พบ 102 บทความ

24/3/2568 • โดย Homeday
กรมที่ดิน เอาจริง ขอความร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบนิติบุคคลที่มีคนต่างชาติถือหุ้น หากพบเข้าข่ายนอมินี ใช้มาตรการบังคับจำหน่ายที่ดินและดำเนินคดีเด็ดขาด พร้อมกำชับจังหวัดร่วมกันแก้ไขปัญหาและสร้างความเข้าใจกับประชาชน ตามที่ปัจจุบันปรากฏข่าวสารทางสื่อมวลชนหลายแขนง เกี่ยวกับกรณีคนไทยหรือนิติบุคคลถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) อย่างต่อเนื่อง อาทิ กรณีทุนจีนกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ภาคตะวันออกเพื่อทำสวนทุเรียน และกว้านซื้อที่ดินในเขต EEC เพื่อตั้งโรงงานขนาดใหญ่ กรณีคนต่างชาติให้คนไทยถือครองที่ดินหรือห้องชุดเพื่ออยู่อาศัยแทนคนต่างด้าว หรือจัดตั้งบริษัทขึ้นเพื่อถือครองที่ดินหรือห้องชุดแทนคนต่างด้าว ในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี รวมทั้งในพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนข่าวคนต่างด้าวเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า ปัญหาการถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) เป็นปัญหาสำคัญและมีผลกระทบต่อคนไทยในหลากหลายมิติ ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง กรมที่ดินจึงได้มีหนังสือขอความร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการแจ้งและเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เกี่ยวกับนิติบุคคลที่มีเหตุสงสัยว่า จะมีพฤติการณ์ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) รวมถึงนิติบุคคลที่มีการเพิ่มทุนหรือเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นจนกลายเป็นนิติบุคคลที่มีลักษณะเป็นคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อจะได้นำข้อมูลดำเนินการตรวจสอบว่า ได้ที่ดินมาถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเป็นนิติบุคคลที่มีคนไทยถือหุ้น หรือถือครองที่ดินหรือออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) หรือไม่ อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวต่อไปว่า [...]

11/4/2568 • โดย Homeday
พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ผู้นำระดับโลกด้านระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เปิดเผยรายงานการสนองตอบต่อเหตุการณ์ภัยไซเบอร์ระดับโลกจาก Unit 42 ประจำปี 2568 ที่พบว่าปัจจุบันคนร้ายได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ เปลี่ยนจากการใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่และการขโมยข้อมูลแบบเดิม ไปสู่การมุ่งขัดขวางการดำเนินธุรกิจ มีการใช้ AI ช่วยในการโจมตี และอาศัยบุคคลภายในสร้างภัยคุกคาม รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า เกือบครึ่งหนึ่งของเหตุการณ์ความปลอดภัย (44%) มีความเกี่ยวข้องกับเว็บเบราว์เซอร์ เมื่อไม่นานมานี้ ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) รายงานว่า ประเทศไทยมีเหตุการณ์ภัยไซเบอร์เกิดขึ้น 392 ครั้ง ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2568โดยภาคการศึกษาได้รับผลกระทบจากการโจมตีสูงสุด (27%) ตามมาด้วยหน่วยงานราชการ (17%) ภาคการเงินและธนาคาร (17%) และภาคเอกชนไทย (12%) ที่น่าสังเกตคือ ภัยคุกคามที่มุ่งโจมตีสถาบันการเงินและธนาคารมักเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ปลอมที่ออกแบบมาเพื่อหลอกลวงประชาชน ซึ่งสอดคล้องตามรายงานการรับมือเหตุการณ์ภัยไซเบอร์ระดับโลกจาก Unit 42 ที่เน้นย้ำถึงการแพร่ระบาดของเว็บไซต์หลอกลวง ขณะที่สถาบันการเงิน สถานดูแลสุขภาพ และหน่วยงานราชการทั่วโลกต่างเผชิญกับสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น หน่วยงานกำกับดูแลระดับภูมิภาคจึงเร่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเฟรมเวิร์กซีโรทรัสต์ (Zero Trust) และนำโซลูชันระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้ขุมพลังแห่ง AI เข้ามาช่วยจัดการ รวมถึงการบังคับใช้มาตรการและกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น [...]

