กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

28/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของทำเลรถไฟฟ้าในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การเลือกทำเลที่ตั้งของคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจซื้อและการลงทุน นักลงทุนและผู้ซื้อต่างให้ความสนใจกับพื้นที่ที่มีระบบคมนาคมสาธารณะที่สะดวกและรวดเร็ว รถไฟฟ้าได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์การคมนาคมทำให้คอนโดในทำเลรถไฟฟ้ามีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาคอนโด 1. ระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้า ระยะทางระหว่างคอนโดกับสถานีรถไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดราคา คอนโดที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีมากที่สุด (ภายใน 200-300 เมตร) จะมีราคาสูงกว่าคอนโดที่อยู่ไกลออกไป นักลงทุนและผู้อยู่อาศัยให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเดินทาง การประหยัดเวลา และความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน ราคาคอนโดจะลดลงเรื่อยๆ ตามระยะทางที่ห่างออกไปจากสถานีรถไฟฟ้า 2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรอบพื้นที่มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาคอนโด สาธารณูปโภคที่ครบครัน เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนสาธารณะ ล้วนเป็นปัจจัยดึงดูดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ยิ่งพื้นที่มีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากเท่าไร ราคาคอนโดก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น 3. เส้นทางรถไฟฟ้าและการเชื่อมต่อ เส้นทางรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆ เป็นอีกปัจจัยสำคัญ สถานีที่เป็นจุดเชื่อมต่อหลัก เช่น สถานีอินเตอร์เชนจ์ หรือสถานีที่เชื่อมกับรถไฟใต้ดิน รถบัส จะมีมูลค่าคอนโดสูงกว่าสถานีธรรมดา ความสะดวกในการเดินทางข้ามสายหรือเปลี่ยนระบบขนส่งเป็นสิ่งที่ผู้อยู่อาศัยต้องการมากที่สุด 4. ทิศทางการขยายตัวของระบบรถไฟฟ้า แผนการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าในอนาคตส่งผลต่อราคาคอนโดอย่างมาก นักลงทุนมักจับตามองพื้นที่ที่มีแผนก่อสร้างสถานีใหม่ เนื่องจากทราบดีว่าเมื่อมีสถานีรถไฟฟ้าเกิดขึ้น มูลค่าอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด การซื้อคอนโดในพื้นที่ที่มีแผนการขยายเส้นทางจึงเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจ 5. คุณภาพและแบรนด์ของโครงการ คุณภาพการก่อสร้าง การออกแบบ และชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการมีอิทธิพลต่อราคาคอนโด [...]

9/1/2565 • โดย Homeday
ใช้แอปฯ ที่ไม่ใช่ Official ของธนาคาร เสนอให้ใช้แอปฯ ที่ไม่ใช่ Official app ของธนาคาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อถืออย่างยิ่ง เพราะว่าสถาบันทางการเงินต้องมีช่องทางเข้าถึงที่เป็นสาธารณะ ที่ท

19/8/2568 • โดย Homeday
