Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky
Banner TOA
Homeday Tiktok
กำลังค้นหา:
คำค้น: สายพันธุ์
12345678910

บทความ

พบ 110 บทความ

เรียงตาม:
ปลูกผักคะน้าในบ้านอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ปลูกผักสวนครัวสู่ความสำเร็จ
ทั่วไป

ปลูกผักคะน้าในบ้านอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ปลูกผักสวนครัวสู่ความสำเร็จ

28/5/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวปลอดสารพิษ คะน้าเป็นผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก นอกจากจะได้ผักสดใหม่ปราศจากสารเคมีแล้ว คะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย การศึกษาวิธีการปลูกและดูแลคะน้าอย่างถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัวที่บ้าน ผักคะน้าคืออะไรและทำไมถึงนิยมปลูกในบ้าน? ผักคะน้า หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra เป็นผักใบเขียวในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย1 คะน้าเป็นผักที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ความนิยมของการปลูกคะน้าในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการผัด ยำ หรือใส่ในข้าวผัด คะน้าได้รับความนิยมในการปลูกที่บ้านเพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนดินร่วน1 ความสามารถในการปรับตัวที่ดีของคะน้าทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระถางหรือแปลงเล็กๆ ในบ้าน นอกจากนี้คะน้ายังเป็นผักที่ปลูกได้ตลอดปี แม้จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกคะน้าคือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็ว โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45-55 วันหลังปลูก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น การที่คะน้าให้ผลผลิตเร็วนี้ทำให้ผู้ปลูกได้รับความพึงพอใจและแรงบันดาลใจในการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการดูแลและผลตอบแทนที่รวดเร็วจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คะน้าเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักสวนครัวที่บ้าน สายพันธุ์คะน้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในบ้าน? สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคะน้าจีนที่ได้รับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย1 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 พันธุ์หลักที่แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกคะน้าให้ประสบความสำเร็จ พันธุ์ใบกลมเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย1 ข้อดีของพันธุ์นี้คือความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย ตัวอย่างสายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 [...]

มะยงชิดมีกี่สายพันธุ์ และปลูกอย่างไรให้ออกผลดก?
ทั่วไป

มะยงชิดมีกี่สายพันธุ์ และปลูกอย่างไรให้ออกผลดก?

17/5/2568 • โดย Homeday

มะยงชิดเป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบในช่วงหน้าร้อน ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสที่นุ่มฉ่ำ ทำให้มะยงชิดเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาสูง เกษตรกรหลายรายจึงหันมาให้ความสนใจปลูกมะยงชิดเพื่อสร้างรายได้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับมะยงชิดอย่างละเอียด ทั้งประวัติความเป็นมา สายพันธุ์ยอดนิยม วิธีการปลูกและดูแลให้ออกผลดก เพื่อให้คุณสามารถปลูกมะยงชิดไว้รับประทานเองหรือปลูกเพื่อการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มะยงชิดคืออะไร? ทำความรู้จักกับผลไม้มงคลรสชาติเยี่ยม มะยงชิด (Marian Plum) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouea oppositifolia (Roxb.) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในวงศ์ Anacardiaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมะม่วง มะปราง และมะกอก ต้นมะยงชิดสามารถสูงได้ถึง 10-30 เมตร มีลำต้นสีน้ำตาลแก่ แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่ม ใบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน (oblong) มีสีเขียวอ่อนปนน้ำตาลเมื่อยังอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเมื่อแก่ ความยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตร กว้าง 3-5 เซนติเมตร ผิวใบเป็นมัน ดอกมะยงชิดมีสีขาว ขนาดเล็กประมาณ 0.5 เซนติเมตร คล้ายกับดอกมะปราง ออกเป็นช่อที่ซอกใบ ส่วนผลมีลักษณะกลมยาวรีคล้ายไข่เป็ด เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียว และเมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ในแต่ละผลจะมีเมล็ดเพียง 1 เมล็ด โดยเนื้อในของเมล็ดมีสีม่วง [...]

สุนัขควรออกกำลังกายวันละกี่นาที?
ทั่วไป

สุนัขควรออกกำลังกายวันละกี่นาที?

