Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 90 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: สมุนไพร
12345678
“DragKooler” ต่อยอดความสำเร็จ ผนึกกำลัง “สสอท.” บุกตลาดสกินแคร์แสนล้าน เปิดตัวแคมเปญ “Young Grow ได้อีก Contest นวัตกรรมดี..แข่งทำคลิปก็แค่เรื่องสิวสิว” ดึง Gen Z ปั้นคอนเทนต์ “เจลเย็นลูกพรุนแต้มสิว..เรื่องสิวก็แค่สิวๆ” ชูนวัตกรรมธรรมชาติที่ “อ่อนโยน..แต่เอาอยู่”
ข่าวสาร

“DragKooler” ต่อยอดความสำเร็จ ผนึกกำลัง “สสอท.” บุกตลาดสกินแคร์แสนล้าน เปิดตัวแคมเปญ “Young Grow ได้อีก Contest นวัตกรรมดี..แข่งทำคลิปก็แค่เรื่องสิวสิว” ดึง Gen Z ปั้นคอนเทนต์ “เจลเย็นลูกพรุนแต้มสิว..เรื่องสิวก็แค่สิวๆ” ชูนวัตกรรมธรรมชาติที่ “อ่อนโยน..แต่เอาอยู่”

29/1/2569 • โดย Homeday

กรุงเทพมหานคร (29 มกราคม 2569) – บริษัท เกรทอินดีด จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ   แบรนด์ DragKooler ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการปฏิวัติการดูแลสุขภาพครอบครัวด้วย “ผ้าเปียกสมุนไพรเช็ดตัวลดไข้ แค่เช็ดไข้ก็ลด” และ “ลูกกลิ้งกาวไหม เย็นหยุดคัน ทาหลังยุงกัด” และ “สเปรย์เย็นกันยุง กลิ่นแป้งเด็ก ที่หอม เย็นแต่กันยุงได้ถึง7ชั่วโมง” ประกาศรุกคืบเข้าสู่ตลาดสกินแคร์เต็มตัวผ่านความร่วมมือทางยุทธศาสตร์กับ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดตัวโครงการ “Young Grow ได้อีก Contest: นวัตกรรมดี..ทำคลิปก็แค่เรื่องสิวสิว” เพื่อเฟ้นหานักการตลาดดิจิทัลรุ่นใหม่จาก 40 มหาวิทยาลัยเอกชนทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมเรือธง “DragKooler เจลเย็นลูกพรุนแต้มสิว” นวัตกรรมธรรมชาติที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนภาพจำการรักษาสิวแบบเดิมๆ นายดำเกิง ทองซ้อนกลีบ CEO & Co-Founder บริษัท เกรทอินดีด จำกัด เปิดเผยว่า “จากรากฐานที่ [...]

“ชายสี่” จับมือ “กะเพราขุนช้าง” เปิดธุรกิจใหม่ “สี่ช้างเน็ตเวิร์ค” ปักหมุดขยายอาณาจักรแฟรนไชส์ ตอกย้ำผู้นำสตรีทฟู้ดเมืองไทย
ข่าวสาร

“ชายสี่” จับมือ “กะเพราขุนช้าง” เปิดธุรกิจใหม่ “สี่ช้างเน็ตเวิร์ค” ปักหมุดขยายอาณาจักรแฟรนไชส์ ตอกย้ำผู้นำสตรีทฟู้ดเมืองไทย

