พบ 101 บทความ

7/4/2568 • โดย Homeday
บ้านเดี่ยวหลังมุมมักจะมีราคาสูงกว่าบ้านในตำแหน่งอื่นๆ ภายในโครงการเดียวกัน สร้างความสงสัยให้กับผู้ที่กำลังมองหาบ้านว่าความแตกต่างด้านราคานี้คุ้มค่ากับข้อดีที่จะได้รับจริงหรือไม่ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงปัจจัยที่ทำให้บ้านเดี่ยวหลังมุมมีราคาสูงกว่า พร้อมเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอย่างรอบคอบ ทำไมบ้านเดี่ยวหลังมุมถึงมีราคาสูงกว่า? บ้านเดี่ยวหลังมุมมีราคาสูงกว่าบ้านในตำแหน่งอื่นๆ โดยเฉลี่ยประมาณ 10-25% ขึ้นอยู่กับทำเลและโครงการ ความแตกต่างด้านราคานี้มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์กำหนดราคาสูงกว่า ประการแรก บ้านเดี่ยวหลังมุมมักจะมีพื้นที่ดินมากกว่าบ้านแถวในและบ้านแถวกลาง โดยเฉลี่ยอาจมากกว่าถึง 30-50% ในบางโครงการ พื้นที่ดินที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่เพียงแต่ทำให้มีพื้นที่สวนรอบบ้านมากขึ้น แต่ยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความยืดหยุ่นในการใช้พื้นที่ภายนอกอาคารมากขึ้นด้วย ประการที่สอง ตำแหน่งของบ้านเดี่ยวหลังมุมมีอาณาเขตติดกับถนนหรือพื้นที่สาธารณะมากกว่าหนึ่งด้าน ทำให้การเข้าออกบ้านสะดวกกว่า และมีหน้าบ้านที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่า สร้างความโดดเด่นให้กับตัวบ้าน ประการที่สาม บ้านเดี่ยวหลังมุมมีเพื่อนบ้านน้อยกว่า โดยทั่วไปจะมีเพื่อนบ้านติดกันเพียงด้านเดียวหรือสองด้าน ต่างจากบ้านแถวในที่มีเพื่อนบ้านล้อมรอบถึงสามด้าน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูงกว่าและเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้านน้อยกว่า นอกจากนี้ กฎหมายควบคุมอาคารและข้อกำหนดของโครงการมักให้ระยะถอยร่นของบ้านเดี่ยวหลังมุมมากกว่าบ้านปกติ ทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านอาจแตกต่างจากบ้านในตำแหน่งอื่นๆ แม้จะเป็นแบบบ้านเดียวกัน ส่งผลให้ผู้พัฒนาโครงการต้องปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น ข้อดีและข้อเสียของบ้านเดี่ยวหลังมุมที่ต้องพิจารณา การตัดสินใจเลือกซื้อบ้านเดี่ยวหลังมุมควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าเงินที่จ่ายเพิ่มนั้นคุ้มค่ากับประโยชน์ที่จะได้รับจริงๆ ข้อดีของบ้านเดี่ยวหลังมุม พื้นที่ใช้สอยภายนอกที่มากขึ้น: บ้านเดี่ยวหลังมุมมีพื้นที่ดินมากกว่า ทำให้มีพื้นที่สวนรอบบ้านกว้างขวางขึ้น เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง จัดสวน หรือสร้างพื้นที่พักผ่อนนอกบ้าน บางครอบครัวอาจใช้พื้นที่เพิ่มเติมนี้สำหรับสร้างสระว่ายน้ำขนาดเล็ก หรือพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง ความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น: ด้วยตำแหน่งที่มีเพื่อนบ้านน้อยกว่า บ้านเดี่ยวหลังมุมจึงมีความเป็นส่วนตัวสูงกว่าบ้านแถวใน ทำให้เสียงรบกวนจากเพื่อนบ้านลดลง และมีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงดังจากทั้งสองฝั่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานจากที่บ้านหรือต้องการความเงียบสงบ การเข้าถึงที่สะดวกกว่า: บ้านเดี่ยวหลังมุมมักมีทางเข้าออกได้จากสองทิศทาง ทำให้สะดวกในการจอดรถ [...]

