กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

12/3/2568 • โดย Homeday
ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยงมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดปัญหาผิวหนัง สิ่งแวดล้อมที่ชื้นแฉะและอับทำให้เกิดสภาวะที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพผิวหนังของสัตว์เลี้ยง ความชื้นกับการเพิ่มจำนวนของเชื้อโรค ความชื้นสูงในช่วงฤดูฝนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นโรคผิวหนัง เมื่ออุณหภูมิและความชื้นเพิ่มสูงขึ้น จะเกิดสภาวะที่เหมาะสมต่อการเติบโตของ: เชื้อรา แบคทีเรีย เห็บ หมัด สิ่งมีชีวิตเหล่านี้สามารถเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและอบอุ่น ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง 1. การระบายอากาศไม่ดี พื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงที่มีอากาศถ่ายเทน้อย จะทำให้ความชื้นสะสมและเพิ่มโอกาสการเกิดโรคผิวหนัง บริเวณที่นอน กรง หรือพื้นที่พักผ่อนควรมีการระบายอากาศที่ดี 2. ความสกปรก การไม่ทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงและบริเวณที่อยู่อาศัยอย่างสม่ำเสมอ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เชื้อโรคเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว 3. ภูมิต้านทานที่อ่อนแอ สัตว์เลี้ยงบางตัวที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือกำลังเจ็บป่วย จะมีความเสี่ยงสูงต่อการติดโรคผิวหนังมากขึ้น อาการของโรคผิวหนังที่พบบ่อย สัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคผิวหนังมักแสดงอาการดังนี้: คันบริเวณผิวหนัง ผิวหนังแดง มีผื่นหรือจุดขาว ขนร่วง มีกลิ่นเหม็นจากผิวหนัง เกา ถูตัว หรือกัดบริเวณที่คัน การป้องกันโรคผิวหนังในฤดูฝน การดูแลความสะอาด อาบน้ำสัตว์เลี้ยงด้วยความถี่ที่เหมาะสม ทำความสะอาดอุปกรณ์นอน เช็ดทำความสะอาดบริเวณที่อยู่อาศัยให้แห้งอยู่เสมอ การตรวจสอบสุขภาพ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง ตรวจหาเห็บ หมัด พาไปพบสัตวแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ เทคนิคการดูแลเฉพาะช่วงฤดูฝน การควบคุมความชื้น ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้น เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ใช้วัสดุรองนอนที่ดูดซับความชื้นได้ดี การเสริมภูมิคุ้มกัน [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันไม่ใช่แค่การให้อาหารและที่พักพิงเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีเบอร์โทรฉุกเฉินติดไว้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที เบอร์โทรโรงพยาบาลสัตว์และคลินิก การมีเบอร์โทรโรงพยาบาลสัตว์และคลินิกใกล้บ้านติดไว้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ควรมีอย่างน้อย 2-3 แห่งที่เปิด 24 ชั่วโมง เพราะอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา นอกจากนี้ควรบันทึกที่อยู่และเส้นทางไปยังสถานพยาบาลแต่ละแห่งไว้ด้วย เบอร์โทรบริการรถพยาบาลสัตว์ ในกรณีที่สัตว์เลี้ยงบาดเจ็บรุนแรงหรือไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ บริการรถพยาบาลสัตว์จะเป็นตัวช่วยสำคัญ ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่ให้บริการทั้งภาครัฐและเอกชน ควรมีเบอร์ติดต่อไว้อย่างน้อย 2 แห่ง เบอร์โทรหน่วยกู้ภัยสัตว์ กรณีสัตว์เลี้ยงพลัดหลงหรือติดอยู่ในที่อันตราย หน่วยกู้ภัยสัตว์จะมีความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือ เช่น มูลนิธิพิทักษ์สัตว์ หน่วยกู้ภัยสัตว์ประจำท้องถิ่น เบอร์โทรร้านขายยาสัตว์ ในกรณีฉุกเฉินที่ต้องการยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เร่งด่วน การมีเบอร์ร้านขายยาสัตว์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงจะช่วยให้สามารถสอบถามและจัดหาได้ทันที เบอร์โทรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สัตว์เลี้ยงบางชนิดต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ควรมีเบอร์ติดต่อผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น สัตวแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ การจัดเก็บเบอร์โทรฉุกเฉิน บันทึกในโทรศัพท์มือถือพร้อมระบุชื่อให้ค้นหาง่าย ติดไว้ในที่เห็นชัดเจนภายในบ้าน แชร์ให้สมาชิกในครอบครัวทุกคน อัพเดทข้อมูลทุก 6 เดือน สรุป การเตรียมเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างทันท่วงที เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรรวบรวมและจัดเก็บเบอร์โทรสำคัญไว้ในที่ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว #สัตว์เลี้ยง #สาระ #เบอร์ฉุกเฉิน #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์ #โรงพยาบาลสัตว์ #การเตรียมพร้อม #เจ้าของสัตว์เลี้ยง

