
9/4/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา หนึ่งในนั้นคือระยะห่างระหว่างบ้าน ประเด็นที่มักถูกมองข้ามแต่กลับส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ ระยะห่างระหว่างบ้านมิได้เป็นเพียงตัวเลขทางกฎหมายหรือเรื่องของการออกแบบเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย สุขภาพกายและใจ รวมถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอีกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้าน ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อต้องตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย เพื่อให้ได้บ้านที่ไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังเหมาะสมกับการอยู่อาศัยในระยะยาว ระยะห่างระหว่างบ้านกับความเป็นส่วนตัวและคุณภาพชีวิต ระยะห่างระหว่างบ้านเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ในสังคมเมืองที่มีความหนาแน่นสูง พื้นที่ส่วนตัวกลายเป็นสิ่งที่มีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ บ้านที่มีระยะห่างที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสที่จะได้ยินเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดคุย เสียงเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเสียงกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเสียงรบกวนเหล่านี้อาจนำไปสู่ความเครียดและความไม่พอใจในระยะยาว นอกจากเรื่องเสียงแล้ว ระยะห่างที่เพียงพอยังช่วยป้องกันการมองเห็นจากภายนอก ทำให้รู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้นเมื่ออยู่ในบ้าน ลองนึกภาพว่าคุณกำลังพักผ่อนในสวนหลังบ้าน แต่รู้สึกอึดอัดเพราะมีคนสามารถมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวได้จากบ้านข้างๆ หรือกำลังพักผ่อนในห้องนั่งเล่นแต่ต้องคอยระวังการแต่งตัวเพราะหน้าต่างอยู่ตรงกับบ้านตรงข้าม สถานการณ์เหล่านี้จะลดทอนความรู้สึกสบายใจในการใช้ชีวิตภายในบ้านของตนเอง การศึกษาทางจิตวิทยาหลายชิ้นยังพบว่า การมีพื้นที่ส่วนตัวที่เพียงพอส่งผลดีต่อสุขภาพจิต ช่วยลดความเครียด และเพิ่มความรู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่ บ้านที่มีระยะห่างที่ดีจะให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็น “ที่หลบภัย” ที่แท้จริงจากโลกภายนอก ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ชีวิตมีความเร่งรีบและการทำงานมักเต็มไปด้วยความกดดัน ในด้านสุขภาพกาย ระยะห่างระหว่างบ้านยังส่งผลต่อการไหลเวียนของอากาศ แสงธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมโดยรวม บ้านที่อยู่ใกล้กันเกินไปอาจทำให้มีปัญหาเรื่องอากาศไม่ถ่ายเท ชื้น และทึบ ขาดแสงธรรมชาติที่เพียงพอ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ เช่น ปัญหาระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ หรือแม้แต่ผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากการขาดแสงแดดที่เพียงพอ ผลกระทบต่อความปลอดภัยและความสัมพันธ์กับชุมชน ระยะห่างระหว่างบ้านไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความเป็นส่วนตัว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ บ้านที่มีระยะห่างที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยลุกลามจากบ้านข้างเคียง ในกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ [...]

2/3/2568 • โดย Homeday
การเดินทางโดยเครื่องบินพร้อมกับสัตว์เลี้ยงที่รักเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการอย่างรอบคอบและมีความเข้าใจในขั้นตอนต่างๆ อย่างถ่องแท้ บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณและสัตว์เลี้ยงมีประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัย สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง ก่อนวางแผนเดินทาง คุณควรศึกษาและเข้าใจนโยบายของสายการบินที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการเดินทางกับสัตว์เลี้ยง บางสายการบินอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กขึ้นในห้องโดยสาร ขณะที่บางแห่งจำกัดให้เดินทางในห้องเก็บสัมภาระเท่านั้น มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนสัตว์เลี้ยงต่อเที่ยวบิน ซึ่งมักไม่เกิน 2-4 ตัว