15/2/2568 • โดย Homeday
การอาบน้ำเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยง แต่หลายคนอาจสงสัยว่าควรอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงบ่อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสม บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคน ทำไมต้องอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยง? การอาบน้ำไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความสะอาดเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลายด้าน: กำจัดกลิ่นตัว ลดการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย ป้องกันการเกิดโรคผิวหนัง ช่วยกำจัดขนที่หลุดร่วง เป็นโอกาสในการตรวจสอบสุขภาพผิวหนังและขน อย่างไรก็ตาม การอาบน้ำบ่อยเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อผิวหนังและขนของสัตว์เลี้ยงได้ ความถี่ในการอาบน้ำสำหรับสุนัข สุนัขแต่ละสายพันธุ์มีความต้องการในการอาบน้ำที่แตกต่างกัน: สุนัขขนสั้น อาบน้ำทุก 4-8 สัปดาห์ ขนบางและมีน้ำมันธรรมชาติที่ช่วยปกป้องผิวหนัง ตัวอย่างสายพันธุ์: บีเกิ้ล, ร็อตไวเลอร์, ปั๊ก สุนัขขนยาว อาบน้ำทุก 2-4 สัปดาห์ ต้องการการดูแลเป็นพิเศษเพื่อป้องกันขนพันกัน ตัวอย่างสายพันธุ์: ชิสุ, ยอร์คเชียร์ เทอร์เรียร์, โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ สุนัขที่มีผิวหนังบอบบาง อาบน้ำทุก 6-8 สัปดาห์ ใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนเท่านั้น ตัวอย่างสายพันธุ์: บูลด็อก, ชาร์เป้ ความถี่ในการอาบน้ำสำหรับแมว แมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดและสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ แต่บางครั้งก็จำเป็นต้องอาบน้ำ: แมวขนสั้น โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องอาบน้ำ อาบน้ำเมื่อเปื้อนมากหรือมีกลิ่นตัวแรง ควรแปรงขนสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แมวขนยาว อาบน้ำทุก 6-8 [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกวอลล์เปเปอร์สำหรับบ้านที่มีเด็กและสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องคำนึงถึงความทนทาน ความสวยงาม และความปลอดภัย วอลล์เปเปอร์ที่เหมาะสมต้องสามารถรับมือกับรอยขีด รอยขวนจากเล็บสุนัข รอยเปื้อนจากมือเด็ก และการซักล้างที่บ่อยครั้ง ประเภทวอลล์เปเปอร์ที่ทนทานที่สุด 1. วอลล์เปเปอร์ไวนิล วัสดุที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและสัตว์เลี้ยง เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่นหลายประการ ทนต่อความชื้นและน้ำ ทำความสะอาดง่ายด้วยผ้าเช็ดหมาด ปกป้องผนังจากรอยขีดข่วน มีความหนาและแข็งแรง 2. วอลล์เปเปอร์ไฟเบอร์กลาส นวัตกรรมใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจในวงการตกแต่งภายใน ทนทานต่อการกระแทก ไม่เป็นรอยง่าย สามารถทาสีทับได้ มีความยืดหยุ่นสูง 3. วอลล์เปเปอร์สังเคราะห์แบบพิเศษ ออกแบบมาเพื่อครอบครัวโดยเฉพาะ ผ่านการทดสอบความทนทาน กันคราบและรอยเปื้อน ซักทำความสะอาดได้บ่อยครั้ง มีลวดลายหลากหลาย เปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติ วอลล์เปเปอร์ไวนิล ราคา: 300-800 บาท/ตารางเมตร ระดับความทนทาน: สูง อายุการใช้งาน: 5-10 ปี วอลล์เปเปอร์ไฟเบอร์กลาส ราคา: 500-1,200 บาท/ตารางเมตร ระดับความทนทาน: สูงมาก อายุการใช้งาน: 10-15 ปี วอลล์เปเปอร์สังเคราะห์ ราคา: 400-900 บาท/ตารางเมตร ระดับความทนทาน: [...]

