
10/9/2568 • โดย Homeday
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสี – วัสดุปกป้องพื้นผิว เคมีภัณฑ์และวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก จับมือกับพันธมิตร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) และ BigTrees ร่วมจัด โครงการฝึกอาชีพ ‘วิชาชีพช่างงานสีและเคมีภัณฑ์’ เพื่อมอบโอกาสให้แก่ผู้ก้าวพลาดในเรือนจำที่ใกล้พ้นโทษได้เรียนรู้ทักษะอาชีพจริง สามารถนำไปใช้สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหลังจากกลับคืนสู่สังคม โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน โดยมีโรงเรียนตั้งต้นดี (Restart Academy) – โครงการของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้พ้นโทษในการพัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ ลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ และมอบโอกาสให้ผู้เคยทำผิดได้กลับมาเป็นกำลังสำคัญของสังคม โดยได้รับการสนับสนุนจาก พราว เรียล เอสเตท ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการแนะนำโครงการ Restart Center และ BigTrees กลุ่มอนุรักษ์ “ต้นไม้ใหญ่” ในเมือง เพื่อร่วมมือกันเปิดพื้นที่สร้างโอกาสในการฝึกทักษะอาชีพแก่ผู้คนอย่างยั่งยืน [...]

23/1/2569 • โดย Homeday
RT เผยทิศทางธุรกิจปี 69 มุ่งเน้นเติบโตเชิงคุณภาพ ตอกย้ำผู้เชี่ยวชาญงานวิศวกรรมโยธาและธรณีเทคนิค เข้าร่วม JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาศักยภาพองค์กรทุกมิติ ชูกลยุทธ์รุกงานมาร์จิ้นสูง เพิ่มสัดส่วนงานรับรู้รายได้เร็ว เสริมสภาพคล่องรักษากระแสเงินสดรัดกุม เดินหน้ารับงานภาครัฐ-เอกชนหลากหลาย ดัน Backlog สิ้นปีแตะ 1.2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ 3,900 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 15% นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านขุดเจาะอุโมงค์ วิศวกรรมโยธา และ ธรณีเทคนิคครบวงจร เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทมุ่งเน้นเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสร้างการรับรู้รายได้จากการส่งมอบงานอย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาส และจากความได้เปรียบด้านงานวิศวกรรมเฉพาะทางที่มีความซับซ้อนสูง ส่งผลให้ RT มีโอกาสรับงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาศักยภาพองค์กรในทุกมิติ และวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว รองรับการขยายธุรกิจอย่างมั่นคง ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขัน พร้อมก้าวสู่ความเป็นเลิศด้านงานก่อสร้างวิศวกรรมโยธาและธรณีเทคนิคครบวงจร “สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานในปี [...]

7/2/2567 • โดย Homeday
บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แนวราบ แนวสูง ได้รับ ISO รายแรกของไทย มุ่งสู่การดำเนินธุรกิจ ที่ผนวก ESG ร่วมตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม รักษ์ต้นไม้ ชุมชน ได้กำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพลังสีเขียว สู่ชุมชน สังคม ให้น่าอยู่ สู

1/4/2566 • โดย Homeday
ราศีมีน มาต่อกันที่ราศีมีน ซึ่งเป็นคนขี้เหงา มักผิดหวังกับความรักอยู่เสมอ แนะนำให้ปลูก “ต้นเฟื่องฟ้า, กล้วยไม้ และวาสนา” นะคะ จะช่วยส่งเสริมให้เจอแต่เรื่องดี

