กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

29/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักสวนครัวอายุสั้นกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนที่ต้องการผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเองและสร้างรายได้เสริม ด้วยระยะเวลาเพาะปลูกที่สั้น ใช้เวลาเพียง 4 วัน ถึง 2 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ทำให้ได้ผลตอบแทนที่รวดเร็วและคุ้มค่าการลงทุน ผักเหล่านี้ส่วนใหญ่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และสามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรือบ้านทาวน์เฮาส์ รวมถึงพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่เพื่อการค้า ผักสวนครัวอายุสั้นเหล่านี้ยังมีความต้องการในตลาดสูง จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพเสริมหรือเริ่มต้นธุรกิจเกษตรอินทรีย์ ถั่วงอก ผักสวนครัวอายุสั้นที่สุดเพียง 4 วัน ถั่วงอกถือเป็นผักสวนครัวที่มีอายุการปลูกสั้นที่สุด โดยใช้เวลาเพียงแค่ 4 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้เร็วและหมุนเวียนการผลิตได้บ่อย วิธีการปลูกถั่วงอกเริ่มต้นจากการนำเมล็ดถั่วเขียวไปแช่น้ำประมาณ 6-12 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำภาชนะที่มีฝาปิดมาเปิดออก ปูกระดาษทิชชูรองไว้ด้านล่าง แล้วโรยเมล็ดถั่วเขียวให้ทั่ว ปิดทับด้วยกระดาษทิชชูอีกชั้นหนึ่ง และปิดฝาให้สนิท การดูแลทำได้ง่ายๆ เพียงฉีดน้ำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ใช้เวลาเพียง 4 วันก็จะได้ถั่วงอกไว้รับประทานหรือขายได้แล้ว ถั่วงอกมีความต้องการในตลาดสูงเนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทยหลายชนิด ทั้งผัดไทย ผัดซีอิ๊ว และก๋วยเตี๋ยวต่างๆ ทำให้การปลูกถั่วงอกเป็นธุรกิจที่มีความต่อเนื่องและสร้างรายได้ที่มั่นคง ต้นอ่อนทานตะวัน ซุปเปอร์ฟู้ดที่โตภายใน 7 วัน ต้นอ่อนทานตะวันเป็นอีกหนึ่งผักสวนครัวอายุสั้นที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 7 วัน ต้นอ่อนทานตะวันมีรสชาติหวานนำ เหมาะสำหรับการทำสลัดหรือโรยหน้าอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ การเพาะปลูกต้นอ่อนทานตะวันเริ่มจากการนำเมล็ดทานตะวันสำหรับเพาะต้นอ่อนไปแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 12 ชั่วโมง [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงินในเครือทีซีซี ในฐานะองค์กรชั้นนำในการสร้างความมั่งคงทางการเงิน และความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับคนไทยทุกคน ตลอดจนเสริมสร้างการมีสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ (Well-being) ตอบโจทย์เมกะเทรนด์คนไทยใส่ใจสุขภาพ ล่าสุด เปิดพื้นที่จัดงาน A Root by Thai Group แหล่งรวบรวมสินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพ หมุนเวียนมาจัดจำหน่าย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ พร้อมเชิญ Munchies by Mini.C ร้านอาหารสุขภาพจากอังกฤษ ร่วมสร้างสรรค์เมนูที่เติมเต็มคุณค่าทางโภชนาการ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่มองหาอาหารที่สะดวก รวดเร็ว และดีต่อสุขภาพ ประเดิมจัดครั้งแรก ชวนมาชอปผลิตภัณฑ์คุณภาพที่คัดสรรแล้ว อาทิ อาหารไทยและเทศ ผักและผลไม้จากเกษตรธรรมชาติ อาหารทานเล่น และเครื่องดื่มสมุนไพร ณ ล็อบบี้ อาคารไทยกรุ๊ป ถนนสีลม วันที่ 26-28 ก.พ. 68 ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. คาดหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน คุณอาทินันท์ พีชานนท์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด [...]

