พบ 109 บทความ

24/2/2568 • โดย Homeday
การดูแลขนและผิวหนังสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของต้องใส่ใจ เพราะนอกจากจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงดูสวยงามแล้ว ยังเป็นการป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลขนและผิวหนังสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้องและครบถ้วน ความสำคัญของการดูแลขนและผิวหนังสัตว์เลี้ยง ขนและผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายสัตว์เลี้ยง ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ควบคุมอุณหภูมิ และยังเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพโดยรวม หากสังเกตเห็นความผิดปกติของขนหรือผิวหนัง อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าสัตว์เลี้ยงกำลังมีปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแล การอาบน้ำและทำความสะอาดที่ถูกวิธี ความถี่ในการอาบน้ำขึ้นอยู่กับชนิดและสภาพแวดล้อมของสัตว์เลี้ยง เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมกับสภาพผิวและขน ขั้นตอนการอาบน้ำที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการระคายเคือง การเช็ดตัวและเป่าขนให้แห้งสนิท อาหารและโภชนาการเพื่อขนสวย สารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงขนและผิวหนัง การเลือกอาหารที่มีส่วนผสมที่เหมาะสม อาหารเสริมที่จำเป็นสำหรับการดูแลขน ปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อวัน การแปรงขนและบำรุงประจำวัน การเลือกแปรงที่เหมาะกับประเภทขน เทคนิคการแปรงขนที่ถูกต้อง ความถี่ในการแปรงขน การสังเกตความผิดปกติระหว่างการแปรงขน การป้องกันและรักษาปัญหาผิวหนัง สาเหตุของปัญหาผิวหนังที่พบบ่อย วิธีป้องกันการติดเชื้อและพยาธิภายนอก สัญญาณเตือนที่ต้องพบสัตวแพทย์ การดูแลเมื่อเกิดบาดแผลหรือการอักเสบ การดูแลตามฤดูกาล การปรับการดูแลในหน้าร้อน การเตรียมพร้อมสำหรับหน้าหนาว การป้องกันปัญหาในหน้าฝน ผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในแต่ละฤดู สรุป การดูแลขนและผิวหนังสัตว์เลี้ยงเป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ การเข้าใจความต้องการพื้นฐานและการสังเกตความผิดปกติจะช่วยให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที #สัตว์เลี้ยง #สาระ #สัตว์เลี้ยง #การดูแลขน #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #การอาบน้ำสัตว์เลี้ยง #โภชนาการสัตว์เลี้ยง #การแปรงขน #ผิวหนังสัตว์เลี้ยง

12/3/2568 • โดย Homeday
การตั้งครรภ์ของสัตว์เลี้ยงเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนและต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว การดูแลอย่างถูกต้องจะช่วยให้แม่สัตว์และลูกมีสุขภาพแข็งแรง และผ่านช่วงเวลานี้ไปอย่างปลอดภัย การตรวจสอบการตั้งครรภ์และการวางแผน การยืนยันการตั้งครรภ์ การตรวจสอบการตั้งครรภ์ของสัตว์เลี้ยงทำได้โดยสัตวแพทย์ผ่านการตรวจร่างกายและการถ่ายภาพเอ็กซเรย์ นักสัตวแพทย์จะประเมินอายุครรภ์และสุขภาพของแม่สัตว์ การเตรียมพื้นที่คลอด จัดเตรียมพื้นที่พักผ่อนเฉพาะที่สะอาด อบอุ่น และปลอดภัย โดยใช้กล่องหรือตะกร้านอนที่มีวัสดุรองนอนนุ่มสบาย ควรวางไว้ในบริเวณที่เงียบสงบและห่างจากการรบกวน โภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยงตั้งครรภ์ อาหารที่มีคุณภาพ เพิ่มปริมาณและคุณภาพอาหารให้เหมาะสมกับช่วงการตั้งครรภ์ แนะนำให้ใช้อาหารสูตรพิเศษสำหรับสัตว์ตั้งครรภ์ที่มีสารอาหารครบถ้วน ปริมาณและความถี่ในการให้อาหาร ในช่วง 3-4 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์ ควรเพิ่มปริมาณอาหาร 25-50% เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่สูงขึ้น การออกกำลังกายและการพักผ่อน กิจกรรมที่เหมาะสม