18/11/2568 • โดย Homeday

บริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำธุรกิจแฟรนไชส์อาหารสตรีทฟู้ดของไทย เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในวงการธุรกิจอาหาร ด้วยการจับมือกับแบรนด์ดัง “กะเพราขุนช้าง” ร้านข้าวกะเพรารสชาติโบราณที่กำลังมาแรงเซ็นสัญญาร่วมถือหุ้นและก่อตั้ง บริษัท สี่ช้างเน็ตเวิร์ค จำกัด เพื่อผนึกกำลังขยายธุรกิจและต่อยอดความแข็งแกร่งของทั้งสองแบรนด์ ภายใต้เป้าหมายเดียวกันในการก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของธุรกิจแฟรนไชส์อาหารไทย พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์องค์กร “ครัวของทุกบ้าน อาหารของทุกคน หนึ่งในใจทุกเวลา” ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ “ชายสี่” ในการขยายพอร์ตธุรกิจให้ครอบคลุมกลุ่มอาหารยอดนิยมของคนไทย โดยเลือกจับมือกับ “กะเพราขุนช้าง” ซึ่งมีจุดแข็งด้านเมนูข้าวกะเพรารสชาติดั้งเดิม หอมกลิ่นกะเพราและกลิ่นคั่วกระทะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้น้ำซอสสูตรสมุนไพรลับกว่า 50 ปี ที่ให้รสชาติกลมกล่อมไม่เหมือนใคร เมนูขายดีครองใจลูกค้า อาทิ กะเพราหมูกรอบ, กะเพราเนื้อสับ, เมนูเนื้อตุ๋น และ “ไข่ปี้” ไข่ข้นเนื้อนุ่ม หอมกลิ่นเนยอ่อน ๆ ที่เข้ากันได้ดีกับทุกเมนูจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน การก่อตั้ง บริษัท สี่ช้างเน็ตเวิร์ค จำกัด มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับโมเดลแฟรนไชส์ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยจะนำศักยภาพด้านการบริหารจัดการ การตลาด และระบบแฟรนไชส์มาตรฐานของชายสี่ มาผสมผสานกับสูตรลับความอร่อยและเอกลักษณ์ของกะเพราขุนช้าง เพื่อสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ คุณพันธ์รบ กำลา ประธานคณะกรรมการบริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น [...]

ดอกไม้ชนิดใดที่สามารถนำมาต้มดื่มเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณได้บ้าง?
ทั่วไป

ดอกไม้ชนิดใดที่สามารถนำมาต้มดื่มเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณได้บ้าง?

21/5/2568 • โดย Homeday

ดอกไม้นอกจากจะมีความสวยงามให้ชื่นชมแล้ว หลายชนิดยังสามารถนำมาต้มเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายได้อีกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับดอกไม้ 5 ชนิดที่สามารถปลูกในสวนบ้านและนำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ ทั้งวิธีปลูก สรรพคุณที่น่าทึ่ง และวิธีทำเครื่องดื่มอย่างง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เก๊กฮวยมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง? เก๊กฮวยหรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chrysanthemum indicum L. จัดอยู่ในวงศ์ Compositae อยู่ในตระกูลเดียวกับดอกเบญจมาศ ลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีดอกสีเหลืองหรือสีขาว ซึ่งถูกนำมาใช้ในการทำเครื่องดื่มสมุนไพรมายาวนานกว่า 2,000 ปีในประเทศจีน น้ำเก๊กฮวยเป็นเครื่องดื่มที่มีสีเหลืองอ่อนๆ กลิ่นหอมละมุน รสชาติเบาๆ ไม่เปรี้ยว ไม่ขม และไม่ฝาด ทำให้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ชื่นชอบเครื่องดื่มที่ดื่มง่ายไม่จัดจ้าน สรรพคุณของน้ำเก๊กฮวยที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ น้ำเก๊กฮวยอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านความเสียหายของเซลล์และลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ บำรุงสุขภาพดวงตา การดื่มน้ำเก๊กฮวยเป็นประจำช่วยให้ร่างกายได้รับสารประกอบลูทีนและซีแซนทีน ที่ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตาและลดความเสี่ยงของจอประสาทตาเสื่อม มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำเก๊กฮวย ช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเครียด น้ำเก๊กฮวยมีสารที่ทำหน้าที่เป็นยาระงับประสาทตามธรรมชาติอ่อนๆ กลิ่นหอมช่วยส่งเสริมความผ่อนคลายและบรรเทาความเครียดได้ ช่วยระบบย่อยอาหาร ช่วยบรรเทาอาการไม่สบายของระบบทางเดินอาหารและช่วยแก้อาหารไม่ย่อย ดีต่อสุขภาพผิว สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำเก๊กฮวยช่วยรักษาสุขภาพผิวและลดริ้วรอยก่อนวัย บำรุงสุขภาพกระดูก น้ำเก๊กฮวยมีแร่ธาตุที่ดีต่อกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวดและลดไข้ การศึกษาพบว่าเก๊กฮวยมีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการปวดและลดไข้ได้อย่างอ่อนโยน วิธีปลูกเก๊กฮวยให้งอกงามมีดอกสวย เก๊กฮวยสามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้งการเพาะเมล็ด [...]

