กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

2/9/2567 • โดย Homeday
บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และเดอะ ปาร์ค ส่งต่อสุขภาพที่ดีส่งเสริมให้ทุกคนได้มีพื้นที่สาธารณะสำหรับออกกำลังกาย โดยสนับสนุนการปรับปรุงโรงกีฬา 3 และอุปกรณ์กีฬา ในพื้นที่สวนเบญจกิติให้กับกรุงเทพมหานคร โดยมีกีฬาทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ สนามวอลเลย์บอล, สนามจั

19/2/2568 • โดย Homeday
ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณภาพทางการศึกษาและสุขภาวะของเยาวชนไทย ดั๊บเบิ้ล เอ ได้ดำเนินโครงการ “ส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชนไทย” มอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนอนุบาลวัดบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเสริมสร้างโอกาสการเรียนรู้ ทั้งทางด้านการศึกษาและกีฬา ให้น้อง ๆ ได้มีความพร้อมและรู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการออกกำลังกาย โดยมี นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง และนางสาวศกลวรรณ สินประเสริฐ รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวัดบ้านสร้าง เป็นตัวแทนรับมอบ

13/3/2568 • โดย Homeday
ด้วยขณะนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ร้อน สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัด สงขลา ห่วงใยพี่น้องประชาชน เตือนระวังป่วยโรคลมแดดหรือ “ฮีทสโตรก” จากอากาศร้อน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ขอให้ดูแลสุขภาพของตนเองและหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดที่ร้อนจัด หากจำเป็นต้องอยู่กลางแดดให้กางร่มหรือใส่หมวก และควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ สำหรับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอาจเจ็บป่วยจากโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น ผู้ที่ทำงานก่อสร้างหรือออกกำลังกาย 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีและผู้สูงอายุ 3.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง 4.ผู้ที่มีภาวะอ้วน 5.ผู้ที่นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก โดยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม ซึ่งในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้รวดเร็ว และออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้ ผู้ที่มีอาการ “ฮีทสโตรก” จะมีอาการตัวร้อนขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจนเกิน 40 องศาเซลเซียส แต่ไม่มีเหงื่อออก ทำให้เกิดอาการหน้ามืด เพ้อ กระสับกระส่าย มึนงง หายใจเร็ว [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู (จังหวัดที่ 18 ของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนยากจน จำนวน 21 ครัวเรือน เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว และมอบรถจักรยานแก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 2 โรงเรียน รวมจำนวน 20 คัน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าการดำเนินการช่วยเหลือชาวหนองบัวลำภูในครั้งนี้ทั้งสิ้น 523,160 บาท (ห้าแสนสองหมื่นสามพันหนึ่งร้อยหกสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ [...]

1/4/2568 • โดย Homeday
นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมแผนปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขของ กทม. เพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากภาวะอากาศร้อนในปี 68 ว่า สนพ. ได้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมดูแลสุขภาพประชาชน สื่อสารเตือนภัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยกำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากภาวะอากาศร้อน และเตรียมความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (Public Health Emergency Operation Center: PHEOC) กรณีความร้อน โดยได้จัดทำแผนปฏิบัติการฯ ส่งเสริมความรู้ประชาสัมพันธ์ แนะนำประชาชนดูแลตนเอง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากภาวะฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัว หรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นจากการเผชิญกับสภาพอากาศที่มีความร้อนสูง เช่น การออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมท่ามกลางอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ซึ่งพบว่า มีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นในฤดูร้อน อาการจะเริ่มจากอุณหภูมิร่างกายค่อย ๆ สูงขึ้น เมื่อเกิน 40 องศาเซลเซียส ร่างกายจะไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้รู้สึกผิดปกติ หน้ามืด ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ซึม [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
อาดิดาส (ประเทศไทย) และ เบเบ้-ธันย์ชนก ฤทธินาคา จัดกิจกรรมออกกำลังกายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “OPTIME WITH BEBE” ร่วมกับเทรนเนอร์พิเศษจาก CUBIC Fitness พร้อมชวนสมาชิก adiClub มาร่วมออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและความมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ณ One Bangkok Park เมื่อเร็วๆ นี้ กิจกรรม “OPTIME WITH BEBE” เป็นคลาสออกกำลังกายที่ชวนสมาชิก adiClub ทุกเพศ ทุกวัย มาสนุกสนานไปกับการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในบริเวณก้น สะโพก ต้นขา รวมถึงช่วงบนของร่างกาย ด้วยจังหวะสนุกๆ ของดนตรีตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม ก่อนปิดท้ายด้วยเซอร์ไพรส์มอบของรางวัลแบบสุ่ม พร้อมแจกไอศกรีมหวานเย็นรสพีชแก่ทุกคนภายในงาน เพื่อช่วยคืนความสดชื่นจนลืมความเหน็ดเหนื่อยไปเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังมองหาเสื้อผ้าออกกำลังกายที่เสริมการปกปิดและสร้างความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ในทุกท่างท่าของการออกกำลังในยิม สวยงามมีสไตล์ สามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ทั้งในยิมและนอกยิม สามารถเข้าไปทดลองสวมใส่กางเกงเลกกิ้งในคอลเลคชัน Optime ที่ร้านอาดิดาสที่ร่วมรายการ พร้อมกับแสดงความคิดเห็นในแบบสอบถามหลังจากที่ได้ทดลองสวมใส่ รับฟรีทันที! พวงกุญแจลูกพีชจากอาดิดาส มูลค่า 500 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 16 [...]

