พบ 97 บทความ

13/2/2569 • โดย Homeday
อีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เมื่อ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ ไทยแลนด์ ลองสเตย์ (Thailand Longstay Company) ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการวีซ่าระยะยาวสำหรับชาวต่างชาติ โดยแสนสิริได้รับการแต่งตั้งเป็น Official Partner เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงให้เข้ามาพำนักในประเทศไทยระยะยาว ผ่านเกณฑ์การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 3 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ มุ่งหวังให้เป็นกลไกสำคัญในการดึงเม็ดเงินจากต่างชาติเข้าสู่ ภาคบริการและระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวม ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าของแสนสิริ แต่ยังเป็น ยุทธศาสตร์ระดับชาติ (National Strategy) ในการตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ ‘World-Class Destination’ สำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุน เมื่อชาวต่างชาติได้รับความสะดวกในการพำนักระยะยาว จะก่อให้เกิดการใช้จ่ายต่อเนื่องในท้องถิ่น ทั้งการจ้างงาน การท่องเที่ยว และการอุปโภคบริโภค ซึ่งจะช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ลูกค้าชาวต่างชาติที่ซื้อโครงการของแสนสิริจะได้รับโซลูชันการอยู่อาศัยที่ครบวงจร (One-stop Solution) ประกอบด้วย ฟรี ค่าบริการดำเนินการวีซ่าระยะยาว: สำหรับทุกยูนิตที่เข้าเงื่อนไข, Priority Service บริการเร่งด่วนในการประสานงานยื่นขอวีซ่า และ Airport Fast Track บริการอำนวยความสะดวก [...]

1/4/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่านั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ดึงดูดนักลงทุนมากมาย ด้วยมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม วัฒนธรรมท้องถิ่น และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในพื้นที่เหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่แตกต่างจากการลงทุนในโครงการพัฒนาใหม่ บทความนี้จะนำเสนอความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่า เพื่อให้คุณสามารถวางแผนและรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมาพร้อมกับข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาและปรับปรุงทรัพย์สิน ในหลายพื้นที่ อาคารในย่านประวัติศาสตร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานหรืออยู่ภายใต้ข้อบังคับพิเศษเพื่อการอนุรักษ์ ซึ่งหมายความว่าเจ้าของไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายนอก เพิ่มเติมพื้นที่ใช้สอย หรือแม้แต่เปลี่ยนวัสดุบางประเภทได้โดยอิสระ การดำเนินการใดๆ ต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศิลปากรหรือสำนักงานเขตพื้นที่นั้นๆ ซึ่งกระบวนการขออนุญาตมักใช้เวลานานและมีขั้นตอนซับซ้อน นอกจากนี้ ย่านเมืองเก่าบางแห่งยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้งานจากที่อยู่อาศัยเป็นเชิงพาณิชย์ หรือจากร้านค้าเป็นร้านอาหารได้โดยง่าย นักลงทุนควรทำการวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับกฎระเบียบเฉพาะในพื้นที่เป้าหมาย และอาจจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ย่านประวัติศาสตร์ การเพิกเฉยต่อข้อกำหนดเหล่านี้อาจนำไปสู่ค่าปรับที่สูง การระงับโครงการ หรือแม้กระทั่งการบังคับให้รื้อถอนส่วนที่ต่อเติมและคืนสภาพอาคารให้เหมือนเดิม ซึ่งส่งผลให้การลงทุนเกิดความเสียหายอย่างมาก ต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูง อสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมีอายุหลายสิบปีหรือแม้กระทั่งเป็นร้อยปี ซึ่งนำมาสู่ความเสี่ยงด้านต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูงกว่าอาคารใหม่อย่างมีนัยสำคัญ โครงสร้างเก่าแก่มักประสบปัญหาหลายประการ เช่น ระบบไฟฟ้าล้าสมัยที่ไม่รองรับการใช้งานในปัจจุบัน ท่อประปาเก่าที่เสี่ยงต่อการรั่วซึมหรือแตกหัก หลังคารั่ว ปัญหาความชื้น รากฐานที่ทรุดตัว และโครงสร้างไม้ที่ถูกปลวกทำลาย การซ่อมแซมอาคารเก่าไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ยังต้องใช้ช่างฝีมือเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานกับอาคารโบราณ ซึ่งหายากและมีค่าแรงสูง วัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซมก็มีราคาแพงกว่าวัสดุทั่วไป เนื่องจากต้องเลือกใช้วัสดุที่มีลักษณะใกล้เคียงกับของเดิมเพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หรือต้องสั่งทำพิเศษให้เข้ากับสไตล์ดั้งเดิมของอาคาร นอกจากนี้ อาคารเก่ามักไม่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ทำให้มีค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคสูงกว่าอาคารสมัยใหม่ที่ออกแบบตามมาตรฐานการประหยัดพลังงาน การปรับปรุงระบบเหล่านี้ให้ทันสมัยมักมีต้นทุนสูงและอาจถูกจำกัดโดยกฎระเบียบการอนุรักษ์ ดังนั้น นักลงทุนควรประเมินสภาพอาคารอย่างละเอียด และวางแผนงบประมาณสำรองสำหรับการซ่อมแซมฉุกเฉินและการบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา [...]