12/2/2568 • โดย Homeday
เสียงเห่าของสุนัขเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับผู้เลี้ยงสุนัขในที่พักอาศัย โดยเฉพาะในคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านจัดสรร บทความนี้จะแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาสุนัขเห่าเสียงดังอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน สาเหตุที่ทำให้สุนัขเห่าบ่อย สุนัขมักเห่าด้วยสาเหตุหลายประการ การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด: ความเหงาและวิตกกังวล สุนัขเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการปฏิสัมพันธ์ เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังเป็นเวลานาน อาจเกิดความเครียดและแสดงออกด้วยการเห่า โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของออกไปทำงาน การป้องกันอาณาเขต สุนัขมีสัญชาตญาณในการปกป้องพื้นที่ของตน เมื่อได้ยินเสียงหรือเห็นคนแปลกหน้าเดินผ่าน จะเห่าเพื่อเตือนภัยและแสดงการปกป้องเขตแดน ความตื่นเต้นหรือต้องการความสนใจ บางครั้งสุนัขเห่าเพราะต้องการสื่อสารกับเจ้าของ เช่น อยากเล่น หิว หรือต้องการออกไปขับถ่าย ปัญหาสุขภาพ ความเจ็บป่วยหรือความไม่สบายตัวอาจทำให้สุนัขเห่ามากกว่าปกติ วิธีแก้ไขปัญหาสุนัขเห่าเสียงดัง 1. การฝึกพื้นฐานและสร้างวินัย การฝึกคำสั่ง “เงียบ” หรือ “พอ” เป็นพื้นฐานสำคัญ: เริ่มจากสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ให้รางวัลเมื่อสุนัขหยุดเห่าตามคำสั่ง ฝึกอย่างสม่ำเสมอและใจเย็น ใช้น้ำเสียงที่หนักแน่นแต่ไม่ก้าวร้าว 2. การจัดสภาพแวดล้อม จัดพื้นที่ให้เหมาะสมเพื่อลดการกระตุ้น: ติดม่านหรือฟิล์มกรองแสงเพื่อลดการมองเห็นสิ่งกระตุ้นภายนอก จัดมุมพักผ่อนที่สงบและปลอดภัย ใช้เสียงเบาๆ เช่น วิทยุหรือโทรทัศน์ เพื่อกลบเสียงภายนอก 3. การออกกำลังกายและกิจกรรม สุนัขที่ได้ออกกำลังกายเพียงพอจะมีพฤติกรรมสงบมากขึ้น: พาเดินเล่นวันละ 30-60 นาที จัดกิจกรรมที่ท้าทายทั้งร่างกายและสมอง ใช้ของเล่นฝึกสมองเพื่อคลายเครียด 4. การใช้อุปกรณ์ช่วย อุปกรณ์เสริมที่อาจช่วยได้: [...]

2/3/2568 • โดย Homeday
การเดินทางกับสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องสนุก แต่ปัญหาที่มักพบบ่อยคือ “อาการเมารถ” ที่ทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่สบาย และผู้เลี้ยงก็รู้สึกกังวลไปด้วย บทความนี้จะแนะนำวิธีรับมือเมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงอาการเมารถ เพื่อให้การเดินทางของคุณและสัตว์เลี้ยงเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุข เข้าใจอาการเมารถในสัตว์เลี้ยง อาการเมารถในสัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากในมนุษย์ เกิดจากสมองได้รับข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างสิ่งที่ตาเห็นและระบบการทรงตัวในหูชั้นใน เมื่อรถเคลื่อนที่ ร่างกายรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว แต่ตากลับเห็นว่าสิ่งแวดล้อมภายในรถไม่เคลื่อนที่ ความขัดแย้งนี้ทำให้เกิดอาการเมารถ สัตว์เลี้ยงประเภทไหนเมารถได้บ่อย? สัตว์เลี้ยงทุกชนิดสามารถเมารถได้ แต่พบบ่อยที่สุดในสุนัขและแมว โดยเฉพาะ: ลูกสุนัขและลูกแมวมีโอกาสเมารถมากกว่าสัตว์โตเต็มวัย เนื่องจากระบบการทรงตัวยังพัฒนาไม่เต็มที่ สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาเกี่ยวกับหูชั้นใน สัตว์เลี้ยงที่มีประสบการณ์ไม่ดีกับการเดินทางในอดีต