การเคหะแห่งชาติพาชุมชนดินแดงสุขภาพดีด้วยการแพทย์แผนไทย
ข่าวสาร

การเคหะแห่งชาติพาชุมชนดินแดงสุขภาพดีด้วยการแพทย์แผนไทย

14/3/2568 • โดย Homeday

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติมีโครงการที่อยู่อาศัยในความดูแลกว่า 900 ชุมชน ซึ่งหัวใจหลักของชุมชนคือผู้อยู่อาศัย หากผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพกายและใจแข็งแรงย่อมส่งผลให้เกิดสังคมที่เข้มแข็ง เศรษฐกิจที่มั่นคง เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การเคหะแห่งชาติจัดโครงการอบรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพผู้อยู่อาศัยชุมชนดินแดง หลักสูตร “การดูแลสุขภาพตนเองด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย” ให้กับผู้พักอาศัยในเคหะชุมชนดินแดง 1-2 โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 แปลง G และระยะที่ 2 อาคาร D1 เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและแก้ปัญหาด้านสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเอง และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้อยู่อาศัยในเคหะชุมชนดินแดงมีส่วนร่วมในการดูแลซึ่งกันและกันภายในชุมชนของตนเองอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแผนพัฒนาชุมชนดินแดง พ.ศ.2568-2572 ภายใต้วิสัยทัศน์ “ชุมชนดินแดง สามัคคีมีสุข มุ่งสู่เมืองอัจฉริยะ” ซึ่งการอบรมครั้งนี้เน้นการเสริมสร้างมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะการดูแลสุขอนามัย สำหรับคนทุกช่วงวัยคือการดูแลทั้งในส่วนของตนเองและทุกคนในครอบครัวถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่การเคหะแห่งชาติหวังจะสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืนในอนาคต อาจารย์ชลาลัย โชคดีศรีจันทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยถึงหลักสูตรการบรรยายในหัวข้อ “การตรวจประเมินความผิดปกติของร่างกายเบื้องต้นและการใช้ยาสมุนไพรในผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” ซึ่งมุ่งเน้นให้ความรู้แก่ชุมชนในการประเมินสุขภาพของตนเองและการเลือกใช้ยาสมุนไพรอย่างปลอดภัย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถตรวจสอบและประเมินสุขภาพเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเรื่องของการตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย เช่น การรู้เท่าทันอาการเจ็บป่วยและตัดสินใจว่าควรใช้ยาสมุนไพรหรือไปพบแพทย์ พร้อมทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายโครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์มากและสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ [...]

วิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนระเบียงคอนโดให้ได้ผลจริงหรือไม่?
ทั่วไป

วิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนระเบียงคอนโดให้ได้ผลจริงหรือไม่?