12/2/2568 • โดย Homeday
หลายคนที่เลี้ยงแมวคงเคยประสบปัญหาแมวชอบทำของตก ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ กรอบรูป หรือของตกแต่งต่างๆ บนโต๊ะหรือชั้นวาง พฤติกรรมนี้อาจทำให้เจ้าของหงุดหงิดและกังวลเรื่องความเสียหายของทรัพย์สิน แต่รู้หรือไม่ว่า การที่แมวชอบทำของตกนั้นมีเหตุผลทางธรรมชาติและสัญชาตญาณของพวกเขา สัญชาตญาณนักล่าที่ซ่อนอยู่ในแมวบ้าน แม้ว่าแมวบ้านจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีและไม่ต้องออกล่าเหยื่อเพื่อการอยู่รอด แต่สัญชาตญาณการล่าเหยื่อยังคงฝังอยู่ในพฤติกรรมของพวกเขา การทำของตกเป็นการแสดงออกถึงทักษะการล่าที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ในธรรมชาติ แมวจะใช้อุ้งเท้าแตะเหยื่อเพื่อตรวจสอบว่ามีชีวิตอยู่หรือไม่ และเพื่อทดสอบว่าเหยื่อนั้นมีอันตรายหรือไม่ พฤติกรรมการทำของตกจึงเป็นการจำลองการล่าเหยื่อในรูปแบบหนึ่ง โดยแมวจะสังเกตการเคลื่อนไหวของวัตถุที่ตกลงมาเหมือนกับการดูเหยื่อที่พยายามหนี ความอยากรู้อยากเห็นและการเรียนรู้ผ่านการทดลอง แมวเป็นสัตว์ที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูง การทำของตกเป็นวิธีหนึ่งที่พวกเขาใช้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เมื่อแมวเห็นวัตถุบนโต๊ะหรือชั้นวาง พวกเขาจะอยากรู้ว่า: วัตถุนั้นเคลื่อนที่ได้อย่างไร เสียงที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุกระทบพื้น ปฏิกิริยาของมนุษย์ต่อการกระทำของพวกเขา การทดลองเช่นนี้ช่วยให้แมวเข้าใจกฎพื้นฐานของฟิสิกส์และความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล การดึงดูดความสนใจจากเจ้าของ บางครั้งแมวทำของตกเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พวกเขารู้สึกว่าไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร เช่น: ตอนเจ้าของกำลังทำงาน ช่วงที่เจ้าของใช้โทรศัพท์มือถือ เวลาที่เจ้าของกำลังพักผ่อน เมื่อของตก เจ้าของมักจะรีบเข้ามาดูและเก็บของ ซึ่งเป็นการตอบสนองที่แมวต้องการ การออกกำลังกายและคลายความเบื่อ แมวเป็นสัตว์ที่ต้องการการกระตุ้นทางกายภาพและจิตใจอย่างสม่ำเสมอ การทำของตกอาจเป็นวิธีที่พวกเขาใช้คลายความเบื่อและออกกำลังกาย โดยเฉพาะแมวที่อยู่ในบ้านตลอดเวลาและไม่มีกิจกรรมที่น่าสนใจเพียงพอ วิธีแก้ไขพฤติกรรมชอบทำของตก แม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมธรรมชาติ แต่เราสามารถช่วยลดพฤติกรรมการทำของตกได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้ 1. จัดพื้นที่ปลอดภัย เก็บของมีค่าและของแตกง่ายให้พ้นจากบริเวณที่แมวเข้าถึงได้ จัดวางของตกแต่งให้มั่นคง หรือใช้กาวตะกั่วยึดติด สร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับแมวที่พวกเขาสามารถปีนป่ายและเล่นได้อย่างปลอดภัย 2. เพิ่มกิจกรรมและของเล่น จัดหาของเล่นที่เหมาะสมให้แมว สร้างกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถ ใช้เวลาเล่นกับแมวอย่างสม่ำเสมอ [...]