บางสายพันธุ์มีแนวโน้มเมารถมากกว่า เช่น สุนัขพันธุ์ที่มีจมูกสั้น (Brachycephalic) อย่าง ปั๊ก, บูลด็อก, เปอร์เซีย ส่วนสัตว์ขนาดเล็ก เช่น กระต่าย, หนู, แฮมสเตอร์ ก็สามารถเมารถได้เช่นกัน แต่ความเสี่ยงอาจมากกว่าเนื่องจากมีขนาดเล็กและระบบร่างกายที่บอบบาง สังเกตอาการเมารถในสัตว์เลี้ยง การรู้จักสัญญาณเตือนเมื่อสัตว์เลี้ยงเริ่มเมารถเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณจัดการกับปัญหาได้อย่างทันท่วงที อาการเมารถในสุนัข น้ำลายไหลมากผิดปกติ หาวบ่อย หายใจเร็ว กระสับกระส่าย ไม่อยู่นิ่ง สั่น อาเจียน เบื่ออาหาร ไม่ยอมกินขนมที่ปกติชอบ เลียริมฝีปากบ่อยๆ ส่งเสียงร้องผิดปกติ ท้องเสีย อาการเมารถในแมว น้ำลายไหยมากกว่าปกติ หายใจเร็ว [...]

14/2/2568 • โดย Homeday
เปิดประสบการณ์ปิกนิกรูปแบบใหม่ที่ผสานความสุขและสุขภาพให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงท่ามกลางความผ่อนคลายในบรรยากาศปิกนิกกลางสวน กับ งาน“Dogkery Picnic in Pet PARQ” ที่ เดอะ ปาร์ค ร่วมกับ Dogkery จัดกิจกรรมสนุก ๆ มากมายสำหรับคนรักสัตว์และครอบครัวสัตว์เลี้ยงที่ตอบโจทย์ทั้งสาย Wellness ที่ตอบรับแนวคิด Life Well Balanced เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เสิร์ฟความสุขไม่จำกัดที่ทุกคนสามารถมาร่วมกิจกรรมได้แม้ไม่มีสัตว์เลี้ยง เพราะงานนี้ไม่เพียงเป็นปิกนิกสำหรับคนรักสัตว์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการรีเฟรชพลังใจ และพบปะเพื่อนใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุข ของกิจกรรมสุดพิเศษอย่าง Time to Bake ที่ให้เจ้าของได้ลองทำพายโฮมเมดเพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง ไปพร้อม ๆ กับเรียนรู้เรื่องโภชนาการและการเลือกวัตถุดิบที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแต่ละประเภท เสริมสุขภาพให้แข็งแรงจากภายใน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Time to Train แชร์เทคนิคการดูแลและฝึกสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นมิตรกับศูนย์ฝึกสุนัขไชยภักดิ์ สร้างพฤติกรรมที่ดี และการสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงให้เข้าใจกันมากขึ้น ปิดท้ายด้วย Time to Chill สำหรับเพลิดเพลินกับช่วงเวลาคุณภาพกับเพื่อนรักสี่ขา และคอมมูนิตี้ที่มาอัพเลเวลพลังใจ ส่งต่อพลังงานบวกให้กันและกันภายในงานครั้งนี้

18/2/2568 • โดย Homeday
การมีสัตว์เลี้ยงในบ้านเป็นความสุขที่หลายคนปรารถนา แต่ความท้าทายสำคัญที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องเผชิญคือการรักษาความสะอาดของบ้าน เพราะสัตว์เลี้ยงมักทิ้งขนและสิ่งสกปรกไว้ทั่วบ้าน บทความนี้จะแนะนำวิธีการทำความสะอาดบ้านที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีความสุข การเตรียมพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง การจัดการพื้นที่ในบ้านเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการรักษาความสะอาด เริ่มจากการกำหนดพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น มุมวางชามอาหาร พื้นที่นอน และห้องน้ำ การจัดสรรพื้นที่อย่างเหมาะสมช่วยจำกัดการกระจายของสิ่งสกปรกและทำให้การทำความสะอาดง่ายขึ้น ควรเลือกวัสดุปูพื้นที่ทำความสะอาดง่าย เช่น กระเบื้อง หรือไม้ลามิเนต หลีกเลี่ยงพรมหนาหรือวัสดุที่ดูดซับความชื้น เพราะจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและกลิ่น