30/5/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนระเบียงคอนโดกลายเป็นแนวโน้มใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนเมืองที่ต้องการผักสดปลอดสารพิษไว้บริโภคในครอบครัว เทคนิคการปลูกพืชในน้ำนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ยังสามารถควบคุมคุณภาพการผลิตได้ดีกว่าการปลูกในดินธรรมดา ระบบไฮโดรโปนิกส์ช่วยให้ผู้ปลูกสามารถผลิตผักใบเขียวหลากหลายชนิด เช่น ผักสลัด กวางตุ้ง ผักบุ้ง และสมุนไพรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในพื้นที่จำกัดของระเบียงคอนโดมิเนียม การเพาะปลูกด้วยวิธีนี้ยังช่วยลดปัญหาศัตรูพืชและโรคพืชที่มักเกิดขึ้นในการปลูกแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งให้ผลผลิตที่เติบโตเร็วกว่าและมีคุณภาพดีกว่าการปลูกในดิน ระบบไฮโดรโปนิกส์คืออะไรและทำไมเหมาะกับระเบียงคอนโด? การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์เป็นเทคนิคการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน แต่ให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง ระบบนี้ได้รับการพัฒนามาเพื่อทดแทนธาตุอาหารที่พืชต้องการจากดิน ด้วยปุ๋ยเคมีที่ละลายในน้ำ ข้อดีสำคัญของระบบไฮโดรโปนิกส์คือการควบคุมปัจจัยการเจริญเติบโตได้อย่างแม่นยำ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ สำหรับคนที่อาศัยในคอนโดมิเนียม ระบบไฮโดรโปนิกส์เป็นทางเลือกที่เหมาะสมเนื่องจากใช้พื้นที่น้อย ไม่มีดินเลอะเทอะ และสามารถจัดวางได้หลากหลายรูปแบบ การปลูกแบบนี้ยังช่วยลดปัญหาแมลงและศัตรูพืชที่มักพบในการปลูกด้วยดิน ระบบน้ำนิ่งหรือ Deep Water Culture เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมีการลงทุนต่ำและง่ายต่อการดูแล ข้อดีอีกประการหนึ่งคือการประหยัดน้ำ เนื่องจากระบบหมุนเวียนน้ำทำให้ใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกในดิน นอกจากนี้ยังสามารถปลูกได้ตลอดปี ไม่ขึ้นกับฤดูกาล และให้ผลผลิตเร็วกว่าการปลูกแบบดั้งเดิม การเตรียมอุปกรณ์และวัสดุสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มีอะไรบ้าง? การเตรียมอุปกรณ์สำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนระเบียงคอนโดต้องเริ่มจากการเลือกภาชนะที่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นกล่องพลาสติกถนอมอาหาร แก้วเซเว่น หรือกระบะขนาดต่างๆ ตามพื้นที่ที่มี สิ่งสำคัญคือภาชนะต้องทึบแสงเพื่อป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำ หากใช้ภาชนะใสต้องหาวิธีปิดกั้นแสงด้วยถุงพลาสติกสีดำหรือวัสดุอื่น ฟองน้ำเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเพาะเมล็ด โดยต้องตัดเป็นลูกเต๋าขนาด 1×1 นิ้ว และกรีดเป็นเครื่องหมายบวกตรงกลางโดยไม่ให้ทะลุ โฟมที่ใช้ควรมีความหนาแน่นเหมาะสม เพื่อให้สามารถดูดซับน้ำได้ดีและค้ำจุนต้นกล้าได้อย่างมั่นคง ถ้วยปลูกหรือตะแกรงเล็กๆ ใช้สำหรับวางฟองน้ำและป้องกันไม่ให้ต้นไม้ตกลงไปในน้ำ ปุ๋ย A [...]

ทำอย่างไรให้ปลูกฟักทองญี่ปุ่นในพื้นที่เล็กได้ผลผลิตดกและปลอดสารพิษ?
ทั่วไป

ทำอย่างไรให้ปลูกฟักทองญี่ปุ่นในพื้นที่เล็กได้ผลผลิตดกและปลอดสารพิษ?