ควรออกกำลังกายอย่างเบามาก ไม่ควรทำกิจกรรมที่หนักหรือเสี่ยง เน้นการเดินเล่นสั้นๆ และผ่อนคลาย การพักผ่อน จัดให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น สัตว์ตั้งครรภ์ต้องการการนอนหลับและพักผ่อนมากกว่าปกติ การดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค การฉีดวัคซีน ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อให้วัคซีนที่จำเป็นและปลอดภัยระหว่างการตั้งครรภ์ บางวัคซีนอาจต้องเลื่อนออกไป การกำจัดปรสิต กำจัดปรสิตภายในและภายนอกอย่างระมัดระวัง โดยใช้ยาที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์ตั้งครรภ์ การสังเกตอาการผิดปกติ สัญญาณเตือน ติดตามอาการผิดปกติ เช่น เบื่ออาหาร อาเจียน ซึม หรือมีไข้ หากพบควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที การวัดอุณหภูมิ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเป็นประจำ อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 98 องศาฟาเรนไฮต์ [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
โรคพยาธิหนอนหัวใจเป็นโรคร้ายแรงที่คุกคามสุขภาพของสุนัข โดยเกิดจากหนอนพยาธิขนาดเล็กที่แพร่กระจายผ่านทางยุง หากไม่ได้รับการรักษา โรคนี้สามารถทำลายระบบหัวใจและหลอดเลือดของสุนัขอย่างถาวร และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ แหล่งกำเนิดของโรคพยาธิหนอนหัวใจ วงจรชีวิตของพยาธิ หนอนพยาธิหัวใจเริ่มวงจรชีวิตเมื่อยุงที่ติดเชื้อกัดสุนัข สปอร์ของพยาธิจะเข้าสู่กระแสเลือดและเคลื่อนที่ไปยังหัวใจและหลอดเลือดแดงใหญ่ ภายใน 6-7 เดือน หนอนพยาธิจะเติบโตเป็นตัวเต็มวัยและเริ่มวางไข่ สัญญาณเตือนโรคพยาธิหนอนหัวใจ อาการเริ่มแรก ไอเรื้อรัง อ่อนเพลียหลังออกกำลังกาย น้ำหนักลด หายใจลำบาก อาการรุนแรง ของเหลวคั่งในช่องท้อง เหนื่อยง่าย หมดสภาพ วงจรหัวใจล้มเหลว วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ การใช้ยาป้องกัน ยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจรูปแบบต่างๆ ยาเม็ดรายเดือน ยาทาผิวหนัง ยาฉีดระยะยาว ช่วงเวลาที่ต้องให้ยา ให้ยาป้องกันตลอดทั้งปี เน้นความสม่ำเสมอในการให้ยา ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อกำหนดแผนที่เหมาะสม การตรวจคัดกรองสุขภาพ ตรวจเลือดประจำปี ตรวจหาสัญญาณการติดโรค เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป การจัดการสภาพแวดล้อม การควบคุมยุง กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ใช้มุ้งและสเปรย์กันยุง ติดตั้งตาข่ายกันยุงในบริเวณที่พักอาศัย การดูแลพื้นที่รอบบ้าน กำจัดน้ำขังหรือภาชนะที่มีน้ำนิ่ง ตัดหญ้าและจัดสวนอย่างสม่ำเสมอ ใช้สารเคมีกำจัดลูกน้ำตามความจำเป็น ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง กลุ่มสุนัขเสี่ยงสูง สุนัขที่อาศัยในพื้นที่มียุงชุก สุนัขพันธุ์เล็กหรือสุนัขที่มีภูมิต้านทานต่ำ สุนัขที่ชอบอยู่นอกบ้าน ค่าใช้จ่ายและการรักษา [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
การพบว่าสัตว์เลี้ยงของเรามีความพิการอาจเป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกท้อแท้และสับสน ไม่ว่าจะเป็นสุนัขที่สูญเสียขาจากอุบัติเหตุ แมวตาบอด หรือสัตว์เลี้ยงที่เกิดมาพร้อมกับความบกพร่องทางร่างกาย หลายคนอาจกังวลว่าจะสามารถมอบการดูแลที่เหมาะสมได้หรือไม่ แต่ความจริงแล้ว สัตว์เลี้ยงพิการสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุขได้ หากได้รับการดูแลที่ถูกต้องและเหมาะสม การดูแลสัตว์เลี้ยงพิการต้องการความรัก ความอดทน และความเข้าใจเป็นพิเศษ แต่ผลตอบแทนที่ได้รับมีค่ามหาศาล สัตว์เลี้ยงเหล่านี้มักจะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการปรับตัวที่น่าทึ่ง