
22/5/2568 • โดย Homeday
หากคุณกำลังมองหาต้นไม้ที่นอกจากจะสวยงามแล้วยังเชื่อกันว่าจะนำโชคลาภและความมั่งคั่งมาสู่ผู้ปลูก ต้นเศรษฐีรวยทรัพย์คือคำตอบที่คุณต้องการ ต้นไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงามโดดเด่นด้วยใบสีเขียวเป็นมันวาว แต่ยังเป็นที่นิยมเพราะดูแลง่าย เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาดูแลต้นไม้มากนัก ต้นเศรษฐีรวยทรัพย์มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศได้ดี เหมาะสำหรับปลูกทั้งในบ้านและร้านค้า เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและสร้างบรรยากาศที่สดชื่น ขอบคุณภาพจาก : Kapook ลักษณะเด่นของต้นเศรษฐีรวยทรัพย์ที่ต้องรู้ ต้นเศรษฐีรวยทรัพย์ หรือ ฟิโลเดนดรอน รวยทรัพย์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Philodendron sp. ‘Ruaysap’ จัดอยู่ในวงศ์ Araceae เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในประเทศบราซิล ลักษณะเด่นของต้นเศรษฐีรวยทรัพย์คือลำต้นเตี้ย ไม่สูงมากนัก มีก้านใบอวบอ้วนเป็นทรงกระบอก ซึ่งมีทั้งแบบก้านขาวและก้านแดงตามสายพันธุ์ ใบของต้นเศรษฐีรวยทรัพย์เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนถี่ รูปไข่ถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายแหลมถึงเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปหัวใจ ขอบเรียบหรือหยักเป็นคลื่นห่างๆ ใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวเกลี้ยงเป็นมันวาว มีสีเขียวเข้มตลอดทั้งใบ ขนาดใบโดยเฉลี่ยยาว 24-28 เซนติเมตร กว้าง 12-14 เซนติเมตร ก้านใบอวบหนาเป็นรูปครึ่งทรงกระบอก ยาว 3-10 เซนติเมตร นอกจากต้นเศรษฐีรวยทรัพย์แบบธรรมดาแล้ว ยังมีสายพันธุ์ย่อยที่ได้รับความนิยมอีกหลายชนิด เช่น เศรษฐีรวยทรัพย์ด่าง ที่มีใบสีเขียวด่างตลอดทั้งใบ และเศรษฐีรวยทรัพย์ทอง ซึ่งมีใบสีเหลืองทองถึงเขียวอ่อน เส้นกลางใบสีขาวชัดเจน [...]

17/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกพืชเลื้อยถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนไทยที่ต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่จำกัดของคอนโดหรือบ้านแถวที่มีแสงแดดจัด พืชเลื้อยไม่เพียงแต่ช่วยแต่งแต้มความสวยงามให้กับผนังหรือกำแพงเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์มากมายในการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัวบ้านอีกด้วย ประโยชน์ที่พืชเลื้อยให้กับบ้านมีอะไรบ้าง พืชเลื้อยช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนธรรมชาติ ใบไม้จะช่วยป้องกันแสงแดดที่กระทบตัวอาคารโดยตรงและสะท้อนความร้อนบางส่วนกลับสู่อากาศ นอกจากนี้ยังช่วยกรองฝุ่นละออง ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มความชื้นในอากาศให้กับพื้นที่รอบบ้าน พืชเลื้อยบางชนิดยังมีความสามารถในการฟอกอากาศภายในบ้าน โดยดูดซับสารพิษต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซิน และสารมลพิษอื่นๆ ที่มาจากการก่อสร้างและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยทำให้อากาศภายในบ้านบริสุทธิ์มากขึ้น สายพันธุ์พืชเลื้อยยอดนิยมสำหรับบ้านไทยมีอะไรบ้าง พืชเลื้อยสำหรับปลูกนอกบ้าน