23/5/2568 • โดย Homeday

การปลูกฟักทองญี่ปุ่นในพื้นที่จำกัดด้วยวิธีการเกษตรอินทรีย์กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากฟักทองญี่ปุ่นมีราคาค่อนข้างสูงในท้องตลาด แต่สามารถปลูกเองได้ง่ายแม้ในพื้นที่เล็ก การใช้เทคนิคการปลูกแบบเลื้อยขึ้นฟ้าร่วมกับการดูแลด้วยสารธรรมชาติ ทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพดี โดยผู้ที่ทำงานประจำยังสามารถดูแลได้ในช่วงเย็นและวันหยุด นอกจากนี้การใช้สูตรฮอร์โมนไข่และน้ำสมุนไพรไล่แมลงยังช่วยเพิ่มผลผลิตและรักษาความปลอดภัยของพืชผลอีกด้วย เตรียมวัสดุและพื้นที่ปลูกอย่างไรให้เหมาะสม? การเตรียมวัสดุปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกฟักทองญี่ปุ่น วัสดุหลักที่ต้องใช้ ได้แก่ ถุงเพาะชำขนาด 8×13 นิ้ว ที่ไม่เจาะรู กาบมะพร้าวสับผสมกับขุยมะพร้าวในอัตราส่วน 50:50 และปุ๋ยเม็ดสูตร 16-16-16สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือการเตรียมขุยมะพร้าว เนื่องจากมีสารแทนนินที่มีฤทธิ์เป็นกรดและอาจทำให้ต้นกล้าเติบโตไม่ดี ก่อนนำขุยมะพร้าวและกาบมะพร้าวสับมาใช้ จำเป็นต้องแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ 1-2 คืน หรือล้างน้ำหลายครั้งจนกว่าน้ำจะใสไม่เป็นสีน้ำตาลการกำจัดสารแทนนินนี้จะช่วยป้องกันปัญหาต้นไม่โต ใบเหลือง และขอบใบไหม้ นอกจากนี้ควรผสมสารป้องกันแมลงชนิดดูดซึมเข้าทางระบบรากลงในวัสดุปลูก และเพิ่มไตรโคเดอร์มาเพื่อป้องกันโรครากเน่า โดยต้องบ่มเชื้อไว้ประมาณ 7 วัน การย้ายต้นกล้าลงถุงควรทำในช่วงเช้าหรือเย็น หรือช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด เพื่อไม่ให้ต้นกล้าเครียดจากการเปลี่ยนสภาพแวดล้อม หลังจากลงถุงแล้ว ต้นฟักทองจะเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถวัดได้วันละคืบ จึงต้องเตรียมโครงสร้างให้เลื้อยขึ้นไปด้วย โรงเรือนและโครงสร้างสำหรับฟักทองควรสร้างอย่างไร? การสร้างโรงเรือนเล็กสำหรับฟักทองญี่ปุ่นสามารถทำได้ด้วยท่อ PVC ขนาด 6 หุน โดยมีขนาดกว้าง 2-3 เมตร ยาว 3-4 เมตร สูง 2.30 เมตร วัสดุคลุมสามารถใช้พลาสติกใสที่ซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์เกษตร [...]

ปลูกมะกรูดในกระถางจากเมล็ดยังไงให้ได้ผลและดูแลง่าย?
ทั่วไป

ปลูกมะกรูดในกระถางจากเมล็ดยังไงให้ได้ผลและดูแลง่าย?