ซึ่งสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเราได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงพิการอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การจัดเตรียมบ้านให้เหมาะสม การดูแลสุขภาพประจำวัน ไปจนถึงการสนับสนุนด้านจิตใจและอารมณ์ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานด้านการเลี้ยงสัตว์มาก่อน ทำความเข้าใจความพิการในสัตว์เลี้ยง ก่อนที่จะเรียนรู้วิธีการดูแล เราควรทำความเข้าใจประเภทของความพิการที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง: ประเภทของความพิการที่พบบ่อย ความพิการทางการเคลื่อนไหว: เช่น การสูญเสียขาหรือแขน อัมพาตบางส่วน หรือโรคข้อต่ออักเสบรุนแรง ความพิการทางการมองเห็น: ตั้งแต่สายตาเลือนรางไปจนถึงตาบอดสนิท ความพิการทางการได้ยิน: หูตึงหรือหูหนวก ซึ่งอาจเกิดตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง ความพิการทางระบบประสาท: เช่น โรคลมชัก หรือความผิดปกติของสมองที่ส่งผลต่อการทรงตัวหรือการประสานงาน ความพิการทางเมตาบอลิซึมหรือภายใน: เช่น โรคเบาหวาน โรคไต หรือโรคหัวใจ สัญญาณบ่งชี้ความพิการในสัตว์เลี้ยง การสังเกตพฤติกรรมผิดปกติเป็นสิ่งสำคัญในการระบุความพิการที่อาจเกิดขึ้น: การเดินเซหรือล้มบ่อย การชนสิ่งของหรือมีปัญหาในการนำทาง การไม่ตอบสนองต่อเสียงหรือคำสั่ง การเปลี่ยนแปลงนิสัยการกินหรือดื่ม อาการชักหรือกระตุกผิดปกติ การแสดงความเจ็บปวดเมื่อสัมผัสบริเวณใดบริเวณหนึ่ง เมื่อสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง การเตรียมบ้านให้เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงพิการ การปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านเป็นขั้นตอนสำคัญในการช่วยให้สัตว์เลี้ยงพิการสามารถเคลื่อนที่และใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกและปลอดภัย การจัดพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานและการรวมตัวของครอบครัว แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงแล้ว ช่วงเวลานี้อาจเต็มไปด้วยความเครียดและอันตรายที่ไม่คาดคิด ทั้งเสียงดัง น้ำ ความร้อน และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงของเรา บทความนี้จะแนะนำวิธีดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างเหมาะสม เพื่อให้พวกเขาปลอดภัยและมีความสุขไปพร้อมกับเจ้าของ การเตรียมความพร้อมก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์ การวางแผนล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยงช่วงสงกรานต์ ควรเริ่มเตรียมตัวอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนเทศกาลจะมาถึง โดยเฉพาะหากสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการกลัวเสียงดังหรือไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่วุ่นวาย การเตรียมความพร้อมเริ่มจากการตรวจสอบป้ายชื่อและไมโครชิพของสัตว์เลี้ยง ให้แน่ใจว่าข้อมูลการติดต่อทั้งหมดเป็นปัจจุบัน เนื่องจากช่วงเทศกาลมีความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงอาจหลงทางหรือตื่นกลัวจนวิ่งหนีออกจากบ้าน การมีป้ายชื่อพร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้จะช่วยให้ผู้พบเห็นสามารถส่งสัตว์เลี้ยงกลับบ้านได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ควรเตรียมพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยง เลือกห้องที่เงียบสงบและห่างไกลจากความวุ่นวาย จัดเตรียมที่นอน น้ำสะอาด อาหาร และของเล่นที่คุ้นเคย สร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยการเปิดเพลงเบาๆ หรือโทรทัศน์เพื่อกลบเสียงภายนอก สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการกังวลรุนแรง การปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอยาคลายเครียดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม การฝึกให้สัตว์เลี้ยงคุ้นเคยกับเสียงและสถานการณ์คล้ายเทศกาลก็มีความสำคัญ ลองเปิดเสียงน้ำสาดหรือเสียงเฉลิมฉลองในระดับเบาๆ และค่อยๆ เพิ่มความดังขึ้น พร้อมให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมสงบ การฝึกเช่นนี้จะช่วยลดความกังวลเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์จริง การป้องกันความร้อนและการดูแลในวันสงกรานต์ สงกรานต์มักตรงกับช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของประเทศไทย ความร้อนสะสมเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีขนหนา หรือสัตว์เลี้ยงที่มีหน้าสั้น เช่น ปั๊ก บูลด็อก และเปอร์เซีย ซึ่งมีระบบหายใจที่อ่อนแอกว่าสายพันธุ์อื่น การป้องกันภาวะลมแดดเริ่มจากการจัดพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทและมีร่มเงาให้สัตว์เลี้ยงตลอดเวลา ติดตั้งพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศในบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ จัดเตรียมน้ำสะอาดหลายจุดทั่วบ้าน และเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ เพื่อให้น้ำเย็นอยู่เสมอ สำหรับสัตว์เลี้ยงที่อยู่นอกบ้าน ควรสร้างที่กำบังแดดและฝน และหมั่นตรวจสอบอุณหภูมิพื้นผิวก่อนให้สัตว์เลี้ยงเดิน [...]

2/3/2568 • โดย Homeday
การพาสัตว์เลี้ยงเดินทางไม่ใช่แค่เรื่องของการเตรียมกระเป๋าและอุปกรณ์เท่านั้น แต่เอกสารสำคัญต่างๆ ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การเดินทางของคุณและสัตว์เลี้ยงเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในประเทศหรือต่างประเทศ เอกสารสำคัญสำหรับการเดินทางภายในประเทศ สมุดประวัติการฉีดวัคซีน – เอกสารสำคัญที่สุดที่ควรพกติดตัวเสมอ บันทึกประวัติการฉีดวัคซีนทั้งหมด โดยเฉพาะวัคซีนพิษสุนัขบ้า มีข้อมูลเกี่ยวกับชื่อสัตว์เลี้ยง ชนิดวัคซีน วันที่ฉีด และกำหนดการฉีดครั้งต่อไป โรงแรมหรือรีสอร์ทที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักมักจะขอตรวจสอบเอกสารนี้ บัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยง มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ ช่วยในการระบุตัวตนหากสัตว์เลี้ยงพลัดหลง บางพื้นที่อาจมีข้อบังคับให้สัตว์เลี้ยงต้องมีบัตรประจำตัว ใบรับรองสุขภาพจากสัตวแพทย์ ยืนยันว่าสัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีและไม่มีโรคติดต่อ มักมีอายุไม่เกิน 10 วัน จำเป็นสำหรับการเดินทางโดยสายการบิน การเข้าพักในโรงแรมบางแห่ง หรือการเข้าร่วมกิจกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง เอกสารการลงทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่น บางพื้นที่อาจกำหนดให้สัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ที่อาจถูกจัดเป็นพันธุ์อันตราย ต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่น ช่วยยืนยันว่าคุณปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นอย่างถูกต้อง เอกสารสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ หนังสือเดินทางสัตว์เลี้ยง (Pet Passport) เอกสารสำคัญที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ประกอบด้วยข้อมูลเจ้าของ รายละเอียดสัตว์เลี้ยง ประวัติการฉีดวัคซีน ผลการตรวจเลือด และการรักษาโรคพยาธิ เป็นเอกสารมาตรฐานที่ยอมรับในหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป ใบรับรองสุขภาพสำหรับการส่งออก (Export Health Certificate) ออกโดยหน่วยงานสัตวแพทย์ของรัฐในประเทศต้นทาง ยืนยันว่าสัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีและปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง มักมีอายุไม่เกิน 10 วัน จึงควรวางแผนการตรวจสุขภาพให้ใกล้กับวันเดินทาง หลักฐานการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า [...]