20/3/2569 • โดย Homeday
ในวันที่ผู้คนทั่วโลกหันมาให้นิยามความสำเร็จใหม่ จากความมั่งคั่งทางการเงิน สู่การมีสุขภาพที่ดี คุณภาพชีวิตที่สมดุล และความสุขที่ยั่งยืน เทรนด์ Health is the New Wealth ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตในยุคนี้ และนั่นคือโอกาสที่ผู้บริหารรุ่นใหม่อย่าง เลวี่ ลี (Levy Li Su Lin) ประธานเจ้าหน้าที่ดูแลประสบการณ์ลูกค้า (Chief Experience Officer: CXO) บริษัท บราโว บีเคเค จำกัด ผู้นั่งแท่นควบตำแหน่ง แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ Bravo BKK และผู้ก่อตั้ง (Founder) Tropickle สนามพิกเกิลบอลในร่มที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้า Bravo BKK ได้นำมาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายบทบาทของศูนย์การค้าให้เป็นมากกว่าแหล่งช้อปปิ้ง พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการก้าวสู่ “Sport and Lifestyle Destination” จุดหมายของการใช้เวลาคุณภาพด้านออกกำลังกาย เพื่อมุ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างรอบด้าน ให้สอดคล้องกับแนวคิดตั้งต้น Fit by Day, Fun by Night [...]

