กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

11/9/2566 • โดย Homeday
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี โดย นายฐากร ปิยะพันธ์ (ที่ 7 จากซ้าย) ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบุคคล และนายจเร เจียรธนะกานนท์ (

17/5/2567 • โดย Homeday
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เผยตลาดอสังหาฯไตรมาสแรกหดตัวหนัก ทั้งด้านอุปสงค์ -โอนกรรมสิทธิ์ และสินเชื่อปล่อยใหม่ ต่ำสุดในรอบ 6 ปี ส่งผลให้โครงการเปิดใหม่ลดลง 38.5% หวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาฯ ส่งผลดีในครึ่งปีหลัง พลิกฟื้นภาพรวมตลาดขยายตัวได้ 5% นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และ

25/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ KKP HOME FLEXI สินเชื่อบ้านที่ออกแบบให้สามารถเปลี่ยนบ้านเป็นความยืดหยุ่นทางการเงินได้สุดสะดวก โดยนำเงินที่ผ่อนชำระค่างวดบ้านกลับมาใช้ได้โดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ พร้อมเบิกใช้เงินได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน KKP MOBILE นายภัทรพงศ์ รักตะบุตร ประธานสายธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และประธานสายเครือข่ายสาขา เปิดเผยว่า ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90% ของ GDP โดยหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้จากบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสินเชื่อมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 16% – 25% ต่อปี ยิ่งกว่านั้น หากสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคยังพบว่ามียอดการจำนองบ้านที่ต่ำ โดยมียอดคงค้างเพียง 70,000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับยอดสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันอยู่ที่ 200,000 กว่าล้านบาท แม้ดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านจะมีอัตราต่ำกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกันถึงประมาณ 3 เท่า แต่ผู้บริโภคก็ยังไม่นิยมเลือกใช้ โดยสาเหตุสำคัญมาจากผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการถูกยึดทรัพย์หากผิดนัดชำระค่างวด ตลอดจนภาระด้านเอกสาร กระบวนการสมัคร และระยะเวลาในการขอสินเชื่อที่ยุ่งยากกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน KKP จึงต้องการเข้ามาปิดช่องว่างในส่วนนี้และเปิดทางเลือกทางการเงินให้เป็นไปได้มากกว่า สำหรับผู้ต้องการบริหารจัดการเงินให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด “ธนาคารพบว่าผู้กู้สินเชื่อบ้านที่มีศักยภาพจำนวนมากต้องการนำเงินก้อน เช่น โบนัสหรือเงินออม มาโปะบ้านเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและปลดหนี้ได้เร็วขึ้นตามหลักการจัดการทางการเงินที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ลังเลว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะนำเงินที่โปะไปออกมาใช้ไม่ได้ หากต้องการกู้ใหม่ หรือต้องใช้เวลาในการดำเนินการซึ่งอาจไม่ทันกับการใช้จ่าย และต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นอย่างค่าจดจำนองกับกรมที่ดินใหม่ในส่วนวงเงินกู้เพิ่มเติม [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโดกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการกู้เดี่ยว การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและอาจได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน-ซื้อคอนโด เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การกู้ร่วมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อบ้าน การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโด คือการที่มีผู้กู้ตั้งแต่ 1-3 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่-ลูก พี่-น้อง เครือญาติ สามี-ภรรยา ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิและความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในการชำระหนี้ ธนาคารจะนำความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานเงินเดือน ภาระหนี้สิน ทำให้มักได้วงเงินกู้สินเชื่อที่สูงขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะกู้เองเพียงคนเดียว หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อคนเดียวเป็นไปได้ยาก การมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น การกู้ร่วมแตกต่างจากการค้ำประกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างการกู้ร่วมกับการค้ำประกัน ทั้งสองวิธีล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ: คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การคำนวณวงเงินกู้ การกู้ร่วม: ธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อคำนวณวงเงินกู้ การค้ำประกัน: ธนาคารจะพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น ความรับผิดชอบในการชำระหนี้ การกู้ร่วม: ผู้กู้ทุกคนมีหน้าที่ชำระหนี้ร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา การค้ำประกัน: [...]