12/3/2568 • โดย Homeday
ไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถสร้างปัญหาสุขภาพให้กับสัตว์เลี้ยงได้อย่างน่าตกใจ สัตว์เลี้ยงที่มีความไวต่อสิ่งแวดล้อมมักจะประสบปัญหาการแพ้ไรฝุ่นได้ง่าย โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีผิวหนังและระบบภูมิคุ้มกันที่ละเอียดอ่อน ทำความเข้าใจไรฝุ่นและผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยง ไรฝุ่นคืออะไร ไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมาก มีขนาดประมาณ 0.2-0.3 มิลลิเมตร อาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ในบ้าน โดยเฉพาะที่นอน เฟอร์นิเจอร์ พรม และของใช้ต่างๆ ที่มีเส้นใยหรือผ้า กินเศษสะเก็ดผิวหนังของมนุษย์และสัตว์เป็นอาหาร กลไกการแพ้ของสัตว์เลี้ยง เมื่อไรฝุ่นสัมผัสกับผิวหนังหรือระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยง ร่างกายจะตอบสนองโดยระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบและอาการแพ้ตามมา อาการแพ้ไรฝุ่นในสัตว์เลี้ยง อาการทางผิวหนัง คันผิวหนังอย่างรุนแรง ผื่นแดงตามตัว ผิวหนังแห้งและมีสะเก็ด หลุดร่วงของขน เกิดแผลถลอกจากการเกา อาการทางระบบหายใจ ไอเรื้อรัง จาม มีน้ำมูก หายใจมีเสียงวี๊ด เยื่อบุตาอักเสบ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สัตว์เลี้ยงแพ้ไรฝุ่นง่าย ปัจจัยทางพันธุกรรม สายพันธุ์บางประเภทมีความไวต่อการแพ้มากกว่า เช่น สุนัขพันธุ์เล็ก แมวขนยาว หรือสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาภูมิแพ้ทางพันธุกรรม สภาพแวดล้อม บ้านที่มีความชื้นสูง การทำความสะอาดบ้านไม่เพียงพอ การระบายอากาศที่ไม่ดี การใช้เครื่องปรับอากาศและพรมจำนวนมาก วิธีป้องกันและรักษาการแพ้ไรฝุ่น การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีระบบกรองประสิทธิภาพสูง ซักทำความสะอาดที่นอนและของใช้สัตว์เลี้ยงสัปดาห์ละครั้ง ลดความชื้นในบ้านโดยใช้เครื่องลดความชื้น การดูแลสัตว์เลี้ยง อาบน้ำและแปรงขนสัตว์เลี้ยงสัปดาห์ละ [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
โรคอ้วนถือเป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงสำหรับสัตว์เลี้ยง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและอายุขัยอย่างมาก สถิติทางสัตวแพทย์ชี้ให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกินมีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ มากกว่าสัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักปกติ ปัจจัยที่ทำให้สัตว์เลี้ยงอ้วน พันธุกรรมและสายพันธุ์ สายพันธุ์บางชนิดมีแนวโน้มอ้วนได้ง่าย เช่น บีเกิ้ล พุดเดิ้ล และสก๊อตทิช โฟลด์ ซึ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การให้อาหาร การให้อาหารเกินความจำเป็นเป็นสาเหตุหลักของโรคอ้วน รวมถึงการให้ขนมและของว่างมากเกินไป การขาดการออกกำลังกาย กิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอทำให้สะสมพลังงานส่วนเกิน และนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก การป้องกันโรคอ้วนอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมปริมาณอาหาร คำนวณปริมาณอาหารตามน้ำหนักและอายุ แบ่งมื้ออาหารวันละ 2-3 มื้อ หลีกเลี่ยงการให้อาหารระหว่างมื้อ เลือกอาหารที่เหมาะสม เลือกอาหารที่มีคุณภาพและมีสารอาหารครบถ้วน คำนึงถึงอายุ ระดับกิจกรรม และสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย สุนัข เดินเล่นวันละ 30-60 นาที เล่นเกมส์และกิจกรรมกระตุ้นการเคลื่อนไหว ปรับระยะเวลาและความหนักตามวัยและสุขภาพ แมว กระตุ้นการเล่นด้วยของเล่นที่เคลื่อนไหว ใช้ต้นไม้นวยนาดหรือที่ลับเล็บ จัดพื้นที่ให้วิ่งและกระโดด การตรวจสอบน้ำหนัก วิธีประเมินน้ำหนักที่บ้าน คลำซี่โครงและกระดูกสันหลัง สังเกตเส้นเอวที่ชัดเจน ประเมินระดับไขมันใต้ผิวหนัง ความถี่ในการชั่งน้ำหนัก สุนัขและแมวโตเต็มวัย: ทุก 2-3 เดือน สัตว์เลี้ยงอายุน้อย: ทุกเดือน [...]

