
14/3/2568 • โดย Homeday
ต้อกระจกเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการมองเห็นและความเป็นอยู่ของสัตว์เลี้ยงอย่างมาก การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ กระบวนการเกิด และแนวทางป้องกันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับต้อกระจก ต้อกระจกคือภาวะที่เลนส์ตาขาดความใสและเริ่มขุ่นมัวลง ส่งผลให้แสงผ่านเลนส์ได้ยากขึ้น ทำให้การมองเห็นลดลงหรือสูญเสียไปในที่สุด เลนส์ตาที่ปกติจะใสและยืดหยุ่น เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ภาพที่เห็นเริ่มเบลอหรือมัว สาเหตุหลักของต้อกระจกในสัตว์เลี้ยง 1. ปัจจัยทางพันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีโอกาสเกิดต้อกระจกสูงกว่า เช่น พันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ และพันธุ์เทอร์เรีย ความผิดปกติทางพันธุกรรมสามารถส่งผลให้เกิดต้อกระจกตั้งแต่แรกเกิดหรือช่วงอายุยังน้อย 2. อายุ สัตว์เลี้ยงสูงอายุมีโอกาสเกิดต้อกระจกมากขึ้น การเสื่อมของเนื้อเยื่อเลนส์ตาเป็นไปตามธรรมชาติเมื่ออายุเพิ่มขึ้น 3. โรคประจำตัว โรคเบาหวานเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดต้อกระจก โรคอักเสบในร่างกาย การติดเชื้อ และภาวะทางฮอร์โมนบางอย่างก็เพิ่มความเสี่ยง 4. การบาดเจ็บ การบาดเจ็บที่ตาโดยตรง อุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนถึงบริเวณนัยน์ตา 5. การขาดสารอาหาร การขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด ภาวะทุพโภชนาการส่งผลต่อสุขภาพดวงตา วิธีป้องกันต้อกระจก การดูแลสุขภาพทั่วไป ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือด ให้อาหารที่มีคุณภาพและครบถ้วนด้วยสารอาหาร การตรวจคัดกรองเบื้องต้น สังเกตอาการเปลี่ยนแปลงของดวงตา ตรวจพบความผิดปกติแต่เนิ่นๆ พาสัตว์เลี้ยงพบสัตวแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ การรักษาต้อกระจก วิธีการรักษา การผ่าตัดเป็นวิธีการหลักในการรักษาต้อกระจก เปลี่ยนเลนส์ตาที่ขุ่นมัวออก ใส่เลนส์แทนที่เพื่อฟื้นฟูการมองเห็น การดูแลหลังการรักษา ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นหนึ่งในไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ด้วยดอกสีชมพูสวยงามที่บานสะพรั่งในช่วงต้นปี ไม่เพียงแต่จะให้ความงดงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลากหลายที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ ชมพูพันธุ์ทิพย์มีต้นกำเนิดจากไหน ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tabebuia rosea (Bertol.) DC. และจัดอยู่ในวงศ์ Bignoniaceae ต้นไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ ตั้งแต่ประเทศเม็กซิโกไปจนถึงประเทศเวเนซุเอลาและเอกวาดอร์ นอกจากนี้ยังเป็นต้นไม้ประจำชาติของประเทศเอลซัลวาดอร์อีกด้วย4 การเข้ามาสู่ประเทศไทยของชมพูพันธุ์ทิพย์เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยมีหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร เป็นผู้นำเข้ามาปลูกเป็นครั้งแรก ชื่อ “ชมพูพันธุ์ทิพย์” จึงได้รับการตั้งขึ้นเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้นำเข้าและเป็นการบ่งบอกถึงสีของดอกที่เป็นสีชมพู ลักษณะเด่นของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 8-25 เมตร ลำต้นมีขนาดใหญ่ เปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาลหรือสีเทา แต่เมื่อมีอายุมากเปลือกลำต้นจะแตกเป็นร่อง เรือนยอดมีรูปไข่หรือทรงกลม แผ่กว้างเป็นชั้น5 ใบของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบเรียงตรงกันข้าม มีใบย่อย 5 ใบ แผ่นใบหนาขอบเรียบ สีเขียวเข้ม ปลายใบเรียว โคนใบสอบ ความกว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 7.5-16 เซนติเมตร ดอกและการออกดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์ ดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์ออกเป็นช่อกระจุกตามกิ่ง ช่อละ 5-8 ดอก กลีบดอกมีทั้งสีชมพูอ่อน [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
บัวเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญและความหมายพิเศษในวัฒนธรรมไทย นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความศรัทธาแล้ว ยังเป็นไม้น้ำที่นิยมปลูกเพื่อความสวยงามในบ่อหรือภาชนะต่างๆ ภายในบ้าน หลายคนอาจคิดว่าการปลูกบัวเป็นเรื่องยาก แต่ความจริงแล้ว หากเข้าใจวิธีการที่ถูกต้อง ใครๆ ก็สามารถปลูกบัวให้งามและออกดอกสวยได้ตลอดทั้งปี มาทำความรู้จักกับพันธุ์บัว วิธีปลูก และการดูแลบัวให้สวยงามกันดีกว่า รู้จักกับสายพันธุ์บัวที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง? บัวในประเทศไทยสามารถแบ่งออกเป็น 3 สกุลใหญ่ โดยแต่ละสกุลมีลักษณะเฉพาะและความสวยงามที่แตกต่างกันไป บัวหลวง หรือ ปทุมชาติ บัวหลวง (Nelumbo nucifera) ได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งไม้น้ำ” มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย เช่น จีน อินเดีย และไทย มีลำต้นใต้ดินแบบเหง้าและไหล ใบเมื่อยังอ่อนจะลอยปริ่มน้ำ ส่วนใบแก่จะชูเหนือน้ำ ก้านใบและก้านดอกมีหนาม ดอกชูสูงเหนือน้ำ มีทั้งดอกทรงป้อมและแหลม กลีบดอกมีทั้งชนิดซ้อนและไม่ซ้อน พันธุ์บัวหลวงที่นิยมปลูกในไทยมี 4 พันธุ์หลัก: ปทุม หรือ “บัวแหลมแดง” – ดอกแหลมสีชมพู กลีบดอกไม่ซ้อน ปุณฑริก หรือ “บัวแหลมขาว” – ดอกแหลมสีขาว กลีบดอกไม่ซ้อน สัตตบงกช หรือ “บัวฉัตรแดง” [...]

12/3/2569 • โดย Homeday
คุณวิภาศิริ แสงวัชระกุล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย คุณศรชัย พิชัยยุทธิ์ และคุณนิวัฒน์ ปิตะฝ่าย ผู้บริหารฝ่ายส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืน บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เป็นผู้แทนมอบเงินจากการจัดกิจกรรม “ปันของรัก ของผู้บริหาร” ซึ่งเป็นรายได้จากการประมูลของรักจากผู้บริหาร จำนวน 115,000 บาท ให้กับศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ และคุณมณี นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ เพื่อนำไปใช้ในการส่งเสริมอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับคนพิการ ผ่านโครงการต่าง ๆ ของมูลนิธิ ฯ อาทิ โครงการ ยิ้มสู้คาเฟ่ การพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพ และศูนย์การสื่อสารสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน เพื่อสนับสนุนคนพิการให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีรายได้ และดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาส และความเท่าเทียมแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม อย่างยั่งยืน

28/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวปลอดสารพิษ คะน้าเป็นผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก นอกจากจะได้ผักสดใหม่ปราศจากสารเคมีแล้ว คะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย การศึกษาวิธีการปลูกและดูแลคะน้าอย่างถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัวที่บ้าน ผักคะน้าคืออะไรและทำไมถึงนิยมปลูกในบ้าน? ผักคะน้า หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra เป็นผักใบเขียวในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย1 คะน้าเป็นผักที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ความนิยมของการปลูกคะน้าในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการผัด ยำ หรือใส่ในข้าวผัด คะน้าได้รับความนิยมในการปลูกที่บ้านเพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนดินร่วน1 ความสามารถในการปรับตัวที่ดีของคะน้าทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระถางหรือแปลงเล็กๆ ในบ้าน นอกจากนี้คะน้ายังเป็นผักที่ปลูกได้ตลอดปี แม้จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกคะน้าคือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็ว โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45-55 วันหลังปลูก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น การที่คะน้าให้ผลผลิตเร็วนี้ทำให้ผู้ปลูกได้รับความพึงพอใจและแรงบันดาลใจในการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการดูแลและผลตอบแทนที่รวดเร็วจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คะน้าเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักสวนครัวที่บ้าน สายพันธุ์คะน้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในบ้าน? สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคะน้าจีนที่ได้รับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย1 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 พันธุ์หลักที่แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกคะน้าให้ประสบความสำเร็จ พันธุ์ใบกลมเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย1 ข้อดีของพันธุ์นี้คือความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย ตัวอย่างสายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 [...]