ค่าใช้จ่ายในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางมีความแตกต่างกันไปตามสายการบินและประเภทการเดินทาง โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมสำหรับสัตว์เลี้ยงในห้องโดยสารอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาทต่อเที่ยว ส่วนการเดินทางในห้องเก็บสัมภาระอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 2,000-5,000 บาทหรือมากกว่า ต้องทราบว่าสายการบินหลายแห่งมีข้อจำกัดเกี่ยวกับพันธุ์สัตว์บางชนิด โดยเฉพาะสุนัขและแมวพันธุ์หน้าสั้น เนื่องจากความเสี่ยงต่อปัญหาระบบทางเดินหายใจ สัตว์เลี้ยงที่อายุน้อยกว่า 8 สัปดาห์หรือตั้งท้องมักไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทาง เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด โดยเฉพาะสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ เอกสารที่จำเป็นได้แก่: ใบรับรองสุขภาพจากสัตวแพทย์ ที่ออกภายใน 10 วันก่อนการเดินทาง ระบุรายละเอียดของเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ประวัติการฉีดวัคซีน และการรับรองว่าไม่มีโรคติดต่อ เอกสารการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยต้องฉีดอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทางและวัคซีนต้องยังไม่หมดอายุ ไมโครชิพและเอกสารระบุตัวตน หลายประเทศกำหนดให้สัตว์เลี้ยงต้องมีไมโครชิพตามมาตรฐาน ISO ซึ่งควรฝังก่อนการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ใบอนุญาตนำเข้าสัตว์เลี้ยง บางประเทศต้องการใบอนุญาตนี้ล่วงหน้า ซึ่งอาจต้องยื่นขอหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนก่อนการเดินทาง ทางเลือกในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทาง คุณมีทางเลือกหลักๆ 3 วิธีในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางทางเครื่องบิน: การนำขึ้นห้องโดยสาร เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กที่มีน้ำหนักรวมกรงไม่เกิน [...]

24/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของระบบบำบัดน้ำในอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ น้ำเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในโครงการคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ระบบ Water Treatment จึงกลายเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย ระบบบำบัดน้ำที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่สร้างความมั่นใจในคุณภาพน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักประกันด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย องค์ประกอบหลักของระบบ Water Treatment ในคอนโดริมแม่น้ำ กระบวนการกรองน้ำขั้นพื้นฐาน ระบบกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วยหลายขั้นตอน เริ่มจากการกรองสารแขวนลอยขนาดใหญ่ด้วยตะแกรงกรองเบื้องต้น จากนั้นจะมีขั้นตอนการกรองด้วยสารกรองประเภทต่างๆ เช่น คาร์บอนแอคทีฟ ทรายควอตซ์ และเมมเบรนกรองละเอียด กระบวนการนี้ช่วยขจัดสิ่งปนเปื้อนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า รวมถึงสารเคมี โลหะหนัก และจุลินทรีย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ระบบฆ่าเชื้อโรค นอกเหนือจากการกรอง ระบบ Water Treatment ที่ดีจะต้องมีขั้นตอนการฆ่าเชื้อโรค โดยทั่วไปใช้เทคโนโลยีอย่างเช่นระบบอัลตราไวโอเลต (UV) หรือการเติมคลอรีนในปริมาณที่เหมาะสม กระบวนการนี้ช่วยทำลายเชื้อโรคและแบคทีเรียที่อาจปนเปื้อนมากับแหล่งน้ำ ทำให้มั่นใจได้ว่าน้ำที่ใช้มีความปลอดภัยสูงสุด การตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง ระบบที่มีมาตรฐานจะมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเครื่องมือตรวจวัดที่ทันสมัย วัดค่าพีเอช ความกระด้าง ปริมาณโลหะหนัก และสารปนเปื้อนต่างๆ การตรวจสอบอย่างต่อเนื่องนี้เป็นหลักประกันว่าระบบการกรองน้ำยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ของระบบ Water Treatment ที่มีคุณภาพ การปกป้องสุขภาพ ระบบบำบัดน้ำที่ดีเป็นเสมือนด่านแรกในการปกป้องสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคที่เกิดจากน้ำ เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร หรือโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อโรคในน้ำ การยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ [...]