9/4/2568 • โดย Homeday
บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะมักมีราคาสูงกว่าบ้านในละแวกเดียวกันที่อยู่ห่างจากพื้นที่สีเขียว ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก แต่หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าเหตุใดทำเลใกล้สวนสาธารณะจึงมีอิทธิพลต่อราคาบ้านมากเช่นนี้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านใกล้สวนสาธารณะมีราคาแพง รวมถึงข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยใกล้พื้นที่สีเขียว เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาบ้านได้เข้าใจมูลค่าที่แท้จริงของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้ คุณภาพชีวิตที่เพิ่มขึ้น: ผลประโยชน์จากการอยู่ใกล้พื้นที่สีเขียว การเข้าถึงพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะสร้างคุณค่ามหาศาลต่อผู้อยู่อาศัย ทั้งในแง่ของสุขภาพกายและสุขภาพใจ การศึกษาจากหลายประเทศยืนยันว่าการอยู่ใกล้ธรรมชาติช่วยลดความเครียด ลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า และเพิ่มสุขภาวะทางจิตใจโดยรวม นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่อาศัยใกล้สวนสาธารณะมีแนวโน้มจะออกกำลังกายมากขึ้น มีอัตราการเป็นโรคอ้วนต่ำกว่า และมีอายุยืนยาวกว่าประชากรที่อาศัยในพื้นที่ซึ่งขาดแคลนพื้นที่สีเขียว อากาศบริสุทธิ์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ต้นไม้ในสวนสาธารณะทำหน้าที่เป็นกรองธรรมชาติ ดักจับฝุ่นละอองและมลพิษ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีปัญหามลภาวะทางอากาศ คุณภาพอากาศที่ดีส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพระบบทางเดินหายใจและระบบหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ พื้นที่สีเขียวยังช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบได้ถึง 2-3 องศาเซลเซียส ช่วยบรรเทาปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) ทำให้ประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศ สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก สวนสาธารณะเป็นพื้นที่ที่เด็กๆ สามารถวิ่งเล่น ออกกำลังกาย และเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติได้อย่างอิสระ การเล่นกลางแจ้งมีประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็กทั้งทางร่างกาย จิตใจ และทักษะทางสังคม สวนสาธารณะยังเป็นศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมชุมชน เช่น งานเทศกาล การแสดงดนตรี หรือตลาดนัดท้องถิ่น สร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและเพิ่มคุณภาพชีวิตทางสังคม ผลประโยชน์มากมายเหล่านี้ถูกแปลงเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ในราคาบ้าน ผู้ซื้อพร้อมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อได้รับประโยชน์เหล่านี้ โดยการศึกษาจากหลายประเทศพบว่า บ้านที่อยู่ในรัศมี 500 เมตรจากสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีราคาสูงกว่าบ้านที่คล้ายกันแต่อยู่ไกลกว่าประมาณ 8-20% ขึ้นอยู่กับพื้นที่และขนาดของสวน มูลค่าการลงทุนที่เติบโต: ทำไมอสังหาริมทรัพย์ใกล้สวนสาธารณะจึงเป็นที่ต้องการในตลาด ต้นทุนที่ดินในเขตเมืองมีจำกัดและมีมูลค่าสูง [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมนับเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเงินลงทุน แต่หลายคนอาจประสบปัญหาเมื่อถึงเวลาต้องการขายต่อ เพราะไม่ได้พิจารณาถึงปัจจัยที่มีผลต่อสภาพคล่องในการขายต่อตั้งแต่แรก การเลือกรูปแบบห้องชุดที่ตรงกับความต้องการของตลาดจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ขายต่อได้ง่ายและรวดเร็ว บทความนี้จะแนะนำเทคนิคการเลือกแบบห้องชุดที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อให้การลงทุนของคุณประสบความสำเร็จในระยะยาว ทำความเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อสภาพคล่องในการขายต่อ ก่อนจะเลือกซื้อห้องชุดเพื่อการลงทุน สิ่งสำคัญคือการเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพคล่องในการขายต่อ ซึ่งหมายถึงความสามารถในการเปลี่ยนทรัพย์สินให้เป็นเงินสดได้เร็วเพียงใด ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงทำเลที่ตั้ง ความต้องการของตลาด และคุณลักษณะเฉพาะของห้องชุดด้วย ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ห้องชุดในทำเลใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มักมีสภาพคล่องสูงกว่า นอกจากนี้ การเติบโตของพื้นที่ก็มีผลต่อมูลค่าในอนาคต หากพื้นที่นั้นมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือมีการขยายตัวของธุรกิจ ความต้องการห้องชุดในบริเวณนั้นก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขนาดและประเภทของห้องชุดเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อสภาพคล่อง ห้องขนาดเล็กถึงกลาง (ประมาณ 25-50 ตารางเมตร) มักขายต่อได้ง่ายกว่า เพราะราคาไม่สูงมากและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อที่หลากหลาย ตั้งแต่คนโสด คู่แต่งงานใหม่ จนถึงผู้ที่ซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า การออกแบบและฟังก์ชันการใช้งานของห้องก็มีผลต่อความสะดวกในการขายต่อเช่นกัน ห้องที่มีการจัดวางพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ มีแสงธรรมชาติดี และมีฟังก์ชันครบถ้วนตามความจำเป็น มักเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่า แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก รูปแบบห้องชุดที่ตลาดต้องการสูง การเลือกรูปแบบห้องชุดที่ตรงกับความต้องการของตลาดเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ขายต่อได้ง่าย โดยรูปแบบห้องที่เป็นที่นิยมและมีสภาพคล่องสูงมีดังนี้ ห้องสตูดิโอและห้อง 1 ห้องนอน ห้องสตูดิโอและห้อง 1 ห้องนอนเป็นรูปแบบที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในตลาด ด้วยขนาดที่กะทัดรัด (ประมาณ 25-35 ตารางเมตร) และราคาที่จับต้องได้ ทำให้เป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้ซื้อหลายกลุ่ม [...]

24/4/2568 • โดย Homeday
Yield หรืออัตราผลตอบแทนเป็นตัวแปรสำคัญในระบบเศรษฐกิจที่นักลงทุนควรให้ความสนใจ ไม่น้อยไปกว่าปัจจัยอื่นๆ อย่างเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ บทความนี้จะอธิบายความหมาย ประเภท และวิธีการคำนวณ Yield ที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาดและได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ความหมายของ Yield ที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจ Yield คือ อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยแสดงผลในรูปของเปอร์เซ็นต์ต่อปี ผลตอบแทนนี้อาจหมายถึงผลตอบแทนที่แน่นอนหรือผลตอบแทนที่คาดการณ์ว่าจะได้รับ ขึ้นอยู่กับความผันผวนของสินทรัพย์ที่ลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป เช่น การลงทุนในหุ้นจะได้รับผลตอบแทนในรูปของ “เงินปันผล” การลงทุนในตราสารหนี้จะได้รับ “ดอกเบี้ย” และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จะได้รับ “ค่าเช่า” นอกจากนี้ Yield ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยในอนาคตได้ เช่น ในช่วงที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก อาจบ่งชี้ถึงภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มที่ธนาคารกลางอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ประเภทของ Yield ที่นักลงทุนควรรู้จัก การทำความเข้าใจประเภทของ Yield จะช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบการลงทุนได้อย่างเหมาะสม Yield มีหลายประเภทที่สำคัญ ดังนี้ อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน (Current Yield) Current Yield คือ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างง่าย คำนวณจากผลตอบแทนต่อปีที่ได้รับเทียบกับราคาในตลาดหรือต้นทุนที่ซื้อมา สูตรคำนวณคือ: อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน [...]