27/2/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่เติมเต็มความรักและความอบอุ่นให้กับทุกบ้าน แต่สิ่งที่แตกต่างจากสมาชิกคนอื่นๆ คือ พวกเขาไม่สามารถบอกเราได้อย่างชัดเจนว่ากำลังเจ็บป่วยหรือไม่สบาย เมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงอาการป่วยให้เห็นอย่างชัดเจน นั่นมักหมายความว่าโรคได้ลุกลามไปมากแล้ว ด้วยเหตุนี้การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง การพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่เพียงแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปี ประโยชน์ที่สัตว์เลี้ยงและเจ้าของจะได้รับ และแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับการตรวจสุขภาพ ความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับสัตว์เลี้ยง การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นโอกาสอันดีที่สัตวแพทย์จะได้ตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียด ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติหรือโรคภัยไข้เจ็บได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากสัตว์เลี้ยงมักซ่อนอาการเจ็บป่วยตามสัญชาตญาณ โดยเฉพาะแมวที่มักไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็นอย่างชัดเจน โรคหลายชนิด เช่น โรคไตในแมว โรคเบาหวานในสุนัข หรือโรคมะเร็ง หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นจะสามารถรักษาหรือควบคุมได้ดีกว่า และมีโอกาสประสบความสำเร็จในการรักษาสูงกว่า นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาวอีกด้วย การตรวจเลือดประจำปีสามารถเผยให้เห็นความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต หรือระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน แม้ว่าสัตว์เลี้ยงจะยังไม่แสดงอาการป่วยใดๆ ให้เห็นภายนอก การป้องกันดีกว่าการรักษา แนวคิด “การป้องกันดีกว่าการรักษา” ใช้ได้ดีกับสัตว์เลี้ยงเช่นเดียวกับมนุษย์ การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้เจ้าของและสัตวแพทย์สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้วัคซีน การถ่ายพยาธิ หรือการปรับเปลี่ยนอาหารและการออกกำลังกาย โรคหลายชนิดในสัตว์เลี้ยงสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลที่เหมาะสม เช่น โรคฟันผุและเหงือกอักเสบสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี โรคอ้วนซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของหลายโรคสามารถควบคุมได้ด้วยอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพประจำปียังเป็นโอกาสให้สัตวแพทย์ได้ให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนการดูแลสัตว์เลี้ยงตามช่วงอายุที่เปลี่ยนไป เช่น ลูกสุนัขและลูกแมวต้องการวัคซีนและการดูแลที่แตกต่างจากสุนัขและแมวสูงอายุ การติดตามพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลง การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้สัตวแพทย์สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างผิดปกติ [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ลูกสุนัขมีพฤติกรรมการกัดสิ่งของเป็นเรื่องปกติในช่วงการเจริญเติบโต ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ การเข้าใจสาเหตุเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการพฤติกรรมนี้อย่างมีประสิทธิภาพ รากเหง้าของพฤติกรรมการกัด 1. สัญชาตญาณการสำรวจ ลูกสุนัขสำรวจโลกรอบตัวผ่านการกัด เป็นวิธีธรรมชาติในการเรียนรู้และทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อม กระบวนการนี้คล้ายกับเด็กเล็กที่ใช้มือสัมผัสและสำรวจสิ่งของ 2. กระบวนการขึ้นฟัน ช่วงการขึ้นฟันเป็นระยะที่ลูกสุนัขรู้สึกคันและปวดตามเหงือก การกัดช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้และทำให้รู้สึกดีขึ้น เป็นเสมือนการนวดเหงือกด้วยวัตถุแข็งๆ 3. การระบายพลังงาน ลูกสุนัขที่ขาดการกระตุ้นทางร่างกายและอารมณ์มักหันไปกัดสิ่งของเพื่อระบายพลังงานและความเบื่อหน่าย 4. การเรียนรู้ทางสังคม การกัดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ทางสังคมและพัฒนาทักษะการควบคุมพลังในการกัด ซึ่งเริ่มต้นจากการปฏิสัมพันธ์กับแม่และพี่น้องสุนัข กลยุทธ์การจัดการพฤติกรรมการกัด การเตรียมสภาพแวดล้อม 1. การจัดการพื้นที่ เก็บสิ่งของมีค่าและเสี่ยงต่อการถูกกัด ใช้กล่องกั้นหรือประตูกั้นเพื่อจำกัดพื้นที่ จัดวางของเล่นที่เหมาะสมในบริเวณที่ลูกสุนัขอยู่ 2. การเลือกของเล่น เลือกของเล่นที่แข็งแรงและปลอดภัย มีความหลากหลายทั้งวัสดุและรูปทรง สลับของเล่นเพื่อกระตุ้นความสนใจ เทคนิคการฝึกอบรม 1. การสอนวิธีการกัด ใช้เสียงดังเพื่อแสดงความไม่พอใจเมื่อกัดผิด หยุดเล่นทันทีเมื่อลูกสุนัขกัดมือหรือเสื้อผ้า ชมเชยเมื่อใช้ของเล่นอย่างถูกต้อง 2. การลดทอนพฤติกรรมการกัด แสดงให้เห็นว่าการกัดทำให้กิจกรรมยุติลง ค่อยๆ สอนให้ใช้ของเล่นแทนการกัดสิ่งของ ใช้สเปรย์รสขมบนวัตถุที่ไม่ต้องการให้กัด การดูแลสุขภาพและความต้องการพื้นฐาน 1. การออกกำลังกาย จัดเวลาเล่นและเดินเป็นประจำ กระตุ้นทั้งร่างกายและสมอง ใช้เกมที่ต้องใช้สมองเพื่อระบายพลังงาน 2. การตรวจสุขภาพ ตรวจสอบว่าการกัดไม่ได้เกิดจากปัญหาสุขภาพ สังเกตอาการผิดปกติระหว่างการขึ้นฟัน [...]

10/3/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงมีความรู้สึกและอารมณ์เช่นเดียวกับมนุษย์ การสูญเสียเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวสามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจของพวกเขา สัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขและแมวมีความผูกพันทางอารมณ์อย่างลึกซึ้ง เมื่อสูญเสียเพื่อนที่อยู่ใกล้ชิด พวกเขาจะแสดงออกถึงความเศร้าโศกผ่านพฤติกรรมต่างๆ สัญญาณที่บ่งบอกถึงความซึมเศร้า การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ลดการเคลื่อนไหวและไร้ชีวิตชีวา นอนมากขึ้นและขาดความสนใจต่อกิจกรรมประจำวัน เบื่ออาหารหรือรับประทานอาหารน้อยลง แสดงอาการถอยหนีและแยกตัว สัญญาณทางร่างกาย น้ำหนักลด ขาดความกระปรี้กระเปร่า มีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ปฏิเสธการเล่นหรือออกกำลังกาย วิธีช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่กำลังเผชิญความสูญเสีย ให้ความรักและใกล้ชิด ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น สัมผัสและกอดอย่างนุ่มนวล พูดคุยด้วยเสียงที่อ่อนโยน แสดงความรักอย่างสม่ำเสมอ กระตุ้นกิจกรรมและความสนุกสนาน จัดกิจกรรมเล่นที่ชอบ พาออกไปเดินเล่นหรือทำกิจกรรมนอกบ้าน หาของเล่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจ กระตุ้นให้มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม การดูแลสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบพฤติกรรมเป็นประจำ บันทึกการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ประเมินความคืบหน้าในการฟื้นฟูตัว การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ พบสัตวแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น ขอคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต พิจารณาการรักษาเฉพาะทาง การเติมเต็มช่องว่างหลังการสูญเสีย สร้างความสัมพันธ์ใหม่ ค่อยๆ แนะนำเพื่อนใหม่ จัดการพบปะสังสรรค์กับสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ สร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น รักษาความทรงจำ เก็บภาพถ่ายหรือของที่ระลึก แสดงความรู้สึกและไม่ปิดกั้นอารมณ์ สนับสนุนให้ผ่านช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย สรุป ความซึมเศร้าของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องธรรมชาติหลังการสูญเสีย การให้ความรัก ความเข้าใจ และการดูแลอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้พวกเขาฟื้นฟูและกลับมามีความสุขอีกครั้ง ความอดทนและความรักเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงผ่านช่วงเวลายากลำบาก #สัตว์เลี้ยงซึมเศร้า [...]