21/2/2568 • โดย Homeday
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มมากขึ้นจากการโจมตีในรูปแบบฟิชชิ่งและ การหลอกลวงทางธนาคารที่ทวีจำนวนมากกว่าเดิม บริษัท เช็ค พอยท์® ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีส์ จำกัด (NASDAQ: CHKP) ผู้ให้บริการโซลูชันชั้นนำด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั่วโลก เผยภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างเห็นได้ชัด โดยองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์โดยเฉลี่ย 3,180 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อองค์กรในช่วงหกเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 – มกราคม 2568 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 1,843 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อองค์กร สถิติที่น่าตกใจนี้เน้นย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ซึ่งต้องดำเนินไปพร้อมๆ กับการเดินหน้าสู่ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) ของประเทศ มัลแวร์ธนาคารและฟิชชิ่งกำลังเพิ่มมากขึ้น ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เร่งด่วนที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ การหลอกลวงทางฟิชชิ่งและมัลแวร์ทางธนาคาร ซึ่งภัยคุกคามทั้งสองรูปแบบนี้มีอัตราการแพร่ระบาดสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ จากรายงานของเช็ค พอยท์ อินเทลลิเจ้นซ์ (Check Point Intelligence) พบว่าเหตุการณ์แรนซัมแวร์ในประเทศไทยคิดเป็น 6% ของการโจมตีทางไซเบอร์เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 4% ขณะที่มัลแวร์ทางธนาคารคิดเป็น 9.5% เมื่อเทียบกับ 2.8% ทั่วโลก แนวโน้มที่น่ากังวลดังกล่าวสอดคล้องกับผลการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เผยให้เห็นว่า ลูกค้าของธนาคารไทยสูญเสียเงินมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท จากการฉ้อโกงทางการเงินออนไลน์ในช่วง [...]

24/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านเป็นหนึ่งในความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่การต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินมาซื้อบ้านก็มาพร้อมกับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ เพราะดอกเบี้ยบ้านที่จ่ายไปนั้นไม่สูญเปล่า สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กฎหมายกำหนด ช่วยบรรเทาภาระภาษีและอาจทำให้ได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวิธีการใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยบ้านเพื่อลดหย่อนภาษีให้ได้มากที่สุด พร้อมเงื่อนไขและข้อควรระวังต่างๆ ที่ควรทราบ เหตุใดดอกเบี้ยบ้านจึงนำมาลดหย่อนภาษีได้? รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ประชาชนทำกิจกรรมทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ มาตรการสิทธิลดหย่อนภาษี หรือ Tax Deductions คือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้มีรายได้เสียภาษีน้อยลงเมื่อทำการคำนวณภาษี เป็นการบรรเทาภาระทางภาษี และอาจทำให้ได้รับเงินคืนจากภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังช่วยป้องกันการยื่นภาษีผิดพลาดและส่งเสริมให้ประชาชนหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่เพียงแต่การซื้อบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนในตลาดหุ้น การออมระยะยาว หรือการทำประกันชีวิตที่ล้วนมีสิทธิลดหย่อนภาษีเช่นกัน ดอกเบี้ยบ้านประเภทไหนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้? ไม่ใช่ดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ ดอกเบี้ยที่จะนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์เพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ต้องเป็นการกู้เงินที่มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรืออาคารชุดต่างๆ ต้องซื้อไว้เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริง หากเป็นการซื้อเพื่อการลงทุนหรือการพาณิชย์จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2. ต้องมีการกู้ยืมและจำนอง ต้องมีการกู้ยืมและจำนองกับสถาบันการเงิน โดยจำนองทรัพย์สินที่เป็นที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกัน เช่น บ้าน คอนโด หรืออาคารที่สร้างบนที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งในสัญญาเงินกู้จะระบุเงื่อนไขนี้อย่างชัดเจน หากเป็นเพียงการซื้อด้วยเงินสด ผ่อนตรงกับเจ้าของโครงการ [...]

25/7/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดำเนินการตามนโยบายกระทรวงการคลัง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนลูกค้า ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย – กัมพูชา จัดทำ “มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าจากเหตุการณ์ชายแดน” เป็นการเร่งด่วน ทั้งลดอัตราดอกเบี้ยและ มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าปลูกสร้าง ประกอบด้วย (1) ลูกค้าปัจจุบันที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือที่อยู่อาศัยเสียหาย อัตราดอกเบี้ยลดลงจากอัตราปัจจุบันเหลือ 0.01% ต่อปี นาน 5 ปี (2) ลูกค้าปัจจุบันที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ หรือทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิต อัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา และ (3) สำหรับลูกค้าในพื้นที่ที่ต้องการกู้ เพื่อปลูกสร้างอาคารใหม่ทดแทนอาคารเดิม ได้รับอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน สามารถแสดงหลักฐานประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ สาขาธนาคารทั่วประเทศ นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา เมื่อวันที่ 24 [...]

20/4/2569 • โดย Homeday Aum
สงกรานต์ชลบุรีนักท่องเที่ยวเข้าพักเกือบ 90% เคทีซีชี้สมาชิกเที่ยวในประเทศเพิ่ม สทช.แนะ 4 มาตรการภาครัฐกระตุ้น “ไทยเที่ยวไทย”

8/4/2568 • โดย Homeday
ครม.ไฟเขียวมาตรการอสังหาฯ ลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง เหลือ 0.01% บ้าน-คอนโดไม่เกิน 7 ล้านบาท หวังเร่งระบายสต๊อกสินค้าคงค้าง ด้านนายกสมาคมอาคารชุด ย้ำต้องเพิ่มยาแรงกว้านี้ แก้ปัญหาสภาพคล่องธุรกิจอสังหาฯสำคัญที่สุด นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ได้มีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และระบายอุปทานคงค้างในตลาด โดยกำหนดลดอัตราค่าธรรมเนียม 2 ประเภท ได้แก่ ค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ จากอัตราเดิม 2% เหลือเพียง 0.01% และค่าจดทะเบียนการจำนอง จากเดิม 1% เหลือ 0.01% เช่นกัน มาตรการนี้ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ รวมถึงที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และห้องชุดในอาคารคอนโดมิเนียม ที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท พร้อมทั้งวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีขายเฉพาะส่วน นายเผ่าภูมิกล่าวว่า กระทรวงการคลังออกมาตรการนี้เพื่อบรรเทาภาระประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัย [...]

24/3/2566 • โดย Homeday
นายโอฬาร จันทร์ภู่ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA : Home Builder Association) เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านรอรัฐบาล

25/7/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์พายุวิภา จัดทำมาตรการช่วยเหลือดูแลลูกค้าให้ผ่านพ้นวิกฤต ประกอบด้วย “โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือ ที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย” และ “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2568” ลูกค้าผู้ประสบภัยสามารถติดต่อสาขาธนาคารอาคารสงเคราะห์ทั่วประเทศเพื่อรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะ สถาบันการเงินของรัฐร่วมเป็นกำลังใจให้แก่ลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มส่งผลให้ที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ธอส. จึงจัดทำ “โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย” และ “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2568” โดยมีรายละเอียด ดังนี้ โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย ประกอบด้วย สำหรับลูกค้าปัจจุบัน : ลดเงินงวดและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยพักชำระหนี้นาน 3 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 12 คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง [...]

18/4/2568 • โดย Homeday
กลุ่มอลิอันซ์ เปิดเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกหลังนโยบายทรัมป์ ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เข้มข้นขึ้น หลังจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สอง ประกาศใช้มาตรการภาษีแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) โดยตั้งเป้าเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงสุดถึง 130% ซึ่งถือเป็นระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1890 ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนการค้าระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะในภาคยานยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการภาษีกับประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เม็กซิโก และยุโรปตะวันออก นำไปสู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่แผ่ขยายไปทั่วโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางและนักลงทุนต่างเริ่มประเมินความเสี่ยงใหม่อีกครั้ง ประเทศไทยถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบในระดับปานกลางจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยมีการปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือ 2% ในปี 2025 และ 2.1% ในปี 2026 จาก 2.5% ในปี 2024 โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ซึ่งจะมีแรงกดดันจากภาคการส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เหมือนบางประเทศในภูมิภาค แต่ก็ยังเผชิญกับผลกระทบทางอ้อมจากความไม่แน่นอนทางการค้า ทั้งนี้ ธนาคารกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่การพึ่งพานโยบายภายในประเทศและการกระจายความเสี่ยงทางการค้าจะมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกในระยะต่อไป. ผลกระทบจากสงครามการค้าครั้งนี้ทำให้องค์กรต่างๆ ลดการลงทุนและชะลอแผนขยายธุรกิจ โดยอัตราการเติบโตของ GDP [...]

15/2/2567 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ยังคงดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ในการให้ความช่วยเหลือลูกค้าทุกราย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) และลูกค้าสถานะ NPL ที่ยังคงได้รับผลกระทบด้านรายได้ ผ่าน “มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ปี 2567” นาน 1 ปี โดยตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม – 1

31/3/2568 • โดย Homeday
แอสเซทไวส์ (AssetWise) ยืนยันความแข็งแรงปลอดภัยโครงสร้างอาคารในทุกโครงการ พร้อมแจ้ง “4 มาตรการเร่งด่วน” เพื่อดูแลความปลอดภัยของลูกบ้าน และแนวทางปฏิบัติสำหรับการแจ้งซ่อม รวมถึงสิทธิ์การรับประกัน เพื่อให้ทุกท่านได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง สะดวก และรวดเร็ว ดังนี้ แอสเซทไวส์ได้จัดส่งทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้าตรวจสอบโครงการที่มีผู้พักอาศัยและโครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่อย่างเร่งด่วน โดยโครงสร้างอาคารทุกโครงการของแอสเซทไวส์มีความแข็งแรง ปลอดภัย 100% ตามมาตรฐานวิศวกรรม และตามข้อบังคับอาคาร กฎกระทรวง ปี 2550 และมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว กรมโยธาธิการและผังเมือง 1301/1302 ขณะนี้ลูกบ้านสามารถเข้าพักอาศัยได้ตามปกติอย่างมั่นใจ และกำลังดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์สถาปัตยกรรมอาคารเชิงลึกในทุกโครงการอย่างต่อเนื่อง ให้แล้วเสร็จ 100% ภายในวันที่ 1 เมษายน 2568 หากพบร่องรอยความเสียหายภายในห้องพัก เช่น รอยร้าว ผนังหลุดร่อน สามารถแจ้งขอรับบริการตรวจสอบและซ่อมแซมได้ตามขั้นตอนดังนี้ แจ้งปัญหาผ่านนิติบุคคลอาคารชุด หรือโครงการที่พักอาศัย เจ้าหน้าที่จะประสานงานกับทีมช่างเพื่อนัดหมายวันเข้าตรวจสอบ ทีมวิศวกรและช่างจะเข้าตรวจสอบและประเมินแนวทางการซ่อมแซม แจ้งผลการตรวจสอบ และเริ่มดำเนินการซ่อมแซมตามขอบเขตการรับประกัน การใช้สิทธิ์การรับประกัน และเงื่อนไขการเคลมต่างๆ ลูกบ้านสามารถใช้สิทธิ์การรับประกันงานซ่อมแซมตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด โดยครอบคลุมถึง โครงสร้างอาคาร – เสา คาน พื้น และองค์ประกอบสำคัญที่รองรับน้ำหนักของอาคาร [...]