26/2/2568 • โดย Homeday

การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของสุนัข เช่นเดียวกับมนุษย์ สุนัขต้องการการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อรักษาสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “สุนัขควรออกกำลังกายวันละกี่นาที?” คำตอบนั้นไม่ได้ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สายพันธุ์ อายุ ขนาดร่างกาย และสุขภาพโดยรวมของสุนัข บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละประเภท ผลดีของการออกกำลังกาย กิจกรรมที่แนะนำ สัญญาณที่บ่งบอกว่าสุนัขออกกำลังกายมากหรือน้อยเกินไป และคำแนะนำในการออกกำลังกายให้สุนัขอย่างปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าของสุนัขสามารถวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุนัขของตนเองได้ เวลาการออกกำลังกายที่เหมาะสมตามสายพันธุ์ สุนัขพลังงานสูง (60-90 นาทีต่อวัน) สุนัขพลังงานสูงหรือสุนัขที่ถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อการทำงาน มักต้องการการออกกำลังกายประมาณ 60-90 นาทีต่อวัน สายพันธุ์เหล่านี้ได้แก่: บอร์เดอร์ คอลลี่ เจอร์มัน เชพเพิร์ด ไซบีเรียน ฮัสกี้ จัก รัสเซล เทอร์เรียร์ วิซล่า ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ บ็อกเซอร์ สุนัขเหล่านี้มีพลังงานสูงและถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อทำงานที่ต้องใช้ความอดทนและกำลัง หากไม่ได้รับการออกกำลังกายที่เพียงพอ พวกมันอาจเกิดปัญหาพฤติกรรม เช่น กัดทำลายข้าวของ เห่าหอนมากเกินไป หรือมีพฤติกรรมซุกซน การแบ่งการออกกำลังกายเป็นสองช่วงต่อวันจะช่วยให้สุนัขเหล่านี้ได้ระบายพลังงานได้ดี เช่น การเดินเร็ว 30-45 นาทีในตอนเช้า และการเล่นวิ่งไล่จับหรือฝึกเชื่อฟังคำสั่งอีก 30-45 นาทีในตอนเย็น [...]

วิธีพาสุนัขวิ่งอย่างไรให้ปลอดภัย?
ทั่วไป

วิธีพาสุนัขวิ่งอย่างไรให้ปลอดภัย?

26/2/2568 • โดย Homeday

การวิ่งกับสุนัขไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน แต่ยังเป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงของคุณ อย่างไรก็ตาม การพาสุนัขวิ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้อย่างง่ายดายโดยปราศจากการเตรียมตัวและความรู้ที่เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำวิธีพาสุนัขวิ่งอย่างปลอดภัย เพื่อให้ทั้งคุณและสุนัขของคุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากกิจกรรมนี้ ประโยชน์ของการพาสุนัขวิ่ง การวิ่งกับสุนัขมีประโยชน์มากมายทั้งต่อตัวคุณและสุนัข นอกเหนือจากการเผาผลาญพลังงานแล้ว กิจกรรมนี้ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคุณกับสุนัข เสริมสร้างสุขภาพร่างกาย และช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย สำหรับสุนัข การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่สมบูรณ์แบบ ช่วยควบคุมน้ำหนัก เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจและปอด นอกจากนี้ การได้ออกไปสำรวจสิ่งแวดล้อมภายนอกยังช่วยกระตุ้นสมองของสุนัข ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การกัดทำลายสิ่งของเนื่องจากความเบื่อหรือพลังงานส่วนเกิน สำหรับเจ้าของ การมีเพื่อนวิ่งที่กระตือรือร้นอย่างสุนัขจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเจ้าของสุนัขมีแนวโน้มที่จะมีกิจกรรมทางกายมากกว่าคนที่ไม่มีสุนัข ซึ่งนำไปสู่สุขภาพที่ดีขึ้นโดยรวม การประเมินความพร้อมของสุนัขก่อนเริ่มวิ่ง ก่อนที่จะเริ่มโปรแกรมการวิ่งกับสุนัขของคุณ สิ่งสำคัญคือต้องประเมินว่าสุนัขของคุณเหมาะสมกับการวิ่งหรือไม่ ปัจจัยที่ควรพิจารณามีดังนี้ อายุและการเจริญเติบโต สุนัขที่อายุน้อยเกินไปไม่ควรถูกบังคับให้วิ่งเป็นระยะทางไกล เนื่องจากกระดูกและข้อต่อของพวกเขายังเติบโตไม่เต็มที่ การวิ่งหนักเกินไปในช่วงนี้อาจนำไปสู่ปัญหาข้อต่อและกระดูกในระยะยาว โดยทั่วไป: สุนัขพันธุ์เล็กและขนาดกลาง: รอจนกว่าสุนัขอายุประมาณ 8-12 เดือน สุนัขพันธุ์ใหญ่และยักษ์: รอจนกว่าสุนัขอายุประมาณ 18-24 เดือน ในทางกลับกัน สุนัขสูงอายุอาจมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวหรือมีปัญหาสุขภาพที่ทำให้การวิ่งเป็นอันตรายได้ สังเกตอาการของสุนัขและปรึกษาสัตวแพทย์หากมีข้อสงสัย สายพันธุ์และโครงสร้างร่างกาย สุนัขบางพันธุ์เหมาะกับการวิ่งมากกว่าพันธุ์อื่น สุนัขที่มีขาที่ยาวกว่าและร่างกายที่บอบบางมักจะเป็นนักวิ่งที่ดีกว่า เช่น: เจอร์มัน เชพเพิร์ด ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ บอร์เดอร์ [...]