3/4/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีที่ดินเป็นของตนเองได้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ด้วยการจัดสรรกรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท จัดทำ “สินเชื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดินของตนเอง” สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างอาคาร และซื้ออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย พร้อมกับปลูกสร้างอาคาร โดยลูกค้าที่มีความประสงค์ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA / MLTA) จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรก เท่ากับ 0.89% ต่อปี, เดือนที่ 7-12 เท่ากับ 2.89% ต่อปี, ปีที่ 2 เท่ากับ 3.39% ต่อปี, ปีที่ 3 เท่ากับ 3.70% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 2.99% ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR–1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR–0.50% ต่อปี และซื้ออุปกรณ์ เท่ากับ [...]

16/5/2567 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดโปรโมชันสุดพิเศษในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพฯ ครั้งที่ 24 Money Expo Bangkok นำโดยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้นเพียง 1.99% ต่อปี พร้อมลุ้นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษช่วง Golden Minute, สลากออมทรัพย์ ธอส. ลุ้นรับรางวัลใหญ่มูลค่าสูงสุด 3 ล้านบาท และบ้านมือสอง ธอส. คัดพ

17/2/2568 • โดย Homeday
KB J Capital บริษัทในเครือ KB Kookmin Card ผู้นำด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อรายย่อยจากประเทศเกาหลีใต้ ฉลองครบรอบ 4 ปีในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมเดินหน้ารุกตลาด สินเชื่อบัตรกดเงินสด อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ล่าสุด บริษัทเตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ ที่จะช่วยให้การเข้าถึงสินเชื่อสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น มุ่งสู่การเป็นหนึ่งในบริษัทผู้นำด้านบัตรกดเงินสด บริษัท เคบี เจ แคปปิตอล จำกัด (KB J Capital) เป็นบริษัทในเครือของ KB Kookmin Card ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อรายย่อยรายใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้กลุ่ม KB Financial Group ซึ่งมีสินทรัพย์รวมติดอันดับต้นๆ ของเอเชีย ในประเทศไทย KB J Capital ได้ให้บริการ สินเชื่อบัตรกดเงินสด แคชจอย อีซี่ ผ่านช่องทางเว็บไซต์และ เคาน์เตอร์ POS และยังขยายการให้บริการผ่าน ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ Jaymart [...]

23/4/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์กำลังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่หลายคนผันตัวออกมาเป็นนายตัวเอง เพื่อความยืดหยุ่นในการทำงานและความสมดุลในชีวิต แต่ความท้าทายสำคัญสำหรับชาวฟรีแลนซ์คือเรื่องความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อต้องการทำธุรกรรมทางการเงินที่สำคัญอย่างการขอสินเชื่อบ้าน หลายคนเข้าใจผิดว่าอาชีพอิสระไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ แต่ความจริงแล้ว ฟรีแลนซ์ก็มีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อเช่นกัน เพียงแต่ต้องเตรียมตัวมากกว่าคนที่มีรายได้ประจำ สินเชื่อบ้านสำหรับฟรีแลนซ์ทำไมถึงได้ยาก? การขอสินเชื่อบ้านสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระมักมีความท้าทายมากกว่า เนื่องจากรายได้ที่ไม่แน่นอนและไม่มีเอกสารรับรองรายได้แบบสลิปเงินเดือน ธนาคารและสถาบันการเงินจะพิจารณาให้สินเชื่อก็ต่อเมื่อเห็นว่าผู้ขอกู้มีความสามารถในการชำระคืนเงินกู้ได้อย่างสม่ำเสมอ ในกรณีของฟรีแลนซ์ที่รายได้มีความผันผวน จึงต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ให้กู้ อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ: ฟรีแลนซ์ที่ทำงาน Offline เน้นการบริการนอกสถานที่ เช่น นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ นักดนตรี ศิลปิน นักแสดง ไรเดอร์ส่งอาหาร ช่างภาพอิสระ พนักงานพาร์ทไทม์ เป็นต้น ฟรีแลนซ์ที่ทำงาน Online เน้นทำงานผ่านระบบออนไลน์ เช่น นักออกแบบกราฟิก นักเขียนบทความ ตัดต่อวิดีโอ พากย์เสียง แปลภาษา แอดมินดูแลระบบ บล็อกเกอร์ ผู้ขายสินค้าออนไลน์แบบไม่มีหน้าร้าน เป็นต้น เอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมเมื่อขอสินเชื่อบ้าน การเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนเป็นกลยุทธ์แรกที่สำคัญมากสำหรับฟรีแลนซ์ เอกสารพื้นฐานที่จำเป็นประกอบด้วย: เอกสารส่วนบุคคล สำเนาบัตรประชาชนผู้กู้และคู่สมรส (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้านผู้กู้และคู่สมรส ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล/ทะเบียนสมรส/ใบหย่า (ถ้ามี) เอกสารทางการเงิน [...]