2/3/2568 • โดย Homeday
การเดินทางโดยเครื่องบินพร้อมกับสัตว์เลี้ยงที่รักเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการอย่างรอบคอบและมีความเข้าใจในขั้นตอนต่างๆ อย่างถ่องแท้ บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณและสัตว์เลี้ยงมีประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัย สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง ก่อนวางแผนเดินทาง คุณควรศึกษาและเข้าใจนโยบายของสายการบินที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการเดินทางกับสัตว์เลี้ยง บางสายการบินอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กขึ้นในห้องโดยสาร ขณะที่บางแห่งจำกัดให้เดินทางในห้องเก็บสัมภาระเท่านั้น มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนสัตว์เลี้ยงต่อเที่ยวบิน ซึ่งมักไม่เกิน 2-4 ตัว ค่าใช้จ่ายในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางมีความแตกต่างกันไปตามสายการบินและประเภทการเดินทาง โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมสำหรับสัตว์เลี้ยงในห้องโดยสารอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาทต่อเที่ยว ส่วนการเดินทางในห้องเก็บสัมภาระอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 2,000-5,000 บาทหรือมากกว่า ต้องทราบว่าสายการบินหลายแห่งมีข้อจำกัดเกี่ยวกับพันธุ์สัตว์บางชนิด โดยเฉพาะสุนัขและแมวพันธุ์หน้าสั้น เนื่องจากความเสี่ยงต่อปัญหาระบบทางเดินหายใจ สัตว์เลี้ยงที่อายุน้อยกว่า 8 สัปดาห์หรือตั้งท้องมักไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทาง เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด โดยเฉพาะสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ เอกสารที่จำเป็นได้แก่: ใบรับรองสุขภาพจากสัตวแพทย์ ที่ออกภายใน 10 วันก่อนการเดินทาง ระบุรายละเอียดของเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ประวัติการฉีดวัคซีน และการรับรองว่าไม่มีโรคติดต่อ เอกสารการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยต้องฉีดอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทางและวัคซีนต้องยังไม่หมดอายุ ไมโครชิพและเอกสารระบุตัวตน หลายประเทศกำหนดให้สัตว์เลี้ยงต้องมีไมโครชิพตามมาตรฐาน ISO ซึ่งควรฝังก่อนการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ใบอนุญาตนำเข้าสัตว์เลี้ยง บางประเทศต้องการใบอนุญาตนี้ล่วงหน้า ซึ่งอาจต้องยื่นขอหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนก่อนการเดินทาง ทางเลือกในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทาง คุณมีทางเลือกหลักๆ 3 วิธีในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางทางเครื่องบิน: การนำขึ้นห้องโดยสาร เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กที่มีน้ำหนักรวมกรงไม่เกิน [...]