4/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกมะกรูดในกระถางเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการใบมะกรูดสดใช้ประกอบอาหาร มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรในตระกูลส้มที่มีใบหอมเฉพาะตัวและให้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งในด้านอาหาร สุขภาพ และความงาม การเรียนรู้วิธีการปลูกและดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ต้นมะกรูดที่แข็งแรงและให้ผลผลิตดีตลอดปี ขอบคุณภาพจาก : อาณาจักรต้นไม้ การเตรียมอุปกรณ์และวัสดุปลูกมะกรูดจากเมล็ด การปลูกมะกรูดจากเมล็ดต้องเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ผลมะกรูดแก่หรือผลที่ร่วงธรรมชาติจะให้เมล็ดที่มีความสมบูรณ์สูงสุด อุปกรณ์พื้นฐานประกอบด้วยมีดคม ช้อนสำหรับคว้านเมล็ด ถาดสำหรับผึ่งเมล็ด และแก้วพลาสติกสำหรับเพาะกล้า วัสดุปลูกที่สำคัญคือกระถางดินเผาซึ่งให้การระบายอากาศดีกว่ากระถางพลาสติก ดินปลูกควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ผสมกับปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม การเพิ่มกาบมะพร้าวสับลงในกระถางจะช่วยในการระบายน้ำและรักษาความชุ่มชื้น สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต สามารถเลือกใช้วัสดุปลูกแบบผสมที่ประกอบด้วยดินปลูกคุณภาพสูง 50% เพอร์ไลต์หรือทรายหยาบ 25% และปุ๋ยหมักหรือมูลสัตว์ 25% ขอบคุณภาพจาก : LadyNongDiary เทคนิคการเตรียมเมล็ดและการเพาะต้นกล้า การเตรียมเมล็ดมะกรูดต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เมล็ดเสียหาย เริ่มจากการฝานผลมะกรูดแก่ออกให้เนื้อในแยกจากกัน แล้วใช้ช้อนคว้านเมล็ดออกมาอย่างนุ่มนวล การล้างเมล็ดด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดเยื่อหุ้มที่เหนียวเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เมล็ดงอกได้ดีขึ้น การผึ่งเมล็ดให้แห้งใต้แสงแดดเป็นเวลา 2-4 วันจะช่วยเตรียมเมล็ดให้พร้อมสำหรับการเพาะ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกคือปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน เมื่อพืชมีการเจริญเติบโตที่แข็งแรง การใส่เมล็ดลงในดินที่เตรียมไว้ควรรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะเกินไป และวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงพอประมาณ วิธีการย้ายต้นกล้าและการปลูกในกระถางถาวร เมื่อต้นกล้ามะกรูดเริ่มออกใบ 3-4 ใบแล้ว จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการย้ายไปปลูกในถุงเพาะกล้า ในระยะนี้ต้นกล้าต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรักษาความชุ่มชื้นและการได้รับแสงแดดที่เพียงพอ การใช้ถุงดำสำหรับเพาะกล้าจะช่วยให้รากเจริญเติบโตได้ดีและต้นกล้าแข็งแรงจนสูงประมาณ 30 เซนติเมตร การย้ายต้นกล้าไปยังกระถางถาวรควรทำเมื่อต้นกล้ามีความแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ดินในกระถางควรเป็นดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยคอกในอัตราส่วนเท่าๆ กัน [...]

เสริมสมรรถภาพอย่างไร ด้วยสมุนไพรไทย ให้กลับมาฟิตปั๋ง
ทั่วไป

เสริมสมรรถภาพอย่างไร ด้วยสมุนไพรไทย ให้กลับมาฟิตปั๋ง

6/4/2565 • โดย Homeday

ใบแปะก๊วย อีกหนึ่งสมุนไพรที่ทรงคุณค่าคือใบแปะก๊วย เนื่องจากใบแปะก๊วยมีสรรพคุณช่วยในการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคซึมเศร้า และจุดเด่นของใบแป

ฮวงจุ้ยครัวกับสมุนไพรมงคล 5 ชนิด จัดวางอย่างไรให้เสริมเสน่ห์คนโสด?
ทั่วไป

ฮวงจุ้ยครัวกับสมุนไพรมงคล 5 ชนิด จัดวางอย่างไรให้เสริมเสน่ห์คนโสด?

23/1/2568 • โดย Homeday

ในยุคที่คนโสดมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนอาจกำลังมองหาวิธีเสริมดวงความรักด้วยวิธีต่างๆ วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ จากหลักฮวงจุ้ยโบราณที่ว่าด้วยการจัดวางสมุนไพรมง

การปลูกกระชายจากเหง้าให้เก็บเกี่ยวตลอดปีได้อย่างไร?
ทั่วไป

การปลูกกระชายจากเหง้าให้เก็บเกี่ยวตลอดปีได้อย่างไร?