8/12/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ (8 ธันวาคม 2568) – โครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน ที่พักอาศัย Low Rise, Low Density ระดับอัลตร้าลักชัวรี่ เปิดพื้นที่นำเสนอความเอ็กซ์คลูซีฟของโครงการดุสิต อจารา หัวหิน ภายใต้แนวคิด Multi-generational Living เพื่อยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิตให้ทุกคนและทุกช่วงวัยในครอบครัวอย่างรอบด้าน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ที่สร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์อย่างเหนือระดับ อาทิ คลับเฮ้าส์ส่วนตัว สระว่ายน้ำโอบล้อมด้วยวิวธรรมชาติ สนามเด็กเล่น ที่คำนึงถึงพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย และโถงทางเดินแบบ Single-loaded Corridor ที่ช่วยให้การไหลเวียนของอากาศ ตามธรรมชาติเป็นไปอย่างดีเยี่ยม โดยเชื่อมโยงโครงการฯ เข้ากับพื้นที่สีเขียวธรรมชาติขนาดใหญ่กว่า 60% หรือ Bridging Oasis และผสานมนต์เสน่ห์และไลฟ์สไตล์อันเงียบสงบในแบบฉบับของเมืองหัวหินได้อย่างกลมกลืน และเหนือกว่าใครด้วยบริการแบบ The Only Thai Branded Residence ประสบการณ์การใช้ชีวิตที่มาพร้อมบริการมาตรฐานระดับสากล ที่มอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้พักอาศัย เช่น บริการ Concierge ตลอด 24 ชั่วโมง [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น อาหารเพื่อสุขภาพจึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย กรีกโยเกิร์ตเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ต่างจากโยเกิร์ตทั่วไปตรงที่มีกระบวนการผลิตที่พิเศษ ทำให้มีเนื้อสัมผัสที่เข้มข้น รสชาติเปรี้ยวนวล และคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่า บทความนี้จะแนะนำ 10 เหตุผลที่ทำให้กรีกโยเกิร์ตเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ควรรับประทานเป็นประจำ 1. แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง กรีกโยเกิร์ตเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง โดยในกรีกโยเกิร์ตไม่มีน้ำตาลขนาด 170 กรัม (6 ออนซ์) มีโปรตีนสูงถึง 15-20 กรัม ซึ่งมากกว่าโยเกิร์ตทั่วไปถึงสองเท่า โปรตีนนี้มีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากอาหาร การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงมีประโยชน์หลายประการ ช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหาร ส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ โปรตีนยังมีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้กรีกโยเกิร์ตเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับนักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ข้อดีอีกประการของโปรตีนในกรีกโยเกิร์ตคือ ดูดซึมได้ง่ายและย่อยได้เร็ว เนื่องจากผ่านกระบวนการหมักแล้ว ทำให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที แม้แต่ผู้ที่มีปัญหาในการย่อยแลคโตสก็อาจรับประทานได้ เพราะแบคทีเรียที่ใช้ในการหมักช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตสไปแล้วบางส่วน 2. อุดมไปด้วยโพรไบโอติก กรีกโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์มีชีวิตที่เรียกว่าโพรไบโอติก ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและสุขภาพโดยรวม แบคทีเรียเหล่านี้ช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน การย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหาร การรับประทานอาหารที่มีโพรไบโอติกเป็นประจำช่วยบรรเทาอาการของโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ลดอาการท้องเสีย ท้องผูก และอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าโพรไบโอติกอาจช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อบางชนิด เช่น [...]

17/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ผู้คนต่างมองหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจและเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต การปลูกต้นไม้มงคลในบ้านจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับที่อยู่อาศัยแล้ว ยังเชื่อกันว่าสามารถเสริมโชคลาภ เรียกทรัพย์ และนำพาความสุขความเจริญมาสู่ผู้อยู่อาศัยได้อีกด้วย แต่ต้นไม้มงคลเหล่านี้มีอะไรบ้าง และมีความพิเศษอย่างไรที่ทำให้ผู้คนเชื่อว่าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นได้? มาทำความรู้จักกับต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกในบ้านเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลกันดีกว่า ทำไมต้องปลูกต้นไม้มงคลในบ้าน? การปลูกต้นไม้ในบ้านไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อีกหลายด้านที่ทำให้ต้นไม้มงคลเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เสริมความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ ตามความเชื่อทั้งในศาสตร์ฮวงจุ้ยและความเชื่อท้องถิ่น ต้นไม้มงคลแต่ละชนิดมีพลังงานที่ช่วยส่งเสริมด้านต่างๆ ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นโชคลาภ การเงิน ความรัก สุขภาพ หรือการงาน การเลือกปลูกต้นไม้ให้เหมาะสมกับความต้องการและวางในตำแหน่งที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยจะช่วยเสริมพลังงานบวกให้กับบ้านและผู้อยู่อาศัย ประโยชน์ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากความเชื่อเรื่องความเป็นมงคลแล้ว ต้นไม้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ต้นไม้หลายชนิดช่วยฟอกอากาศ ดูดซับสารพิษ และเพิ่มออกซิเจนในบ้าน ซึ่งส่งผลดีต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพโดยรวม การมีต้นไม้ในบ้านยังช่วยลดความเครียด เพิ่มความสดชื่น และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สร้างความสวยงามและมีชีวิตชีวา ต้นไม้มงคลส่วนใหญ่มีรูปทรงและสีสันที่สวยงาม ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับบ้าน ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยดูอบอุ่นและน่าอยู่มากขึ้น การจัดวางต้นไม้อย่างเหมาะสมยังช่วยเสริมการตกแต่งบ้านให้มีเอกลักษณ์และสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้อีกด้วย ต้นไม้มงคลยอดนิยมสำหรับปลูกในบ้าน มาทำความรู้จักกับต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกในบ้านเพื่อเสริมโชคลาภและเรียกทรัพย์กันดีกว่า ต้นโอลีฟ – ต้นไม้แห่งความสำเร็จ ต้นโอลีฟเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน มีความเชื่อว่าหากปลูกในบ้านจะช่วยนำพาความร่ำรวยและความสำเร็จมาสู่ผู้ปลูก ลักษณะเด่นของต้นโอลีฟคือลำต้นสีเทาขาว ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวด้านบนและสีเทาด้านล่าง ดอกมีสีขาวหรือครีม และผลสุกมีสีน้ำตาลแดงหรือม่วง การดูแลต้นโอลีฟไม่ยากนัก ชอบแสงแดด ควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง แต่ระวังอย่าให้ดินแฉะเกินไป สามารถปลูกได้ทั้งในกระถางและลงดิน [...]

4/12/2566 • โดย Homeday
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ต้อนรับคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชาการทางด้านทางเดินอาหารกว่า 3,000 คนจาก 60 ประเทศเข้าร่วม “การประชุมวิชาการระบบทางเดินอาหารภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก” หรือ “Asian Pacific Digestive Week 2023 (APDW 2023)” ซึ่งเป็นงานประชุมทางด้านทางเดินอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแ

14/3/2568 • โดย Homeday
นายอิทธิพล อิงประสาร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน กทม. กล่าวกรณีมีข้อสังเกตสวนบริเวณเกาะกลางถนนสี่แยกปทุมวัน หน้าศูนย์การค้า MBK ไม่อำนวยความสะดวกประชาชน เข้าถึงยาก และไม่สามารถใช้งานได้ว่า การจัดทำสวน 15 นาที มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะสีเขียวใกล้บ้านที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในระยะเดินถึงได้ภายใน 15 นาที หรือประมาณ 800 เมตร (ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องนั่งอยู่ในสวน 15 นาที) โดยเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กกระจายตัวในเขตเมือง เกิดขึ้นจากแนวคิด Pocket Park หรือสวนขนาดเล็กตามตรอกและซอย ไม่จำกัดขนาด พื้นที่ และรูปแบบ ซึ่งแต่ละแห่งจะออกแบบตามบริบทและความเหมาะสมของชุมชน สามารถทำได้หลายรูปแบบพื้นที่ โดยพื้นที่เขตปทุมวัน เป็นพื้นที่ใจกลางเมือง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของเอกชน เป็นศูนย์รวมของศูนย์การค้า โรงแรม และมหาวิทยาลัย ซึ่งมีพื้นที่ว่างเปล่าที่เหมาะสมในการจัดสรรที่เป็นสวน 15 นาทีค่อนข้างน้อย จึงเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองในพื้นที่ขนาดเล็ก ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ สำหรับสวน 15 นาทีบริเวณดังกล่าว เป็นสวนเกาะหย่อมกลางถนน เน้นปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณถนนในเมืองให้มีความสวยงาม น่ามอง และช่วยดูดซับมลพิษทางอากาศ การจัดทำสวนแห่งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กทม. และภาคเอกชนปรับปรุงและดูแลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีมีข้อสังเกตเรื่องการเข้าถึงสวนทำได้ยาก เพราะบริเวณกลางสี่แยกปทุมวันไม่มีทางม้าลาย เนื่องจากเป็นพื้นที่ใต้สกายวอล์กที่สามารถเดินเชื่อมระหว่างศูนย์การค้าได้ จึงไม่มีทางม้าลาย รวมถึงมีผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดกฎจราจรนำรถมาจอดบริเวณดังกล่าวบ่อยครั้ง เพื่อรอรับนักท่องเที่ยว ตำรวจจึงนำแผงเหล็กมาวางกั้นบริเวณกลางสี่แยกปทุมวัน อย่างไรก็ตาม [...]