24/6/2568 • โดย Homeday
นายกรณ์ ณรงค์เดช (ขวา) ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML พร้อมด้วย นายยูจิ โอกาโมโต (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ร่วมทุนพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานเกรด A+ ‘OCC’ (One City Centre) ร่วมให้การต้อนรับ นางสาวลี่เหวิน เฉิน (กลาง) Country Manager บริษัท ฟัลครัม โกลบอล พร๊อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ผู้นำด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติ ในโอกาสที่ได้ลงนามเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่สำนักงานภายในอาคาร ‘OCC’ เพื่อใช้เป็นสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย โดยอาคารได้รับความสนใจจากฟัลครัม โกลบอล ด้วยศักยภาพด้านทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง เดินทางสะดวก เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิตโดยตรงผ่านทางเชื่อมอาคาร พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารระดับมิชลิน คาเฟ่ พื้นที่ Co-working space [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่การซื้อที่ดินหรือบ้านเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการวางแผนอย่างชาญฉลาดที่ต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญหลายประการ และอัตราการเติบโตของเมืองถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนมืออาชีพให้ความสำคัญมากที่สุด ความสำคัญของอัตราการเติบโตของเมือง อัตราการเติบโตของเมืองเปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางสำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ เมืองที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องย่อมหมายถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น การขยายตัวของประชากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ปัจจัยที่บ่งชี้การเติบโตของเมือง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน: การก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน ถนน รถไฟฟ้า สนามบิน หรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเติบโต นักลงทุนควรติดตามประกาศโครงการสำคัญของภาครัฐและเอกชน เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณใกล้เคียง การขยายตัวทางเศรษฐกิจ: เมืองที่มีการลงทุนจากภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และเขตเศรษฐกิจพิเศษ ย่อมดึงดูดแรงงานและประชากรเข้ามาอาศัย ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยนี้มีความสำคัญต่อการประเมินศักยภาพการลงทุนระยะยาว การพัฒนาเขตอุตสาหกรรม: การก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือการยกระดับพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุน เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญถึงทิศทางการเติบโตของเมือง โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เครื่องมือในการวิเคราะห์การเติบโตของเมือง การใช้ข้อมูลสถิติ นักลงทุนมืออาชีพใช้ข้อมูลจากหน่วยงานราชการ สำนักงานสถิติแห่งชาติ และหน่วยงานวิจัยต่างๆ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโต ประกอบด้วย: อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร รายได้เฉลี่ยต่อหัว การกระจายตัวของประชากรวัยทำงาน การลงทุนภาครัฐและเอกชน เทคโนโลยีสมัยใหม่กับการวิเคราะห์ ปัจจุบันมีเครื่องมือออนไลน์และแอปพลิเคชันที่ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างแม่นยำ นักลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อติดตามแนวโน้มการเติบโตของเมือง ประโยชน์ของการศึกษาอัตราการเติบโตของเมือง การประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การเข้าใจอัตราการเติบโตช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต ลดความเสี่ยงจากการลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี การวางแผนการลงทุนระยะยาว ข้อมูลการเติบโตของเมืองช่วยในการวางแผนการลงทุนอย่างเป็นระบบ ทั้งการเลือกทำเล [...]

13/3/2567 • โดย Homeday
นางสิรินารถ แน่งอนงค์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวในประเทศมีแนวโน้มเติบโต ส่งผลให้ตลาดการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีสัญญาณการฟื้นตัวในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต SAM จึงนำที่ดินเปล่าทำเลดีในจังหวัดภูเก็ต ใกล้หาดป่

1/7/2568 • โดย Homeday
นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด แม่ทัพของพลัสฯ ภูเก็ต เปิดเผยถึงการปรับทัพบริการด้าน Property Management ให้บริการหลังการขายด้านการอยู่อาศัยที่เป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น พร้อมยกระดับสู่บริการระดับพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ตลาดบ้านพักและวิลล่าลักซ์ชัวรีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มองหาที่อยู่อาศัยในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ตภูเก็ตในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็น “ฮับของโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม” อย่างชัดเจน ข้อมูลจากสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยระบุว่า ตลาดบ้านและวิลล่าระดับบนในภูเก็ตมีการเติบโตเฉลี่ย 5–8% ต่อปีในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันมูลค่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ตในปี 