6/3/2568 • โดย Homeday
เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง จับมือ มูลนิธิเมเจอร์แคร์ เดินหน้า “โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้”หนุนนักเรียนเรียนรู้ปลูกผักปลอดสารพิษ ฝึกทักษะต่อยอดสร้างอาชีพโรงเรียนบ้านวังบูรพา จ.สระแก้ว บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด หรือเมล็ดพันธุ์ตราศรแดง ร่วมกับมูลนิธิเมเจอร์แคร์ ส่ง”โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” ที่ โรงเรียนบ้านวังบูรพา จ.สระแก้ว สนับสนุนนักเรียนเรียนรู้การปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อสร้างแหล่งอาหารกลางวันที่ยั่งยืน เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ฝึกทักษะการปลูกผัก เพื่อต่อยอดสร้างอาชีพ โดยมี คุณอิสระ วงศ์อินทร์ ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทย บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด และคุณเด่น ดับโศก ผู้บริหาร มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ส่งมอบโรงเรือนปลูกผักให้กับน้อง ๆ ผ่านคุณกิจจา เสาวรส นายอำเภอวังน้ำเย็น ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว,คุณอุทัย คำสีหา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1,คุณสุวิจักขณ์ นารีรักษ์ สมาชิกสภาจังหวัดสระแก้ว, คุณรักพงษ์ วงษ์ธานี [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
ความสวยไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนพัฒนาได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเองจากภายในอย่างการปรับโภชนาการ การออกกำลังกาย หรือการดูแลตัวเองจากภายนอก เช่น การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา การแต่งหน้า บทความนี้จึงจะมาแนะนำ 5 วิธีทำให้ตัวเองสวยขึ้นที่ทำได้จริงและเห็นผลชัดเจน ทำไมใครๆ ก็อยากสวยขึ้น? การดูแลตัวเองให้สวยช่วยเพิ่มความมั่นใจและส่งผลดีต่อสุขภาพจิตได้ เมื่อเรารู้สึกดีกับตัวเอง ชีวิตประจำวันก็จะมีความสุขมากขึ้น แม้ว่าโซเชียลมีเดียจะสร้างมาตรฐานความงามที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกกดดัน แต่ความสวยที่แท้จริงนั้นไม่ได้จำกัดแค่เรื่องหน้าตาภายนอก แต่ยังรวมถึงบุคลิกภาพ การดูแลตัวเอง และความมั่นใจด้วย เพราะการดูแลตัวเองคือการแสดงความรักต่อร่างกาย ไม่ใช่การพยายามเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา 5 วิธีทำอย่างไรให้ตัวเองสวยขึ้น การทำให้ตัวเองสวยขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเริ่มจากการดูแลตัวเองทั้งภายในและภายนอก เราลองมาดู 5 วิธีทำให้ตัวเองสวยขึ้นง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ และเห็นผลจริงกัน 1. ปรับโภชนาการเพื่อผิวสวยและสุขภาพดี พื้นฐานของความสวยเริ่มต้นจากภายใน อาหารที่เรารับประทานส่งผลโดยตรงต่อผิวพรรณและสุขภาพโดยรวม ดังนั้น การปรับโภชนาการก็คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด ตัวอย่างอาหารที่ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งขึ้น เช่น ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว ถั่วและเมล็ดพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดด และอโวคาโดกับน้ำมันมะกอกที่ให้ไขมันดี ช่วยบำรุงผิว นอกจากนี้ การดื่มน้ำให้เพียงพอ (8-10 แก้วต่อวัน) จะช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวได้ [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
สานต่อกลยุทธ์ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค และเพื่อโลกของเรา สร้างความยั่งยืนแก่สังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม เนสท์เล่ ประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าด้านความยั่งยืนในปี 2025 ตามแผนงาน Net Zero หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 สานต่อกลยุทธ์ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค (Good for You) และขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อโลกของเรา (Good for the Planet) มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกขั้นตอน จากฟาร์มจนถึงมือผู้บริโภค พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้” เป็นปีที่ 4 มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์คนละเล็กละน้อย เพื่อรวมพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น นายวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า กล่าวว่า“ในฐานะบริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลก เนสท์เล่เชื่อมั่นในการมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาฟื้นฟูระบบอาหารและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่เกษตรกร ชุมชน และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ จากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน โดย เนสท์เล่ ประเทศไทย ได้ดำเนินงานตามสองกลยุทธ์หลักที่สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว คือ ขับเคลื่อนสิ่งดี [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด เอเชีย แปซิฟิก พร้อมการสนับสนุนจาก ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จับมือคณะเภสัชศาสตร์จาก 7 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ลงนาม MOU ร่วมวิจัยประสิทธิภาพ ‘ซุปไก่สกัด’ ด้านการชะลออายุทางชีวภาพ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชากรไทย บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด เอเชีย แปซิฟิก (SBFAP) สำนักงานใหญ่ของ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งตั้งอยู่ ณ ประเทศสิงคโปร์ พร้อมการสนับสนุนจาก บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด (SBFT) ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับคณะเภสัชศาสตร์จาก 7 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ภายใต้โครงการความร่วมมืองานวิจัยด้านโภชนาการ (Research [...]

27/2/2568 • โดย Homeday
ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงินในเครือทีซีซี ในฐานะองค์กรชั้นนำในการสร้างความมั่งคงทางการเงิน และความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับคนไทยทุกคน ตลอดจนเสริมสร้างการมีสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ (Well-being) ตอบโจทย์เมกะเทรนด์คนไทยใส่ใจสุขภาพ ล่าสุด เปิดพื้นที่จัดงาน A Root by Thai Group แหล่งรวบรวมสินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพ หมุนเวียนมาจัดจำหน่าย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ พร้อมเชิญ Munchies by Mini.C ร้านอาหารสุขภาพจากอังกฤษ ร่วมสร้างสรรค์เมนูที่เติมเต็มคุณค่าทางโภชนาการ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่มองหาอาหารที่สะดวก รวดเร็ว และดีต่อสุขภาพ ประเดิมจัดครั้งแรก ชวนมาชอปผลิตภัณฑ์คุณภาพที่คัดสรรแล้ว อาทิ อาหารไทยและเทศ ผักและผลไม้จากเกษตรธรรมชาติ อาหารทานเล่น และเครื่องดื่มสมุนไพร ณ ล็อบบี้ อาคารไทยกรุ๊ป ถนนสีลม วันที่ 26-28 ก.พ. 68 ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. คาดหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน คุณอาทินันท์ พีชานนท์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
ร่วมฉลองวันสตรีสากลปี 2025 นี้ ภายใต้ธีม “Accelerating Action” เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังในการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ในมือของเราทุกคนที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหน ๆ เฮอร์บาไลฟ์ขอร่วมชื่นชมศักยภาพของผู้หญิงทั่วโลก พร้อมส่งเสริมความสำคัญของการดูแลสุขภาพของผู้หญิงไปด้วยกัน เนื่องจากผู้หญิงต้องรับมือกับหลากหลายบทบาทในชีวิต ทั้งอาชีพ หน้าที่ในครอบครัว และเป็นคนดูแลความเรียบร้อยในบ้าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงความเครียดสะสมที่อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ฮอร์โมนแปรปรวน นอนหลับไม่สนิท เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune diseases) ไปจนถึงภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ ยังมีโรคที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เช่น ภาวะสมองเสื่อม (dementia) และภาวะกล้ามเนื้อพร่อง (sarcopenia) ดังนั้น