แสนสิริบุกเบิก! อสังหาฯ รายแรกที่ผนึกกำลัง กทม. เดินหน้าสู่การเป็นผู้นำอสังหาฯ ด้านการจัดการขยะยั่งยืน ผ่านโครงการ “#WasteToWorth” และ “#ไม่เทรวม” “#1โปรเจค1ผลิตภัณฑ์” แคมเปญเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้เป็นของใช้สร้างสรรค์กว่า 150 ชิ้น ลดขยะได้ถึง 45 ตัน เพิ่มอัตราการรีไซเคิลขยะกว่า 54% ขยายผลสู่ชุมชน เดินหน้ามอบผลิตภัณฑ์อัพไซคลิ่งสู่พื้นที่สาธารณะ สอดรับนโยบาย “สวน 15 นาที” กรุงเทพฯ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตประชาชน ในยุคที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง แสนสิริ ผู้นำอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ภายในปี 2050 ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยการเป็นผู้บุกเบิกรายแรกในประเทศที่ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ผลักดันนโยบายการจัดการขยะอย่างยั่งยืนระดับเมือง ผ่านโครงการ #WasteToWorth และ #ไม่เทรวม เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง และตอกย้ำบทบาทสำคัญของภาคเอกชนในการสนับสนุนนโยบายรัฐด้านสิ่งแวดล้อม [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมนับเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเงินลงทุน แต่หลายคนอาจประสบปัญหาเมื่อถึงเวลาต้องการขายต่อ เพราะไม่ได้พิจารณาถึงปัจจัยที่มีผลต่อสภาพคล่องในการขายต่อตั้งแต่แรก การเลือกรูปแบบห้องชุดที่ตรงกับความต้องการของตลาดจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ขายต่อได้ง่ายและรวดเร็ว บทความนี้จะแนะนำเทคนิคการเลือกแบบห้องชุดที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อให้การลงทุนของคุณประสบความสำเร็จในระยะยาว ทำความเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อสภาพคล่องในการขายต่อ ก่อนจะเลือกซื้อห้องชุดเพื่อการลงทุน สิ่งสำคัญคือการเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพคล่องในการขายต่อ ซึ่งหมายถึงความสามารถในการเปลี่ยนทรัพย์สินให้เป็นเงินสดได้เร็วเพียงใด ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงทำเลที่ตั้ง ความต้องการของตลาด และคุณลักษณะเฉพาะของห้องชุดด้วย ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ห้องชุดในทำเลใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มักมีสภาพคล่องสูงกว่า นอกจากนี้ การเติบโตของพื้นที่ก็มีผลต่อมูลค่าในอนาคต หากพื้นที่นั้นมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือมีการขยายตัวของธุรกิจ ความต้องการห้องชุดในบริเวณนั้นก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขนาดและประเภทของห้องชุดเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อสภาพคล่อง ห้องขนาดเล็กถึงกลาง (ประมาณ 25-50 ตารางเมตร) มักขายต่อได้ง่ายกว่า เพราะราคาไม่สูงมากและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อที่หลากหลาย ตั้งแต่คนโสด คู่แต่งงานใหม่ จนถึงผู้ที่ซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า การออกแบบและฟังก์ชันการใช้งานของห้องก็มีผลต่อความสะดวกในการขายต่อเช่นกัน ห้องที่มีการจัดวางพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ มีแสงธรรมชาติดี และมีฟังก์ชันครบถ้วนตามความจำเป็น มักเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่า แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก รูปแบบห้องชุดที่ตลาดต้องการสูง การเลือกรูปแบบห้องชุดที่ตรงกับความต้องการของตลาดเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ขายต่อได้ง่าย โดยรูปแบบห้องที่เป็นที่นิยมและมีสภาพคล่องสูงมีดังนี้ ห้องสตูดิโอและห้อง 1 ห้องนอน ห้องสตูดิโอและห้อง 1 ห้องนอนเป็นรูปแบบที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในตลาด ด้วยขนาดที่กะทัดรัด (ประมาณ 25-35 ตารางเมตร) และราคาที่จับต้องได้ ทำให้เป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้ซื้อหลายกลุ่ม [...]