นอกจากนี้ ควรมีแผ่นรองจานอาหารและน้ำ เพื่อป้องกันการหกเลอะเทอะ อุปกรณ์ทำความสะอาดที่จำเป็น การมีอุปกรณ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมช่วยให้การดูแลบ้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมี ได้แก่: เครื่องดูดฝุ่นสำหรับขนสัตว์โดยเฉพาะ ไม้กวาดยางและที่ตักผง ผ้าไมโครไฟเบอร์ น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยง สเปรย์ดับกลิ่น ถุงมือยาง แปรงปัดขน การเลือกใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีระบบกรองแบบ HEPA จะช่วยดักจับขนสัตว์และฝุ่นละอองได้ดียิ่งขึ้น ส่วนน้ำยาทำความสะอาดควรเลือกสูตรที่ไม่มีสารเคมีรุนแรง เพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง ตารางการทำความสะอาดประจำวัน การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาบ้านให้น่าอยู่ ควรจัดตารางทำความสะอาดดังนี้: ทุกวัน: กวาดและถูพื้น ทำความสะอาดจานอาหารและน้ำ เก็บกวาดห้องน้ำสัตว์เลี้ยง ซักผ้าปูที่นอนสัตว์เลี้ยงหากสกปรก ทุกสัปดาห์: ดูดฝุ่นทั่วบ้านอย่างละเอียด ซักผ้าปูที่นอนและของเล่นสัตว์เลี้ยง ทำความสะอาดกรงหรือบ้านสัตว์เลี้ยง เช็ดทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ ทุกเดือน: ล้างกรงหรือบ้านสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียด ทำความสะอาดพรมและผ้าม่าน ตรวจสอบและทำความสะอาดช่องระบายอากาศ [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถสร้างปัญหาสุขภาพให้กับสัตว์เลี้ยงได้อย่างน่าตกใจ สัตว์เลี้ยงที่มีความไวต่อสิ่งแวดล้อมมักจะประสบปัญหาการแพ้ไรฝุ่นได้ง่าย โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีผิวหนังและระบบภูมิคุ้มกันที่ละเอียดอ่อน ทำความเข้าใจไรฝุ่นและผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยง ไรฝุ่นคืออะไร ไรฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมาก มีขนาดประมาณ 0.2-0.3 มิลลิเมตร อาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ในบ้าน โดยเฉพาะที่นอน เฟอร์นิเจอร์ พรม และของใช้ต่างๆ ที่มีเส้นใยหรือผ้า กินเศษสะเก็ดผิวหนังของมนุษย์และสัตว์เป็นอาหาร กลไกการแพ้ของสัตว์เลี้ยง เมื่อไรฝุ่นสัมผัสกับผิวหนังหรือระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยง ร่างกายจะตอบสนองโดยระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบและอาการแพ้ตามมา อาการแพ้ไรฝุ่นในสัตว์เลี้ยง อาการทางผิวหนัง คันผิวหนังอย่างรุนแรง ผื่นแดงตามตัว ผิวหนังแห้งและมีสะเก็ด หลุดร่วงของขน เกิดแผลถลอกจากการเกา อาการทางระบบหายใจ ไอเรื้อรัง จาม มีน้ำมูก หายใจมีเสียงวี๊ด เยื่อบุตาอักเสบ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สัตว์เลี้ยงแพ้ไรฝุ่นง่าย ปัจจัยทางพันธุกรรม สายพันธุ์บางประเภทมีความไวต่อการแพ้มากกว่า เช่น สุนัขพันธุ์เล็ก แมวขนยาว หรือสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาภูมิแพ้ทางพันธุกรรม สภาพแวดล้อม บ้านที่มีความชื้นสูง การทำความสะอาดบ้านไม่เพียงพอ การระบายอากาศที่ไม่ดี การใช้เครื่องปรับอากาศและพรมจำนวนมาก วิธีป้องกันและรักษาการแพ้ไรฝุ่น การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีระบบกรองประสิทธิภาพสูง ซักทำความสะอาดที่นอนและของใช้สัตว์เลี้ยงสัปดาห์ละครั้ง ลดความชื้นในบ้านโดยใช้เครื่องลดความชื้น การดูแลสัตว์เลี้ยง อาบน้ำและแปรงขนสัตว์เลี้ยงสัปดาห์ละ [...]