ตีนตุ๊กแก เป็นพืชเลื้อยต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงในการปลูกเกาะกำแพง มีลักษณะเป็นเถาเนื้อแข็ง ใบเป็นทรงรีหรือทรงไข่ สีเขียวเข้มหรือน้ำตาลแดง ชอบดินร่วนปนทราย ต้องการน้ำปานกลาง และสามารถเติบโตได้ดีในแสงแดดรำไรถึงแสงแดดจัด บอสตันไอวี่ เป็นพืชเลื้อยตระกูลองุ่นที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงาม สามารถเลื้อยได้ไกลถึง 18 เมตร และมีจุดเด่นคือใบจะเปลี่ยนสีได้ตั้งแต่เขียวไปถึงแดง ชอบแสงแดดปานกลางถึงรำไร และสามารถปลูกได้ในดินทั่วไปที่ระบายน้ำดี เหลืองชัชวาล หรือแคทส์คลอว์ เป็นพืชเลื้อยที่โตเร็วและทนทาน มีดอกสีเหลืองสดใสทรงกรวยหรือทรงแตร ปลูกได้ในดินทุกชนิด ต้องการน้ำไม่มาก และชอบแสงแดดจัดกับอากาศร้อน ลดาวัลย์ เป็นพืชเลื้อยขนาดใหญ่ที่มีดอกสีขาวหอมจัดตอนเช้ามืด สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำดีเป็นพิเศษ ต้องการแสงแดดจัดกลางแจ้งและไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงรบกวน พืชเลื้อยสำหรับปลูกในร่ม พลูด่าง เป็นพืชเลื้อยที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการปลูกในร่ม มีใบรูปหัวใจสีเขียวมีลายด่างขาว ปลูกและดูแลง่าย สามารถปลูกได้ทั้งในแสงมากและแสงน้อย [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกดาวเรืองเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า แม้ว่าจะเป็นดอกไม้ที่ต้องการการดูแลอย่างละเอียด แต่หากทำความเข้าใจขั้นตอนและวิธีการที่ถูกต้อง ก็สามารถปลูกดาวเรืองให้เติบโตสวยงามได้แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เตรียมความพร้อมก่อนปลูกดาวเรือง การเลือกพันธุ์ดาวเรือง ดาวเรืองมีหลายพันธุ์ที่เหมาะสมกับการปลูกในประเทศไทย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ดาวเรืองฝรั่งเศส (French Marigolds) ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับปลูกในกระถางหรือขอบแปลง ดาวเรืองแอฟริกัน (African Marigolds) ที่มีดอกใหญ่และต้นสูง และดาวเรืองซิกเน็ต (Signet Marigolds) ที่เหมาะสำหรับแขวนหรือปลูกในแปลงหิน พันธุ์ยอดนิยมในประเทศไทยได้แก่ พันธุ์คานา โกลด์ (Cana Gold) ที่มีสีเหลืองทองเข้มและกลีบดอกแน่น ทนต่อสภาพอากาศได้ดี นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไฮบริดอื่นๆ เช่น ทองเศรษฐี พาวเวอร์โกลด์ และนพคุณทอง ที่ได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเตรียมดินและพื้นที่ปลูก ดาวเรืองต้องการดินที่ระบายน้ำได้ดี มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง และมีค่า pH ระหว่าง 6.0-7.0 หากปลูกในแปลงดิน ควรเตรียมดินโดยผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่าลงไป สำหรับการปลูกในกระถาง ควรใช้ดินปลูกผสมที่มีการระบายน้ำดี ประกอบด้วยดินร่วน เพอร์ไลต์ และหินบีบตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับปลูกดาวเรืองคือพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวันอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน หากเป็นพันธุ์ดาวเรืองแอฟริกันที่มีดอกใหญ่ ควรเลือกพื้นที่ที่ป้องกันลมแรงเพื่อไม่ให้ก้านดอกหัก [...]