30/10/2567 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมสร้างโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้น ด้วยการนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินร่วมงาน “มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 46” นำโดย (1) สินเชื่อบ้าน 71 ปี ธอส. สำหรับผู้ที่ต้องการ

3/7/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง การกู้ยืมเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงการใช้บัตรเครดิต ต่างมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิตทางการเงินของคนยุคนี้ แต่ก่อนจะตัดสินใจกู้เงิน หรือรูดบัตรเครดิต สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจเรื่อง “ดอกเบี้ย” ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระหนี้จนเกิดทุกข์ ดอกเบี้ยมีหลายแบบ เข้าใจให้ถูก ช่วยประหยัดเงินจริงดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้แน่นอนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบสัญญา ผู้กู้จึงสามารถวางแผนผ่อนชำระได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลกับความผันผวนของดอกเบี้ยในตลาด เหมาะกับผู้ที่ต้องการความแน่นอนทางการเงิน อย่างสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน ได้แก่ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อแบบมีหลักประกัน ได้แก่ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) ตรงกันข้ามกับแบบแรก ดอกเบี้ยลอยตัวจะปรับขึ้นลงตามภาวะตลาดการเงิน ซึ่งอิงกับตัวเลขมาตรฐานของแต่ละสถาบันการเงิน เช่น - MLR (Minimum Loan Rate) สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี - MOR (Minimum Overdraft Rate) สำหรับลูกค้ารายใหญ่ทั่วไป - MRR (Minimum Retail Rate) สำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี ใครเลือกใช้สินเชื่อแบบดอกเบี้ยลอยตัว จึงต้องติดตามทิศทางดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลต่อยอดผ่อนชำระในอนาคตโดยตรง รู้ทันวิธีคิดดอกเบี้ย [...]

18/12/2566 • โดย Homeday
นายธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลหยิบยกเรื่องการแก้หนี้เป็นวาระแห่งชาติ SAM ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับมอบหมายให้มีส่วนช่วยลดปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศผ่าน “โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” พร้อมตอบสนองนโยบายรัฐบาลใน

9/9/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้ากระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ส่งท้ายปี 2568 จัดทำสินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ยพิเศษให้ลูกค้าในงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2025” ระหว่างวันที่ 10 – 14 กันยายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นำโดย (1) สินเชื่อบ้าน 72 ปี ธอส. : ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์การกู้ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.72% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก, เดือนที่ 7 – 24 เท่ากับ 2.72% ต่อปี, ปีที่ 3 – 6 เท่ากับ MRR-2.525% ต่อปี (3.72% ต่อปี) เฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 2.72% ต่อปี ปีที่ [...]
