
9/5/2568 • โดย Homeday
ในแต่ละวัน…เราวิ่งตามหน้าที่ ภารกิจ และความคาดหวัง แต่เมื่อประตูบ้านเปิดออก สิ่งที่เราค้นหาไม่ใช่แค่ “ที่อยู่อาศัย” แต่คือ “ที่ที่เราได้เป็นตัวเอง” และมักจะมี “มุมหนึ่ง” ในบ้านที่เราเผลอใช้เวลานานกว่าที่อื่น มุมเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ความทรงจำ หรือแม้แต่ความเงียบที่เราชอบ มุมกาแฟตอนเช้า ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ หลายคนชอบเริ่มเช้าวันใหม่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ มีเก้าอี้ตัวโปรด โต๊ะกาแฟ และต้นไม้ใบเล็กเรียงราย มันอาจไม่ใช่มุมหรูหรา แต่ให้พลังใจได้มากกว่าแค่คาเฟ่แพง ๆ มุมหนังสือที่แอบซ่อนตัวจากโลก อีกหลายคนหลบไปนั่งกับหนังสือเล่มโปรดในมุมเงียบ มีแสงสีเหลืองอุ่นส่องลงมา เปิดหนังสือได้ทั้งวันโดยไม่ต้องพูดกับใคร…และไม่รู้สึกเหงาเลย มุมโซฟาที่อยู่กับครอบครัว จะกี่ปีผ่านไป โซฟาตัวเดิมที่พ่อแม่ ลูก ๆ หรือสัตว์เลี้ยงมากองรวมกัน กลายเป็นมุมที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ บางที…การอยู่ใกล้คนที่รัก ก็เยียวยาได้ดีกว่าหมอ มุมฟังเพลง หรือทำงานเงียบ ๆ อาจเป็นโต๊ะทำงานมุมห้อง ที่ใช้เป็นทั้งออฟฟิศ และเวทีของความฝัน คือพื้นที่ที่คุณรู้สึกโฟกัส และ “ได้อยู่กับตัวเองจริง ๆ” ทำไมมุมเล็ก ๆ ถึงสำคัญขนาดนี้? เพราะมันเป็น “พื้นที่ที่คุณเลือกแล้ว” ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร ไม่ต้องมีใครอนุมัติ [...]

25/5/2568 • โดย Homeday
ต้นกวักมรกตเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรักต้นไม้ทั้งใน และนอกประเทศ เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่าย ทนแล้ง และมีประโยชน์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฟอกอากาศ นำพาความมงคล และเป็นไม้ประดับที่สวยงาม การขยายพันธุ์ต้นกวักมรกตสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการชำกิ่ง การชำใบ และการแยกหน่อ โดยแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและระยะเวลาในการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน กวักมรกตคืออะไรและมีลักษณะพิเศษอย่างไร? ต้นกวักมรกต มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Zamioculcas zamiifolia และมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า ZZ Plant หรือ Zanzibar Gem เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง ต้นกวักมรกตจัดอยู่ในวงศ์ Araceae และมีอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 2-5 ปี ลักษณะเด่นของต้นกวักมรกตคือมีหัวใต้ดินสีน้ำตาลอ่อนที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งสะสมน้ำและสารอาหาร ใบจะเรียงตัวแบบขนนกประมาณ 6-8 คู่ หรือราว 12-18 ใบต่อกิ่ง ใบมีลักษณะหนาอวบน้ำ สีเขียวเข้ม ผิวใบเป็นมันวาว ทรงรูปไข่ปลายเรียว โคนมน และขอบใบเรียบ ความสูงของลำต้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.5-1 เมตร และสามารถผลิใบได้ตลอดทั้งปี แต่จะเจริญเติบโตค่อนข้างช้า ในช่วงกลางฤดูร้อนต้นกวักมรกตจะออกดอกสีเหลืองนวล ที่มีลักษณะคล้ายดอกหน้าวัว เหตุใดต้นกวักมรกตจึงถือเป็นต้นไม้มงคล? ในด้านความเชื่อและวัฒนธรรม ต้นกวักมรกตถือเป็นต้นไม้มงคลที่มีความหมายพิเศษในหลายแง่มุม ตามหลักฮวงจุ้ยและวาสตุศาสตร์ [...]

24/7/2566 • โดย Homeday
– ลลิลชี้มีโครงการบ้านคุณภาพพร้อมรองรับความต้องการ เร่งผู้ซื้อตัดสินใจ- ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ “ความสะดวกด้านคมนาคม” จะกลายเป็นแม่เหล็กหลักในก

18/3/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงนกเป็นงานอดิเรกที่น่าสนใจและมีเสน่ห์สำหรับคนรักสัตว์ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาเพื่อนคู่ใจที่มีชีวิตชีวาและน่ารัก นกแต่ละสายพันธุ์มีบุคลิกและความเป็นตัวของตัวเองที่แตกต่างกัน การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่จึงเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้จะแนะนำ 7 สายพันธุ์นกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงนก นกแก้วคอเทา (Grey Parrot) คุณลักษณะเด่น นกแก้วคอเทาเป็นนกที่มีความสามารถในการเลียนแบบเสียงพูดได้อย่างน่าทึ่ง มีภูมิปัญญาสูงและมีความฉลาดเป็นพิเศษ ด้วยขนาดตัวประมาณ 33 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 400-500 กรัม มีสีเทาอมเงินทั่วทั้งตัว ข้อควรพิจารณา ต้องการการดูแลเอาใจใส่สูง มีอายุยืนยาวประมาณ 40-60 ปี ต้องการปฏิสัมพันธ์และการกระตุ้นทางสมองอยู่เสมอ นกคีรีบูน (Budgerigar) คุณลักษณะเด่น นกคีรีบูนหรือนกนกหงษ์เขียวเป็นนกขนาดเล็กที่นิยมเลี้ยงมากที่สุด มีขนาดเล็กกะทัดรัด สีสันสดใส มีความน่ารักและเป็นมิตร สามารถเรียนรู้การพูดและเลียนเสียงได้ ข้อควรพิจารณา เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงนก ราคาไม่แพง มีอายุขัยประมาณ 5-10 ปี ต้องการพื้นที่เลี้ยงไม่มาก นกจาบคา (Canary) คุณลักษณะเด่น นกจาบคาเป็นนกที่มีเสียงร้องไพเราะเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะนกตัวผู้ มีสีเหลืองสดใสเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป มีขนาดเล็ก น้ำหนักประมาณ 20-25 กรัม ข้อควรพิจารณา เลี้ยงง่าย ดูแลไม่ยาก ชอบร้องเพลงในตอนเช้า [...]

18/5/2568 • โดย Homeday
ต้นไม้มงคลที่มีคำว่า “รวย” เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมดวงด้านการเงินและโชคลาภ ความเชื่อที่ว่าปลูกแล้วจะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งและเงินทองเข้าบ้านได้ทำให้ต้นไม้เหล่านี้กลายเป็นที่ต้องการทั้งในบ้านและร้านค้า ไม่เพียงแต่ความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคลเท่านั้น ต้นไม้เหล่านี้ยังมีรูปทรงสวยงาม ดูแลง่าย และยังช่วยฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย มาทำความรู้จักกับต้นไม้มงคลชื่อรวยยอดนิยมแต่ละชนิด พร้อมเคล็ดลับการปลูกและดูแลให้เจริญงอกงามกันเถอะ ต้นรวยล้นฟ้าคืออะไร? ทำไมถึงได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งไม้ประดับ ต้นรวยล้นฟ้าหรืออโกลนีมา รวยล้นฟ้า เป็นไม้ประดับที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งไม้ประดับ” ด้วยความสวยงามของใบที่มีสีสันสดใส ลักษณะเด่นคือเป็นไม้พุ่มที่มีความสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร ใบมีรูปทรงเรียวยาว หนา มีสีเขียวเข้มหรือลวดลายด่างสวยงาม บางสายพันธุ์มีสีแดง สีชมพู หรือสีเหลืองแทรกอยู่ทำให้ดูโดดเด่น ความเชื่อเกี่ยวกับต้นรวยล้นฟ้านั้นคือเป็นต้นไม้ที่จะช่วยนำพาโชคลาภและความมั่งคั่งมาสู่ผู้ปลูก เสริมสิริมงคล เพิ่มสง่าราศี และอำนาจบารมี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและต้องการมีเงินทองไหลมาเทมา การปลูกและดูแลต้นรวยล้นฟ้าไม่ยุ่งยาก ควรเลือกดินที่มีการระบายน้ำดี เป็นดินร่วนปนทราย ผสมวัสดุปลูกอื่นๆ เช่น กาบมะพร้าวสับ ในอัตราส่วน 2:1:1 ควรวางกระถางในที่ที่มีแสงรำไร ไม่โดนแสงแดดจัดโดยตรง รดน้ำวันละ 1-2 ครั้งหรือเมื่อดินเริ่มแห้ง และควรพ่นละอองน้ำบนใบเพื่อเพิ่มความชื้นเป็นประจำ อโกลนีมาชอบอุณหภูมิระหว่าง 18-25 องศาเซลเซียส ควรใส่ปุ๋ยเดือนละครั้งในช่วงฤดูเติบโต (ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน) และลดการให้ปุ๋ยในฤดูหนาว หากพบใบเหลือง อาจเกิดจากการรดน้ำมากเกินไปหรือได้รับแสงแดดมากเกินไป ขอบคุณภาพจาก : [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