30/5/2568 • โดย Homeday
การสร้างศาลาในสวนเป็นหนึ่งในความปรารถนาของคนรักสวนที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ โดยศาลาไม่เพียงแค่เป็นที่หลบแดดหลบฝน แต่ยังเป็นจุดเด่นที่เพิ่มความสวยงามให้กับบ้านและสวน การออกแบบศาลาที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ตั้งแต่การใช้งาน งบประมาณ วัสดุที่ใช้ ไปจนถึงการดูแลรักษา ซึ่งการวางแผนที่ดีจะทำให้ได้ศาลาที่สวยงาม ใช้งานได้จริง และคุ้มค่าการลงทุน การกำหนดวัตถุประสงค์และการใช้งานศาลา การเริ่มต้นสร้างศาลาในสวนที่ประสบความสำเร็จจะต้องเริ่มจากการกำหนดวัตถุประสงค์การใช้งานให้ชัดเจน ศาลาแต่ละประเภทจะมีรูปแบบและขนาดที่แตกต่างกันตามการใช้งาน หากต้องการเพียงแค่นั่งพักผ่อนชมวิวสวนสำหรับ 1-2 คน ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างศาลาขนาดใหญ่ แต่หากต้องการใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมครอบครัว จัดปาร์ตี้ หรือออกกำลังกาย ก็ต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน การกำหนดวัตถุประสงค์นี้จะส่งผลต่อการเลือกตำแหน่งที่ตั้ง รูปแบบการออกแบบ และงบประมาณที่ใช้ หากเน้นการชมวิว ศาลาควรตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุด แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัว ควรเลือกรูปแบบที่ไม่เปิดโล่งเกินไป และตั้งในจุดที่ไม่โดนรบกวนจากภายนอก การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้การตัดสินใจในขั้นตอนต่อไปเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ศิลปะการเลือกสถานที่และการออกแบบให้เข้ากับพื้นที่ การเลือกตำแหน่งที่ตั้งศาลาเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสวยงามและการใช้งาน พื้นที่ที่เหมาะสมควรเป็นบริเวณที่โล่ง โปร่ง มีลมพัดผ่าน ไม่ร้อนอบอ้าว และไม่มีแสงแดดส่องเข้ามาแยงตาผู้ที่มานั่งพักผ่อน นอกจากนี้ยังควรเป็นตำแหน่งที่สามารถมองเห็นบรรยากาศรอบๆ ได้รอบด้าน และอาจปลูกต้นไม้เพิ่มเติมเพื่อบังแดดและเพิ่มความร่มรื่น สำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ไม่จำเป็นต้องมีสวนขนาดใหญ่ถึงจะสร้างศาลาได้ สามารถออกแบบศาลาให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีอยู่ เช่น ใช้พื้นที่ระหว่างบ้านกับกำแพงรั้วสร้างศาลาโปร่งที่มีที่นั่งติดกำแพง หรือขยายจากระเบียงบ้านออกมาเป็นศาลาที่เชื่อมต่อกับตัวบ้าน การออกแบบที่ฉลาดจะทำให้พื้นที่เล็กๆ ก็สามารถมีศาลาที่สวยงามและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแบ่งขนาดศาลาตามการใช้งาน ศาลานั่งเล่นในสวนสามารถแบ่งตามขนาดได้ประมาณ 3 ระดับ ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน [...]