2567 ก็เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15–20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงดีมานด์ที่ยังแข็งแกร่งจากนักลงทุนทั้งในไทยและต่างชาติด้วยศักยภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หันมาลงทุนในภูเก็ตมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือบริษัทแสนสิริ ซึ่งมีหลายโครงการระดับลักซ์ชัวรีที่ได้รับการดูแลหลังการขายโดยพลัสฯ อาทิ แคนวาส เชิงทะเล, เดอะ เทลส์ สตอรี่ วัน-บางโจ และสราญสิริ เกาะแก้ว รีทรีต และยังมีแผนขยายอีกหลายโครงการในพื้นที่ภูเก็ต ไม่เพียงแค่การขยายตัวของผู้พัฒนาโครงการเท่านั้น ลูกค้าที่มีบ้านพักตากอากาศระดับพรีเมียมมีความต้องการใช้บริการ Property Management แบบครบวงจรเพิ่มมากขึ้นถึง 25-30% ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ไม่ได้อยู่ประจำในประเทศไทย ที่มองหาบริษัทที่สามารถจัดการที่อยู่อาศัยให้ได้แม้เจ้าตัวไม่ได้อยู่ดูแลเองบริการ [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่การเลือกทำเลที่สวยหรือราคาถูก แต่ต้องวิเคราะห์ปัจจัยการเติบโตอย่างเป็นระบบ นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจะต้องเข้าใจดัชนีชี้วัดที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปได้ของพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม: หัวใจของการเติบโตทำเล โครงสร้างพื้นฐานถือเป็นปัจจัยแรกที่นักลงทุนต้องพิจารณา การพัฒนาระบบคมนาคมเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ถึงศักยภาพการเติบโตของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า การก่อสร้างถนนใหม่ หรือโครงการรถไฟความเร็วสูง ล้วนส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรติดตามแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานท้องถิ่น การลงทุนในพื้นที่ที่มีการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานล่วงหน้าถือเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาด เพราะราคาอสังหาริมทรัพย์มักเพิ่มสูงขึ้นตามการพัฒนาเหล่านี้ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ: เครื่องชี้วัดที่มองข้ามไม่ได้ เศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเติบโตทำเล การวิเคราะห์ตัวเลขทางเศรษฐกิจช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพการขยายตัวที่ชัดเจน ประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ ดังนี้ อัตราการจ้างงาน: พื้นที่ที่มีอัตราการจ้างงานสูงและต่อเนื่องแสดงถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การลงทุนของภาคเอกชน: การเข้ามาลงทุนของบริษัทใหญ่หรือการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ รายได้เฉลี่ยของประชากร: การเพิ่มขึ้นของรายได้บ่งชี้ถึงศักยภาพการซื้อและเช่าอสังหาริมทรัพย์ ประชากรและการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรมีผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรสังเกตแนวโน้มดังต่อไปนี้ การย้ายถิ่นฐานของประชากร จำนวนประชากรวัยทำงานที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของชุมชนเมือง ความต้องการที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ นวัตกรรมและเขตนวัตกรรม: อนาคตของการลงทุน พื้นที่ที่มีการพัฒนาด้านนวัตกรรมมักมีศักยภาพการเติบโตสูง เขตนวัตกรรมหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษจะดึงดูดการลงทุนและแรงงานคุณภาพ ตัวอย่างเช่น เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อุทยานวิทยาศาสตร์และเขตเทคโนโลยี การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) การพัฒนาพื้นที่สาธารณูปโภค: สัญญาณการเติบโตที่จับต้องได้ การลงทุนในสาธารณูปโภคเป็นเครื่องชี้วัดการพัฒนาที่สำคัญ ประกอบด้วย: ระบบประปาและไฟฟ้า ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าใหม่ โรงพยาบาลและสถานศึกษา [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการ Bitkub Exchange แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย ประกาศลิสต์เหรียญ Summer Point Token (SUMX) และเปิดให้เทรดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดย SUMX เป็นโทเคนดิจิทัลที่ได้รับการรับรองและกำกับดูแลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นายอรรถกฤต ชิมพลาพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด กล่าวว่า “SUMX เป็นโทเคนดิจิทัลที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นอาคารสำนักงาน Summer Point บนถนนสุขุมวิท ติดกับสถานี BTS พระโขนง อาคารนี้มีพื้นที่ให้เช่ารวมกว่า 9,997 ตารางเมตร โดยปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยสูงถึง 96% และบริหารจัดการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์จากบริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี และประสบความสำเร็จในการดูแลโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับสากลหลายแห่ง [...]

21/2/2567 • โดย Homeday
บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล แอสเสท แมนเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “FPCAMT” ในฐานะ ผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์ หรือ “GVREIT” เปิดผลการดำเนินงานของกองทรัสต์ในไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2567 (ตุลาคม – ธันวาคม 2566) มีรายได้รวมอย