7/4/2568 • โดย Homeday
พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำในสัตว์เลี้ยงเป็นปัญหาที่หลายครัวเรือนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยยุคใหม่ที่พื้นที่มีจำกัดและรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป การที่สุนัขเดินวนไล่หางตัวเองซ้ำๆ แมวเลียขนจนผิวหนังบาง หรือนกจิกขนตัวเองจนโล้น ล้วนเป็นสัญญาณของพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ บทความนี้จะพาทุกท่านเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อช่วยให้เข้าใจและหาแนวทางแก้ไขได้อย่างตรงจุด ความเครียดและความวิตกกังวล ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ที่มีพื้นที่จำกัด เสียงรบกวนมาก และมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สัตว์เลี้ยงมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมมากกว่าที่เราคิด ไม่ว่าจะเป็นการย้ายบ้าน การมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว หรือแม้แต่การเปลี่ยนตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เมื่อสัตว์เลี้ยงเผชิญกับความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลในปริมาณสูง ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและพฤติกรรม การที่คอร์ติซอลอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานจะทำให้สัตว์เลี้ยงพยายามหาทางระบายความเครียดด้วยการทำพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น การเลียตัวเองมากเกินไป การเดินวนไปมา หรือการกัดแทะสิ่งของ นอกจากนี้ ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด สัตว์เลี้ยงไม่สามารถออกกำลังกายหรือแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เช่น สุนัขที่ต้องการวิ่งเล่นในพื้นที่กว้าง หรือแมวที่ชอบปีนป่าย เมื่อไม่ได้ระบายพลังงานหรือแสดงพฤติกรรมตามสัญชาตญาณ พลังงานส่วนเกินเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในรูปแบบของพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำแทน เช่น การเลียขนซ้ำๆ การวิ่งไล่หางตัวเอง หรือการเห่าไม่หยุด ความวิตกกังวลจากการแยกจากเจ้าของก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่คนทำงานออกไปนอกบ้านเป็นเวลานาน สัตว์เลี้ยงที่มีความผูกพันกับเจ้าของมากอาจเกิดอาการวิตกกังวลเมื่อต้องอยู่คนเดียว และแสดงออกด้วยพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น การเห่าไม่หยุด การกัดเฟอร์นิเจอร์ หรือการขับถ่ายผิดที่ ปัญหาทางการแพทย์และพันธุกรรม พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำในสัตว์เลี้ยงไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัญหาทางการแพทย์และพันธุกรรมอีกด้วย หลายครั้งที่เจ้าของเข้าใจผิดว่าพฤติกรรมผิดปกติเป็นเพียงนิสัยแปลกๆ ของสัตว์เลี้ยง แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณของความเจ็บป่วยที่ซ่อนอยู่ ความเจ็บปวดเรื้อรังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ โดยเฉพาะในสัตว์ที่มีอายุมาก สุนัขที่มีปัญหาข้อเสื่อมอาจเลียบริเวณข้อที่เจ็บซ้ำๆ จนเกิดแผลหรือผิวหนังอักเสบ [...]
