
3/6/2566 • โดย Homeday
5. ธนาคารออมสิน (ข้อมูลรีไฟแนนซ์บ้านอัปเดตเดือนพฤษภาคม 2566) รีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารออมสิน ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 3.34% วงเงินให้กู้สูงสุด (LTV) ไม่เกิน 100% ของราคาประเมินหลักประกัน โดยยอดหนี้ของสินเชื่อร

5/9/2566 • โดย Homeday
เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กว่า 4 ทศวรรษ เดินหน้าพัฒนา บ้านพลังงานเป็นศูนย์ หรือ Zero Energy Housing (ZEH) และคอนโด L

17/4/2568 • โดย Homeday
สำหรับคนที่ฝันอยากเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียม สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนตัดสินใจซื้อคือเรื่องของเงินดาวน์ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย การวางแผนทางการเงินสำหรับเงินดาวน์ที่ดีจะช่วยให้การซื้อคอนโดเป็นไปอย่างราบรื่น ลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะแนะนำทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับเงินดาวน์คอนโด ตั้งแต่ความหมาย วิธีการจ่าย ขั้นตอนต่างๆ รวมไปถึงเคล็ดลับในการบริหารจัดการเงินดาวน์อย่างมีประสิทธิภาพ เงินดาวน์คอนโดคืออะไร? ทำไมต้องวางเงินดาวน์ก่อนซื้อ เงินดาวน์คอนโด คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อเป็นหลักประกันในการจองห้องชุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโครงการ Pre-sale หรือโครงการที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักจากราคาห้องที่จองไว้ ทำให้วงเงินกู้ลดลงและเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารได้ง่ายขึ้น การวางเงินดาวน์คอนโดมีความสำคัญเพราะเป็นการแสดงเจตนาและความจริงจังในการซื้อ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการลดภาระในการผ่อนชำระในระยะยาว เนื่องจากเงินกู้ที่น้อยลงย่อมส่งผลให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายน้อยลงด้วย นอกจากนี้ การวางเงินดาวน์ยังช่วยให้ผู้ซื้อสามารถทำสัญญาและโอนย้ายเพื่อเข้ามาอยู่ได้ทันทีเมื่อคอนโดสร้างเสร็จ หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเงินดาวน์คอนโดต้องจ่ายให้กับธนาคารเหมือนการผ่อนคอนโดทั่วไป แต่ความจริงแล้วการผ่อนคอนโดกับการผ่อนดาวน์คอนโดเป็นเงินคนละส่วนกัน ผู้ซื้อจะต้องจ่ายหรือผ่อนเงินดาวน์ให้กับโครงการคอนโดโดยตรง ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มเติม ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการดาวน์คอนโด? โดยทั่วไปแล้ว เงินดาวน์คอนโดจะอยู่ที่ประมาณ 5-10% ของราคาห้องที่ต้องการซื้อ ซึ่งจำนวนเงินจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับราคาของโครงการนั้นๆ บางโครงการอาจมีโปรโมชั่นเรียกเก็บเงินดาวน์น้อยกว่านี้เพื่อดึงดูดลูกค้าและกระตุ้นยอดขาย สำหรับค่างวดในการผ่อนดาวน์ในแต่ละเดือนจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการทำสัญญาและรูปแบบการผ่อนดาวน์ที่คุณเลือก ยิ่งระยะเวลาผ่อนดาวน์นานเท่าไร ค่างวดก็จะยิ่งน้อยลงตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น หากซื้อคอนโดราคา 4,500,000 บาท และต้องวางเงินดาวน์ 10% คือ 450,000 บาท ถ้าเลือกผ่อนดาวน์เป็นเวลา 30 เดือน จะต้องจ่ายเดือนละ 15,000 บาท [...]

24/1/2568 • โดย Homeday
RML หรือ บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้มีหลักประกัน ดอกเบี้ยสูง 7.3% ต่อปี มูลค่ารวม 207 ล้านบาท ปลื้มนักลงทุนแห

1/4/2568 • โดย Homeday
เปรียบเทียบความต่างของสินเชื่อมีหลักประกันกับไม่มีหลักประกัน สำหรับคนที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุน การเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะถ้าคุณมีทรัพย์สินอยู่แล้ว แต่ยังคงสงสัยว่าสินเชื่อแบบมีหลักประกันนั้นดีกว่าไม่มีหลักประกันไหม เราลองมาดูความต่างของสินเชื่อทั้งสองประเภทนี้กัน สินเชื่อแบบมีหลักประกันกับไม่มีหลักประกัน ต่างกันอย่างไร การนำทรัพย์สินมาค้ำประกันในการขอสินเชื่อมีผลต่อเงื่อนไขที่จะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย วงเงิน หรือระยะเวลาผ่อน มาดูความแตกต่างของสินเชื่อทั้งสองประเภทกัน อัตราดอกเบี้ย สินเชื่อมีหลักประกัน : ดอกเบี้ยต่ำกว่า เพราะมีทรัพย์สินค้ำประกัน เช่น บ้าน รถ หรือที่ดิน ทำให้ผู้ปล่อยสินเชื่อมองว่ามีความเสี่ยงน้อย สินเชื่อไม่มีหลักประกัน : ดอกเบี้ยสูงกว่า เพราะไม่มีทรัพย์สินค้ำประกัน ทำให้ผู้ปล่อยสินเชื่อต้องคิดดอกเบี้ยสูงเพื่อชดเชยความเสี่ยง วงเงินที่ได้รับ สินเชื่อมีหลักประกัน : ได้วงเงินสูงถึง 70-90% ของมูลค่าทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกัน และความสามารถการชำระค่างวดของผู้กู้ เหมาะกับผู้ต้องการเงินก้อนใหญ่ สินเชื่อไม่มีหลักประกัน : วงเงินจำกัดตามรายได้และความสามารถในการผ่อนชำระ มักได้วงเงินต่ำกว่าแบบมีหลักประกัน ระยะเวลาผ่อน สินเชื่อมีหลักประกัน : สามารถเลือกผ่อนระยะสั้น หรือ ระยะยาว ผ่อนได้นานถึง 6 ปี หรือ 72 เดือน หากเป็นสินเชื่อบ้านและที่ดิน ซึ่งทำให้ค่างวดในการผ่อนชำระไม่สูงมาก สินเชื่อไม่มีหลักประกัน [...]

24/10/2567 • โดย Homeday
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ปิดดีลขายที่ดิน 2 แปลง รับ 700 ล้านบาท พร้อมออกหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ยสูง 7% และ7.25% เพื่อชำระหนี้และเป็นเงินลงทุนเร่งกระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้ายของปี โฟกัสตลาดบ้านหรูกลุ่มลูกค้าลักซ์ชัวรี่ที่ยังมีดีมานด์ต่อเนื่อง หลังตุนยอดขายจากกลุ่มบ้านระดับบนไว้แล้วรวมกว่า 3,000 ล้านบาทนายวง

19/9/2567 • โดย Homeday
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ชวนลูกค้ารีไฟแนนซ์บ้าน มาอยู่กับทีทีบี พร้อมจัดโปรแรงส่งท้ายปี ดอกเบี้ยคงที่ปีแรกเพียง 1.90% ต่อปี หวังช่วยคนมีบ้านลดภาระรายจ่าย มีเงินเหลือ เพิ่มสภาพคล่อง ดอกเบี้ยเบาลง ช่วยให้เป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น ทีทีบีพร้อมเคียงข้างและเดินหน้าสร้างคุณภาพชีวิตการเงินที่ดีขึ้นนายอธิศ

4/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อคอนโดมิเนียมถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญสำหรับหลายคน แต่คำถามที่มักพบบ่อยคือ “ควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?” การตัดสินใจเรื่องเงินดาวน์ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนทางการเงินที่ส่งผลต่อภาระผ่อนในระยะยาวอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการคำนวณเงินดาวน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการพื้นฐานในการคำนวณเงินดาวน์คอนโด เงินดาวน์คือจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้กับผู้ขายหรือโครงการล่วงหน้าก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปแล้ว โครงการคอนโดมิเนียมมักกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 10-20% ของราคาขาย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่นั้น ไม่ควรดูเพียงแค่เงื่อนไขขั้นต่ำที่โครงการกำหนดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมีข้อดีหลายประการ ประการแรกคือ สามารถลดยอดเงินกู้และภาระการผ่อนรายเดือน ทำให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากขึ้น ประการที่สองคือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากคอนโดราคา 3 ล้านบาท การวางดาวน์ 10% (3 แสนบาท) เทียบกับ 20% (6 แสนบาท) อาจทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญากู้ต่างกันนับแสนบาท อย่างไรก็ตาม การวางเงินดาวน์มากเกินไปอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเสมอไป เนื่องจากอาจทำให้เงินสดสำรองที่มีไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือรับมือกับเหตุฉุกเฉินลดลง นอกจากนี้ ในบางกรณีการนำเงินไปลงทุนในช่องทางอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น การหาจุดสมดุลระหว่างการวางเงินดาวน์กับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ การคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมนั้น ควรวิเคราะห์จากสถานะทางการเงินส่วนบุคคล ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้: วิเคราะห์สถานะทางการเงินปัจจุบัน: เริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตรวจสอบว่ามีเงินออมเท่าไหร่ มีภาระหนี้อื่นๆ หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายประจำเท่าไหร่ การเข้าใจกระแสเงินสดส่วนบุคคลจะช่วยให้ประเมินได้ว่าสามารถจัดสรรเงินดาวน์ได้มากน้อยเพียงใด ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ: [...]

12/3/2569 • โดย Homeday
แอสเซทไวส์ ประเดิมอีเวนต์แรกของปี “AssetWise Funtastic Deal” ที่ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว กวาดยอดขายจากแคมเปญรวม 1,200 ล้านบาท ยกทัพ 36 โครงการบ้าน-คอนโดฯบนหลากทำเลศักยภาพ ผสานจุดเด่นส่วนกลางใหญ่หลายฟังก์ชัน ตอบโจทย์วัยทำงานและนักเรียนนักศึกษา กับข้อเสนอสุดพิเศษที่มอบภายในงาน เอาใจสายลงทุนกับบริการฝากขาย-เช่าจาก Asset A Plus ช่วยจับคู่เจ้าของ-ผู้เช่าถึงในงาน พร้อมจับมือ 8 แบงก์พันธมิตรช่วยลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อที่ง่ายขึ้น มอบข้อเสนออยู่ฟรี 3 ปี* ดอกเบี้ยเพียง 1.59%* ผ่อนสบายเริ่มล้านละ 2,500 บาท* ถึง 31 มี.ค. 69 นางสาวพชร ประพันธ์วัฒนะ กรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า จากการจัดงาน “AssetWise Funtastic Deal” อีเวนต์ใหญ่ครั้งแรกของปีที่รวมโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมถึง 36 โครงการ ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษทั้งส่วนลด [...]

9/8/2567 • โดย Homeday
เอสซีจี ผู้นำด้านวัสดุก่อสร้างเพื่อการอยู่อาศัยยั่งยืน จับมือพันธมิตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดแคมเปญพิเศษ “SCG Green Sale” ส่งเสริมให้เจ้าของบ้านยุคใหม่เข้าถึงนวัตกรรมสีเขียว มีบ้านสวยที่ประหยัดพลังงาน ผ่านโปรแกรมสมาชิก SCG Family โดยมอบส่วนลดสูงสุดถึง 10,500 บาทให้แก่ลูกค้า ธอส. และลุ้นรางวั

4/3/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนทำงานหลายคน แต่ด้วยราคาบ้านที่สำคัญที่สุดคือต้องศึกษาทำเลและโครงการให้ดีครับ ดูว่ามีแผนพัฒนาอะไรในอนาคต เพราะนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว บ้านยังเป็นการลงทุนระยะยาวด้วย และอีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการวางแผนรับมือกับดอกเบี้ยที่อาจปรับขึ้นในอนาคตครับ ควรประเมินความสามารถในการผ่อนในกรณีที่ดอกเบี้ยสูงขึ้น และวางแผนการเงินให้รองรับได้ ถ้าเตรียมตัวให้พร้อมตามนี้ การกู้ซื้อบ้านหลังแรกก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ แค่ต้องวางแผนให้ดีและมีวินัยทางการเงินูงขึ้นทุกปี ทำให้การซื้อบ้านด้วยเงินสดเป็นเรื่องยาก การกู้ซื้อบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากที่สุด แต่หลายคนอาจสงสัยว่าต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันว่าเราควรวางแผนอย่างไรให้ได้บ้านในฝัน เงินเก็บที่ต้องมีก่อนกู้ซื้อบ้าน การกู้ซื้อบ้านไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องมีเงินเก็บเลย เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่ต้องจ่ายด้วยเงินสด ดังนี้ เงินดาวน์ โดยทั่วไปธนาคารจะให้กู้ประมาณ 90-95% ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าเราต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 5-10% ของราคาบ้าน เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ประมาณ 150,000-300,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและประวัติทางการเงินของผู้กู้ ค่าใช้จ่ายในการโอน ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง และภาษีต่างๆ โดยรวมแล้วประมาณ 2-3% ของราคาบ้าน ในกรณีบ้านราคา 3 ล้านบาท จะมีค่าใช้จ่ายในการโอนประมาณ 60,000-90,000 บาท เงินสำรองสำหรับตกแต่งบ้าน ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 10-15% ของราคาบ้าน หรือประมาณ [...]

1/10/2568 • โดย Homeday
ทีทีบี เดินหน้าช่วยให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ช่วยลดภาระให้กับคนผ่อนบ้าน-คอนโด ผ่านแคมเปญส่งท้ายปี มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับสินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี นายอธิศ วงศ์ศศิธร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อมีหลักประกัน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีทีบีมุ่งมั่นเดินหน้าช่วยคนไทยให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ธนาคารมอบโซลูชันทางการเงินเพื่อสนับสนุนให้ผู้ที่กำลังผ่อนบ้าน-คอนโด มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น โดยนำเสนออัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ รวมทั้งสินเชื่อบ้านแลกเงิน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยและบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษดังกล่าว เหมาะสำหรับลูกค้าที่กำลังผ่อนบ้านและต้องการลดภาระดอกเบี้ยลง พร้อมมีเงินส่วนต่างเหลือไว้ใช้จ่ายในเรื่องที่จำเป็นในชีวิต มีรายละเอียด ดังนี้ สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดภาระดอกเบี้ยและลดภาระค่างวดลงได้ สินเชื่อบ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 3.99% ต่อปี สำหรับคนที่มีบ้านปลอดภาระหรือยังผ่อนอยู่ และต้องการเงินก้อนไปใช้จ่าย ไม่ว่าจะนำไปรวบหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้เบาลง หรือนำไปเสริมสภาพคล่อง เพื่อบริหารจัดการทางการเงินให้ดีขึ้น ทีทีบียังช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่ายด้วยข้อเสนอพิเศษ ฟรี! ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยตลอดสัญญา และทางเลือกฟรี! ค่าจดจำนอง* นอกจากนี้ ทีทีบียังมีโซลูชันใหม่ สำหรับลูกค้าที่ผ่อนบ้านตรงเวลาสม่ำเสมอ สามารถรีไฟแนนซ์พร้อมวางแผนการเงินในระยะยาว ด้วยโปรแกรม [...]
