste to Landfill Store” โดยมีนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมเปิดตัวและเข้าเยี่ยมชมแม็คโคร สาขาบางพลี ซึ่งเป็นต้นแบบค้าปลีกที่บริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะของภาคค้าปลีกไทยสู่ความยั่งยืน “แม็คโคร บางพลี” ถือเป็นสาขาต้นแบบ Zero Waste to Landfill ที่บรรลุเป้าหมายจัดการขยะอย่างครบวงจรโดยสามารถลดการทิ้งขยะสู่หลุมฝังกลบในสาขาจากวันละกว่า 2,600 กิโลกรัม เป็นศูนย์ในปัจจุบัน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3,817 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ทั้งนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้เลือกแม็คโคร สาขาบางพลี เป็นสาขานำร่องภายใต้แนวคิด “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” โดยบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ต้นน้ำ: ร่วมมือกับผู้ผลิตออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุสินค้าและลดการเน่าเสีย [...]

2/8/2567 • โดย Homeday
กลุ่มบริษัทเสนา โดยบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เซ็นเอกซ์ จำกัด (มหาชน) รับมอบประกาศนียบัตรรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยองค์กรที่ผ่านการรับรองฯ จะต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้าน

15/8/2566 • โดย Homeday
บมจ.บริทาเนีย หรือ BRI เสริมแกร่งธุรกิจ ร่วมทุนไตรมาส 2/2566 กับทั้งพันธมิตรการเงินและเจ้าของที่ดิน เตรียมพัฒนาบ้านจัดสรร 10 โครงการ กระจายตัวใน 5 จัง

27/5/2568 • โดย Homeday
การติดตั้งระบบน้ำสปริงเกลอร์สำหรับสวนหย่อมเป็นโครงการที่หลายคนคิดว่าซับซ้อนและต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญ แต่ความจริงแล้วระบบน้ำอัตโนมัติสำหรับสวนบ้านสามารถทำเองได้ด้วยงบประมาณที่ไม่สูงมาก โดยเฉพาะระบบ Pop-up sprinkler ที่นิยมใช้ในสวนหย่อมและสนามหญ้าขนาดเล็กถึงกลาง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการรดน้ำ ทำให้หญ้าและต้นไม้ได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ และยังเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ภายนอกบ้านอีกด้วย ระบบสปริงเกลอร์สวนหย่อมคืออะไรและทำงานอย่างไร ระบบสปริงเกลอร์สวนหย่อมเป็นระบบรดน้ำอัตโนมัติที่ใช้หลักการของแรงดันน้ำในการทำงาน โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ ระบบที่ใช้ในสวนหย่อมและสนามกอล์ฟซึ่งเน้นความสวยงาม และระบบที่ใช้ในงานเกษตรซึ่งเน้นประสิทธิภาพในการรดน้ำ ระบบ Pop-up sprinkler ที่นิยมใช้ในสวนหย่อมมีการออกแบบที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ เมื่อน้ำไหลผ่านเข้าสู่หัวสปริงเกลอร์ แรงดันของน้ำจะดันก้านหัวฉีดให้ยื่นขึ้นมาจากตัวเครื่อง น้ำจะพ่นออกมาในรูปแบบละอองฝอยกระจายไปยังพื้นที่โดยรอบ และเมื่อปิดน้ำ สปริงภายในจะดึงก้านหัวฉีดกลับลงไปซ่อนอยู่ในตัวเครื่องอีกครั้ง หัวสปริงเกลอร์มีหลายประเภทให้เลือกใช้ตามความต้องการ ได้แก่ แบบน้ำหยด แบบละอองหมอก แบบพ่นฝอย แบบมินิสปริงเกลอร์กระจายน้ำน้อย และแบบมินิสปริงเกลอร์กระจายน้ำมาก การเลือกประเภทที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด งบประมาณและค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบเป็นเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบสปริงเกลอร์สวนหย่อมอยู่ในระดับที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับครัวเรือนทั่วไป โดยระบบสปริงเกลอร์แบบ Pop-up มีต้นทุนประมาณ 100-120 บาทต่อตารางเมตร สำหรับพื้นที่ขนาด 100 ตารางเมตร จะใช้งบประมาณรวมประมาณ 10,000-12,000 บาท สำหรับผู้ที่มีพื้นที่เล็กหรือต้องการประหยัดงบประมาณ สามารถเลือกติดตั้งระบบสปริงเกลอร์แบบง่ายสำหรับแปลงผักขนาดเล็กได้ในงบประมาณไม่เกิน 500 บาท ซึ่งรวมค่าท่อ PE ข้อต่อ วาล์ว หัวฉีดสเปรย์ และอุปกรณ์ที่จำเป็น [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด มหาชน ผู้นำด้านพลังงานและโซลูชันพลังงานหมุนเวียน ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เดินหน้าสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดผ่านการซื้อ Renewable Energy Certificates (RECs) ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน คุณ คุณนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทยและโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน และภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนของ บลจ.กสิกรไทย ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างระบบพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในประเทศไทย” บลจ.กสิกรไทย ในฐานะผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน ยังคงให้ความสำคัญกับแนวทาง ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) โดยการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ลงทุน การจับมือกับ บี.กริม เพาเวอร์ ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 2) และส่งเสริมพลังงานสะอาดให้เติบโตในภาคธุรกิจไทย คุณวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน ของ บลจ.กสิกรไทย กล่าวเสริมว่า “การใช้ [...]

1/7/2568 • โดย Homeday
บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM โดยผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมุ่งมั่นและต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวโครงการ“BAM CARE” ซึ่งเป็นโครงการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ทรัพย์สินรอการขาย (NPA) โดยมีเป้าหมายในการฟื้นฟูพื้นที่อย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โครงการ BAM CARE เป็นโครงการที่เริ่มต้นในปี 2568 โดยได้คัดเลือกพื้นที่นำร่องใน 3 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี กาฬสินธุ์ และสระแก้ว เนื้อที่รวม 28 ไร่ เพื่อดำเนินการปลูกต้นยูคาลิปตัส ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยลดภาวะโลกร้อน (Global Warming) โดยร่วมกับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ทั้งยังออกแบบให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนาทรัพย์สินรอการขายของ BAM ให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากการสร้างพื้นที่สีเขียว BAM CARE ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมอาชีพ การสร้างรายได้ และการมีส่วนร่วมกับชุมชน ทั้งนี้ BAM มีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ในการมีส่วนร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยบทบาทความรับผิดชอบในฐานะเป็นสถาบันการเงินที่มุ่งมั่นสนับสนุน การขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังสอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ เป้าหมายที่ [...]

21/6/2567 • โดย Homeday
“พฤกษา” ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่มุ่งสนับสนุนให้อุตสาหกรรมก่อสร้างขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม จับมือพันธมิตร “ปูนซีเมนต์นครหลวง หรือ ปูนอินทรี” นำผลิตภัณฑ์ “ปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow” ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกหรือปูนซีเมนต์ลดโลกร้อน (กรีนซีเมนต์) มาใช้เป็นส่วนผสมใน

19/2/2568 • โดย Homeday
อุตสาหกรรมความงามกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจ กระแสความสนใจและการให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ในระยะสั้นเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นแก่นสำคัญที่กำหนดทิศทางของแบรนด์ต่าง ๆ ในการพัฒนา และนำเสนอผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ต้องการความโปร่งใสในกระบวนการผลิตและผลกระทบที่ลดลงต่อธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยม แต่เป็นการปรับเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อความงามในระยะยาว บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำลังเป็นหัวใจของความงามยุคใหม่ หลายแบรนด์หันมาใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ แพ็กเกจแบบรีฟิลเพื่อลดขยะพลาสติก นอกจากนี้ สูตรผลิตภัณฑ์แบบ Waterless หรือปราศจากน้ำก็กำลังเป็นที่นิยมด้วยแนวคิดการลดการใช้น้ำและลดของเสียจากกระบวนการผลิต ขณะเดียวกัน Clean Beauty หรือความงามที่โปร่งใสและปลอดภัย กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการความงาม ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติที่ผ่านการคัดสรรอย่างมีจริยธรรม กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้น เทคโนโลยีชีวภาพยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาส่วนผสมใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม ในระดับอุตสาหกรรม แบรนด์ต่าง ๆ กำลังก้าวสู่ Carbon Neutrality หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้พลังงานหมุนเวียน และเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการวางแผนทั้งกระบวนการผลิตจะช่วยให้แบรนด์สามารถติดตามความยั่งยืนของตนเองได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อโลก หนึ่งในผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผิวและความงามของโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมาโดยตลอด คือ ไบเออร์สด๊อรฟ บริษัทสัญชาติเยอรมันผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ดังที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง นีเวีย และ ยูเซอริน ด้วยประสบการณ์กว่า 140 ปี ไบเออร์สด๊อรฟ ได้นำแนวคิดความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลัก ผ่านแผน [...]