27/5/2568 • โดย Homeday

กระชายถือเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการแพทย์แผนไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส ราคากระชายได้เพิ่มสูงขึ้นจากหลักสิบเป็นหลักร้อยบาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาสนใจการปลูกกระชายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก การปลูกกระชายจากเหง้านั้นมีข้อดีหลายประการ ทั้งในด้านการลงทุนที่ไม่สูงมาก การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และสามารถปลูกได้ทั้งในแปลงใหญ่และในกระถางสำหรับครัวเรือน นอกจากนี้กระชายยังมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย ตั้งแต่การขับลม บำรุงร่างกาย ไปจนถึงการมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในหลอดทดลอง ลักษณะและคุณค่าของกระชายที่ควรรู้ กระชายหรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia rotunda เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิงข่า มีลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าสั้นค่อนข้างกลมเรียงต่อกัน เหง้าตรงกลางจะมีขนาดใหญ่กว่าเหง้าด้านข้าง เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล เนื้อด้านในสีเหลือง พืชชนิดนี้มีรากอวบยาวปลายแหลมออกเป็นกระจุก ผิวสีน้ำตาลอ่อน เหนือดินเป็นกาบใบสีแดงเรื่อยๆ 3-6 กาบ หุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ความสูงต้นประมาณ 80 เซนติเมตร มีใบเดี่ยวเรียงสลับ โคนสอบปลายเรียวแหลม ออกดอกเป็นช่อ มีทั้งดอกสีขาวและสีขาวอมชมพูบริเวณยอด กระชายอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ใน 100 กรัม ให้พลังงาน 54.04 แคลอรี่ ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 9.21 กรัม ไฟเบอร์ 2.4 กรัม น้ำ 84.95 กรัม และแร่ธาตุสำคัญอย่างแคลเซียม เหล็ก วิตามินเอและบี นอกจากนี้ยังพบสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์และสารสำคัญในน้ำหอมระเหย เช่น [...]

จะปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้านให้เติบโตดีและใช้ประโยชน์ได้อย่างไร?
ทั่วไป

จะปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้านให้เติบโตดีและใช้ประโยชน์ได้อย่างไร?

30/5/2568 • โดย Homeday

การปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้านเป็นวิธีการที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์หลากหลาย ทั้งในการประกอบอาหาร การรักษาสุขภาพ และการไล่แมลง การปลูกตะไคร้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ยังเป็นการสร้างพื้นที่เขียวให้กับบ้านและสามารถสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกตะไคร้ในกระถางอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การเตรียมต้นพันธุ์ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและการใช้ประโยชน์ ทำไมต้องเลือกปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้าน? การปลูกตะไคร้ในกระถางมีข้อดีมากมายที่ทำให้ผู้คนหันมาสนใจมากขึ้น1 เนื่องจากในปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาสนใจทำการเกษตรกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่บ้านในเมืองหลวงที่ยอมแบ่งพื้นที่เอาไว้ปลูกผักสวนครัวเพื่อนำไปใช้และลดค่าใช้จ่าย การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกลงดิน โดยเฉพาะในเรื่องของการระบายน้ำและการป้องกันศัตรูพืช ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cymbopogon citrates เป็นพืชล้มลุกในตระกูลหญ้า มีถิ่นกำเนิดจากแถบอินโดนีเซีย พม่า ศรีลังกา และไทย1 ลักษณะเด่นของตะไคร้คือการขึ้นเป็นกอและมีเหง้าอยู่ชั้นใต้ดิน ลำต้นเป็นรูปทรงกระบอกผิวเกลี้ยง เจริญเติบโตได้ประมาณ 1 เมตร มีใบเดี่ยวสีเขียวอ่อนลักษณะเรียวยาวปลายแหลม การขยายพันธุ์ทำได้ด้วยการแยกกอออกมาปลูกใหม่1 ทำให้เป็นพืชที่เหมาะสำหรับการปลูกในครัวเรือนเป็นอย่างมาก ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสุขภาพ การปลูกตะไคร้ที่บ้านนอกจากจะได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณทางการแพทย์ที่หลากหลาย1 ตะไคร้มีสรรพคุณที่ช่วยรักษาไข้หวัด ขับเสมหะ ขับลม แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล ต้านเชื้อรา ต้านการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สเปรย์กันยุง สบู่ แชมพู ยาทาแก้ปวดเมื่อย และเครื่องสำอาง ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย การเลือกพันธุ์และเตรียมต้นพันธุ์ตะไคร้ ก่อนเริ่มปลูกตะไคร้ [...]