17/5/2568 • โดย Homeday
อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ การปลูกอะโวคาโดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการทำเกษตรเพื่อบริโภคเองหรือเพื่อการค้า บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกอะโวคาโดให้ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งแนะนำ 8 สายพันธุ์ยอดนิยมที่เหมาะสำหรับปลูกในประเทศไทย รวมถึงเทคนิคการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี ต้นอะโวคาโดคืออะไรและลักษณะทั่วไปเป็นอย่างไร? อะโวคาโด (Avocado) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Persea americana Mill เป็นพืชพื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง ประเทศไทยมีการนำเข้ามาปลูกมามากกว่า 80 ปีแล้ว โดยมิชชันนารีชาวอเมริกันนำมาปลูกครั้งแรกในจังหวัดน่าน ลักษณะทั่วไปของต้นอะโวคาโดเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ มีความสูงประมาณ 5-18 เมตร มีใบเดี่ยวรูปรีที่มีขนนุ่มสั้นๆ ปกคลุมทั่วใบ ดอกมีขนาดเล็กออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง มีสีเหลืองอมเขียว ส่วนผลมีหลายรูปทรงทั้งกลมและรี มีทั้งเปลือกบางและเปลือกหนา ผิวอาจเรียบหรือขรุขระขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เนื้อด้านในมีสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม มีรสชาติมัน เนื้อละเอียด เนื่องจากมีส่วนประกอบเป็นน้ำมันถึง 30% และยังอุดมไปด้วยโปรตีน อะโวคาโดสามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่ราบและพื้นที่สูงมากกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่การเลือกพื้นที่และสายพันธุ์ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การปลูกประสบความสำเร็จ รู้จักอะโวคาโด 8 สายพันธุ์ยอดนิยมที่ปลูกในประเทศไทย ลักษณะของพันธุ์อะโวคาโดที่ดีควรมีคุณภาพเนื้อที่ดี มีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูง เนื้อแน่นและนิ่มแต่ไม่เละ ไม่มีเสี้ยน ไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลง่ายเมื่อผ่า และไม่มีกลิ่นฉุน นอกจากนี้ ผลแก่ควรติดอยู่บนต้นได้นาน ไม่ร่วงง่าย มีผลเปลือกหนาและขนาดไม่ใหญ่เกินไป [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
เฉลิมฉลอง 20 ปีแห่งความร่วมมือระหว่างดิสนีย์ (Disney) และสวารอฟสกี้ (Swarovski) สานต่อความคิดสร้างสรรค์อันเปล่งประกายด้วยคอลเลกชันใหม่สุดมหัศจรรย์อย่าง Disney Classics ที่นำตัวการ์ตูนในตำนานกลับมาตีความใหม่ผ่านประกายงดงามของคริสตัลสวารอฟสกี้ เป็นครั้งแรกที่ตัวละครจากเรื่องราวสุดคลาสสิกของดิสนีย์ได้มารวมอยู่ในคอลเลกชันเดียวกันเป็นชิ้นงานสุดมหัศจรรย์ 4 ชิ้น พร้อมด้วยอีก 1 ชิ้นงานรุ่นพิเศษที่จะมาถ่ายทอดเสน่ห์ของตัวละครอันแสนน่ารักอย่าง แบมบี้ ดัมโบ้ ลัคกี้ และ มารี ซึ่งแต่ละชิ้นได้รับการเจียระไนอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนบุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครแต่ละตัว เป็นการให้เกียรติแก่เรื่องราวที่เป็นอมตะของดิสนีย์ และความเชี่ยวชาญในงานฝีมืออันเป็นเลิศของสวารอฟสกี้ ดัมโบ้ ช้างน้อยดัมโบ้ (Dumbo) สุดน่ารักที่โดดเด่นด้วยใบหูใหญ่เป็นเอกลักษณ์ได้รับการเจียระไนอย่างประณีตถึง 827 เหลี่ยม เพิ่มความน่าหลงใหลด้วยหมวกสีเหลืองทองสุดเก๋ สื่อถึงจินตนาการแห่งการโบยบิน ปลายงวงจับลูกโป่งคริสตัลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ซึ่งลอยอยู่บนสายโครเมียม เติมเต็มเสน่ห์แห่งความฝันและความมหัศจรรย์เหนือจินตนาการ แบมบี้ กวางน้อยแบมบี้ (Bambi) กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในคอลเลกชันฉลองครบรอบ 20 ปี ด้วยการเจียระไนสุดประณีตถึง 577 เหลี่ยมมุม ท่ามกลางบรรยากาศของป่าอันแสนงดงามที่กำลังผลิบานรับฤดูใบไม้ผลิ แบมบี้ กวางน้อยแสนอ่อนโยนก็ต้องประหลาดใจเมื่อมีผีเสื้อสีชมพูโฉบบินมาเกาะบนจมูกของเขาอย่างแผ่วเบา สะท้อนเสน่ห์แห่งความไร้เดียงสาและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ ลัคกี้ ลัคกี้ (Lucky) หนึ่งในลูกสุนัขสุดน่ารักจาก 101 Dalmatian การ์ตูนสุดคลาสสิกอันเป็นที่รัก ได้รับการเจียระไนกว่า [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
QUINN (ควินน์) แบรนด์แฟชั่นสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่แสดงออกถึงภาพลักษณ์อันทรงพลัง เหนือกาลเวลา กล้าที่จะแตกต่าง ต้อนรับแฟชั่นประจำฤดูกาลซัมเมอร์ 2025 เชิญชวนทุกคนร่วมโต๊ะบรันช์สุดชิลล์ในแคมเปญ In the Garden พร้อมเสิร์ฟไอเทมแฟชั่นล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจจากของใช้นานาชนิดบนโต๊ะอาหารมื้อสาย ที่ถูกตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียนในสวน โดยมีไฮไลต์สุดพิเศษประจำคอลเลกชั่นคือ การร่วมงานกับ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นางแบบชื่อดังพ่วงด้วยดีกรีพิธีกร นักเขียนและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรี มาพรีเซนต์ความแอลิแกนซ์ที่ให้ความรู้สึกแคชชวลสบายผ่านลวดลายเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ผสมผสานกับเทคนิคการตัดเย็บอันประณีต กลายเป็นเสื้อผ้าสไตล์ซัมเมอร์ที่สวมใส่สบายพร้อมกับมีกลิ่นอายความหรูหราสไตล์โอลด์ มันนี่ องค์ประกอบสำคัญของการออกแบบคือการหยิบนำลวดลายที่มักเห็นได้บนโต๊ะอาหาร อาทิ ลายพิมพ์ดอกไม้ ลายทางหลากหลายสีสัน ลายนูนที่อินสไปร์จากขอบจานที่ถูกนำมาขมวดขดเกิดเป็นลวดลายแอบแสตรก และลายพิมพ์ของผักผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นต้นอาร์ติโชค มะเขือเทศ มะเขือม่วง และผลมะเดื่อฝรั่ง ถูกถักทอผ่านวัสดุเส้นใยธรรมชาติทั้งผ้าคอตตอน ผ้าลินิน รวมถึงผ้าลูกไม้ควินน์ แลซ (QUINN LACE) โดดเด่นด้วยลวดลายพิเศษนำมาต่อกันเป็นแพทช์ผ้าที่มีเอกลักษณ์ เสริมด้วยกรรมวิธีตัดเย็บสุดยูนีคทั้งการจับเดรปและการถักโครเช่ต์คล้ายแผ่นรองแก้ว มาในพาแลตสีสันนูทรัลสบายตาไปจนถึงสีสันสดใสบ่งบอกถึงความเป็นซัมเมอร์ ตั้งแต่สีขาวไอวอรี สีเบจ สีน้ำตาลมะฮอกกานี ไปจนสีเหลืองเลม่อน สีส้มแทงเจอรีน สีเขียวมรกต และสีแดงอำพัน ออกมาให้เลือกสรรในหลายดีไซน์ตั้งแต่ เดรสเกาะอกปักลายขมวดแอบแสตรก จัมพ์สูทลายทางคละสี เดรสสายเดี่ยวกระโปรงสั้นแต่งโมทีฟรูปผักช่วงอก เดรสแขนยาวจับเดรปป้ายข้าง เดรสซาตินคล้องคอพิมพ์ลายพืชผัก เชิ้ตแขนสั้นเข้าเซ็ทกับกางเกงพิมพ์ลายดอกไม้ [...]