29/8/2567 • โดย Homeday
แบบบ้าน : ROWAN ขนาดที่ดิน ~52.3 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย ~136 ตร.ม. 3ห้องนอน 3ห้องน้ำ 2ที่จอดรถ แบบบ้าน : LIME ขนาดที่ดิน ~50.7 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย ~149 ตร.ม. 4ห้องนอน 3ห้องน้ำ 2ที่จอดรถ

28/3/2568 • โดย Homeday
การออกแบบและจัดสรรพื้นที่ในบ้านชั้นครึ่งให้มีประสิทธิภาพเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจในการใช้งานพื้นที่อย่างชาญฉลาด บทความนี้จะเปิดเผย 7 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณสามารถดึงศักยภาพสูงสุดจากพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง เพื่อให้ทุกตารางเมตรมีคุณค่าและใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด 1. การวางแผนผังพื้นที่แบบฟังก์ชันนัล การออกแบบผังพื้นที่ที่ชาญฉลาดเริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการการใช้งานจริง แบ่งพื้นที่ตามฟังก์ชันการใช้งานหลัก โดยคำนึงถึงการไหลของการใช้ชีวิตและความสะดวกสบาย การแบ่งโซนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แยกพื้นที่ส่วนสาธารณะและส่วนตัวอย่างชัดเจน ออกแบบการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ให้มีความต่อเนื่อง สร้างพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ 2. การใช้เฟอร์นิเจอร์แบบอัจฉริยะ เฟอร์นิเจอร์ที่มีความสามารถหลายฟังก์ชันเป็นกุญแจสำคัญในการประหยัดพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง เทคนิคการเลือกเฟอร์นิเจอร์ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีช่องเก็บของในตัว ใช้เตียงที่มีลิ้นชักด้านล่าง เลือกโต๊ะทำงานแบบพับเก็บได้ 3. การออกแบบการจัดเก็บแนวตั้ง การใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้งช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บโดยไม่ต้องขยายพื้นที่ใช้สอย กลยุทธ์การจัดเก็บแนวตั้ง ติดตั้งชั้นวางของสูงถึงเพดาน ใช้ราวแขวนหรือตะขอเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีความสูงเต็มผนัง 4. การสร้างพื้นที่กึ่งแบ่งสัดส่วน การใช้เทคนิคการแบ่งพื้นที่แบบนุ่มนวลช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการใช้งาน เทคนิคการแบ่งพื้นที่ ใช้บานพับหรือม่านกั้นพื้นที่ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ทำหน้าที่แบ่งพื้นที่ ออกแบบพื้นที่โล่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ 5. การเลือกสีและแสงที่เหมาะสม สีและแสงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้สึกกว้างขวางให้กับพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง กลยุทธ์การใช้สีและแสง เลือกใช้โทนสีอ่อนและสว่าง เพิ่มแสงธรรมชาติด้วยหน้าต่างขนาดใหญ่ ใช้กระจกสะท้อนแสงเพื่อขยายพื้นที่ 6. การออกแบบพื้นที่อเนกประสงค์ พื้นที่อเนกประสงค์ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานบ้านชั้นครึ่ง เทคนิคการสร้างพื้นที่อเนกประสงค์ ออกแบบมุมทำงานในห้องนอน สร้างพื้นที่รับประทานอาหารที่สามารถใช้งานหลายอย่าง เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายง่าย 7. การจัดระเบียบและการดูแลรักษา การจัดระเบียบอย่างต่อเนื่องช่วยรักษาประสิทธิภาพการใช้งานพื้นที่ แนวทางการจัดระเบียบ กำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นอย่างสม่ำเสมอ จัดหมวดหมู่สิ่งของอย่างเป็นระบบ [...]