16/6/2568 • โดย Homeday
ฟิโลเดนดรอนได้กลายเป็นหนึ่งในไม้ประดับภายในบ้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยใบทรงหัวใจที่สวยงาม การดูแลที่ง่ายดาย และความหลากหลายของสายพันธุ์ที่น่าประทับใจ ต้นไม้สกุลนี้มีมากกว่า 480 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในร่มและกลางแจ้ง ความเป็นเอกลักษณ์ของฟิโลเดนดรอนไม่เพียงแค่อยู่ที่ความสวยงาม แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพและการสร้างบรรยากาศที่ดีในบ้านอีกด้วย วิธีเลือกฟิโลเดนดรอนสายพันธุ์ไหนที่เหมาะกับบ้านคุณ? การเลือกฟิโลเดนดรอนสำหรับบ้านนั้นควรพิจารณาปัจจัยหลายประการ โดยสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นได้แก่ ฟิโลเดนดรอนใบหัวใจ (Heartleaf Philodendron) ซึ่งสามารถปรับตัวกับแสงน้อยได้ดีและดูแลง่าย สำหรับผู้ที่ต้องการความโดดเด่น ฟิโลเดนดรอนบราซิล (Brasil Philodendron) จะเป็นตัวเลือกที่ดีด้วยลายใบสีเขียวอมเหลืองที่สะดุดตา สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด ฟิโลเดนดรอนเบอร์กิน (Philodendron Birkin) เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัดและใบที่มีลายเส้นสีครีมบนพื้นเขียวเข้ม ในขณะที่ผู้ที่ต้องการความหรูหราอาจเลือกฟิโลเดンดรอนพิงค์ปริ้นเซส (Pink Princess) ที่มีใบสีเขียวเข้มผสมกับสีชมพูสวยงาม เคล็ดลับการดูแลฟิโลเดนดรอนให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ การจัดแสงและตำแหน่งที่เหมาะสม ฟิโลเดนดรอนต้องการแสงสว่างแบบอ้อมที่ไม่โดนแดดโดยตรง โดยสามารถวางไว้ใกล้หน้าต่างที่หันไปทิศตะวันออกหรือตะวันตก แสงที่น้อยเกินไปจะทำให้ใบมีขนาดเล็กลงและก้านยาวออก ในขณะที่แสงแรงเกินไปจะทำให้ใบเหลืองและไหม้ได้ การรดน้ำที่ถูกต้อง การรดน้ำที่เหมาะสมคือการรอให้ดินแห้งลึกประมาณ 1-2 นิ้วก่อนรดน้ำครั้งต่อไป การรดน้ำมากเกินไปเป็นสาเหตุหลักของการตายของฟิโลเดนดรอน เนื่องจากจะทำให้รากเน่าได้ ในช่วงฤดูหนาวควรลดการรดน้ำลงเนื่องจากการเจริญเติบโตจะช้าลง ดินและการปลูก ฟิโลเดนดรอนต้องการดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีอินทรียวัตถุ โดยสามารถผสมดินเองได้จากดินปลูกกระถาง กาบมะพร้าว และเพอร์ไลต์ในอัตราส่วน 1:1:1 การเปลี่ยนดินทุก 2 ปีจะช่วยป้องกันการสะสมของเกลือแร่และสารเคมีในดิน ประโยชน์ที่น่าประหลาดใจของฟิโลเดนดรอนที่มีต่อสุขภาพ [...]

17/6/2568 • โดย Homeday
การเลือกต้นไม้ประดับหน้าบ้านเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการสร้างบรรยากาศที่ดีและเพิ่มความน่ามองให้กับบ้าน การปลูกต้นไม้ในกระถางเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด เพราะให้ประโยชน์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพื้นที่ในการปลูก สะดวกในการโยกย้าย และสับเปลี่ยนพรรณไม้เพื่อประดับตกแต่งได้ง่าย นอกจากนี้ยังช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสดชื่น น่าอยู่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มร่มเงา และพื้นที่พักผ่อนให้กับบ้าน วิธีการปลูกต้นไม้ในกระถางอย่างถูกต้อง การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม การเลือกต้นไม้ที่จะปลูกควรพิจารณาความชอบส่วนตัวเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอกหรือไม้ใบ พร้อมกับดูความเหมาะสมของต้นไม้ที่เราชอบว่าสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความชื้น ในจุดที่เราจะนำต้นไม้ไปวาง สำหรับการปลูกต้นไม้ในกระถางให้สวยงาม สำคัญที่คุณต้องชอบต้นไม้หรือดอกไม้ชนิดนั้นด้วย การเลือกกระถางที่เหมาะสม การเลือกกระถางควรคำนึงถึงขนาดและพันธุ์ของต้นไม้ที่จะปลูก โดยกระถางควรมีขนาดเหมาะสมกับต้นไม้ กระถางขนาดใหญ่เกินไปจะทำให้เกิดความชื้นส่วนเกินในดิน ขณะที่กระถางขนาดเล็กเกินไปจะจำกัดการเจริญเติบโตของพืช สำหรับไม้ประเภททรงสูง ความกว้างของกระถางควรอยู่ที่ประมาณ 2:3 ของความสูงของต้น การเลือกดินที่เหมาะสม ต้นไม้ในกระถางมักจะชอบดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีการระบายน้ำได้ดี ซึ่งควรผสมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว แกลบ ลงไปในดินเพื่อเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อต้นไม้ ดินที่ใช้ในกระถางต้นไม้ควรจะเป็นดินปนทราย ที่มีพีทมอส ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว ถ่านป่น หรืออิฐป่น ผสมอยู่ด้วย การรดน้ำที่ถูกวิธี การรดน้ำต้องคำนึงถึงความต้องการของต้นไม้แต่ละชนิด เพราะต้นไม้บางชนิดชอบน้ำสามารถรดได้เป็นประจำเช้า-เย็น แต่บางชนิดไม่ชอบน้ำ ควรรดประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือรดเฉพาะเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการรดน้ำคือตอนเช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 06:00-08:00 [...]

30/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนระเบียงคอนโดกลายเป็นแนวโน้มใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนเมืองที่ต้องการผักสดปลอดสารพิษไว้บริโภคในครอบครัว เทคนิคการปลูกพืชในน้ำนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ยังสามารถควบคุมคุณภาพการผลิตได้ดีกว่าการปลูกในดินธรรมดา ระบบไฮโดรโปนิกส์ช่วยให้ผู้ปลูกสามารถผลิตผักใบเขียวหลากหลายชนิด เช่น ผักสลัด กวางตุ้ง ผักบุ้ง และสมุนไพรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในพื้นที่จำกัดของระเบียงคอนโดมิเนียม การเพาะปลูกด้วยวิธีนี้ยังช่วยลดปัญหาศัตรูพืชและโรคพืชที่มักเกิดขึ้นในการปลูกแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งให้ผลผลิตที่เติบโตเร็วกว่าและมีคุณภาพดีกว่าการปลูกในดิน ระบบไฮโดรโปนิกส์คืออะไรและทำไมเหมาะกับระเบียงคอนโด? การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์เป็นเทคนิคการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน แต่ให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง ระบบนี้ได้รับการพัฒนามาเพื่อทดแทนธาตุอาหารที่พืชต้องการจากดิน ด้วยปุ๋ยเคมีที่ละลายในน้ำ ข้อดีสำคัญของระบบไฮโดรโปนิกส์คือการควบคุมปัจจัยการเจริญเติบโตได้อย่างแม่นยำ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ สำหรับคนที่อาศัยในคอนโดมิเนียม ระบบไฮโดรโปนิกส์เป็นทางเลือกที่เหมาะสมเนื่องจากใช้พื้นที่น้อย ไม่มีดินเลอะเทอะ และสามารถจัดวางได้หลากหลายรูปแบบ การปลูกแบบนี้ยังช่วยลดปัญหาแมลงและศัตรูพืชที่มักพบในการปลูกด้วยดิน ระบบน้ำนิ่งหรือ Deep Water Culture เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมีการลงทุนต่ำและง่ายต่อการดูแล ข้อดีอีกประการหนึ่งคือการประหยัดน้ำ เนื่องจากระบบหมุนเวียนน้ำทำให้ใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกในดิน นอกจากนี้ยังสามารถปลูกได้ตลอดปี ไม่ขึ้นกับฤดูกาล และให้ผลผลิตเร็วกว่าการปลูกแบบดั้งเดิม การเตรียมอุปกรณ์และวัสดุสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มีอะไรบ้าง? การเตรียมอุปกรณ์สำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนระเบียงคอนโดต้องเริ่มจากการเลือกภาชนะที่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นกล่องพลาสติกถนอมอาหาร แก้วเซเว่น หรือกระบะขนาดต่างๆ ตามพื้นที่ที่มี สิ่งสำคัญคือภาชนะต้องทึบแสงเพื่อป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำ หากใช้ภาชนะใสต้องหาวิธีปิดกั้นแสงด้วยถุงพลาสติกสีดำหรือวัสดุอื่น ฟองน้ำเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเพาะเมล็ด โดยต้องตัดเป็นลูกเต๋าขนาด 1×1 นิ้ว และกรีดเป็นเครื่องหมายบวกตรงกลางโดยไม่ให้ทะลุ โฟมที่ใช้ควรมีความหนาแน่นเหมาะสม เพื่อให้สามารถดูดซับน้ำได้ดีและค้ำจุนต้นกล้าได้อย่างมั่นคง ถ้วยปลูกหรือตะแกรงเล็กๆ ใช้สำหรับวางฟองน้ำและป้องกันไม่ให้ต้นไม้ตกลงไปในน้ำ ปุ๋ย A [...]

17/6/2568 • โดย Homeday
สารพิษที่แอบแฝงในบ้านของเราจริงหรือ? บ้านสมัยใหม่อาจดูสะอาดและปลอดภัย แต่ความจริงแล้วเต็มไปด้วยสารเคมีอันตรายที่มองไม่เห็น สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย หรือที่เรียกว่า VOCs สามารถคิดเป็น 90% ของมลพิษอากาศภายในอาคาร สารเหล่านี้มาจากเฟอร์นิเจอร์ สีทาบ้าน วัสดุก่อสร้าง และแม้แต่พรมในบ้านของเรา สารพิษหลักที่พบในบ้านได้แก่ ฟอร์มาลดีไฮด์จากไม้อัดและเฟอร์นิเจอร์ เบนซีนจากพลาสติกและหมึกพิมพ์ ไตรคลอโรเอทธิลีนจากสีทาบ้าน และไซลีนจากแผ่นไม้แปรรูป การสัมผัสสารเหล่านี้เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว เวียนศีรษะ ระคายเคืองตา และระบบทางเดินหายใจ การศึกษาของ NASA เปิดเผยความสามารถของพืช การศึกษาที่มีชื่อเสียงของ NASA ในปี 1989 พบว่าพืชในบ้านสามารถกำจัดสารพิษจากอากาศได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดที่มีการหมุนเวียนอากาศน้อย การทดลองใช้ห้องปิดผนึกจากกระจกใสและปล่อยสารเคมีอันตรายเข้าไป จากนั้นวัดประสิทธิภาพการกำจัดของพืชภายใน 24 ชั่วโมง ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าพืชหลายชนิดสามารถลดความเข้มข้นของสารพิษได้มากถึง 90% โดยเฉพาะพืชสกุลฟิโลเดนดรอนที่แสดงประสิทธิภาพสูงในการกำจัดฟอร์มาลดีไฮด์และต้นแอลเวร่าที่มีประสิทธิภาพในการขจัดฟอร์มาลดีไฮด์ในความเข้มข้นต่ำ กลไกการทำงานของพืชในการกรองอากาศ พืชกรองอากาศผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “ไฟโตรีมีดิเอชัน” ซึ่งทำงานผ่านหลายวิธี ได้แก่ การดูดซึม การเจือจาง การตกตะกอน และการกรอง ใบพืชดูดซึมโมเลกุลในอากาศผ่านปากใบ ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักในกระบวนการดูดซึมและกรอง สิ่งที่น่าสนใจคือ ระบบรากและดินหรือตัวกลางการปลูกมีบทบาทสำคัญในการดูดซับสารมลพิษมากกว่าตัวพืชเอง ชุมชนจุลินทรีย์รอบระบบรากช่วยดูดซับและย่อยสลายสารพิษ นอกจากนี้ พืชยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อสุขภาพมนุษย์ ข้อจำกัดของการใช้พืชกรองอากาศ [...]

19/6/2566 • โดย Homeday
พื้นที่รอบ ๆ ตัวอาคาร Clubhouse จะเป็นพื้นที่สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ มีสนามหญ้า ต้นไม้ ดอกไม้ ทะเลสาบเล็ก ๆ มี Pavilion ให้เราได้นั่งเล่นชมบรรยากาศกันอีกด

21/7/2564 • โดย Homeday
สำหรับชาวคอนโดที่รักการปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ แต่พื้นที่มีไม่พอ เลยต้องจัดโซนสวนไว้ที่ริมระเบียงกันใช่ไหมคะ วันนี้แอดมินมีต้นไม้ทนแดดได้ดี สามารถเลี

27/5/2568 • โดย Homeday
พื้นที่หน้าบ้านถือเป็นจุดแรกที่แขกผู้มาเยือนจะเห็น และเป็นพื้นที่ที่เราต้องผ่านทุกวัน การมีสวนหน้าบ้านที่สวยงามจึงไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรพย์อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ พื้นที่กว้างหรือแคบ ต่างก็สามารถจัดสวนให้สวยงามได้ตามสไตล์และงบประมาณที่มี ทำไมควรจัดสวนหน้าบ้าน? การจัดสวนหน้าบ้านมีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความร่มรื่นและสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่แล้ว ยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้าน โดยเฉพาะสำหรับบ้านทาวน์เฮ้าส์ที่มีระยะห่างจากบ้านข้างเคียงไม่มาก สวนหน้าบ้านยังช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบบ้าน ปรับปรุงคุณภาพอากาศ และสร้างพื้นที่พักผ่อนที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย การมีสวนหน้าบ้านยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เนื่องจากช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ และสร้างความประทับใจแรกพบที่ดีให้กับผู้มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นแขก เพื่อน หรือแม้แต่ตัวเราเองที่กลับบ้านทุกวัน ไอเดียจัดสวนหน้าบ้านสำหรับพื้นที่กว้าง สวนมุมจิบกาแฟแสนชิลหนึ่งในไอเดียที่ได้รับความนิยมสูงคือการจัดสวนหน้าบ้านให้เป็นมุมจิบกาแฟ โดยการแบ่งพื้นที่เป็นโซนต่างๆ มีทั้งกลุ่มต้นไม้ทนแดด ไม้พุ่ม และเฟิร์นต่างๆ ส่วนพื้นโรยด้วยหินกรวดและหินปูทางเดิน พร้อมก่ออิฐบล็อกไว้รอบๆ ตรงกลางปูพื้นกระเบื้องไว้สำหรับวางโต๊ะจิบกาแฟ และมีชิงช้าข้างๆ เอาไว้นั่งเล่น การจัดสวนแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบนั่งพักผ่อนในสวน โดยเฉพาะยามเช้าที่อากาศยังเย็นสบาย สามารถจิบกาแฟเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ การเลือกต้นไม้ควรเน้นไม้ที่ให้ร่มเงาและมีกลิ่นหอม เช่น ดอกมะลิ กุหลาบ หรือมะลิลา เพื่อเพิ่มบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สวนสไตล์อังกฤษในเมืองร้อน สำหรับคนที่หลงใหลในความคลาสสิกและความหรูหรา สวนสไตล์อังกฤษเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยการใช้ต้นไม้เมืองร้อนที่เหมาะกับอากาศประเทศไทย แต่จัดวางในรูปแบบสวนอังกฤษ ทำให้ได้สวนที่ดูดี หรู และร่มรื่นไม่แพ้สวนในต่างประเทศ การจัดสวนสไตล์นี้เน้นการใช้ไม้ดอกหลากสี เช่น ดอกไม้สีชมพู สีฟ้า สีขาว หรือปลูกสวนกุหลาบ [...]

29/4/2568 • โดย Homeday
การปลูกต้นไม้ใหญ่ในบริเวณบ้านนั้นมีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปี ต้นไม้ใหญ่ช่วยสร้างร่มเงาบังแดด ทำให้อุณหภูมิโดยรอบบ้านลดลง ช่วยประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ยังช่วยกรองฝุ่นละออง เพิ่มออกซิเจน และสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่ ต้นไม้ใหญ่บางชนิดยังให้ดอกสวยงามหรือมีกลิ่นหอม เสริมสร้างสุนทรียภาพให้กับที่อยู่อาศัย อีกทั้งยังช่วยต้านแรงลม และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้านอีกด้วย 12 ต้นไม้ใหญ่ที่เหมาะสำหรับปลูกในบ้านเพื่อให้ร่มเงา ต้นพะยอม – ไม้ใหญ่ที่ให้ดอกหอมสวยงาม ต้นพะยอมเป็นหนึ่งในต้นไม้ใหญ่ที่นิยมปลูกในบริเวณบ้าน ด้วยความสูงเฉลี่ย 15-30 เมตร จึงให้ร่มเงาได้ดีเยี่ยม ดอกพะยอมสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เริ่มบานในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ทำให้บรรยากาศรอบบ้านร่มรื่นและหอมสดชื่น ต้นพะยอมเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ต้องการน้ำพอประมาณและแสงแดดเต็มที่ จึงเหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่โล่งแจ้งของบ้าน เช่น สวนหน้าบ้านหรือสวนข้างบ้าน เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน ต้นราชพฤกษ์ – ไม้มงคลประจำชาติไทย ต้นราชพฤกษ์หรือต้นคูน เป็นไม้มงคลประจำชาติไทยที่มีความสูงประมาณ 10-20 เมตร ให้ร่มเงาได้ดีและดูแลง่าย สามารถเติบโตได้ในดินเกือบทุกชนิดโดยเฉพาะดินปนทราย ดอกราชพฤกษ์สีเหลืองสดใสออกเป็นช่อในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม เพิ่มความสวยงามให้กับบริเวณบ้าน ต้นราชพฤกษ์ถือเป็นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าช่วยเสริมเรื่องความเจริญรุ่งเรืองและทรัพย์สิน จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบต้นไม้ที่มีความหมายดีและให้ความร่มรื่น ต้นแคนา – ไม้ใหญ่ดอกสวยและรับประทานได้ ต้นแคนาเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 10-25 เมตร มีทรงพุ่มเป็นรูปไข่สวยงาม เหมาะกับการจัดสวน ต้นแคนาชอบแดดจัด จึงควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงตลอดวัน ข้อดีพิเศษของต้นแคนาคือดอกของมันสามารถนำไปประกอบอาหารได้ [...]