17/5/2568 • โดย Homeday
มะยงชิดเป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบในช่วงหน้าร้อน ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสที่นุ่มฉ่ำ ทำให้มะยงชิดเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาสูง เกษตรกรหลายรายจึงหันมาให้ความสนใจปลูกมะยงชิดเพื่อสร้างรายได้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับมะยงชิดอย่างละเอียด ทั้งประวัติความเป็นมา สายพันธุ์ยอดนิยม วิธีการปลูกและดูแลให้ออกผลดก เพื่อให้คุณสามารถปลูกมะยงชิดไว้รับประทานเองหรือปลูกเพื่อการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มะยงชิดคืออะไร? ทำความรู้จักกับผลไม้มงคลรสชาติเยี่ยม มะยงชิด (Marian Plum) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouea oppositifolia (Roxb.) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในวงศ์ Anacardiaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมะม่วง มะปราง และมะกอก ต้นมะยงชิดสามารถสูงได้ถึง 10-30 เมตร มีลำต้นสีน้ำตาลแก่ แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่ม ใบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน (oblong) มีสีเขียวอ่อนปนน้ำตาลเมื่อยังอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเมื่อแก่ ความยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตร กว้าง 3-5 เซนติเมตร ผิวใบเป็นมัน ดอกมะยงชิดมีสีขาว ขนาดเล็กประมาณ 0.5 เซนติเมตร คล้ายกับดอกมะปราง ออกเป็นช่อที่ซอกใบ ส่วนผลมีลักษณะกลมยาวรีคล้ายไข่เป็ด เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียว และเมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ในแต่ละผลจะมีเมล็ดเพียง 1 เมล็ด โดยเนื้อในของเมล็ดมีสีม่วง [...]

20/10/2567 • โดย Homeday
การเดินทาง รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีมีนพัฒนา (เพียง 550 เมตร)รถไฟฟ้าสายสีเหลืองรถไฟฟ้าสายสีชมพูถนนรามคำแหงถนนร่มเกล้าถนนลาดพร้าวถนนศรีนครินทร์ถนนเสรีไทยถนนนวมินทร์วง

30/6/2566 • โดย Homeday
ไอเดียแต่งบ้านหลังนี้ เป็นผลงานจาก Khosla Associates ตั้งอยู่ที่ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นการออกแบบโดยการใช้น้ำ และหินทรายสีเหลืองอย่าง Jaisalmer ตกแ

23/5/2568 • โดย Homeday
ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]

12/6/2568 • โดย Homeday
ต้นปาล์มเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการจัดสวนบ้าน เนื่องจากมีความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนและฝน พร้อมทั้งดูแลง่าย นอกจากจะช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้กับบ้านแล้ว ต้นปาล์มยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย การเลือกสายพันธุ์ปาล์มที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการปลูก สายพันธุ์ปาล์มแนะนำสำหรับคนรักการจัดสวน หมากเหลือง – ราชาแห่งการฟอกอากาศ หมากเหลืองเป็นปาล์มที่มีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจากอากาศและคายความชื้นให้แก่บ้าน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chrysalidocarpus lutescens มีถิ่นกำเนิดในมาดากัสการ์ลักษณะเด่นคือลำต้นหุ้มด้วยกาบสีเหลืองขนาดใหญ่ และสามารถแตกกอได้สูงถึง 9 เมตร ข้อดีของหมากเหลืองคือสามารถดัดใบให้เป็นพุ่มสวยงามได้และดัดลำต้นให้กางออกพอดีกับพื้นที่ นิยมปลูกในที่ร่มหรือแดดรำไร และต้องการการรดน้ำเมื่อดินแห้ง สำหรับการดูแล ควรให้น้ำตอนเช้าวันละครั้งแต่อย่าให้แฉะ และให้ปุ๋ยคอกอย่างสม่ำเสมอเดือนละ 1 ครั้ง ปาล์มใบไผ่ – มิตรแท้ของสัตว์เลี้ยง ปาล์มใบไผ่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chamaedorea elegans มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกและกัวเตมาลา เป็นปาล์มขนาดเล็กที่สูงไม่ถึง 2 เมตร มีใบสีเขียวเข้มเรียวแหลมคล้ายใบไผ่ ข้อดีสำคัญคือไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและช่วยดูดสารพิษภายในบ้าน การดูแลปาล์มใบไผ่ค่อนข้างง่าย ต้องการแสงแดดปานกลางหรือรำไร รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย เนื่องจากโตช้า ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือเพาะเมล็ด ควรปลูกในดินร่วน ปาล์มหางกระรอก – ความงามแบบธรรมชาติ ปาล์มหางกระรอกหรือฟอกซ์เทล มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Wodyetia bifurcata มีลักษณะเด่นที่ใบสีเขียวรูปขนนกปลายแหลม [...]