ทำไมหน่อไม้ฝรั่งถึงเป็นผักยอดนิยมและควรปลูกเองที่บ้าน?
ทั่วไป

ทำไมหน่อไม้ฝรั่งถึงเป็นผักยอดนิยมและควรปลูกเองที่บ้าน?

25/5/2568 • โดย Homeday

หน่อไม้ฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากมีรสชาติเฉพาะตัวที่กรอบกรุบ และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ผักชนิดนี้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงการช่วยลดน้ำหนัก บำรุงระบบย่อยอาหาร และป้องกันโรคต่างๆ การปลูกหน่อไม้ฝรั่งเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดและประหยัดค่าใช้จ่าย หน่อไม้ฝรั่งคืออะไรและมีลักษณะอย่างไร? หน่อไม้ฝรั่งหรือที่รู้จักในชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Asparagus officinalis จัดอยู่ในวงศ์ Asparagaceae เป็นพืชผักที่มีต้นกำเนิดจากยุโรป แอฟริกาเหนือ และเอเชียตะวันตก ผักชนิดนี้ได้รับการเพาะปลูกมากว่า 2,000 ปีแล้ว ทั้งเพื่อใช้เป็นอาหารและสมุนไพรรักษาโรค หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชอายุหลายปีที่มีระบบรากที่ซับซ้อน ประกอบด้วยรากเนื้อและรากฝอยที่ฝังลึกอยู่ใต้ดิน สามารถแทงลึกได้ถึง 3 เมตร ลำต้นแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ ลำต้นใต้ดินหรือเหง้าที่มีลักษณะคล้ายแท่งดินสอสีน้ำตาล และลำต้นบนดินที่เรียกว่าหน่ออ่อนหรือสเปียร์ (Spear) หน่อไม้ฝรั่งมีลักษณะเฉพาะคือการที่หน่ออ่อนจะโผล่พ้นดินขึ้นมาได้สูงประมาณ 90-120 เซนติเมตร และมีรูปทรงคล้ายเฟิร์น มีกิ่งก้านลักษณะคล้ายใบที่เรียกว่าคลาโดด (Cladodes)1 ที่น่าสนใจคือหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชที่เพศผู้และเพศเมียแยกกันอยู่ ต้องอาศัยแมลงช่วยในการผสมเกสร โดยดอกของต้นเพศผู้จะมีขนาดใหญ่และยาวกว่าดอกของต้นเพศเมีย สายพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งยอดนิยมมีอะไรบ้าง? การเลือกสายพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูก มีสายพันธุ์หลักที่ได้รับความนิยมอยู่ 5 สายพันธุ์หลัก สายพันธุ์แมรี่วอชิงตัน (Mary Washington) เป็นสายพันธุ์แรกที่นำมาปลูกและเป็นสายพันธุ์ที่มีความต้านทานโรคดี ให้ผลผลิตที่มีขนาดใหญ่และสม่ำเสมอ มีหน่อสีเขียวเข้มพร้อมปลายสีม่วง และมีรสชาติหวานเล็กน้อยแบบถั่ว แม้จะเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิม แต่ยังคงได้รับความนิยมเนื่องจากความน่าเชื่อถือ สายพันธุ์แคลิฟอร์เนีย [...]

ปุ๋ยไส้เดือนคืออะไร และทำไมถึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรอินทรีย์?
ทั่วไป

ปุ๋ยไส้เดือนคืออะไร และทำไมถึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรอินทรีย์?