1/4/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องใช้ทั้งเงินทุนจำนวนมากและการวางแผนอย่างรอบคอบ นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมักให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ “ย่านการศึกษา” ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อศักยภาพการเติบโตของพื้นที่และผลตอบแทนจากการลงทุน บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของย่านการศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจถึงผลกระทบที่สถาบันการศึกษามีต่อการพัฒนาพื้นที่และการเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว ย่านการศึกษากับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง สถาบันการศึกษาโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยและโรงเรียนที่มีชื่อเสียงเป็นแม่เหล็กดึงดูดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ พื้นที่โดยรอบสถาบันการศึกษามักได้รับการพัฒนาระบบคมนาคม สาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัว การวิเคราะห์แนวโน้มการขยายตัวของสถาบันการศึกษาจึงช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์ทิศทางการพัฒนาเมืองในอนาคตได้ เมื่อพิจารณาแผนการลงทุนภาครัฐในด้านการศึกษา จะพบว่ามักมีการจัดสรรงบประมาณสำหรับพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถาบันการศึกษาควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงถนน ขยายเส้นทางรถไฟฟ้า หรือเพิ่มบริการสาธารณะ สิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในย่านนั้น นักลงทุนที่สามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ล่วงหน้าจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในย่านการศึกษายังมักเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เนื่องจากสถาบันการศึกษาโดยทั่วไปมีอายุการดำเนินงานยาวนาน ไม่เหมือนธุรกิจทั่วไปที่อาจเปลี่ยนแปลงหรือย้ายสถานที่ได้ง่าย การลงทุนใกล้สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงจึงมีความเสี่ยงต่ำกว่าในแง่ของความต่อเนื่องของการพัฒนาพื้นที่ ข้อมูลสถิติจากหลายพื้นที่ทั่วโลกยืนยันว่า ย่านการศึกษามักมีอัตราการเติบโตของราคาที่ดินและทรัพย์สินสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเมืองโดยรวม ประชากรที่หลากหลายและความต้องการที่อยู่อาศัยในย่านการศึกษา ย่านการศึกษามีความโดดเด่นในแง่ของความหลากหลายของประชากรและความต้องการที่อยู่อาศัย ทำให้นักลงทุนสามารถวางแผนการลงทุนได้หลากหลายรูปแบบตามกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ในย่านมหาวิทยาลัย จะมีทั้งนักศึกษาที่ต้องการหอพักหรืออพาร์ตเมนต์ขนาดเล็ก อาจารย์และบุคลากรที่ต้องการที่อยู่อาศัยระยะยาว รวมถึงผู้ปกครองที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมให้บุตรหลานพักระหว่างเรียน หรือซื้อเพื่อการลงทุน ความต้องการที่อยู่อาศัยในย่านการศึกษามีลักษณะเฉพาะคือมีความสม่ำเสมอและคาดการณ์ได้ตามปฏิทินการศึกษา ช่วงเปิดเทอมจะมีความต้องการเช่าสูง ทำให้อัตราการเช่าในย่านนี้มักอยู่ในระดับสูงแม้ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย เพราะการศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้คนยังคงให้ความสำคัญแม้ในยามเศรษฐกิจไม่ดี ข้อมูลการวิจัยตลาดพบว่า อสังหาริมทรัพย์ในรัศมี 3-5 กิโลเมตรจากสถาบันการศึกษาชั้นนำมีอัตราการเช่าสูงถึง 85-95% ตลอดทั้งปี เทียบกับพื้นที่อื่นที่อาจมีอัตราการเช่าเพียง 70-80% นักลงทุนที่เข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในย่านการศึกษาสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยให้ตรงกับความต้องการได้ดีกว่า และมีโอกาสสร้างรายได้ที่มั่นคงจากการลงทุน นอกจากนี้ การวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของสถาบันการศึกษายังช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์ความต้องการที่อยู่อาศัยในอนาคตได้ เช่น หากมหาวิทยาลัยมีแผนเพิ่มจำนวนนักศึกษาหรือเปิดคณะใหม่ [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้าน การเลือกทำเลและการวางผังบ้านอย่างถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม แต่กลับส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ระยะห่างระหว่างบ้านไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสวยงาม หากแต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขอนามัย และกฎหมายที่ควบคุมการก่อสร้างอีกด้วย การเข้าใจถึงความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้านจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการก่อสร้างหรือเลือกซื้อบ้านได้อย่างชาญฉลาด ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเองและครอบครัว กฎหมายว่าด้วยระยะห่างระหว่างอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมืองได้กำหนดระเบียบและข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะห่างระหว่างอาคาร เพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัย การระบายอากาศ และการป้องกันอัคคีภัย โดยมีหลักเกณฑ์หลักๆ ที่ควรทราบดังนี้ ระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดิน กฎหมายกำหนดให้อาคารต้องมีระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดินตามข้อกำหนดผังเมือง ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทและความสูงของอาคาร โดยทั่วไปแล้ว มีหลักเกณฑ์ดังนี้: อาคารสูงไม่เกิน 2 ชั้น ต้องถอยร่นจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 1-2 เมตร อาคารสูงเกิน 2 ชั้น ต้องถอยร่นเพิ่มขึ้นตามความสูงของอาคาร กรณีติดถนนสาธารณะ ระยะถอยร่นจะแตกต่างกันไปตามความกว้างของถนน ระยะห่างระหว่างอาคารข้างเคียง เพื่อความปลอดภัยและการระบายอากาศที่ดี กฎหมายกำหนดระยะห่างระหว่างอาคารข้างเคียงไว้อย่างชัดเจน: อาคารที่มีหน้าต่างช่องแสง ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า 3-4 เมตร อาคารที่ไม่มีหน้าต่าง สามารถอยู่ใกล้กันได้มากกว่า แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2 เมตร คำนึงถึงความสูงของอาคาร ยิ่งอาคารสูง ระยะห่างจะต้องมากขึ้นตามสัดส่วน เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ของการกำหนดระยะห่าง การระบายอากาศและแสงธรรมชาติ ระยะห่างระหว่างอาคารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการระบายอากาศและแสงธรรมชาติ การวางตำแหน่งบ้านที่เหมาะสมจะช่วย: เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดความชื้นและป้องกันการเกิดเชื้อรา [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
การเคหะแห่งชาติ ให้การต้อนรับ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง ลงพื้นที่โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลความสำเร็จการดำเนินงาน ซึ่งเป็นโครงการลงทุนภาครัฐที่อยู่ระหว่างดำเนินโครงการในปีงบประมาณ 2568 ณ โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 อาคาร G แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ นางฐิตาภรณ์ ลาภเกียรติเสรี รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การพัฒนาโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงเป็นการใช้เงินกู้จากรัฐบาลเป็นหลัก ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 2 อาคาร ได้แก่ โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 อาคาร G จำนวน 334 หน่วย โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร D1 จำนวน 612 หน่วย และอาคาร A1 ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จำนวน 635 หน่วย ซึ่งเมื่อรวมทั้ง [...]

3/3/2568 • โดย Homeday
บริการรถรับส่งผ่านแอป หรือ e-hailing กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่คนไทย ผู้คนจำนวนมากเลือกใช้บริการดังกล่าวเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ทั้งในชีวิตประจำวันและในโอกาสพิเศษ โดยถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ผู้คนยุคใหม่ในหลาย ๆ แง่มุม ทีมวิจัยของแอปเรียกรถ Maxim ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมการใช้งานในปี 2024 โดยเปิดเผยสถิติเกี่ยวกับความถี่ในการใช้บริการ ประเภทรถที่ได้รับความนิยม และค่าใช้จ่ายโดยประมาณของผู้ใช้ จากข้อมูลพบว่า 49% ของผู้ใช้เรียกใช้บริการสองครั้งต่อสัปดาห์ ขณะที่ 39% ใช้บริการสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง และ 10% ใช้บริการสามถึงหกครั้งต่อสัปดาห์ โดยส่วนใหญ่จะเดินทางจากพื้นที่สาธารณะ สถานีขนส่ง และสถานที่ทำงานไปยังที่อยู่อาศัย และเป็นการเรียกใช้แบบกระจายตัวทั่วพื้นที่ที่ให้บริการ ในด้านตัวเลือกการบริการ รถยนต์เป็นตัวเลือกที่นิยมมากที่สุด คิดเป็น 53% ของทั้งหมด เนื่องด้วยความสะดวกสบาย ขณะที่จักรยานยนต์มีสัดส่วนเป็น 41% เนื่องจากความรวดเร็วที่เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นในเมือง ส่วนอีก 5% เป็นบริการอื่น ๆ ข้อมูลจาก Maxim ยังชี้ให้เห็นอีกว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายในการเดินทางรายสัปดาห์ของผู้ใช้อยู่ในระดับที่ต่ำ เมื่อเทียบกับรายได้โดยเฉลี่ย จากข้อมูลพบว่า 59% ใช้จ่ายสูงสุด 50 บาทต่อสัปดาห์ 36% ใช้จ่ายไม่เกิน 250 [...]