18/9/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ 18 กันยายน 2568 – บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมสีเขียวสุดล้ำ ภายใต้โครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” ในงาน CP Innovation Exposition & Symposium 2025 มหกรรมด้านนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth” ที่สนับสนุนอาหารส่วนเกินให้เกษตรกรนำไปใช้เลี้ยงหนอนแมลงโปรตีน BSF แปรรูปเป็นสินค้า เพิ่มมูลค่า สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า “ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นที่จะลดการสูญเสีย เพื่อให้ทุกกระบวนการสามารถกลับมาเป็นคุณค่าใหม่ได้ นวัตกรรมนี้คือโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเริ่มต้นจากการมอบอาหารส่วนเกินในธุรกิจส่งต่อให้เกษตรกรเพื่อใช้เลี้ยงแมลงโปรตีน Black Soldier Fly (BSF) [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
สุนัขพันธุ์ชิสุเป็นสุนัขขนาดเล็กที่น่ารักและเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสัตว์เลี้ยง การดูแลขนของชิสุถือเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากลักษณะเฉพาะของโครงสร้างขนและสรีระของสุนัขพันธุ์นี้ โครงสร้างขนของชิสุที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ สุนัขพันธุ์ชิสุมีขนสองชั้น ประกอบด้วยขนชั้นนอกที่ค่อนข้างบาง และขนชั้นในที่หนานุ่ม ลักษณะเช่นนี้ทำให้ขนมีแนวโน้มที่จะพันกันง่าย และต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เหตุผลที่ต้องตัดขนบ่อย การป้องกันการพันกันของขน ขนชิสุมีแนวโน้มที่จะพันกันได้ง่าย โดยเฉพาะในบริเวณใต้ท้อง ใต้ขา และบริเวณหูที่มีขนยาว หากไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่ปัญหาผิวหนังที่ร้ายแรง การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย การตัดขนช่วยให้สุนัขสามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนจัด ขนที่ยาวเกินไปอาจทำให้สุนัขรู้สึกร้อนและไม่สบาย การตรวจสอบสุขภาพผิวหนัง การตัดขนบ่อยๆ ช่วยให้เจ้าของสามารถตรวจสอบสภาพผิวหนังของสุนัขได้อย่างละเอียด สามารถสังเกตเห็นแผล แมลง หรือความผิดปกติต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เทคนิคการตัดขนชิสุที่ถูกต้อง ความถี่ในการตัดขน สำหรับชิสุขนสั้น ควรตัดขนทุก 4-6 สัปดาห์ สำหรับชิสุขนยาว ควรตัดขนทุก 6-8 สัปดาห์ เครื่องมือที่จำเป็น กรรไกรตัดขนสุนัขเฉพาะทาง แปรงขนที่เหมาะสำหรับขนชิสุ ปัตตาเลี่ยนตัดขนที่มีคุณภาพ ข้อควรระวังในการตัดขน อย่าตัดขนสั้นเกินไป การตัดขนสั้นเกินไปอาจทำให้ผิวหนังระคายเคือง และเสี่ยงต่อการติดโรคผิวหนัง เลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เครื่องมือที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้สุนัขบาดเจ็บหรือเกิดความเครียดได้ คำนึงถึงอายุและสภาพร่างกาย สุนัขที่มีอายุหรือมีปัญหาสุขภาพต้องได้รับการดูแลพิเศษในการตัดขน ประโยชน์ของการตัดขนสม่ำเสมอ ลดการสะสมของเห็บ หมัด และปรสิตอื่นๆ ป้องกันกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ [...]

