กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

19/3/2568 • โดย Homeday
ความปลอดภัยภายในบ้านเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกครอบครัว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในบ้านสามารถป้องกันได้ด้วยความระมัดระวังและการวางแผนที่ดี บทความนี้จะนำเสนอ 10 วิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัว 1. การจัดการพื้นที่และการเคลื่อนย้าย พื้นที่เสี่ยงต่อการลื่นล้ม การป้องกันอุบัติเหตุเริ่มจากการตรวจสอบพื้นผิวภายในบ้าน พื้นที่เปียกชื้นหรือลื่นเป็นสาเหตุหลักของการหกล้ม ควรใช้พรมกันลื่นในบริเวณที่มีความเสี่ยง เช่น ห้องน้ำ ครัว และบริเวณทางเข้าบ้าน ทำความสะอาดคราบน้ำหรือของเหลวทันทีเมื่อพบ และติดตั้งราวจับตามจุดเสี่ยงเพื่อช่วยพยุงตัว การจัดวางสิ่งของ เก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ วางสิ่งของที่ใช้บ่อยให้อยู่ในตำแหน่งที่เอื้อต่อการใช้งาน หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของกีดขวางทางเดิน ใช้ชั้นวางของที่มีความมั่นคง และติดตั้งอย่างถูกวิธี 2. ความปลอดภัยสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ การป้องกันเด็ก ติดตั้งประตูกั้นบันได ครอบปลั๊กไฟ และเก็บวัตถุมีคม วัสดุอันตราย ให้พ้นมือเด็ก ควบคุมดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เช่น ครัว และห้องน้ำ การดูแลผู้สูงอายุ จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ เพิ่มแสงสว่างตามจุดต่างๆ ใช้เก้าอี้นั่งอาบน้ำ และจัดวางสิ่งของให้หยิบจับได้ง่าย 3. การตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ การตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟ ตรวจสอบสภาพสายไฟอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้สายไฟที่ชำรุด เก่า หรือมีรอยแตก เปลี่ยนปลั๊กไฟที่มีรอยชำรุด ใช้ปลั๊กพ่วงที่มีระบบป้องกันไฟเกิน การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน ไม่ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าใกล้แหล่งน้ำ และตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง [...]

13/3/2569 • โดย Homeday
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM โดย นางวิภาศิริ แสงวัชระกุล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ESG กลุ่มกำกับดูแลกิจการและบริหารความเสี่ยง พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมมอบเงินสนับสนุนแก่ ดร.ธาริษา วัฒนเกส ประธานกรรมการมูลนิธิสายเด็ก 1387 จำนวน 115,000 บาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ และช่องทางให้คำปรึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการให้คำปรึกษา รับแจ้งเหตุ และให้ความช่วยเหลือแก่เด็ก และเยาวชนที่ประสบปัญหา รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดูแลและคุ้มครองเป็นไปอย่างเหมาะสมและทันท่วงที การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมในระยะยาว BAM เชื่อว่าการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทางสังคมในการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” และโอกาสในการเติบโตอย่างมีคุณภาพให้กับ คนรุ่นใหม่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