28/2/2568 • โดย Homeday
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ร่วมกับภาคีเครือข่ายสตรี อาทิ สถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (HomeNet), ฝ่ายกิจกรรมสตรีและเยาวชน สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย, มูลนิธิเพื่อสิทธิแรงงาน, มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม, คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กสู่ถ้วนหน้า และขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (WeMove) ร่วมกันขับเคลื่อนการทำงาน สร้างพื้นที่ให้เสียงของผู้หญิงและเด็กได้รับการรับฟังและขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมประกาศให้เดือนมีนาคมเป็นเดือนแห่งการส่งเสริมสิทธิสตรีและความเสมอภาคระหว่างเพศ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นายสมยศ เกียรติอร่ามกุล รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านสร้างสรรค์และหลอมรวมเนื้อหา กล่าวว่า ไทยพีบีเอส ในฐานะสื่อสาธารณะ สนับสนุนและขับเคลื่อนเพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพและคุณธรรม ผลิตรายการ ให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ สาระบันเทิง ที่มีคุณภาพและมาตรฐานตามข้อบังคับด้านจริยธรรม โดยยึดผลประโยชน์สาธารณะและความคุ้มค่าเป็นสำคัญ พร้อมเป็นอีกหนึ่งกลไกเสริมพลังพลเมือง (Empowering Citizens) โดยเฉพาะการส่งเสริมสิทธิสตรี และความเสมอภาคระหว่างเพศมาโดยตลอด จะเห็นได้จากผลงานที่ผ่านมาทั้งการนำเสนอข่าว สารคดี หรือแม้แต่ละครที่เชิดชูสตรีที่มีบทบาทนำในสังคม ในช่วงเดือนมีนาคม ได้กำหนดให้วันที่ 8 มีนาคมของทุกปี เป็น “วันสตรีสากล” ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะระลึกถึงความสำคัญบทบาทของสตรีและความเสมอภาคระหว่างเพศ และการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) “เดือนมีนาคมถือเป็นจุดเริ่มที่เราจะให้ความสำคัญอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงชนชั้นแรงงานที่เผชิญความยากลำบากมากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั้งระดับโลกและภูมิภาค ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงงบประมาณ สวัสดิการ และการงาน – รายได้ และถูกกระทำซ้ำเติมจากความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนลำตะคองอย่างใกล้ชิด แม้ภัยแล้งรุนแรงจะทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเหลือน้อย ยืนยันไม่กระทบต่อการผลิตและให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนในพื้นที่นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า กปภ. ได้ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด และได้กำชับให้ 234 สาขาทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการรับมือภัยแล้งของ กปภ. อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า กปภ. สามารถผลิตและจ่ายน้ำประปาให้บริการได้ตลอดช่วงหน้าแล้งปีนี้ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง พบว่ามี กปภ.สาขาที่ต้องเฝ้าระวังการขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา จำนวน 22 สาขา ในพื้นที่ 19 จังหวัด อาทิ จ.นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ กระบี่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ขอนแก่น บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา เป็นต้น ซึ่ง กปภ. ขอความร่วมมือจากประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่าเนื่องจากทรัพยากรน้ำมีจำนวนจำกัด ทั้งนี้ หากพบอุปกรณ์ประปาภายในบ้านชำรุดควรเร่งซ่อมแซม หรือหากพบท่อประปาแตกรั่วในพื้นที่สาธารณะ สามารถแจ้งได้ที่ กปภ.สาขาที่ใช้บริการ Line OA : การประปาส่วนภูมิภาค @PWAThailand แอปพลิเคชัน [...]