26/5/2568 • โดย Homeday
การเลือกอาหารแมวที่เหมาะสมถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของทาสแมวทุกคน เนื่องจากอาหารที่มีคุณภาพจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพโดยรวมของน้องแมว ตั้งแต่การบำรุงขนให้เงางาม การเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงการป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ในปัจจุบันตลาดอาหารแมวมีความหลากหลายมากมาย ทั้งอาหารเม็ด อาหารเปียก และอาหารสำหรับแมวที่มีความต้องการพิเศษ แต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นและสูตรที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ผู้เลี้ยงต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถเลือกอาหารที่ตรงกับความต้องการและเหมาะสมกับสุขภาพของแมวแต่ละตัว โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ น้ำหนัก สายพันธุ์ และสภาวะสุขภาพเฉพาะตัว #shopzy #อาหารแมว #อาหารแมวคุณภาพ #MeO #Kaniva #Whiskas #Maxima #RoyalCanin #Iskhan #Nekko #Sheba #BlackHawk #ขนมแมว #อาหารแมวเปียก #อาหารแมวเม็ด #สุขภาพแมว

13/3/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเมื่ออายุมากขึ้นจะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการด้านการนอน ข้อต่อเริ่มแข็งทื่อ กล้ามเนื้อลีบลง และความรู้สึกเจ็บปวดเริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น การเลือกเบาะนอนที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของสัตว์เลี้ยง คุณสมบัติที่ควรพิจารณาในเบาะนอนสำหรับสัตว์เลี้ยงสูงอายุ 1. วัสดุรองรับน้ำหนักและกระจายแรงกด เบาะนอนสำหรับสัตว์เลี้ยงสูงอายุต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือการรองรับน้ำหนักและกระจายแรงกดอย่างมีประสิทธิภาพ วัสดุเมมโมรี่โฟมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากสามารถปรับตัวตามรูปร่างและน้ำหนักของสัตว์เลี้ยง ช่วยลดแรงกดทับบริเวณข้อต่อและกระดูก ป้องกันการเกิดแผลกดทับได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ระดับความหนาที่เหมาะสม ความหนาของเบาะนอนควรมีความเหมาะสม โดยทั่วไปแนะนำความหนา 3-5 นิ้ว เพื่อให้การรองรับที่เพียงพอ ไม่แน่นหรือหลุมจนเกินไป ช่วยให้สัตว์เลี้ยงสามารถลุกขึ้นนั่งหรือลุกขึ้ายืนได้โดยง่าย 3. การระบายอากาศและความอบอุ่น เลือกเบาะนอนที่มีการระบายอากาศดี ป้องกันความชื้น และให้ความอบอุ่นเหมาะสม วัสดุที่มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นและระบายอากาศได้ดี เช่น ใยสังเคราะห์พิเศษ หรือผ้าที่มีเทคโนโลยีการระบายอากาศสูง จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกสบายตลอดเวลา ประเภทเบาะนอนสำหรับสัตว์เลี้ยงสูงอายุ 1. เบาะนอนแบบออร์โธปิดิก เป็นเบาะนอนที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาข้อต่อและกระดูก มีโครงสร้างพิเศษที่ช่วยประคองและลดแรงกดทับ เหมาะสำหรับสุนัขและแมวที่เป็นโรคข้อเสื่อม กระดูกพรุน หรือมีอาการปวดตามร่างกาย 2. เบาะนอนแบบปรับอุณหภูมิ เทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม สามารถให้ความอบอุ่นในฤดูหนาวและความเย็นสบายในฤดูร้อน ช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อต่อและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต 3. เบาะนอนแบบยกขอบ มีขอบสูงรอบด้านเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัยและพยุงร่างกาย ช่วยป้องกันลมและความเย็น โดยเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ เคล็ดลับการเลือกเบาะนอนที่เหมาะสม ขนาดที่พอดี เลือกเบาะนอนที่มีขนาดเหมาะสมกับสัดส่วนของสัตว์เลี้ยง ให้พวกเขาสามารถนอนเหยียดตัวได้อย่างสบาย ไม่แคบหรือกว้างเกินไป [...]