ทำไมหน่อไม้ฝรั่งถึงเป็นผักยอดนิยมและควรปลูกเองที่บ้าน?
ทั่วไป

ทำไมหน่อไม้ฝรั่งถึงเป็นผักยอดนิยมและควรปลูกเองที่บ้าน?

25/5/2568 • โดย Homeday

หน่อไม้ฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากมีรสชาติเฉพาะตัวที่กรอบกรุบ และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ผักชนิดนี้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงการช่วยลดน้ำหนัก บำรุงระบบย่อยอาหาร และป้องกันโรคต่างๆ การปลูกหน่อไม้ฝรั่งเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดและประหยัดค่าใช้จ่าย หน่อไม้ฝรั่งคืออะไรและมีลักษณะอย่างไร? หน่อไม้ฝรั่งหรือที่รู้จักในชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Asparagus officinalis จัดอยู่ในวงศ์ Asparagaceae เป็นพืชผักที่มีต้นกำเนิดจากยุโรป แอฟริกาเหนือ และเอเชียตะวันตก ผักชนิดนี้ได้รับการเพาะปลูกมากว่า 2,000 ปีแล้ว ทั้งเพื่อใช้เป็นอาหารและสมุนไพรรักษาโรค หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชอายุหลายปีที่มีระบบรากที่ซับซ้อน ประกอบด้วยรากเนื้อและรากฝอยที่ฝังลึกอยู่ใต้ดิน สามารถแทงลึกได้ถึง 3 เมตร ลำต้นแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ ลำต้นใต้ดินหรือเหง้าที่มีลักษณะคล้ายแท่งดินสอสีน้ำตาล และลำต้นบนดินที่เรียกว่าหน่ออ่อนหรือสเปียร์ (Spear) หน่อไม้ฝรั่งมีลักษณะเฉพาะคือการที่หน่ออ่อนจะโผล่พ้นดินขึ้นมาได้สูงประมาณ 90-120 เซนติเมตร และมีรูปทรงคล้ายเฟิร์น มีกิ่งก้านลักษณะคล้ายใบที่เรียกว่าคลาโดด (Cladodes)1 ที่น่าสนใจคือหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชที่เพศผู้และเพศเมียแยกกันอยู่ ต้องอาศัยแมลงช่วยในการผสมเกสร โดยดอกของต้นเพศผู้จะมีขนาดใหญ่และยาวกว่าดอกของต้นเพศเมีย สายพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งยอดนิยมมีอะไรบ้าง? การเลือกสายพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูก มีสายพันธุ์หลักที่ได้รับความนิยมอยู่ 5 สายพันธุ์หลัก สายพันธุ์แมรี่วอชิงตัน (Mary Washington) เป็นสายพันธุ์แรกที่นำมาปลูกและเป็นสายพันธุ์ที่มีความต้านทานโรคดี ให้ผลผลิตที่มีขนาดใหญ่และสม่ำเสมอ มีหน่อสีเขียวเข้มพร้อมปลายสีม่วง และมีรสชาติหวานเล็กน้อยแบบถั่ว แม้จะเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิม แต่ยังคงได้รับความนิยมเนื่องจากความน่าเชื่อถือ สายพันธุ์แคลิฟอร์เนีย [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Banner TOA
Homeday FB
Homeday FB