25/5/2568 • โดย Homeday

ปุ๋ยไส้เดือนหรือเวอร์มิคอมโพสต์ได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีการเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงในการบำรุงดินและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ปุ๋ยชนิดนี้ผลิตจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุโดยไส้เดือนดิน ซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดิน ปรับปรุงโครงสร้างดิน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิจัยต่างๆ พบว่าปุ๋ยไส้เดือนมีธาตุอาหารที่พืชนำไปใช้ได้ในปริมาณสูงกว่าปุ๋ยหมักทั่วไป และยังช่วยเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ในดินอีกด้วย ปุ๋ยไส้เดือนคืออะไรและมีที่มาอย่างไร? ปุ๋ยไส้เดือนหรือปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนเป็นผลผลิตที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุต่างๆ โดยไส้เดือนดิน กระบวนการนี้เรียกว่า “เวอร์มิคอมโพสติ้ง” ซึ่งเป็นการนำไส้เดือนดินมาเลี้ยงเพื่อเปลี่ยนองค์ประกอบของเศษอินทรีย์วัตถุและเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ ไส้เดือนจะกินเศษอินทรีย์วัตถุเข้าไป ผ่านกระบวนการย่อยสลายภายในลำไส้ แล้วขับถ่ายออกมาเป็นมูลที่อุดมไปด้วยธาตุอาหาร ลักษณะของปุ๋ยไส้เดือนมีรูปทรงเป็นเม็ดร่วนละเอียด สีดำหรือสีน้ำตาล โปร่งเบา มีความพรุนสูง สามารถระบายน้ำและอากาศได้ดีมาก ปุ๋ยชนิดนี้มีความจุความชื้นสูงและประมาณอินทรีย์วัตถุสูงมาก เนื่องจากเป็นผลจากการย่อยสลายโดยกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้และน้ำย่อยของไส้เดือนดิน ไส้เดือนที่นิยมใช้ในการผลิตปุ๋ยมี 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ ไทเกอร์ วอร์ม แอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์ และขี้ตาแร่ โดยแอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์เป็นสายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถย่อยสลายมูลวัวและมูลควายได้ดี สายพันธุ์ไส้เดือนที่มีประสิทธิภาพในการผลิตเวอร์มิคอมโพสต์ ได้แก่ Eisenia foetida, Amyanthes differigens และ Eudrillus eugineae วิธีการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยมีกี่แบบ? การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยสามารถทำได้หลายวิธี โดยส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก คือ วิธีเลี้ยงในกะละมังและวิธีเลี้ยงในบ่อซีเมนต์1 [...]

10 สายพันธุ์อโลคาเซีย ไม้ใบเก๋ ปลูกง่าย ยอดนิยม
ทั่วไป

10 สายพันธุ์อโลคาเซีย ไม้ใบเก๋ ปลูกง่าย ยอดนิยม

17/2/2566 • โดย Homeday

8. อโลคาเซีย สติงเรย์ อโลคาเซียที่คนมักเรียกกันอีกชื่อว่า อโลคาเซียปลากระเบน เพราะมีใบทรงคล้ายปลากระเบน สีเขียวเข้ม ผิวมันเงา มีก้านใบสีเขียวอ่อนสลับดำ เป็นสายพันธุ์ที่เหมา

มะละกอปลูกยังไงให้โตเร็วออกผลดก พร้อมเคล็ดลับเลือกพันธุ์และดูแลที่คุณควรรู้
ทั่วไป

มะละกอปลูกยังไงให้โตเร็วออกผลดก พร้อมเคล็ดลับเลือกพันธุ์และดูแลที่คุณควรรู้

27/5/2568 • โดย Homeday

การปลูกมะละกอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรไทย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีความต้องการในตลาดสูงและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี โดยมะละกอสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งผลดิบและผลสุก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และยังมีการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้น1 การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมและการดูแลอย่างถูกต้องจะส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี โดยต้นมะละกอสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้ภายใน 5-6 เดือนหลังจากปลูก1 และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ปี หากมีการดูแลที่เหมาะสม สายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง การเลือกพันธุ์มะละกอที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการปลูกที่ประสบความสำเร็จ ในประเทศไทยมีสายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีลักษณะเฉพาะและความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ แขกดำ ซึ่งมีจุดกำเนิดที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และได้แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มะละกอแขกดำ ถือเป็นต้นแบบของสายพันธุ์มะละกอไทย มีลักษณะเด่นคือต้นเตี้ย แข็งแรง สูงประมาณ 2-4 เมตร มีใบหนากว่าพันธุ์อื่น ดอกติดเร็ว ให้ผลไว ผลมีน้ำหนักประมาณ 1.7 กิโลกรัม เมื่อสุกเนื้อจะมีสีแดงเข้มและมีรสหวาน ขณะที่ผลดิบจะมีเปลือกสีเขียวเข้ม เนื้อหนาประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร เหมาะสำหรับการบริโภคทั้งแบบสุกและดิบ จากการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์แขกดำ ได้เกิดสายพันธุ์ย่อยที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านต่างๆ เช่น แขกดำท่าพระ ที่เป็นผลผสมระหว่างแขกดำกับฟอริดา โทเลอแรนต์ มีความทนทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวนดี ติดผลเร็ว ผลหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม ผลดิบเนื้อกรอบ ผลสุกเนื้อสีเหลืองอมส้ม [...]

พืชเลื้อยที่เหมาะกับบ้านไทยคืออะไร? และมีประโยชน์อย่างไร?
ทั่วไป

พืชเลื้อยที่เหมาะกับบ้านไทยคืออะไร? และมีประโยชน์อย่างไร?

17/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกพืชเลื้อยถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนไทยที่ต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่จำกัดของคอนโดหรือบ้านแถวที่มีแสงแดดจัด พืชเลื้อยไม่เพียงแต่ช่วยแต่งแต้มความสวยงามให้กับผนังหรือกำแพงเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์มากมายในการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัวบ้านอีกด้วย ประโยชน์ที่พืชเลื้อยให้กับบ้านมีอะไรบ้าง พืชเลื้อยช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนธรรมชาติ ใบไม้จะช่วยป้องกันแสงแดดที่กระทบตัวอาคารโดยตรงและสะท้อนความร้อนบางส่วนกลับสู่อากาศ นอกจากนี้ยังช่วยกรองฝุ่นละออง ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มความชื้นในอากาศให้กับพื้นที่รอบบ้าน พืชเลื้อยบางชนิดยังมีความสามารถในการฟอกอากาศภายในบ้าน โดยดูดซับสารพิษต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซิน และสารมลพิษอื่นๆ ที่มาจากการก่อสร้างและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยทำให้อากาศภายในบ้านบริสุทธิ์มากขึ้น สายพันธุ์พืชเลื้อยยอดนิยมสำหรับบ้านไทยมีอะไรบ้าง พืชเลื้อยสำหรับปลูกนอกบ้าน ตีนตุ๊กแก เป็นพืชเลื้อยต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงในการปลูกเกาะกำแพง มีลักษณะเป็นเถาเนื้อแข็ง ใบเป็นทรงรีหรือทรงไข่ สีเขียวเข้มหรือน้ำตาลแดง ชอบดินร่วนปนทราย ต้องการน้ำปานกลาง และสามารถเติบโตได้ดีในแสงแดดรำไรถึงแสงแดดจัด บอสตันไอวี่ เป็นพืชเลื้อยตระกูลองุ่นที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงาม สามารถเลื้อยได้ไกลถึง 18 เมตร และมีจุดเด่นคือใบจะเปลี่ยนสีได้ตั้งแต่เขียวไปถึงแดง ชอบแสงแดดปานกลางถึงรำไร และสามารถปลูกได้ในดินทั่วไปที่ระบายน้ำดี เหลืองชัชวาล หรือแคทส์คลอว์ เป็นพืชเลื้อยที่โตเร็วและทนทาน มีดอกสีเหลืองสดใสทรงกรวยหรือทรงแตร ปลูกได้ในดินทุกชนิด ต้องการน้ำไม่มาก และชอบแสงแดดจัดกับอากาศร้อน ลดาวัลย์ เป็นพืชเลื้อยขนาดใหญ่ที่มีดอกสีขาวหอมจัดตอนเช้ามืด สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำดีเป็นพิเศษ ต้องการแสงแดดจัดกลางแจ้งและไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงรบกวน พืชเลื้อยสำหรับปลูกในร่ม พลูด่าง เป็นพืชเลื้อยที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการปลูกในร่ม มีใบรูปหัวใจสีเขียวมีลายด่างขาว ปลูกและดูแลง่าย สามารถปลูกได้ทั้งในแสงมากและแสงน้อย [...]