![[????] ทาสร้อง Wow‼️ หนักมาก](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fapi.homeday.co.th%2Fstorage%2Fv1%2Fobject%2Fpublic%2Farticle_images%2Fwp-migration%2Fidea-cat0202%2F6eecfb65-3d40-412d-a9d5-5dd6cbcece9d-617e9677-ef64-40d7-9323-1c0756dcc9b8.jpg&w=3840&q=75)
2/2/2564 • โดย Homeday
[????] ทาสร้อง Wow‼️ หนักมาก แต่งบ้านให้ถูกใจทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ? #Homeday #ครบเครื่องเรื่องบ้าน . Credit : 季意空间设计

18/2/2568 • โดย Homeday
การมีสัตว์เลี้ยงหนีออกจากบ้านเป็นความกังวลอันดับต้นๆ ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคน นอกจากจะทำให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลแล้ว ยังอาจนำไปสู่อันตรายต่อชีวิตของสัตว์เลี้ยงที่รัก บทความนี้จะแนะนำวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข เข้าใจพฤติกรรมการหนีของสัตว์เลี้ยง ก่อนที่จะป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงหนี เราต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมพวกเขาถึงอยากหนี สาเหตุหลักมีดังนี้: ความต้องการทางธรรมชาติ: สัตว์เลี้ยงมีสัญชาตญาณในการสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่ยังไม่ได้ทำหมัน มักมีแรงขับทางธรรมชาติที่จะออกตามหาคู่ผสมพันธุ์ ความเบื่อหน่าย: สัตว์เลี้ยงที่ขาดการกระตุ้นทางจิตใจและร่างกายอย่างเพียงพอ อาจหาทางออกไปผจญภัยเพื่อคลายความเบื่อ ความกลัวและความเครียด: เสียงดังจากพลุ ฟ้าผ่า หรือการก่อสร้าง อาจทำให้สัตว์เลี้ยงตกใจและพยายามหนีออกจากแหล่งกำเนิดเสียง การไล่ตามสิ่งเร้า: กลิ่น เสียง หรือการเคลื่อนไหวของสัตว์อื่น อาจกระตุ้นให้สัตว์เลี้ยงวิ่งไล่ตามจนออกนอกบริเวณบ้าน การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย การป้องกันเริ่มต้นจากภายในบ้านก่อน: การตรวจสอบและซ่อมแซมจุดอ่อน สำรวจรอยแตกหรือช่องโหว่ตามผนัง รั้ว และประตูรั้ว ติดตั้งตาข่ายหรือมุ้งลวดที่หน้าต่างทุกบาน ตรวจสอบความแข็งแรงของประตูรั้วและกลอนประตูเป็นประจำ ซ่อมแซมรูหรือช่องโหว่ทันทีที่พบ การจัดพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้าน จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น มุมนอน มุมเล่น ติดตั้งประตูกั้นในจุดที่อาจเป็นอันตราย เก็บของมีค่าและสิ่งที่อาจเป็นอันตรายให้พ้นมือ จัดวางอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ให้เป็นระเบียบและเข้าถึงง่าย เทคโนโลยีและอุปกรณ์ช่วยในการป้องกัน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์มากมายที่ช่วยป้องกันการหนีของสัตว์เลี้ยง: ระบบติดตามตัว ปลอกคอ GPS: ติดตามตำแหน่งสัตว์เลี้ยงแบบเรียลไทม์ ไมโครชิพ: ฝังใต้ผิวหนังเพื่อระบุตัวตนหากสัตว์เลี้ยงหลงทาง แท็กติดตามบลูทูธ: เหมาะสำหรับการติดตามในระยะใกล้ ระบบกล้องวงจรปิด [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ความชื้นที่เพิ่มขึ้นนำมาซึ่งปัญหาโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง ทั้งสุนัขและแมว เจ้าของหลายคนอาจเคยพบว่าสัตว์เลี้ยงของตนเริ่มเกาตัวบ่อย มีผื่นแดง หรือขนร่วงในช่วงนี้ บทความนี้จะแนะนำวิธีป้องกันและดูแลสัตว์เลี้ยงในหน้าฝนอย่างถูกวิธี เพื่อให้พวกเขามีสุขภาพผิวที่ดีตลอดฤดูกาล สาเหตุของโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยงช่วงหน้าฝน หน้าฝนเป็นช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยงเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังมากกว่าฤดูอื่น ด้วยสาเหตุต่างๆ ดังนี้ ความชื้นสูงและอากาศอบอุ่น สภาพอากาศที่ชื้นและอบอุ่นในหน้าฝนเป็นสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย และไรต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง เมื่อผิวหนังของสัตว์เลี้ยงสัมผัสกับความชื้นเป็นเวลานาน โอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณซอกพับต่างๆ เช่น ใต้ขาหนีบ ใต้ใบหู หรือระหว่างนิ้วเท้า ขนเปียกและแห้งช้า เมื่อสัตว์เลี้ยงเปียกฝนและขนแห้งช้า