19/2/2568 • โดย Homeday
เดินสายส่งความห่วงใยอย่างต่อเนื่อง โดยดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมมอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ Double A Care จำนวน 4,000 ชิ้น ให้กับสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ บ้านระเบาะไผ่ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งการสนับสนุนครั้งนี้มุ่งหวังให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผู้ป่วย หรือการออกตรวจเยี่ยมชุมชน ท่ามกลางความเสี่ยงจากโรคติดต่อทางเดินหายใจ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ และสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งดั๊บเบิ้ล เอ ให้ความสำคัญด้านสุขอนามัยและการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม

14/7/2568 • โดย Homeday
ในโลกทุกวันนี้ เราอาจดูแลสุขภาพด้วยการไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือรับประทานอาหารดี ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า “การหายใจ” อาจเป็นช่องทางที่ทำให้โรคร้ายอย่างมะเร็งปอดคืบคลานเข้ามาโดยไม่รู้ตัว มะเร็งปอด…ไม่ใช่แค่โรคของคนสูบบุหรี่ มะเร็งปอดมักถูกมองว่าเป็นโรคของคนที่สูบบุหรี่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง กลับมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่เคยแตะบุหรี่เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับตรวจพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งปอดในระยะลุกลามแล้ว คำถามสำคัญคือ ถ้าไม่ใช่เพราะบุหรี่ แล้วอะไรคือปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เราเป็นมะเร็งได้? หนึ่งในคำตอบที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ “มลพิษในอากาศ” โดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่สามารถทะลุเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจไปจนถึงถุงลมปอด และก่อให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์อย่างต่อเนื่อง แม้เราจะหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ได้ แต่หลีกเลี่ยงการหายใจกลับเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอากาศคือสิ่งที่เราต้องพึ่งพาทุกวินาที และเมื่ออากาศไม่สะอาดเท่าที่คิด การหายใจก็อาจกลายเป็นการสะสมสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว โดยหนึ่งในโรคร้ายแรงที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ “มะเร็งปอด” ซึ่งเกิดได้จากการสะสมฝุ่นพิษที่มองไม่เห็น แต่แฝงอันตรายไว้ในทุกลมหายใจ แต่ฝุ่นในอากาศไม่ได้มีแค่ PM2.5 เท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งชนิดที่หลายคนอาจไม่รู้จัก หรือไม่ทันระวัง นั่นคือ “ฝุ่นใยหิน” ซึ่งเป็นฝุ่นที่เกิดจากวัสดุก่อสร้างเก่าที่เสื่อมสภาพ เช่น กระเบื้องมุงหลังคา ผนังบ้าน ท่อซีเมนต์ หรือแม้แต่ผ้าเบรกและคลัทช์ในรถยนต์ วัสดุเหล่านี้มักถูกผลิตโดยใช้แร่ใยหิน (Asbestos) ซึ่งมีโครงสร้างเป็นเส้นใยขนาดเล็กมาก เมื่อถูกตัด เจาะ หรือรื้อถอน เส้นใยเหล่านี้จะแตกออกเป็นฝุ่นขนาดจิ๋ว ลอยปะปนอยู่ในอากาศ และหากถูกสูดเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปติดอยู่ในปอดหรือเยื่อหุ้มปอดได้ทันที [...]