24/10/2566 • โดย Homeday
พฤกษา ตอกย้ำแนวคิด ‘อยู่ดี มีสุข’ ใส่ใจเพื่อทุกชีวิตใน “บ้าน” ร่วมกับ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ มอบบริการตรวจสุขภาพและบริการพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรักให้กับลูกค้าในเครือถึงหน้าบ้าน โดยทีมสัตวแพทย์จากรพส.ทองหล่อ และมอบสิทธิพิเศษ Silver member สำหรับสมาชิก PRUKSA Member ด้วยส่วนลด 7% (ทั้งผู้ป่วยในและ

18/2/2568 • โดย Homeday
เสียงฟ้าผ่าและพลุที่ดังสนั่นสามารถสร้างความตื่นตระหนกให้กับสัตว์เลี้ยงได้อย่างมาก เนื่องจากสัตว์เลี้ยงมีการได้ยินที่ไวกว่ามนุษย์หลายเท่า บทความนี้จะแนะนำวิธีช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงให้รับมือกับความกลัวเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงกลัวเสียงดัง? สัตว์เลี้ยงมีระบบการได้ยินที่พัฒนามากกว่ามนุษย์ สุนัขสามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงถึง 65,000 เฮิรตซ์ ในขณะที่มนุษย์ได้ยินได้เพียง 20,000 เฮิรตซ์ แมวยิ่งมีการได้ยินที่ไวกว่า สามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงถึง 85,000 เฮิรตซ์ เสียงฟ้าผ่าและพลุจึงดังมากเป็นพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ พวกเขายังไม่เข้าใจที่มาของเสียง ทำให้เกิดความกลัวและความเครียดโดยธรรมชาติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะกระตุ้นให้พวกเขาต้องการหลบหนีจากเสียงที่น่ากลัวเหล่านี้ อาการที่แสดงว่าสัตว์เลี้ยงกำลังกลัว สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวแสดงอาการกลัวแตกต่างกัน แต่มีสัญญาณทั่วไปที่บ่งบอกว่าพวกเขากำลังเครียดและกลัว: การสั่น หอบ หรือหายใจเร็ว การซุกตัวใต้เฟอร์นิเจอร์หรือในที่แคบ การเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย การเห่าหรือร้องเสียงดังผิดปกติ การกระโดดขึ้นตัก หรือพยายามเข้าใกล้เจ้าของมากเป็นพิเศษ การปัสสาวะหรืออุจจาระในบ้าน แม้จะฝึกขับถ่ายเป็นที่แล้ว การกัดหรือข่วนสิ่งของรอบตัว การปฏิเสธอาหารหรือขนม การเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุการณ์ จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย สร้างพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยในบ้าน อาจเป็นห้องเล็กที่เงียบสงบ ไกลจากหน้าต่าง มีที่ซ่อนตัวเช่นกล่องหรือเบาะ วางของเล่นที่คุ้นเคย ผ้าห่ม และน้ำสะอาด ฝึกฝนการคุ้นเคยกับเสียง เริ่มฝึกให้สัตว์เลี้ยงคุ้นเคยกับเสียงดังตั้งแต่เนิ่นๆ: เปิดเสียงฟ้าผ่าหรือพลุในระดับเบาๆ ค่อยๆ เพิ่มความดังทีละน้อย ให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมสงบ ทำซ้ำสม่ำเสมอเพื่อสร้างประสบการณ์เชิงบวก ปรึกษาสัตวแพทย์ หากสัตว์เลี้ยงมีอาการกลัวรุนแรง ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อ: ประเมินระดับความเครียดและความกลัว [...]