15/3/2568 • โดย Homeday
การซื้อที่ดินติดภูเขาเป็นการลงทุนที่น่าสนใจและท้าทาย ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้พื้นที่ที่มีศักยภาพและปลอดภัย บทความนี้จะแนะนำข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนควรทราบก่อนตัดสินใจซื้อที่ดินในบริเวณภูเขา ความท้าทายทางภูมิประเทศและสภาพแวดล้อม การซื้อที่ดินติดภูเขามีความซับซ้อนมากกว่าการซื้อที่ดินทั่วไป เนื่องจากภูมิประเทศที่มีความลาดชันและสภาพแวดล้อมที่เฉพาะตัว นักลงทุนต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ: การวิเคราะห์สภาพพื้นที่ การสำรวจสภาพภูมิประเทศอย่างละเอียดเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ต้องตรวจสอบความลาดชัน ความมั่นคงของดิน และโครงสร้างทางธรณีวิทยา พื้นที่ที่มีความลาดชันสูงอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม หรือการเคลื่อนตัวของหน้าดิน นักธรณีวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิประเทศสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ที่ดินติดภูเขามักอยู่ใกล้พื้นที่อนุรักษ์หรือเขตป่าสงวน ต้องตรวจสอบกฎระเบียบและข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ที่ดิน บางพื้นที่อาจมีข้อห้ามในการก่อสร้างหรือการพัฒนา รวมถึงต้องพิจารณาผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้น กฎหมายและข้อกำหนดพิเศษ การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ เอกสารสิทธิ์ของที่ดินติดภูเขามีความซับซ้อนมากกว่าที่ดินทั่วไป ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด: ตรวจสอบประเภทเอกสารสิทธิ์ (โฉนด นส.3 นส.3ก) ตรวจสอบแนวเขตที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อจำกัดทางกฎหมายในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับการก่อสร้าง การก่อสร้างในพื้นที่ภูเขามีข้อกำหนดเฉพาะ ต้องคำนึงถึง: มาตรฐานการออกแบบโครงสร้างที่เหมาะสมกับภูมิประเทศ ระเบียบการก่อสร้างในพื้นที่เสี่ยง ความจำเป็นในการทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การประเมินความเสี่ยง ภัยธรรมชาติ พื้นที่ติดภูเขามีความเสี่ยงสูงต่อภัยธรรมชาติ ได้แก่: ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก แผ่นดินไหว การกัดเซาะของหน้าดิน การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียด การวางแผนการป้องกัน ออกแบบระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ เตรียมมาตรการป้องกันการพังทลายของดิน วางแผนฉุกเฉินสำหรับภัยธรรมชาติ ต้นทุนและค่าใช้จ่ายพิเศษ งบประมาณการพัฒนา การพัฒนาที่ดินติดภูเขามีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ดินทั่วไป เนื่องจาก: ต้องทำการปรับพื้นที่และถมดิน [...]

21/11/2568 • โดย Homeday
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยกระดับการดูแลความปลอดภัยครบวงจร เตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและสถานการณ์วิกฤต ด้วยโปรแกรมเชิงรุก “Crisis Preparedness & Respond” จัดอบรมเข้มเสริมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน ครอบคลุมการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง การสื่อสารในภาวะวิกฤติ และ การปฐมพยาบาลทางจิตใจ (Psychological First Aid) เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบหลังเหตุการณ์ฉุกเฉิน เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติรูปแบบใหม่ (The New Wave of Disaster) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ปรับแผนให้รัดกุมและเหมาะสมกับยุคสมัย มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมพัฒนาทักษะทีมงานให้พร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ เสริมแนวทางบริหารความปลอดภัยแบบครบวงจร ทั้งเจ้าหน้าที่มืออาชีพ รวมถึง LIV-24 Smart Tech ที่ตรวจสอบและแจ้งเตือนเหตุผิดปกติแบบเรียลไทม์ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าดูแลความปลอดภัยเชิงรุก จัดอบรมในโปรแกรม Crisis Preparedness & Response [...]