การทำความเข้าใจความซับซ้อนของร่างกายและดูแลสุขภาพให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดร. วิภาดา แซ่เล่า หัวหน้าฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก ร่วมฉลองวันสตรีสากล ด้วยการมอบเคล็ดลับการดูแลสุขภาพให้เฮลตี้ฉบับเพื่อนหญิงพลังหญิง เพื่อสร้างโอกาสและความสุขในชีวิตที่ดีกว่าเดิม อย่าลืมดูแลหัวใจให้สตรอง โรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้หญิงในเอเชีย คิดเป็น 35% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในปี 2019 และข้อมูลยังชี้ว่าภูมิภาคเอเชียมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูงที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 467.2 ต่อประชากร 100,000 คน และถึงแม้ว่าจะเป็นโรคที่พบได้ในทุกช่วงวัยของผู้หญิง แต่กลับถูกวินิจฉัยและได้รับการรักษาน้อยกว่าที่ควร เนื่องจากความเข้าใจผิดและการขาดความตระหนักรู้ทั้งในหมู่แพทย์และประชาชน ซึ่งการตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อตรวจหาปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน หรือเบาหวาน เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจ นอกจากนี้ การออกกำลังกายเป็นประจำ การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จะช่วยให้หัวใจแข็งแรง รวมถึงการเล่นโยคะและการทำสมาธิยังช่วยลดระดับความเครียด ซึ่งส่งผลดีต่อความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอล การออกกำลังกายยังช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อหัวใจ ส่วนด้านโภชนาการ มีอาหารที่ช่วยเสริมสุขภาพหัวใจ ได้แก่ ผักและผลไม้สด โปรตีนไม่ติดมัน [...]

1/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักชีในกระถางกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรักสวนและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวสดใหม่ไว้ปรุงอาหาร เนื่องจากผักชีเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ การปลูกในกระถางนั้นไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยให้การดูแลและเก็บเกี่ยวทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าผักชีมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยใน 100 กรัม มีพลังงานเพียง 23 แคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำไมต้องเลือกปลูกผักชีในกระถาง? การปลูกผักชีในกระถางมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมของคนรักการทำสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรืออาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกในแปลงดิน เนื่องจากสามารถย้ายกระถางไปมาได้ตามความเหมาะสมของแสงแดดและอากาศ นอกจากนี้ การปลูกผักชีในกระถางยังช่วยป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชได้ดีกว่า เพราะสามารถควบคุมคุณภาพของดินและการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม ผักชีเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทรายและมีการระบายน้ำที่ดี ซึ่งเมื่อปลูกในกระถางจะสามารถจัดเตรียมสภาพดินให้เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ การเก็บเกี่ยวก็เป็นอีกข้อดีหนึ่งของการปลูกในกระถาง เนื่องจากสามารถวางกระถางไว้ใกล้ครัวหรือในตำแหน่งที่สะดวกต่อการหยิบมาใช้ประกอบอาหาร ทำให้ได้ผักชีสดใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้ เลือกอุปกรณ์และเตรียมดินปลูกอย่างไร? การเตรียมอุปกรณ์และดินปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผักชี สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ผักชีที่มีคุณภาพ กระถางที่มีรูระบายน้ำ ดินร่วน ปุ๋ยคอก ทรายหรือขี้เถ้า และฟางข้าวหรือหญ้าแห้งสำหรับคลุมดิน การเลือกกระถางควรเลือกชนิดที่มีความลึกอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้รากผักชีมีพื้นที่เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และต้องมีรูระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง ซึ่งอาจทำให้รากเน่าได้ สำหรับการเตรียมดินปลูก สามารถใช้สูตรดินที่ประกอบด้วย ดิน 2 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน และปุ๋ยคอก 1 ส่วน [...]