จะทำให้ผิวหนังชื้นและอับเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ที่มีขนหนาหรือขนยาว เช่น โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ชิห์ สุ หรือชาวเชาว์ จะมีความเสี่ยงมากกว่าพันธุ์ขนสั้น น้ำท่วมขังและสิ่งสกปรก ในช่วงฝนตก มักมีน้ำท่วมขังตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งอาจปนเปื้อนสารเคมี เชื้อโรค หรือพยาธิ เมื่อสัตว์เลี้ยงเดินลุยน้ำหรือนอนบนพื้นเปียก สิ่งสกปรกเหล่านี้จะสัมผัสกับผิวหนังและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อได้ แมลงและปรสิตภายนอก หน้าฝนเป็นช่วงที่มีแมลงและปรสิตชุกชุม เช่น เห็บ หมัด ไร และยุง ซึ่งสามารถเป็นพาหะนำโรคมาสู่สัตว์เลี้ยงได้ การกัดของแมลงเหล่านี้ทำให้เกิดอาการคันและระคายเคือง นำไปสู่การเกาที่มากเกินไปจนผิวหนังบาดเจ็บและติดเชื้อ โรคผิวหนังที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงช่วงหน้าฝน [...]

1/3/2568 • โดย Homeday
การดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพที่ดีนั้นเป็นหน้าที่สำคัญของเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคน และหนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้เราสามารถเฝ้าระวังสุขภาพของสัตว์เลี้ยงได้ก็คือการเช็คอุณหภูมิร่างกาย เพราะอุณหภูมิร่างกายที่ผิดปกติอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการเช็คอุณหภูมิร่างกายของสัตว์เลี้ยงที่บ้านอย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของตนได้อย่างมั่นใจ ทำไมต้องรู้จักเช็คอุณหภูมิร่างกายสัตว์เลี้ยง? อุณหภูมิร่างกายเป็นหนึ่งในสัญญาณชีพที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกถึงสภาวะสุขภาพของสัตว์เลี้ยงได้ โดยสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดจะมีช่วงอุณหภูมิปกติที่แตกต่างกัน การที่สัตว์เลี้ยงมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ (ไข้) หรือต่ำกว่าปกติ (ภาวะอุณหภูมิกายต่ำ) อาจเป็นสัญญาณว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกาย สาเหตุของไข้ในสัตว์เลี้ยงอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา โรคอักเสบ โรคภูมิแพ้ ความเครียด หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็ง ส่วนภาวะอุณหภูมิกายต่ำอาจเกิดจากการอยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็นเป็นเวลานาน ภาวะช็อก การเสียเลือดมาก หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบต่อมไร้ท่อ การรู้จักวิธีเช็คอุณหภูมิร่างกายของสัตว์เลี้ยงที่ถูกต้องจะช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถสังเกตความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาที่ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉินที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน อุณหภูมิปกติของสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิด ก่อนที่จะเริ่มเช็คอุณหภูมิร่างกายของสัตว์เลี้ยง สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าอุณหภูมิปกติของสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดอยู่ในช่วงใด เพื่อที่จะสามารถแยกแยะได้ว่าอุณหภูมิที่วัดได้นั้นผิดปกติหรือไม่ สุนัข อุณหภูมิปกติของสุนัขจะอยู่ในช่วง 38.3-39.2 องศาเซลเซียส (101-102.5 องศาฟาเรนไฮต์) ซึ่งสูงกว่าอุณหภูมิปกติของมนุษย์ที่อยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส (98.6 องศาฟาเรนไฮต์) โดยสุนัขพันธุ์เล็กมักจะมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่เล็กน้อย และลูกสุนัขมักจะมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าสุนัขโตเต็มวัย อุณหภูมิที่สูงกว่า 39.5 องศาเซลเซียส (103 องศาฟาเรนไฮต์) ถือว่าเป็นไข้ในสุนัข และหากสูงถึง 41 องศาเซลเซียส [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