29/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ดีต้องมองไกลกว่าราคาและทำเลในปัจจุบัน แต่ต้องคำนึงถึงศักยภาพการเติบโตของพื้นที่ในอนาคต การเลือกทำเลลงทุนที่รองรับการขยายเมืองจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่นักลงทุนมืออาชีพให้ความสำคัญ ปัจจัยหลักในการวิเคราะห์ศักยภาพการขยายตัวของเมือง โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นสัญญาณสำคัญของการเติบโตเมือง นักลงทุนต้องติดตามแผนการพัฒนาระบบคมนาคมอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า ทางด่วน หรือสนามบิน โครงการขนาดใหญ่เหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ตัวอย่างเช่น การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ หรือการก่อสร้างทางด่วนพิเศษ ล้วนส่งผลให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด การเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุน พื้นที่ที่มีการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนย่อมบ่งบอกถึงศักยภาพการเติบโต นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ: เขตนิคมอุตสาหกรรมใหม่ การก่อสร้างศูนย์กลางธุรกิจ โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ การมีแหล่งงานและการลงทุนใหม่ๆ ย่อมดึงดูดประชากรและสร้างความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ แนวโน้มประชากรและการเคลื่อนย้าย การวิเคราะห์แนวโน้มประชากรเป็นเครื่องชี้วัดสำคัญ พื้นที่ที่มีอัตราการเติบโตของประชากรสูง โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและนักธุรกิจ ย่อมสร้างความต้องการที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ทำเลลงทุน แผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน การศึกษาแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินจากหน่วยงานราชการ ช่วยให้เห็นทิศทางการขยายตัวของเมืองอย่างชัดเจน พื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่เกษตรกรรมเป็นพื้นที่พัฒนาเมือง มักมีศักยภาพในการลงทุนสูง ข้อมูลราคาอสังหาริมทรัพย์ในอดีต การวิเคราะห์ราคาอสังหาริมทรัพย์ย้อนหลัง ช่วยให้เห็นแนวโน้มการเติบโตของพื้นที่ นักลงทุนควรมองหาพื้นที่ที่มีอัตราการเติบโตของราคาอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์การลงทุนอย่างชาญฉลาด การกระจายการลงทุน ไม่ควรลงทุนทั้งหมดในพื้นที่เดียว การกระจายการลงทุนในหลายทำเลช่วยลดความเสี่ยง โดยเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพการเติบโตแตกต่างกัน การติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตามข่าวสารและแนวโน้มการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ ข้อควรระวังในการลงทุน ตรวจสอบกฎระเบียบและข้อบังคับ ความถูกต้องทางกฎหมายและข้อบังคับการใช้ที่ดินเป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ประเมินความเสี่ยง การลงทุนทุกประเภทย่อมมีความเสี่ยง การประเมินอย่างรอบคอบและมีเหตุผลจะช่วยลดความเสี่ยงได้ สรุป การเลือกทำเลลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่รองรับการขยายเมืองต้องอาศัยการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ติดตามข้อมูล [...]

11/3/2569 • โดย Homeday
เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) มองว่า แม้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกจะยังสร้างความไม่แน่นอนต่อบรรยากาศการเดินทางในระยะสั้น แต่ความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยยังไม่ได้หายไป เพียงแต่เริ่มปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางให้เหมาะกับระดับความเสี่ยง งบประมาณ และความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศยังมีโอกาสเติบโต หากสามารถออกแบบประสบการณ์และความคุ้มค่าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้จริง นายโชติช่วง ศูรางกูร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เริ่มส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักเดินทางบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่มีแผนเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางฝั่งตะวันตก ซึ่งบางรายเริ่มพิจารณาทางเลือก เช่น การเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่ไม่มีเที่ยวบินตรง ขณะที่นักเดินทางรายใหม่มีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจเพื่อประเมินสถานการณ์ หรือเปลี่ยนจุดหมายไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียแทน ทั้งนี้มองว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาวปัจจัยที่ต้องติดตามมากกว่าคือ ราคาน้ำมัน ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจโลกในหลายด้าน ทั้งต้นทุนการเดินทาง ค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งล้วนส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว สำหรับภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า (Inbound) ในปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยลดลงเล็กน้อยจากปี 2567 ซึ่งมีประมาณ 35 ล้านคน โดยปัจจัยหนึ่งมาจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ [...]