ต้นโกสนเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยใบหลากสีสันสวยงาม นอกจากความสวยงามแล้ว โกสนยังมีความเชื่อเรื่องความเป็นมงคล ช่วยเสริมบารมี และปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีประโยชน์ทางสมุนไพรและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย โกสนมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความชอบ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรูปทรงและสีสันของใบ แม้จะเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลพิเศษบ้าง แต่หากเข้าใจธรรมชาติและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ต้นโกสนเจริญเติบโตสวยงามและอยู่กับเราไปนานๆ ลักษณะทั่วไปของต้นโกสน ไม้ประดับสีสันสวยงาม โกสน (Croton) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Codiaeum variegatum อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae หรือวงศ์ยางพารา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อินเดียตอนใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีทั้งรูปร่างกลม ยาวแคบ หรือบิดเป็นเกลียว กว้างประมาณ 0.5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ปลายใบอาจแหลมหรือมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่น สีของใบมีหลากหลายตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ไปจนถึงม่วงและดำ [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
อัญมณีไม่เพียงเป็นเครื่องประดับที่สวยงามเท่านั้น แต่ในหลักความเชื่อตามศาสตร์โบราณ อัญมณียังมีพลังงานพิเศษที่สามารถส่งเสริมพลังงานที่ดีให้กับบ้านและผู้อยู่อาศัยได้ รัตนสูตรเป็นศาสตร์โบราณที่ว่าด้วยการใช้อัญมณีเพื่อปรับสมดุลพลังงานและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับที่อยู่อาศัย การเลือกวางอัญมณีในตำแหน่งที่เหมาะสมสามารถเสริมสร้างบรรยากาศที่ดี เพิ่มความมั่งคั่ง ส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความสงบสุขให้กับบ้านของคุณ บทความนี้จะแนะนำ 5 ตำแหน่งสำคัญในการวางอัญมณีตามหลักรัตนสูตรที่จะช่วยยกระดับพลังงานและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น ความสำคัญของอัญมณีในการจัดพลังงานบ้านตามหลักรัตนสูตร รัตนสูตรเป็นศาสตร์โบราณที่ผสมผสานความรู้เกี่ยวกับพลังงานของอัญมณีเข้ากับหลักการจัดวางพื้นที่อยู่อาศัย โดยเชื่อว่าอัญมณีแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถดึงดูดพลังงานที่ดีและป้องกันพลังงานที่ไม่พึงประสงค์ได้ อัญมณีมีองค์ประกอบของแร่ธาตุที่มีความถี่และการสั่นสะเทือนเฉพาะ ซึ่งสามารถส่งผลต่อพลังงานโดยรอบ ในบ้านที่อยู่อาศัย พลังงานสามารถไหลเวียนและสะสมในรูปแบบต่างๆ บางครั้งอาจเกิดการติดขัดหรือไม่สมดุล ส่งผลให้เกิดความตึงเครียด ความไม่ลงรอย หรือปัญหาสุขภาพแก่ผู้อยู่อาศัย การวางอัญมณีในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของพลังงานที่ดี ฟอกพลังงานที่ไม่ดี และสร้างสมดุลให้กับบ้านทั้งหลัง นอกจากนี้ ตามหลักรัตนสูตร อัญมณีแต่ละชนิดยังมีความสัมพันธ์กับธาตุต่างๆ เช่น ดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศ รวมถึงทิศทางต่างๆ การเลือกอัญมณีที่มีความสอดคล้องกับธาตุประจำทิศนั้นๆ จะช่วยเสริมพลังงานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน อัญมณียังสามารถแก้ไขจุดอ่อนหรือพลังงานด้านลบที่อาจเกิดจากการออกแบบบ้านที่ไม่สมบูรณ์ได้อีกด้วย ตำแหน่งที่ 1: ประตูทางเข้าบ้าน – ประตูสู่พลังงานแห่งความมั่งคั่ง ประตูทางเข้าบ้านถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการจัดการพลังงานตามหลักรัตนสูตร เพราะเป็นช่องทางหลักที่พลังงานทั้งดีและไม่ดีจะไหลเข้าสู่บ้าน การวางอัญมณีที่เหมาะสมบริเวณประตูจะช่วยกรองพลังงานและดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามา อัญมณีที่แนะนำสำหรับตำแหน่งนี้ได้แก่ ซิทริน (Citrine) ที่มีสีเหลืองทองอร่าม ถือเป็นอัญมณีแห่งความมั่งคั่งที่มีพลังในการดึงดูดโชคลาภและความสำเร็จ การวางผลึกซิทรินขนาดกลางถึงใหญ่ไว้บริเวณใกล้ประตูทางเข้า เช่น [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
Jelly Bunny (เจลลี บันนี) ชวนแพ็คกระเป๋าเข้าสู่ฤดูกาลแห่งสีสัน ปักหมุดบนชายหาดแห่งฝัน และขอบฟ้าอันไร้ที่สิ้นสุดกับคอลเลกชั่น Lost in the Sunshine ประจำฤดูกาลสปริง-ซัมเมอร์ 2025 โดยคอลเลกชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแคลิฟอร์เนียบีชในฤดูร้อน ที่มีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมและศิลปะในช่วงยุค 1960s และ 1970s ทั้งสเกตบอร์ด และสกู้ตเตอร์ที่สะท้อนความสนุกและสดใส หลอมรวมกับการดึงวัฒนธรรมป็อปอาร์ตที่ได้จากการใช้สีสดใสและรูปทรงเคลื่อนไหวที่แสดงไปด้วยพลัง แสดงถึงการเป็นตัวของตัวเอง และการหลุดออกนอกกรอบและการค้นพบตัวตนใหม่ๆท่ามกลางสีสันอันสดใสของแสงแดดและธรรมชาติสำหรับหนุ่มสาวเจลลี บันนีได้อย่างแท้จริง โดยไฮไลท์ของคอลเลกชั่นนี้ คือ สีสันสดใสจากชายหาดแคลิฟอร์เนีย ที่ถ่ายทอดเป็นโทนพาเลตต์สุดฮอตอย่างสีชมพูมิลก์เชค ท็อปด้วยสีเชอร์รี่แดงสด พาไปโต้เกลียวคลื่นไปกับสีเขียวเทอร์คอยส์และสีน้ำเงินดีปบลู ตัดกับโทนสว่างอย่างสีเหลืองหาดทรายและสีขาวโคโคนัท โดยแคมเปญนี้ได้หยิบลายทางมาใช้ให้ชวนนึกถึงสายลมทะเลที่มาผสมกับความเจลลี บันนีที่แสนขี้เล่น เติมความสดชื่นให้ซีซันนี้ด้วยคอนเซ็ปต์ผลไม้ดับร้อนที่ถูกดีไซน์ลงบนลายพิมพ์ในสไตล์ที่หลากหลาย ทั้งสเวตเตอร์ครอปตัวสั้น สเวตเตอร์ดีเทลคอโปโลสุดฮิต เสื้อปาดไหล่ เชิ้ตแต่งปกฮาวายสไตล์บีชแวร์ ผสานความโรแมนติกให้กับชุดเข้าเซตด้วยฟลอรอลพรินต์ รวมถึงซิกเนเจอร์ที่ขาดไม่ได้อย่างคาร์ดิแกน แต่งขอบปักลาย แมตช์กับยีนส์ทรงรีแล็ค และขาสั้นเทคนิคนิตทอที่กลายเป็นมัสท์แฮฟไอเทมในทุกฤดูกาล นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสนุกด้วยกระเป๋าถือแต่งดีเทลลายทางทรงดัฟเฟิลให้จุของได้อย่างเต็มที่ กระเป๋าสะพายไหล่ใบเล็กทรงฮาล์ฟมูน กระเป๋าทรงกล่องดีเทลแต่งซิปรอบใบพร้อมสายสะพายปั๊มโลโก้เจลลี บันนี กระเป๋าทางโฮโบขึ้นไหล่สีหวาน หรือจะเป็นโท้ทลายทางพาเลตต์เฉดม่วงจากท้องฟ้ายามค่ำ และยังให้การเดินทางวิเศษไปอีกขั้นด้วยรองเท้าแพลตฟอร์มเปิดส้นตกแต่งอะไหล่ และรองเท้าแพลตฟอร์มส้นตึกในโทนม่วงชวนฝัน และไฮไลท์ไอเทมประจำซีซัน แฟลตแซนเดิลดีไซน์ตาข่ายสุดฮิต ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นนิสต้าด้วยไอเทมแว่นตา [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
สมุนไพรในสวนครัวเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการพืชที่มีทั้งความสวยงามและประโยชน์ต่อสุขภาพ การปลูกพืชสมุนไพรที่บ้านไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อยา แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ พืชสมุนไพรเหล่านี้สามารถนำมาใช้รักษาอาการป่วยทั้งภายในและภายนอกร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ว่านหางจระเข้: สมุนไพรมหัศจรรย์สำหรับผิวหนัง ว่านหางจระเข้เป็นพืชสมุนไพรที่มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องการรักษาผิวหนัง พืชชนิดนี้มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุกสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ใบหนาอวบน้ำมีหนามขอบใบ และมีเจลสีใสภายในใบที่เป็นส่วนที่มีคุณค่าทางยาสูงสุด สรรพคุณของว่านหางจระเข้มีมากมาย โดยเฉพาะการใช้เจลภายในใบเพื่อรักษาแผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก และแผลจากการฉายรังสี เจลว่านหางจระเข้มีสารโพลียูโรไนด์และโพลีแซคคาไรด์ที่ช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น ฆ่าเชื้อ และป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ เนื่องจากมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่ทำให้เกิดการอักเสบ การปลูกว่านหางจระเข้ไม่ยากและสามารถปลูกได้ทั้งในกระถางและลงดิน พืชนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีแม้ในสภาพดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์หรือสภาพอากาศแห้งแล้ง ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกสมุนไพร ดาวเรือง: ดอกไม้สีสันสดใสที่มีคุณค่าทางยา ดาวเรืองเป็นพืชล้มลุกสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีใบคล้ายขนนกและดอกสีเหลืองส้มที่สวยงาม นอกจากจะเป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกเพื่อตกแต่งสวนแล้ว ดาวเรืองยังมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย ดาวเรืองมีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการผิวหนังติดเชื้อ โดยไม่ใช้ดอกสดโดยตรงแต่จะแปรรูปเป็นขี้ผึ้งหรือครีมก่อนนำมาใช้ ดาวเรืองยังช่วยลดไข้ แก้ไอหวัด บำรุงตับ และใช้เป็นยาลดการอักเสบได้ สำหรับการปลูก ดาวเรืองสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและปลูกได้ทุกพื้นที่ เป็นพืชที่โตเร็ว แข็งแรง และไม่ค่อยมีโรค โรสแมรี่: สมุนไพรหอมกรุ่นเพื่อสมองและหัวใจ โรสแมรี่เป็นสมุนไพรที่มีใบคล้ายเข็มยาว 2-4 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีดอกหลายสีตั้งแต่ขาว ชมพู ม่วง จนถึงสีฟ้า พืชนี้สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีทั้งในกระถางและลงดิน โรสแมรี่มีสรรพคุณที่โดดเด่นในการบำรุงสมองและเสริมความจำ [...]

25/12/2564 • โดย Homeday
สวนดอยแม่ขิฟาร์มสเตย์ ทุ่งดอกเก๊กฮวยสีเหลืองสดใสขนาดใหญ่ ที่ “สวนดอยแม่ขิฟาร์มสเตย์” ถ่ายรูปออกมายังไงก็สวย แถมที่นี่ยังมีไร่สตรอเบอร์รี่ให้เราได้ไปเก็บกันแบบสดๆอีกด้วยนะคะ

21/5/2568 • โดย Homeday
ดอกไม้นอกจากจะมีความสวยงามให้ชื่นชมแล้ว หลายชนิดยังสามารถนำมาต้มเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายได้อีกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับดอกไม้ 5 ชนิดที่สามารถปลูกในสวนบ้านและนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ ทั้งวิธีปลูก สรรพคุณที่น่าทึ่ง และวิธีทำเครื่องดื่มอย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เก๊กฮวยมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง? เก๊กฮวยหรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chrysanthemum indicum L. จัดอยู่ในวงศ์ Compositae อยู่ในตระกูลเดียวกับดอกเบญจมาศ ลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีดอกสีเหลืองหรือสีขาว ซึ่งถูกนำมาใช้ในการทำเครื่องดื่มสมุนไพรมายาวนานกว่า 2,000 ปีในประเทศจีน น้ำเก๊กฮวยเป็นเครื่องดื่มที่มีสีเหลืองอ่อนๆ กลิ่นหอมละมุน รสชาติเบาๆ ไม่เปรี้ยว ไม่ขม และไม่ฝาด ทำให้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ชื่นชอบเครื่องดื่มที่ดื่มง่ายไม่จัดจ้าน