สำลักอาหารเป็นภาวะฉุกเฉินที่คุกคามชีวิตสัตว์เลี้ยง เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและไม่คาดคิด สาเหตุหลักมาจากการกินอาหารที่มีขนาดใหญ่เกินไป กินอย่างรวดเร็ว หรือมีวัตถุแปลกปลอมติดคอ อาการสำลักสามารถทำให้สัตว์เลี้ยงขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตได้ในเวลาอันสั้น สัญญาณเตือนภัยเมื่อสัตว์เลี้ยงสำลัก การสังเกตอาการสำลักมีความสำคัญอย่างยิ่ง สัตว์เลี้ยงที่กำลังสำลักจะแสดงอาการดังนี้: หายใจลำบาก หอบถี่ หรือไม่สามารถหายใจได้ ทำท่าคล้ายจะอาเจียน กระแอมหรือไอรุนแรง วางตัวไม่มั่นคง สั่น หรือล้มลง ใช้กรงเล็บขูดหน้าหรือปาก เหงือกและลิ้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง แสดงอาการตื่นตระหนก กระวนกระวายใจ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น สำหรับสุนัข การตรวจสอบช่องปาก เปิดปากสุนัขอย่างระมัดระวัง ใช้ไฟฉายส่องหาวัตถุแปลกปลอม หากเห็นวัตถุติดคอให้พยายามเอาออกด้วยนิ้วมือ เทคนิคการช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน กรณีสุนัขขนาดเล็ก: ยกสุนัขขึ้นโดยจับขาหลังทั้งสองข้าง พลิกตัวลงมา กดบริเวณท้องเบาๆ กรณีสุนัขขนาดใหญ่: ทำการกดหลัง heimlich maneuver โดยใช้มือกดบริเวณใต้ซี่โครงอย่างแรงและรวดเร็ว สำหรับแมว วิธีตรวจสอบ เปิดปากแมวอย่างนุ่มนวล ใช้ไฟฉายส่องหาวัตถุติดคอ ระวังการถูกข่วนหรือกัด เทคนิคการปฐมพยาบาล ยกแมวโดยจับขาหลัง พลิกหัวลง ใช้มือกดบริเวณท้องเบาๆ เพื่อดันวัตถุออก ทำอย่างช้าและนุ่มนวล ข้อควรระวังและการป้องกัน หั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กก่อนป้อน สังเกตพฤติกรรมการกิน เก็บวัตถุอันตรายให้พ้นมือสัตว์เลี้ยง ฝึกการกินอาหารอย่างช้าๆ ตรวจสอบของเล่นที่อาจแตกหักหรือมีชิ้นส่วนเล็ก เมื่อไรต้องพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ [...]

17/5/2568 • โดย Homeday
คุณกำลังมองหาต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านแต่กังวลว่าปลูกแล้วจะดูแลยาก? ไม้เลื้อยเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากเพิ่มสีสันให้กับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกในกระถางแขวน วางบนชั้น หรือปล่อยให้เลื้อยตามผนัง บทความนี้จะรวบรวมพันธุ์ไม้เลื้อยที่เหมาะกับการปลูกในบ้าน เติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ของคุณ พร้อมเคล็ดลับการดูแลให้เติบโตสวยงาม ทำไมไม้เลื้อยจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการปลูกในบ้าน? ไม้เลื้อยมอบประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด ไม้เลื้อยหลายชนิดสามารถเติบโตได้ดีในที่ร่มหรือมีแสงน้อย ทำให้เหมาะกับการปลูกภายในบ้าน นอกจากนี้ยังช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชุ่มชื้น และสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย การเลือกไม้เลื้อยที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภายในบ้านจะช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับความสวยงามของธรรมชาติแม้อยู่ในพื้นที่จำกัด ไม้เลื้อยยังมีรูปแบบการเจริญเติบโตที่น่าสนใจ บางชนิดมีใบด่าง บางชนิดมีรูปทรงใบที่โดดเด่น หรือบางชนิดมีดอกสวยงาม ทำให้สามารถเลือกได้ตามความชอบและการตกแต่งภายในบ้าน ไม้เลื้อยชนิดไหนปลูกในบ้านได้ดีและดูแลง่าย? พลูด่าง – นักอยู่รอดตัวจริงสำหรับมือใหม่ พลูด่าง (Pothos) เป็นหนึ่งในไม้เลื้อยปลูกในร่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากปลูกง่ายและดูแลไม่ยาก มีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก เช่น พลูด่างทอง พลูราชินีหินอ่อน พลูงาช้าง และพลูฉลุ แต่ละพันธุ์มีลักษณะใบที่แตกต่างกันไป ทั้งแบบใบขนาดใหญ่ ใบด่าง และใบฉลุ พลูด่างสามารถเติบโตได้ดีทั้งในบริเวณที่มีแสงน้อยหรือพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องผ่าน เช่น ริมหน้าต่าง การดูแลง่ายเพียงรดน้ำเมื่อดินแห้ง ข้อควรระวังคือไม่ควรปลูกในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองหากสัตว์เลี้ยงกัดกินเข้าไป ไทรเลื้อย – สร้างบรรยากาศสีเขียวในทุกมุมบ้าน ไทรเลื้อย (Ficus Repens) เป็นไม้เลื้อยที่มักถูกนำไปปลูกไว้บริเวณกำแพงบ้านด้านนอก แต่สามารถนำมาปลูกในกระถางเล็กๆ ภายในบ้านได้เช่นกัน [...]