โรงพยาบาลลานนา ออกหน่วยตรวจสุขภาพ และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ในงาน Job Fair 2025 จ.เชียงใหม่
ข่าวสาร

โรงพยาบาลลานนา ออกหน่วยตรวจสุขภาพ และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ในงาน Job Fair 2025 จ.เชียงใหม่

4/3/2568 • โดย Homeday

นพ.ดุสิต ศรีสกุล ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลลานนา นำทีมเจ้าหน้าที่พยาบาล ออกบูธจัดกิจกรรม พร้อมทั้งให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น , ตรวจหาเบาหวานโดยการเจาะปลายนิ้ว , ตรวจวัดความดันลูกตา และให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ จำนวน 150 เข็ม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน Job Fair 2025 จ.เชียงใหม่ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน มอบหมายให้นายสิบหมื่นชัย โพธิสินธุ์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “JOB FAIR 2025 @เชียงใหม่”โดยมีนางรุ่งรัตน์ มณีโชติ จัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานในจังหวัดเชียงใหม่ให้การต้อนรับ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตำบลสุเทพอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดงาน JOB FAIR 2025 @เชียงใหม่ ขึ้นในวันนี้ [...]

วิธีปลูกอะโวคาโดให้สำเร็จได้อย่างไร? พร้อมทำความรู้จัก 8 สายพันธุ์ยอดนิยม
ทั่วไป

วิธีปลูกอะโวคาโดให้สำเร็จได้อย่างไร? พร้อมทำความรู้จัก 8 สายพันธุ์ยอดนิยม

17/5/2568 • โดย Homeday

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ การปลูกอะโวคาโดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการทำเกษตรเพื่อบริโภคเองหรือเพื่อการค้า บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกอะโวคาโดให้ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งแนะนำ 8 สายพันธุ์ยอดนิยมที่เหมาะสำหรับปลูกในประเทศไทย รวมถึงเทคนิคการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี ต้นอะโวคาโดคืออะไรและลักษณะทั่วไปเป็นอย่างไร? อะโวคาโด (Avocado) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Persea americana Mill เป็นพืชพื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง ประเทศไทยมีการนำเข้ามาปลูกมามากกว่า 80 ปีแล้ว โดยมิชชันนารีชาวอเมริกันนำมาปลูกครั้งแรกในจังหวัดน่าน ลักษณะทั่วไปของต้นอะโวคาโดเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ มีความสูงประมาณ 5-18 เมตร มีใบเดี่ยวรูปรีที่มีขนนุ่มสั้นๆ ปกคลุมทั่วใบ ดอกมีขนาดเล็กออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง มีสีเหลืองอมเขียว ส่วนผลมีหลายรูปทรงทั้งกลมและรี มีทั้งเปลือกบางและเปลือกหนา ผิวอาจเรียบหรือขรุขระขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เนื้อด้านในมีสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม มีรสชาติมัน เนื้อละเอียด เนื่องจากมีส่วนประกอบเป็นน้ำมันถึง 30% และยังอุดมไปด้วยโปรตีน อะโวคาโดสามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่ราบและพื้นที่สูงมากกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่การเลือกพื้นที่และสายพันธุ์ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การปลูกประสบความสำเร็จ รู้จักอะโวคาโด 8 สายพันธุ์ยอดนิยมที่ปลูกในประเทศไทย ลักษณะของพันธุ์อะโวคาโดที่ดีควรมีคุณภาพเนื้อที่ดี มีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูง เนื้อแน่นและนิ่มแต่ไม่เละ ไม่มีเสี้ยน ไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลง่ายเมื่อผ่า และไม่มีกลิ่นฉุน นอกจากนี้ ผลแก่ควรติดอยู่บนต้นได้นาน ไม่ร่วงง่าย มีผลเปลือกหนาและขนาดไม่ใหญ่เกินไป [...]

หนูแฮมเตอร์ มีทั้งหมดกี่สายพันธุ์ ตัวไหนน่ารัก น่าเลี้ยงที่สุด?
ทั่วไป

หนูแฮมเตอร์ มีทั้งหมดกี่สายพันธุ์ ตัวไหนน่ารัก น่าเลี้ยงที่สุด?

23/4/2566 • โดย Homeday

ไหน ๆ ใครกำลังอยากเลี้ยงหนูแฮมเตอร์ยกมือขึ้น สัตว์เลี้ยงตัวจิ๋ว น่ารักและไม่ส่งเสียงดังรบกวน ก่อนจะรับน้องหนูมาเลี้ยงทราบหรือไม่ว่า “หนูแฮมเตอร์มีทั้ง

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok