กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

11/3/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกที่สำคัญของครอบครัว แต่บางครั้งพวกเขาก็แสดงพฤติกรรมที่ทำให้เจ้าของงุนงง การหวงของเล่นหรืออาหารเป็นพฤติกรรมหนึ่งที่พบบ่อยและสร้างความกังวลให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง พฤติกรรมนี้ไม่ได้เกิดจากความไม่ดีหรือความก้าวร้าวโดยเจตนา แต่เป็นสัญชาตญาณตามธรรมชาติที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยง รากเหง้าของพฤติกรรมหวงของ สัญชาตญาณการอยู่รอดที่ฝังลึก ในโลกธรรมชาติ ทรัพยากรมีความหมายอย่างยิ่งต่อการอยู่รอด สุนัขและแมวบรรพบุรุษต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารและของใช้ จนกลายเป็นพฤติกรรมที่ถูกถ่ายทอดทางพันธุกรรม สัตว์เลี้ยงในปัจจุบันยังคงสัญชาตญาณนี้ไว้ แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการดูแลอย่างดีและไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดแคลน ประสบการณ์ในวัยเยาว์ ประวัติชีวิตของสัตว์เลี้ยงมีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมการหวงของ สัตว์ที่เคยประสบกับความอดอยากหรือการแย่งชิงทรัพยากรในช่วงวัยเยาว์ มีแนวโน้มที่จะพัฒนาพฤติกรรมหวงของสูงกว่าสัตว์ที่เติบโตมาอย่างสมบูรณ์ อิทธิพลจากการเลี้ยงดู วิธีการเลี้ยงดูและปฏิสัมพันธ์ของเจ้าของก็มีส่วนสำคัญในการก่อตัวของพฤติกรรมนี้ การตอบสนองที่ไม่เหมาะสมต่อการแสดงออกของสัตว์เลี้ยงอาจกระตุ้นให้พฤติกรรมหวงของทวีความรุนแรงขึ้น ลักษณะการแสดงออกของพฤติกรรมหวงของ สัญญาณเตือนทางกายภาพ สัตว์เลี้ยงที่มีพฤติกรรมหวงของมักแสดงอาการดังนี้: การยืนปกป้องวัตถุหรืออาหารอย่างแข็งขัน งรือคำรามเมื่อมีผู้อื่นเข้าใกล้ แสดงท่าทีก้าวร้าวหากถูกคุกคาม กัดหรือส่งเสียงขู่เพื่อป้องกันของตนเอง ระดับความรุนแรงของพฤติกรรม พฤติกรรมหวงของแบ่งออกเป็นหลายระดับ: ระดับเบา: การแสดงสัญญาณเตือนโดยไม่มีการกระทำรุนแรง ระดับปานกลาง: มีท่าทีก้าวร้าวและการข่มขู่ ระดับรุนแรง: มีความเสี่ยงต่อการกัดหรือทำร้ายผู้อื่น กลยุทธ์การจัดการพฤติกรรมหวงของ การสร้างความไว้วางใจ ฝึกให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัย สร้างบรรยากาศที่ปราศจากการแข่งขัน แสดงให้สัตว์เลี้ยงเห็นว่าการเข้าใกล้ของไม่ใช่การคุกคาม เทคนิคการฝึกฝน ใช้การให้รางวัลเพื่อสร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ฝึกคำสั่ง “วาง” หรือ “ปล่อย” อย่างสม่ำเสมอ สร้างความเชื่อมั่นว่าการแบ่งปันไม่ใช่การสูญเสีย การป้องกันและแก้ไข จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จัดหาของเล่นและอาหารอย่างเพียงพอ สร้างพื้นที่ส่วนตัวให้สัตว์เลี้ยง การฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ พัฒนาความสัมพันธ์เชิงบวก [...]

18/2/2568 • โดย Homeday
การที่สัตว์เลี้ยงแสดงอาการซึมเศร้าเมื่อเจ้าของไม่อยู่บ้านเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนต้องกลับไปทำงานนอกบ้านมากขึ้น บทความนี้จะแนะนำวิธีสังเกตอาการ และแนวทางการช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่มีภาวะซึมเศร้าจากการพลัดพรากชั่วคราว สาเหตุของภาวะซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยง ภาวะซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงมักเกิดจากความวิตกกังวลจากการพลัดพราก (Separation Anxiety) ซึ่งเป็นอาการทางพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในสุนัขและแมว โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่คนเดียวเป็นเวลานาน สัตว์เลี้ยงอาจรู้สึกเหงา กลัว และกังวลว่าเจ้าของจะไม่กลับมา ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมจนกลายเป็นภาวะซึมเศร้า สาเหตุหลักมักเกิดจาก: การเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันอย่างกะทันหัน การขาดการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ความเคยชินกับการมีเจ้าของอยู่ด้วยตลอดเวลา ประสบการณ์การถูกทอดทิ้งในอดีต อาการที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงมีภาวะซึมเศร้า การสังเกตอาการผิดปกติเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงได้ทันท่วงที อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้: การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินอาหาร กินอาหารน้อยลงหรือไม่กินเลย ดื่มน้ำน้อยลงกว่าปกติ การเปลี่ยนแปลงระดับกิจกรรม นอนมากเกินไป ไม่สนใจเล่นของเล่นที่เคยชอบ ไม่มีความกระตือรือร้นเมื่อถึงเวลาเดินเล่น พฤติกรรมทำลาย กัดแทะเฟอร์นิเจอร์ ขูดข่วนประตูหรือหน้าต่าง ปัสสาวะหรืออุจจาระนอกกระบะทราย เสียงร้องผิดปกติ เห่าหรือร้องไห้ต่อเนื่อง ส่งเสียงครวญครางเมื่ออยู่คนเดียว วิธีการรับมือและช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่มีภาวะซึมเศร้า 1. การเตรียมความพร้อมก่อนออกจากบ้าน การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเครียดของสัตว์เลี้ยง: จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยและสบาย วางของเล่นและขนมให้เพียงพอ เปิดเพลงหรือโทรทัศน์ไว้เป็นเสียงรบกวน ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามพฤติกรรม 2. การฝึกให้คุ้นเคยกับการอยู่คนเดียว การฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงปรับตัวได้ดีขึ้น: เริ่มจากการออกจากบ้านระยะสั้นๆ เพิ่มระยะเวลาทีละน้อย ไม่แสดงอาการตื่นเต้นมากเกินไปเมื่อกลับบ้าน ให้รางวัลเมื่อแสดงพฤติกรรมที่ดี 3. การสร้างกิจกรรมระหว่างวัน การให้สัตว์เลี้ยงมีกิจกรรมทำจะช่วยลดความเครียด: ใช้ของเล่นแบบปริศนาที่มีขนมซ่อนอยู่ [...]

27/2/2568 • โดย Homeday
ซัมซุง ประกาศความสำเร็จในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดทีวีระดับโลกอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ติดต่อกัน จากข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด Omdia ระบุว่า ในปี 2024 ซัมซุงครองส่วนแบ่งตลาดทีวีทั่วโลกได้ถึง 28.3% สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 มาได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2006 โดยความสำเร็จนี้เกิดจากความมุ่งมั่นของซัมซุงในการพัฒนา ทีวีในกลุ่มพรีเมียมและจอขนาดใหญ่ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับชม ฮุน ลี รองประธานบริหาร ธุรกิจจอภาพแห่งซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “ความสำเร็จในการครองตำแหน่งผู้นำตลาดทีวีระดับโลกต่อเนื่องเป็นเวลา 19 ปีของซัมซุง เกิดจากความไว้วางใจและการสนับสนุนอย่างดีจากลูกค้าของเราทุกคน โดยเราได้ขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมทีวีให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยนวัตกรรมทีวีสุดล้ำที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยเติมเต็มคุณค่าให้กับชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง” ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดทีวีระดับโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ( ยืน 1 ผู้นำในตลาดทีวีพรีเมียมและจอใหญ่พิเศษซัมซุงตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดทีวีระดับไฮเอนด์ โดยเฉพาะในกลุ่มทีวีพรีเมียม (ราคาตั้งแต่ 2,500 ดอลลาร์ขึ้นไป) และทีวีจอใหญ่พิเศษ (ขนาด 75 นิ้วขึ้นไป) ทีวีพรีเมียม (ราคา 2,500 ดอลลาร์ขึ้นไป) – ซัมซุงครองส่วนแบ่งตลาดถึง 49.6% คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดทีวีพรีเมียมทั่วโลก ทีวีจอใหญ่พิเศษ (75 นิ้วขึ้นไป) – ซัมซุงเป็นผู้นำในกลุ่มนี้ด้วยส่วนแบ่งตลาด 28.7% ความสำเร็จของทีวี QLED และ OLED ซัมซุงยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดทีวี QLED และ OLED ตอกย้ำความเหนือชั้นในอุตสาหกรรมทีวีระดับพรีเมียมที่ครองใจผู้บริโภค ทีวี QLED – ซัมซุงมียอดขายทีวี QLED สูงถึง 8.34 ล้านเครื่อง ครองส่วนแบ่งตลาด 46.8% เสริมความแข็งแกร่งให้กับความผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ นอกจากนี้ ตลาด QLED ทั่วโลกยังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยซัมซุงมีสัดส่วนยอดขายพุ่งขึ้นกว่า 10% ของตลาดทีวีทั้งหมดเป็นครั้งแรก ทีวี OLED – ซัมซุงมียอดขายทีวี OLED 1.44 ล้านเครื่องในปี 2024 ครองส่วนแบ่งตลาด 27.3% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 42% ในแง่ของจำนวนเครื่องที่ขาย และ 4.6% ในส่วนแบ่งตลาด สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อนวัตกรรม OLED ของซัมซุงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลิกโฉมความบันเทิงภายในบ้านด้วย AI และศิลปะ ในงาน CES 2025 ซัมซุงได้เปิดตัว Vision AI นวัตกรรมล้ำสมัยสำหรับทีวีอัจฉริยะที่เป็นมากกว่าแค่หน้าจอแสดงผลแบบเดิม ๆ โดยใช้ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรม ความต้องการ และความชอบของผู้ใช้ เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่เป็นส่วนตัวได้อย่างไร้รอยต่อ ปูทางสู่อนาคตของจอแสดงผลอัจฉริยะภายในบ้าน นอกจากนี้ ซัมซุงยังขยายขอบเขตการให้บริการ Samsung Art Store ซึ่งก่อนหน้านี้มีเฉพาะใน The Frame ให้สามารถใช้งานได้บนทีวี Neo QLED และ QLED เพิ่มขึ้นในปีนี้ [...]

25/4/2568 • โดย Homeday
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีและคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Family Residences) ชั้นนำของไทย ที่มีประสบการณ์ในตลาดกว่า 26 ปี แต่ยังได้ขยายขอบเขตธุรกิจให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายกระจายพอร์ตธุรกิจ (Business Diversification) กระจายรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Business) และธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ (Non-Real Estate Business) การลงทุนบริหารธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานให้เช่า ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจโรงแรม และอาคารสำนักงานให้เช่าคือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจของเราอีกทางหนึ่งด้วยวิสัยทัศน์ที่ยังคงอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานที่มุ่งหวังตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกระดับ โดยมุ่งมั่นในการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดี และความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าของเรา เราต้องการเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีความหลากหลายทางธุรกิจ สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกมิติได้อย่างยั่งยืน” ธุรกิจโรงแรม อุตสาหกรรมที่มีความสำคัญและเติบโตอย่างรวดเร็ว เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ได้เล็งเห็นโอกาสในธุรกิจโรงแรมที่สามารถพัฒนาให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจากการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มีการเปลี่ยนแปลงไปกับความต้องการที่ไม่ได้จำกัดแค่การให้บริการที่พักแบบทั่วไปเท่านั้น แต่ยังสามารถตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะ เช่นห้องพักที่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักด้วยได้ และปัจจัยที่ทางเมเจอร์ฯ [...]

13/5/2568 • โดย Homeday
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของภูเก็ตยังโตอย่างมั่นคง โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียนและไลฟ์สไตล์ ซึ่งกำลังกลายเป็นนิยามใหม่ของความหรูหราบนเกาะแห่งนี้ – หนึ่งในประเด็นจากเวทีสัมนา Asia Connect: Phuket Property Pulse งานจัดขึ้นที่ Andara Resort & Villas ด้วยความร่วมมือของ PropertyGuru Thailand และ C9 Hotelworks โดยผู้เชี่ยวชาญในแวดวงได้ถ่ายทอดมุมมองว่า ตลาดควรมุ่งเน้นการโปรโมทปลายทางสู่ผู้ชมระดับโลก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและขยายฐานผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์กลุ่มใหม่ เช่น ตลาดตะวันออกกลางและอินเดีย ดร. อัลลัน ซีแมน ก่อตั้งและผู้บริหารลานไควฟง กรุ๊ป กล่าวว่า “เรากำลังอยู่ในช่วงของการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ แม้จะมีความผันผวน แต่ก็เปี่ยมไปด้วยโอกาส นอกจากนี้ ประเทศไทยโดยเฉพาะภูเก็ตแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ขณะที่ความต้องการลงทุนด้านไลฟ์สไตล์จากทั้งนักลงทุนในภูมิภาคและระดับโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งสำคัญคือต้องยึดมั่นกับรากฐานระยะยาว มากกว่ามองแค่ผลลัพธ์ในระยะสั้น” นักลงทุนยังกล่าวเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมผู้ซื้อได้เปลี่ยนแปลงไป และผู้พัฒนาอสังหาฯ ต้องปรับตัวให้ทันต่อความคาดหวังใหม่ ๆของตลาด “ผู้ซื้อในวันนี้มีมุมมองระดับโลก เข้าใจเรื่องการออกแบบและมองหาคุณค่าที่มากกว่าที่พัก พวกเขาต้องการประสบการณ์แบบครบวงจร ไลฟ์สไตล์ที่เน้นสุขภาพ ความเป็นส่วนตัว ความยั่งยืน และบริการที่มีแบรนด์รองรับ ซึ่งภูเก็ตสามารถตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งภายหลังโควิด [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
ออกเดินทางสู่โลกของการดูแลช่องปากสำหรับเจ้าตัวน้อยไปกับการแนะนำยาสีฟันเด็กหลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัยและความสนุกสนาน ข้อสำคัญที่สุดคือการเลือกใช้ยาสีฟันที่มีระดับฟลูออไรด์เหมาะสมเพื่อป้องกันฟันผุ พร้อมส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อเหงือก ให้เด็กเริ่มต้นเรียนรู้พฤติกรรมการแปรงฟันตั้งแต่ฟันซี่แรกจนถึงการเปลี่ยนเป็นฟันแท้ การแปรงฟันให้เป็นกิจวัตรไม่ใช่เรื่องยากหากมีผลิตภัณฑ์ที่ถูกใจ ทั้งกลิ่นผลไม้หลากสี ลายการ์ตูนคิ้วท์ และเนื้อเจลหรือครีมที่มอบฟองน้อย ระดับความเย็นน้อย ทำให้เด็กไม่ขมวดคิ้วขณะแปรงพร้อมสนุกไปกับเสียงหัวเราะในทุกเช้าเย็น #ยาสีฟันเด็ก #เด็ก #สุขภาพช่องปาก #shopzy #แปรงฟัน

1/3/2568 • โดย Homeday
การมีสัตว์เลี้ยงในบ้านให้ความสุขและความอบอุ่นแก่ทุกครอบครัว แต่บางครั้งพฤติกรรมการกินอาหารของพวกเขาอาจทำให้เจ้าของกังวลใจ โดยเฉพาะเมื่อสัตว์เลี้ยงมีนิสัยกินอาหารเร็วเกินไป พฤติกรรมนี้พบได้บ่อยทั้งในสุนัขและแมว ซึ่งนอกจากจะทำให้พวกเขาไม่ได้เพลิดเพลินกับมื้ออาหารอย่างเต็มที่แล้ว ยังอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ การกินอาหารเร็วเกินไปของสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญเท่านั้น แต่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ซ่อนอยู่ หรือนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพได้ ทั้งปัญหาระบบย่อยอาหาร การอาเจียน หรือแม้แต่ภาวะท้องบิด (Bloat) ที่อันตรายถึงชีวิตในสุนัขบางสายพันธุ์ บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ และวิธีการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมการกินอาหารเร็วในสัตว์เลี้ยง โดยมุ่งเน้นไปที่เทคนิคการแก้ไขที่ปฏิบัติได้จริงสำหรับทั้งสุนัขและแมว เพื่อให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารของสัตว์เลี้ยงให้ดีขึ้น และส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงกินอาหารเร็ว? การเข้าใจสาเหตุเบื้องหลังพฤติกรรมการกินอาหารเร็วของสัตว์เลี้ยงเป็นก้าวแรกในการแก้ไขปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพ สาเหตุหลักๆ มีดังนี้: สัญชาตญาณตามธรรมชาติ สัตว์เลี้ยงของเรา โดยเฉพาะสุนัข มีบรรพบุรุษเป็นสัตว์ล่าเหยื่อที่ต้องแข่งขันเพื่อหาอาหาร ในธรรมชาติ การกินอาหารให้เร็วที่สุดเป็นกลไกการอยู่รอด เพราะหากกินช้า อาหารอาจถูกสัตว์ตัวอื่นแย่งไป สัญชาตญาณนี้ยังคงฝังอยู่ในสัตว์เลี้ยงปัจจุบัน แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีอาหารเพียงพอแล้วก็ตาม ประสบการณ์ในอดีต สัตว์เลี้ยงที่เคยมีประสบการณ์ขาดแคลนอาหาร เช่น สุนัขจรจัดที่ได้รับการช่วยเหลือ หรือสัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้ง มักจะพัฒนานิสัยการกินอาหารเร็วเนื่องจากความกลัวว่าจะไม่มีอาหารในมื้อต่อไป พฤติกรรมนี้อาจติดตัวมาแม้หลังจากที่พวกเขาได้รับการดูแลอย่างดีแล้วก็ตาม การแข่งขันกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัวอาจเกิดการแข่งขันในเวลาอาหาร โดยเฉพาะถ้าให้อาหารพร้อมกันในพื้นที่ใกล้กัน สัตว์เลี้ยงอาจรู้สึกว่าต้องกินให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอื่นมาแย่งอาหารของตน ความวิตกกังวลหรือความเครียด สัตว์เลี้ยงที่มีความเครียดหรือวิตกกังวลอาจแสดงออกผ่านพฤติกรรมการกินอาหาร รวมถึงการกินเร็วเกินไป สภาพแวดล้อมที่ไม่คงที่ การเปลี่ยนแปลงในบ้าน หรือแม้แต่ความกลัวการถูกรบกวนขณะกินอาหาร ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้สัตว์เลี้ยงกินเร็วขึ้น ความหิวที่มากเกินไป การให้อาหารไม่เพียงพอหรือการเว้นระยะเวลาระหว่างมื้อนานเกินไปอาจทำให้สัตว์เลี้ยงหิวมาก จนเมื่อได้รับอาหารจึงกินอย่างรวดเร็วและตะกละตะกลาม [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
การจ้องมองนกของแมวไม่ใช่เพียงแค่ความสนใจธรรมดา แต่เป็นพฤติกรรมที่สะท้อนถึงสัญชาตญาณการล่าเหยื่อที่ติดตัวมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แมวเป็นนักล่ามืออาชีพที่มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษที่ล่าสัตว์ขนาดเล็กเพื่อการอยู่รอด พฤติกรรมการจ้องมองนกจึงเป็นการแสดงออกถึงพลังและความสนใจทางธรรมชาติอย่างแท้จริง กลไกทางสรีรวิทยาของการล่าเหยื่อ การทำงานของประสาทการมองเห็น สายตาของแมวได้รับการพัฒนาอย่างยอดเยี่ยมสำหรับการล่าเหยื่อ ตาของพวกมันมีความไวต่อการเคลื่อนไหวสูงมาก สามารถจับภาพการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและละเอียดอ่อน เมื่อเห็นนกเคลื่อนไหว แมวจะเริ่มกระบวนการล่าโดยอัตโนมัติ การจ้องมองจึงเป็นขั้นตอนแรกของการเตรียมพร้อมล่าเหยื่อ ฮอร์โมนและระบบประสาท เมื่อแมวจ้องมองนก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนและคอร์ติซอล ซึ่งกระตุ้นระบบประสาทให้พร้อมสำหรับการล่า กล้ามเนื้อเกร็ง หางขยับ และกล้ามเนื้อพร้อมกระโดดในทันที นี่คือกลไกทางชีววิทยาที่ติดตัวมาแต่กำเนิด จิตวิทยาและพฤติกรรมการล่า การฝึกทักษะการล่า การจ้องมองนกเป็นเสมือนการฝึกทักษะการล่าที่สำคัญ แมวจะใช้เวลาสังเกตเหยื่อ เรียนรู้รูปแบบการเคลื่อนไหว และวางแผนการโจมตี แม้ว่าแมวบ้านจะไม่ต้องหาอาหารด้วยตัวเอง แต่สัญชาตญาณการล่ายังคงอยู่อย่างแข็งแกร่ง ความตื่นเต้นทางอารมณ์ การจ้องมองนกสร้างความตื่นเต้นและความบันเทิงให้กับแมว มันเป็นเหมือนเกมที่กระตุ้นประสาทและความคิดสร้างสรรค์ แม้ไม่ได้ล่าจริง แต่กระบวนการจ้องมองก็ให้ความพึงพอใจทางอารมณ์ ปัจจัยแวดล้อมที่กระตุ้นพฤติกรรม การกระตุ้นจากภายนอก เสียงร้อง การเคลื่อนไหว และสีสันของนกเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญ แมวมีสายตาที่ไวต่อการเคลื่อนไหวรวดเร็ว โดยเฉพาะวัตถุที่มีขนาดเล็กและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สภาพแวดล้อมทางบ้าน หน้าต่างหรือระเบียงที่มองเห็นนกภายนอกบ้านจะกลายเป็นจุดสนใจหลักของแมว พวกมันจะใช้เวลานานในการจ้องมองโดยไม่รู้สึกเบื่อ การดูแลและความเข้าใจ การจัดการพฤติกรรม แม้การจ้องมองนกเป็นเรื่องปกติ แต่เจ้าของควรระมัดระวังไม่ให้แมวออกไปทำร้ายนกโดยเด็ดขาด การเตรียมของเล่นและกิจกรรมที่กระตุ้นสัญชาตญาณการล่าจะช่วยระบายพลังงานได้เป็นอย่างดี ความสำคัญของการเข้าใจ การเข้าใจพฤติกรรมนี้ช่วยให้เจ้าของสามารถดูแลแมวได้อย่างถูกต้อง ไม่ควรห้ามหรือลงโทษ แต่ควรหาช่องทางระบายพลังงานที่เหมาะสม สรุป การจ้องมองนกของแมวไม่ใช่เพียงแค่พฤติกรรมที่น่ารัก แต่เป็นการแสดงออกถึงสัญชาตญาณการล่าอันทรงพลัง [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
อุตสาหกรรมเสริมความงามในไทยเติบโตต่อเนื่อง ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น ส่งผลให้คลินิกเสริมความงามขยายตัวอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น ธุรกิจจึงต้องมีกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าและใช้เทคโนโลยีสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่า เพื่อเพิ่มความภักดีของลูกค้า LINE เห็นถึงโอกาสและความท้าทายนี้ จึงจัดงาน “LINE FOR BUSINESS: EMPOWERING AESTHETIC CLINICS WITH HOLISTIC SOLUTIONS” โดยมีเหล่าผู้เชี่ยวชาญจาก LINE ประเทศไทย นำโดย กีรติ อนุรักษ์ภราดร หัวหน้าที่ปรึกษาธุรกิจสุขภาพและความงาม พร้อมคณะ มาร่วมแบ่งปันเทรนด์ธุรกิจและแนะนำการใช้โซลูชัน เครื่องมือต่างๆ บนแพลตฟอร์ม LINE เพื่อยกระดับการบริการและเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจเสริมความงามในยุคดิจิทัล บริการได้ตรงจุด สื่อสารได้ตรงใจ ปัจจุบัน LINE Official Account หรือ LINE OA กลายเป็นช่องทางที่มีศักยภาพสูงในการเข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ตัวเลขจาก LINE ชี้ว่าธุรกิจเสริมความงามใช้ LINE OA ส่งข้อความแบบบรอดคาสต์สื่อสารกับลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 23% ในขณะที่การส่งข้อความแบบเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นถึง 116% และมีการเชื่อมต่อ API เพื่อทำการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบ Personalize เพิ่มขึ้นถึง [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
ชูจุดแข็งนวัตกรรมเพื่อสุขภาพการนอนที่ดีกว่า ตอบโจทย์ Gen Z เจาะตลาดออนไลน์ ด้วยกลยุทธ์ Affiliate Marketing พฤติกรรมการซื้อที่นอนของคน Gen Z เน้นคุณภาพ คุ้มราคา สะดวกสบาย ตลาดชุดเครื่องนอนและที่นอนบนออนไลน์ มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท นายสัจจะ ไชยรัตน์ติเวช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เครื่องนอนไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ตอกย้ำภาพผู้นำอุตสาหกรรมการผลิตชุดเครื่องนอนและที่นอนของไทย ที่มีศักยภาพความเชี่ยวชาญ ในการออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่ายเครื่องนอนคุณภาพ ภายใต้แบรนด์ PICASSO (ปิกัสโซ่) และ LADY AMERICANNA (เลดี้ อเมริกานา) ซึ่งบริษัทฯ มีฐานการผลิตชุดเครื่องนอนและที่นอนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ จ.ชลบุรี โดยยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าปรับตัว และไม่หยุดเรียนรู้ คิดค้น พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมที่นอน เพื่อคุณภาพการนอนที่ดีกว่าในทุกมิติ พร้อมส่งแบรนด์น้องใหม่ Smile by Picasso 3 รุ่นหลัก ได้แก่ [...]

18/7/2568 • โดย Homeday
[กรุงเทพฯ – กรกฎาคม 2568] – นิตยสาร Marketeer ประกาศผลรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2025 รางวัลแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 14 ต่อเนื่อง โดยจัดขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องฉัตรา บอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ โดยมีนักธุรกิจ นักการตลาดมาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้ ครอบคลุมหมวดผลิตภัณฑ์มากถึง 115 หมวดหมู่ จากการสำรวจความนิยมของแบรนด์ในหมวดสินค้าทั่วไป และสินค้ากลุ่มเฉพาะกว่า 6,500 ตัวอย่าง ทั่วประเทศ นายเพิ่มพล โพธิ์เพิ่มเหม บรรณาธิการและผู้ก่อตั้งนิตยสาร Marketeer กล่าวว่า เศรษฐกิจในปี 2025 คือความท้าทายที่เปลี่ยนเกมการตลาดอย่างสิ้นเชิง นักการตลาดไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องคุณภาพ หรือราคาอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่ความเชื่อใจและความรู้สึกร่วมที่แบรนด์สร้างได้ในใจผู้คน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนอย่างฉับไว และการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ทุกวัน แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในปีนี้ คือแบรนด์ ที่ [...]

2/3/2569 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ, 2 มีนาคม 2569 – สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เผยผลวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการเลือกบ้านตาม “สไตล์ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว” ควบคู่บริการมืออาชีพแบบครบวงจร ส่งสัญญาณ “สร้างบ้านตอนนี้…คุ้มที่สุด” พร้อมประกาศความพร้อมจัดงานใหญ่ประจำปี “รับสร้างบ้านโฟกัส 2026 : สร้างบ้านสะท้อนตัวคุณ” รวมโชว์เคสแบบบ้านทุกสไตล์กว่า 1,000 แบบ ราคา 1 – 100 ล้านบาท ชี้เทรนด์ที่ต้องจับตามองปี 2569 ‘Trust & Value over Price’ ผู้บริโภคยอมรับราคาที่สูงขึ้นได้ หากมั่นใจในคุณภาพและบริการที่ครบถ้วน ตั้งเป้ายอดจอง 3,500 ล้านบาท งานจัดระหว่าง 18 – 22 มีนาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : [...]