สรรพคุณของน้ำเก๊กฮวยที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ น้ำเก๊กฮวยอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านความเสียหายของเซลล์และลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ บำรุงสุขภาพดวงตา การดื่มน้ำเก๊กฮวยเป็นประจำช่วยให้ร่างกายได้รับสารประกอบลูทีนและซีแซนทีน ที่ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตาและลดความเสี่ยงของจอประสาทตาเสื่อม มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำเก๊กฮวย ช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเครียด น้ำเก๊กฮวยมีสารที่ทำหน้าที่เป็นยาระงับประสาทตามธรรมชาติอ่อนๆ กลิ่นหอมช่วยส่งเสริมความผ่อนคลายและบรรเทาความเครียดได้ ช่วยระบบย่อยอาหาร ช่วยบรรเทาอาการไม่สบายของระบบทางเดินอาหารและช่วยแก้อาหารไม่ย่อย ดีต่อสุขภาพผิว สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำเก๊กฮวยช่วยรักษาสุขภาพผิวและลดริ้วรอยก่อนวัย บำรุงสุขภาพกระดูก น้ำเก๊กฮวยมีแร่ธาตุที่ดีต่อกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวดและลดไข้ การศึกษาพบว่าเก๊กฮวยมีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการปวดและลดไข้ได้อย่างอ่อนโยน วิธีปลูกเก๊กฮวยให้งอกงามมีดอกสวย เก๊กฮวยสามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้งการเพาะเมล็ด [...]

29/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกอะโวคาโดที่บ้านเป็นเรื่องที่หลายคนสนใจ เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพสูง และสามารถนำมาใช้ในการทำอาหารได้หลากหลาย แม้ว่าจะมีความท้าทายในการปลูกและต้องใช้เวลานานในการรอผลผลิต แต่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการดูแลอย่างเหมาะสม ก็สามารถปลูกอะโวคาโดจากเมล็ดได้สำเร็จ โดยมีทั้งวิธีการปลูกในดินและในน้ำ ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและขั้นตอนที่แตกต่างกัน อะโวคาโดคืออะไรและมีลักษณะอย่างไร? อะโวคาโดมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Persea Americana เป็นต้นไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก1 ลักษณะของต้นอะโวคาโดเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ สูงได้ถึง 18 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาล ใบเป็นใบเดี่ยวรูปรี มีสีเขียวสด มีขนนุ่มสั้นปกคลุมทั่วใบ ดอกออกสีเขียวอมเหลือง ขนาดเล็กและออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ผลอะโวคาโดมีลักษณะเป็นรูปไข่ ทรงคล้ายสาลี่ มีสีเขียวสวย มีทั้งแบบผลกลมและผลรี มีทั้งเปลือกบางและเปลือกหนา มีทั้งผิวขรุขระและผิวเรียบขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เมื่อสุกจะมีรสชาติมันคล้ายเนย ด้านในมีเนื้อสีเหลืองอ่อนถึงสีเหลืองเข้ม เนื้อละเอียด เพราะมีส่วนประกอบเป็นน้ำมัน 30% และโปรตีนสูงอีกด้วย ในประเทศไทยมีการปลูกอะโวคาโดมานานกว่า 80 ปี นำเข้ามาโดยมิชชันนารีชาวอเมริกัน ปลูกครั้งแรกในจังหวัดน่าน ปัจจุบันอะโวคาโดได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเนื่องจากประโยชน์ต่อสุขภาพที่หลากหลาย สายพันธุ์อะโวคาโดไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในประเทศไทย? ลักษณะของพันธุ์อะโวคาโดที่ดีควรจะมีคุณภาพเนื้อที่ดี มีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูง เนื้อแน่นและนิ่ม แต่ไม่เละ ไม่มีเสี้ยน ไม่เป็นน้ำตาลง่ายเมื่อผ่า และไม่มีกลิ่นฉุน เมื่อผลแก่ก็อยู่บนต้นได้นานไม่ร่วงง่าย และมีผลเปลือกหนา ผลขนาดไม่ใหญ่เกินไป สายพันธุ์ยอดนิยมที่แนะนำ สายพันธุ์ปีเตอร์สัน มีผลกลม [...]