15/2/2568 • โดย Homeday
การตัดเล็บสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในกิจกรรมดูแลสุขอนามัยที่สำคัญ แต่หลายคนอาจกังวลและไม่มั่นใจในการทำ บทความนี้จะแนะนำวิธีตัดเล็บสัตว์เลี้ยงอย่างปลอดภัย เพื่อให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงมีความสุขไปด้วยกัน ทำไมต้องตัดเล็บสัตว์เลี้ยง? เล็บที่ยาวเกินไปสามารถส่งผลเสียต่อสัตว์เลี้ยงได้หลายประการ: ทำให้เดินลำบากและเจ็บอุ้งเท้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อหากเล็บแตกหรือฉีกขาด อาจข่วนทำร้ายตัวเองหรือเจ้าของโดยไม่ตั้งใจ เล็บที่ยาวอาจงอและงอกเข้าเนื้อ ทำให้เกิดการอักเสบ การตัดเล็บสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้และทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพที่ดี อุปกรณ์ที่จำเป็นในการตัดเล็บ กรรไกรตัดเล็บสำหรับสัตว์เลี้ยง แบบกิโยติน เหมาะสำหรับสุนัขขนาดกลางถึงใหญ่ แบบปากนกแก้ว เหมาะสำหรับแมวและสุนัขขนาดเล็ก ตะไบเล็บ สำหรับตกแต่งเล็บหลังตัด ผงห้ามเลือด ใช้ในกรณีที่ตัดโดนเส้นเลือด ควรมีติดบ้านเผื่อฉุกเฉิน ไฟฉายหรือแหล่งกำเนิดแสงสว่าง ช่วยมองเห็นเส้นเลือดในเล็บได้ชัดเจน ลดความเสี่ยงในการตัดผิดตำแหน่ง การเตรียมตัวก่อนตัดเล็บ ฝึกให้สัตว์เลี้ยงคุ้นเคยกับการจับอุ้งเท้า เริ่มตั้งแต่อายุน้อยๆ ให้รางวัลเมื่อยอมให้จับอุ้งเท้า ทำบ่อยๆ จนเป็นเรื่องปกติ เลือกเวลาที่เหมาะสม ขณะที่สัตว์เลี้ยงผ่อนคลายหรือง่วงนอน หลังการออกกำลังกาย ไม่ควรตัดขณะที่สัตว์เลี้ยงหิวหรือกระวนกระวาย จัดเตรียมสถานที่ แสงสว่างเพียงพอ พื้นที่สะอาด มีขนมรางวัลเตรียมไว้ ขั้นตอนการตัดเล็บอย่างปลอดภัย การจับอุ้งเท้า จับให้มั่นคงแต่ไม่แน่นเกินไป กดอุ้งเท้าเบาๆ ให้เล็บยื่นออกมา ระวังไม่ให้สัตว์เลี้ยงตกใจ การหาจุดตัดที่เหมาะสม สังเกตส่วนที่เรียกว่า quick หรือเส้นเลือด ในเล็บสีอ่อนจะเห็นเป็นเส้นสีชมพู ในเล็บสีเข้มให้ใช้ไฟฉายส่อง ตัดห่างจาก quick ประมาณ [...]