1/3/2568 • โดย Homeday
กลิ่นฉี่สัตว์เลี้ยงเป็นปัญหาที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนต้องเผชิญไม่ว่าจะเลี้ยงสุนัขหรือแมว โดยเฉพาะเมื่อสัตว์เลี้ยงยังเด็กหรือยังไม่ได้รับการฝึกให้ขับถ่ายในที่ที่เหมาะสม แต่ทำไมกลิ่นฉี่สัตว์เลี้ยงถึงรุนแรงและกำจัดยากกว่ากลิ่นอื่นๆ? น้ำปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงประกอบด้วยสารยูเรีย แอมโมเนีย และกรดยูริก ซึ่งเมื่อแห้งแล้วจะทิ้งผลึกที่มีกลิ่นแรงไว้บนพื้นผิว โดยเฉพาะในกรณีของแมว ปัสสาวะของพวกมันมีความเข้มข้นสูงกว่ามนุษย์ถึง 5 เท่า ทำให้มีกลิ่นรุนแรงมาก สิ่งที่ทำให้ปัญหายิ่งซับซ้อนขึ้นคือ สัตว์เลี้ยงมักจะกลับมาฉี่ซ้ำในจุดเดิมเมื่อได้กลิ่นของตัวเอง เนื่องจากกลิ่นเป็นเครื่องหมายอาณาเขตสำหรับพวกมัน โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่ยังไม่ได้ทำหมัน การกำจัดกลิ่นอย่างสมบูรณ์จึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้พฤติกรรมนี้เกิดซ้ำ นอกจากนี้ หลายคนอาจไม่ทราบว่ากลิ่นฉี่สัตว์เลี้ยงสามารถแทรกซึมเข้าไปในวัสดุต่างๆ ได้ลึกมาก โดยเฉพาะวัสดุที่มีรูพรุนเช่น พรม ไม้ เฟอร์นิเจอร์บุนวม และที่นอน ทำให้การกำจัดกลิ่นเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น บางครั้งเราอาจคิดว่ากำจัดกลิ่นได้หมดแล้ว แต่เมื่อความชื้นเพิ่มขึ้น (เช่น วันที่มีความชื้นสูงหรือหลังการทำความสะอาด) กลิ่นอาจกลับมาใหม่ได้ เมื่อเข้าใจถึงสาเหตุของกลิ่นฉี่สัตว์เลี้ยงแล้ว เราสามารถเลือกวิธีการกำจัดที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น วิธีระบุตำแหน่งที่มีกลิ่นฉี่สัตว์เลี้ยงในบ้าน การระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของแหล่งกลิ่นฉี่สัตว์เลี้ยงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการกำจัดกลิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ บางครั้งเราอาจรู้สึกได้ว่ามีกลิ่นแต่ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดได้ โดยเฉพาะในกรณีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นนานแล้วหรือในพื้นที่กว้าง วิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดในการค้นหาคือการใช้ไฟ UV หรือที่เรียกว่า “แบล็คไลท์” ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นคราบปัสสาวะที่ตาเปล่ามองไม่เห็น โดยภายใต้แสง UV คราบปัสสาวะจะเรืองแสงเป็นสีเหลืองหรือสีเขียวอ่อน ทำให้สามารถระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ วิธีนี้ใช้ได้ผลดีที่สุดในที่มืดหรือแสงน้อย ดังนั้นควรปิดไฟและปิดม่านก่อนใช้ หากไม่มีไฟ UV สามารถใช้วิธีสังเกตและดมกลิ่นได้ โดยค่อยๆ เคลื่อนที่ไปรอบๆ ห้องและสังเกตว่าจุดไหนที่กลิ่นรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ [...]