26/1/2569 • โดย Homeday
เอสบี ดีไซน์สแควร์ สานต่อพันธกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผสานความร่วมมือกับ มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ในการปรับปรุงห้องพักบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ หรือ “บ้านแมค” ณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ. เด็ก) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้ป่วยเด็ก ให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อน ฟื้นฟูจิตใจ และการใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่นตลอดช่วงการรักษา นายพิเดช ชวาลดิฐ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ เปิดเผยว่า เอสบี ดีไซน์สแควร์ เชื่อว่าธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนนั้นต้องร่วมสร้างคุณค่าให้กับสังคม การมีส่วนร่วมในการปรับปรุงพื้นที่บ้านแมคในครั้งนี้ ถือเป็นการนำความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย มาใช้สร้างพื้นที่ที่ช่วยเสริมพลังใจให้กับครอบครัวผู้ป่วยเด็กในช่วงเวลาที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ผ่านการออกแบบพื้นที่และจัดสรรเฟอร์นิเจอร์โดยคำนึงถึงการใช้งานจริง ความเป็นส่วนตัว และความสบายในการอยู่อาศัยระยะยาว เพื่อช่วยลดความตึงเครียดของครอบครัวผู้ป่วยเด็ก และสนับสนุนการดูแลสุขภาวะในมิติทางร่างกายและจิตใจ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานบ้านพักพิงให้สอดคล้องกับแนวคิดการอยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรอบด้าน อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการปรับปรุงห้องพักบ้านแมค รพ.เด็ก คือการให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้ใช้งานและคุณภาพอากาศภายในห้อง ผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้ มาตรฐาน E1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการควบคุมการปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์จากผลิตภัณฑ์ไม้ เฟอร์นิเจอร์ที่นำมาใช้มีปริมาณสารฟอร์มัลดีไฮด์ต่ำเพียง 0.005% ช่วยลดการระเหยของสารเคมีภายในอาคาร ส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องพักปลอดโปร่ง ลดกลิ่นฉุน ลดอาการแสบตาและการระคายเคืองผิวหนัง พร้อมช่วยลดความเสี่ยงด้านโรคภูมิแพ้และระบบทางเดินหายใจ เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีเด็ก ผู้ป่วย [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นเวลาแห่งความสนุกสนานสำหรับมนุษย์ แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายและน่ากังวลสำหรับสัตว์เลี้ยง เสียงดังจากการเฉลิมฉลอง การจุดพลุ และความเปลี่ยนแปลงในบ้านอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงที่เรารัก การเตรียมความพร้อมให้สัตว์เลี้ยงรับมือกับช่วงเทศกาลปีใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของต้องให้ความใส่ใจ บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลและเตรียมความพร้อมให้สัตว์เลี้ยงของคุณผ่านช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างปลอดภัยและมีความสุข โดยครอบคลุมทั้งการจัดการกับความเครียดจากเสียงดัง การเตรียมที่พักอาศัย และการดูแลสุขภาพทั่วไปในช่วงเทศกาล การเตรียมบ้านให้ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงในช่วงปีใหม่ การจัดเตรียมบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพวกเขา เริ่มต้นด้วยการจัดเตรียม “มุมปลอดภัย” (Safe Zone) ในบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเลือกห้องที่เงียบสงบและห่างไกลจากความวุ่นวาย ควรมีของเล่น ที่นอน และผ้าห่มที่คุ้นเคยวางไว้เพื่อให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย ติดตั้งปลั๊กน้ำหอมหรือใช้สเปรย์ที่มีฟีโรโมนสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยลดความเครียด สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ชอบซ่อนตัวเมื่อตกใจ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีช่องว่างอันตรายที่พวกเขาอาจเข้าไปติด ปิดช่องใต้เตียง ตู้เสื้อผ้า หรือพื้นที่ที่อาจเป็นอันตรายเมื่อสัตว์เลี้ยงพยายามหนีจากเสียงดัง เก็บสายไฟ ของตกแต่งปีใหม่ และของมีคมให้พ้นมือสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นคริสต์มาส ประดับไฟ และของตกแต่งที่กินได้ซึ่งอาจเป็นอันตรายหากสัตว์เลี้ยงเข้าไปเล่นหรือกิน นอกจากนี้ ควรเตรียมระบบระบายอากาศที่ดีภายในบ้าน เนื่องจากกลิ่นจากธูป เทียน หรือดอกไม้บางชนิดที่ใช้ในการเฉลิมฉลองอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยง ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ และหลีกเลี่ยงการจุดธูปหรือเทียนในบริเวณใกล้เคียง การจัดเตรียมบ้านอย่างเหมาะสมจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณรู้สึกปลอดภัยและลดความเครียดในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรับมือกับเสียงพลุและการเฉลิมฉลองที่อาจสร้างความตื่นกลัวให้สัตว์เลี้ยง เสียงพลุและการเฉลิมฉลองในช่วงปีใหม่เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สัตว์เลี้ยงต้องเผชิญ โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีการได้ยินที่ไวกว่ามนุษย์หลายเท่า เสียงดังและแสงสว่างจากการจุดพลุสามารถสร้างความตื่นตระหนกและความเครียดอย่างรุนแรงให้กับสัตว์เลี้ยงได้ การเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการช่วยให้สัตว์เลี้ยงรับมือกับเสียงพลุคือการสร้างเสียงรบกวนทางบวก (White Noise) ภายในบ้าน เปิดโทรทัศน์ วิทยุ หรือเครื่องเล่นเพลงในระดับเสียงที่พอดีเพื่อกลบเสียงจากภายนอก การใช้เครื่องทำความชื้นหรือพัดลมที่มีเสียงสม่ำเสมอก็สามารถช่วยได้เช่นกัน [...]