12/2/2569 • โดย Homeday
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังคงขยายตัวได้ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน โดยบริษัทฯ วางแผนดำเนินธุรกิจปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพ ความคล่องตัว และนวัตกรรม เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท พร้อมแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งสิ้น 4 – 6 โครงการ มูลค่ารวม 3,500 – 4,500 ล้านบาทครอบคลุมทั้งทาวน์โฮม บ้านแนวคิดใหม่ และบ้านเดี่ยวในช่วงราคา 2-12 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง และในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทปรับตัวเพื่อผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ 1. ต้องรักษาสภาพคล่องให้ได้ 2. ควบคุมอัตราหนี้สินต่อทุน เพื่อลดความเสี่ยง 3. การเปิดโครงการใหม่ต้องแม่นยำ และมีข้อมูลที่ดี 4. บริหาร Quality ทั้งสินค้า ระบบบริหาร และทรัพยากรมนุษย์ ช่วงรอเศรษฐกิจฟื้นตัว และ 5. ยกระดับองค์กรตามแนวทาง ESG เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าในระยะยาว นายไชยยันต์ ชาครกุล [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่การออมเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับเป้าหมายทางการเงินในอนาคต การลงทุนกลายเป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ต้องการวางแผนระยะยาว ปี 2025 เป็นปีที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายในการลงทุน บทความนี้จะแนะนำ 7 ประเภทการลงทุนที่น่าสนใจในปี 2025 พร้อมข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น การลงทุนระยะสั้นและระยะยาวต่างกันอย่างไร? การลงทุนสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือ การลงทุนระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในแง่ของระยะเวลา ผลตอบแทน และความเสี่ยง การลงทุนระยะสั้นมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนในช่วงเวลาไม่เกิน 3 เดือนถึง 3 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสภาพคล่องและอาจต้องการใช้เงินในระยะเวลาอันใกล้ ตัวอย่างการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ ตราสารหนี้ระยะสั้น หุ้นกู้ระยะสั้น การซื้อขายหุ้นแบบรายวัน การซื้อขายใบจองอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในค่าเงินหรือค่าเงินดิจิทัล ส่วนการลงทุนระยะยาว คือการวางแผนลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนและบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป หรือบางกรณีอาจนานถึง 5-10 ปี หรือมากกว่านั้น การลงทุนแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสะสมความมั่งคั่ง เช่น การเตรียมเงินเพื่อเกษียณ หรือการสะสมทรัพย์สินขนาดใหญ่ ตัวอย่างการลงทุนระยะยาว ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หุ้นสามัญ อสังหาริมทรัพย์ และของมีค่า เช่น ทองคำ ตราสารหนี้และพันธบัตร: ทางเลือกที่มั่นคงสำหรับนักลงทุนมือใหม่? ตราสารหนี้และพันธบัตรเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยของเงินต้น [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
บลจ. ไทยพาณิชย์ ประเดิมกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เน้นตราสารภาครัฐต่างประเทศ เสริมโอกาสรับผลตอบแทนแบบเต็มมูลค่า พร้อม IPO กองทุนแรก SCBSBUSD6M1 เปิดเสนอขาย 24 ก.พ. 68 – 3 มี.ค. 68 นี้ นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (“SCBAM”) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มชะลอตัวและมีความไม่แน่นอนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังสูง ทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง และมีแผนปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายช้ากว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ SCBAM จึงมองว่าการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดี ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงเวลานี้ อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยง ลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน โดยการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศด้วยสกุลเงิน USD ถือเป็นทางเลือกการลงทุนใหม่สำหรับนักลงทุนที่มีความต้องการคงสินทรัพย์อยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศ พร้อมโอกาสรับดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง SCBAM จึงจัดตั้งกองทุนประเภท Term Fund อายุ 6 เดือน ที่มีการลงทุนในตราสารภาครัฐต่างประเทศและให้ผลตอบแทนในสกุลเงิน USD โดยประเดิมกองทุนแรก คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารภาครัฐ USD 6 เดือน 1 [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชเขียวที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับมาอย่างยาวนาน ด้วยความสวยงามของใบสีเขียวสดที่มีรูปทรงหลากหลาย ทำให้เฟิร์นเป็นที่นิยมในการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากความสวยงามแล้ว เฟิร์นยังมีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชื้น และบางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เฟิร์นคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร? เฟิร์นเป็นพืชชั้นต่ำที่มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบลำต้นตั้งตรง ทอดตัวไปกับพื้นดิน และแบบเหง้าใต้ดิน ลำต้นทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงน้ำและอาหาร เฟิร์นเป็นพืชที่ไม่มีดอกหรือเมล็ด แต่สามารถแพร่พันธุ์ได้ด้วยสปอร์ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เล็กๆ ที่อยู่บริเวณใต้ใบ เฟิร์นมีประมาณ 20,000 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ชุ่มชื้น ภูเขาสูง พื้นที่เปิดโล่ง ในน้ำ บนหิน หรือแม้แต่บนต้นไม้อื่น ในระบบนิเวศ เฟิร์นหลายชนิดอยู่ร่วมกับเชื้อราไมคอร์ไรซา ซึ่งช่วยในการดูดซึมสารอาหาร ในแง่ของโครงสร้างทางพฤกษศาสตร์ เฟิร์นประกอบด้วยลำต้น (มักเป็นเหง้าใต้ดิน) ใบ และราก บางชนิดอาจมีลำต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ประโยชน์ที่น่าทึ่งของการปลูกเฟิร์นในบ้านมีอะไรบ้าง? การปลูกเฟิร์นไว้ในบ้านมีประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม ดังนี้: ช่วยฟอกอากาศได้ดีเยี่ยม เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการฟอกอากาศ สามารถขจัดสารพิษในอากาศได้หลายชนิด เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ที่พบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไตรคลอโรเอทิลีนในผลิตภัณฑ์ซักแห้ง ไซลีนในสีและกาว และโทลูอีนที่พบในทินเนอร์และน้ำมันเบนซิน การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเฟิร์นสามารถลดมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ [...]