25/1/2567 • โดย Homeday
โรงพยาบาลสัตว์ พอว์ บัดดี้ ประกาศเปิดศูนย์อุบัติเหตุ – ฉุกเฉิน ชูจุดเด่นเป็นสถานรักษาดูแลสัตว์ในทุกช่วงวัย โดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หวังนำประสบการณ์ผ่านการรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ช่วยพาสัตว์ป่วยกลับบ้านอย่างปลอดภัยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากระแสการเติบโตของสัตว์เลี้ยงในบ้านมีจำนวนมากขึ้นจากครอบครัวที่เปิ

25/9/2567 • โดย Homeday
พฤกษา แท็กทีม โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จัดกิจกรรม PRUKSA Love me Love my PET ปี 2 นำทีมสัตวแพทย์ ให้คำแนะนำและออกตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้ลูกบ้านพฤกษา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมวัคซีน บริการป้องกันเห็บหมัด และบริการกรูมมิ่ง อาบน้ำ ตัดแต่งขนในราคาพิเศษ ตะลุยเดินสายให้บริการถึงหน้าบ้าน กว่า 35 โครงการ พร้อม

13/3/2568 • โดย Homeday
อาการกลัวการแยกจากเป็นปัญหาทางพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว สภาวะนี้เกิดจากความวิตกกังวลอย่างรุนแรงเมื่อสัตว์เลี้ยงถูกทิ้งไว้ตามลำพัง ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และความเครียดทั้งตัวสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ สัญญาณบ่งชี้อาการกลัวการแยกจาก สำหรับสุนัข การเห่าหอนอย่างต่อเนื่องเมื่อถูกทิ้งไว้ การทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ปัสสาวะหรืออุจจาระในที่ไม่เหมาะสม พฤติกรรมก้าวร้าวหรือวิตกกังวล การตามติดเจ้าของตลอดเวลา สำหรับแมว การส่งเสียงร้องมากผิดปกติ การขีดข่วนเฟอร์นิเจอร์ การถ่ายนอกกระบะทราย การเลียขนมากเกินไป การหลบซ่อนตัวหรือซึมเศร้า สาเหตุของอาการกลัวการแยกจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม การย้ายบ้านหรือเปลี่ยนแวดล้อมที่อยู่อาศัยสามารถกระตุ้นความวิตกกังวลได้ การขาดการฝึกฝนที่ถูกต้อง สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับการฝึกให้คุ้นเคยกับการอยู่คนเดียวมักมีปัญหามากขึ้น ประสบการณ์ในอดีต สัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้งหรือมีประสบการณ์ที่ไม่ดีในอดีตจะมีแนวโน้มเกิดอาการนี้สูง การพึ่งพิงสูง สัตว์เลี้ยงที่ติดเจ้าของมากเกินไปจะยากต่อการแยกออกมา เทคนิคการจัดการอาการกลัวการแยกจาก การฝึกฝนขั้นพื้นฐาน เริ่มจากการทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเวลาสั้นๆ ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาทีละน้อย สร้างพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้าน การสร้างความรู้สึกปลอดภัย จัดเตรียมของเล่นที่น่าสนใจ ใช้กลิ่นหรือเสียงที่คุ้นเคย เตรียมพื้นที่พักผ่อนสบาย เทคนิคการให้รางวัล ให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงอยู่อย่างสงบ หลีกเลี่ยงการตำหนิเมื่อเกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ สร้างความผูกพันผ่านกิจกรรมร่วมกัน วิธีการป้องกันและแก้ไข การออกกำลังกายและกระตุ้นสมอง เดินเล่นหรือวิ่งเล่นก่อนออกจากบ้าน เตรียมของเล่นกระตุ้นสมอง สลับของเล่นเพื่อความน่าสนใจ การใช้เทคโนโลยีช่วย กล้องติดตามพฤติกรรม อุปกรณ์ให้อาหารอัตโนมัติ เครื่องบันเทิงสำหรับสัตว์เลี้ยง เมื่อต้องพบสัตวแพทย์ หากอาการรุนแรงและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะทาง บางกรณีอาจต้องใช้ยาหรือการบำบัดพิเศษ สรุป การจัดการอาการกลัวการแยกจากต้องอาศัยความเข้าใจ [...]