4/10/2567 • โดย Homeday
ในโลกของการลงทุน อสังหาริมทรัพย์ให้เช่ามักถูกมองว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่งคั่งและบรรลุอิสรภาพทางการเงิน แต่เป็นความจริงเสมอไปหรือ? ในขณะที่หลายคนประสบความสำเร็จจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ก็มีอีกไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับความท้าทายและความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ภาระหนี้สินอันหนัก

13/2/2568 • โดย Homeday
เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนมักพบปัญหาสัตว์เลี้ยงกัดทำลายข้าวของเมื่อต้องอยู่บ้านตามลำพัง ไม่ว่าจะเป็นการกัดเฟอร์นิเจอร์ ขุดที่นอน หรือทำลายสิ่งของต่างๆ พฤติกรรมเหล่านี้สร้างความกังวลใจให้กับเจ้าของเป็นอย่างมาก บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าว สาเหตุที่ทำให้สุนัขเห่าบ่อย สุนัขมักเห่าด้วยสาเหตุหลายประการ การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด: ความเหงาและวิตกกังวล สุนัขเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการปฏิสัมพันธ์ เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังเป็นเวลานาน อาจเกิดความเครียดและแสดงออกด้วยการเห่า โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของออกไปทำงาน การป้องกันอาณาเขต สุนัขมีสัญชาตญาณในการปกป้องพื้นที่ของตน เมื่อได้ยินเสียงหรือเห็นคนแปลกหน้าเดินผ่าน จะเห่าเพื่อเตือนภัยและแสดงการปกป้องเขตแดน ความตื่นเต้นหรือต้องการความสนใจ บางครั้งสุนัขเห่าเพราะต้องการสื่อสารกับเจ้าของ เช่น อยากเล่น หิว หรือต้องการออกไปขับถ่าย ปัญหาสุขภาพ ความเจ็บป่วยหรือความไม่สบายตัวอาจทำให้สุนัขเห่ามากกว่าปกติ สาเหตุของพฤติกรรมทำลายข้าวของ ความวิตกกังวลจากการพลัดพราก สัตว์เลี้ยงมักเกิดความเครียดเมื่อต้องอยู่คนเดียว โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีความผูกพันกับเจ้าของสูง การถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังอาจทำให้พวกเขารู้สึกกลัว เหงา และวิตกกังวล นำไปสู่พฤติกรรมทำลายข้าวของเพื่อระบายความเครียด หรือเรียกร้องความสนใจ ขาดการออกกำลังกายและกิจกรรม สัตว์เลี้ยงที่มีพลังงานสะสมมากเกินไปและไม่ได้รับการปลดปล่อย มักแสดงออกด้วยการทำลายข้าวของ โดยเฉพาะสุนัขที่ต้องการการออกกำลังกายสม่ำเสมอ การขาดกิจกรรมที่ท้าทายทั้งทางร่างกายและสมองอาจทำให้พวกเขาหาทางระบายพลังงานในทางที่ไม่เหมาะสม สัญชาตญาณตามธรรมชาติ สัตว์เลี้ยงมีสัญชาตญาณในการขุด กัด และสำรวจสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เมื่อไม่มีทางเลือกที่เหมาะสมในการแสดงออก พวกเขาจึงหันมาทำลายข้าวของในบ้านแทน ผลกระทบต่อสุขภาพจิตของสัตว์เลี้ยง ความเครียดสะสม การถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวเป็นประจำโดยไม่มีการจัดการที่เหมาะสม อาจทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียดสะสม ส่งผลต่อพฤติกรรมและสุขภาพในระยะยาว เช่น เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ [...]