2/3/2568 • โดย Homeday
การดูแลสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของมักจะมองข้าม แต่ความจริงแล้วสุขภาพช่องปากมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยง ปัญหาในช่องปากไม่เพียงแต่ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่สบาย แต่ยังสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียด เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพช่องปากที่ดีและมีความสุขไปตลอดชีวิต ทำไมสุขภาพช่องปากจึงสำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยง สุขภาพช่องปากไม่ได้เกี่ยวข้องแค่เรื่องลมหายใจที่สดชื่นหรือฟันขาวสวยเท่านั้น แต่มีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยงอย่างมาก หากปล่อยให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น โรคเหงือกอักเสบหรือการติดเชื้อในช่องปาก แบคทีเรียสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญอื่นๆ เช่น หัวใจ ตับ และไต ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การศึกษาทางสัตวแพทย์พบว่า สัตว์เลี้ยงอายุมากกว่า 3 ปีเกือบ 80% มีปัญหาสุขภาพช่องปากในระดับหนึ่ง โดยโรคปริทันต์ (Periodontal disease) เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุด โรคนี้เริ่มต้นจากการสะสมของคราบพลัคในช่องปาก ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลจะกลายเป็นหินปูน นำไปสู่การอักเสบของเหงือกและเนื้อเยื่อรอบฟัน และสุดท้ายอาจทำให้ฟันหลุดได้ นอกจากนี้ ปัญหาช่องปากยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง การเจ็บปวดในช่องปากจะทำให้สัตว์เลี้ยงไม่อยากกินอาหาร ส่งผลให้น้ำหนักลดลงและอาจเกิดปัญหาโภชนาการตามมา สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาช่องปากมักจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น กลายเป็นเซื่องซึม ระมัดระวังเมื่อมีการสัมผัสบริเวณใบหน้า หรือแสดงอาการไม่สบายเมื่อกินอาหารหรือเล่น สัญญาณบ่งชี้ปัญหาสุขภาพช่องปากในสัตว์เลี้ยง การสังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่เริ่มแรกจะช่วยให้สามารถจัดการกับปัญหาสุขภาพช่องปากได้ก่อนที่จะลุกลาม สัญญาณที่บ่งชี้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจมีปัญหาสุขภาพช่องปาก มีดังนี้: กลิ่นปากแรง: กลิ่นปากเหม็นผิดปกติเป็นสัญญาณที่พบบ่อยที่สุดของโรคปริทันต์หรือการติดเชื้อในช่องปาก ลมหายใจของสัตว์เลี้ยงไม่ควรมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เหงือกแดงหรือมีเลือดออก: เหงือกที่มีสุขภาพดีควรมีสีชมพูอ่อน หากพบว่าเหงือกมีสีแดงเข้ม บวม หรือมีเลือดออกเมื่อแปรงฟัน อาจเป็นสัญญาณของโรคเหงือกอักเสบ หินปูนสะสมบนฟัน: [...]

28/5/2568 • โดย Homeday
การบำรุงดินด้วยวัสดุธรรมชาติจากของใช้ในครัวเรือนเป็นวิธีการที่ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสามารถใช้เปลือกกล้วยที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส กากกาแฟที่มีไนโตรเจนสูงถึง 1.2-2.4 เปอร์เซนต์ ขี้เถ้าที่ช่วยปรับความเป็นกรดของดิน รวมถึงเปลือกไข่ วัชพืช และน้ำจากตู้ปลาที่ล้วนมีสารอาหารจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดขยะครัวเรือน แต่ยังเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินอย่างยั่งยืนและปลอดภัยจากสารเคมี ทำไมต้องบำรุงดินด้วยวัสดุธรรมชาติ? ดินที่อุดมสมบูรณ์เป็นรากฐานสำคัญของการเพาะปลูกที่ประสบความสำเร็จ การใช้วัสดุธรรมชาติในการบำรุงดินไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีราคาแพง แต่ยังส่งเสริมระบบนิเวศในดินให้มีความสมดุล การหมุนเวียนสารอาหารในดินผ่านวัสดุอินทรีย์จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน เพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับจุลินทรีย์มีประโยชน์ การใช้วัสดุเหลือใช้จากครัวเรือนยังเป็นการลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ แนวคิดการเกษตรแบบหมุนเวียน (Circular Agriculture) นี้ช่วยสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต พร้อมทั้งได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยต่อผู้บริโภค วัสดุจากครัวเรือนที่ช่วยบำรุงดินได้อย่างไร? วัสดุเหลือใช้จากครัวเรือนหลายชนิดมีคุณค่าทางโภชนาการสูงสำหรับพืช โดยเฉพาะเปลือกผลไม้และเศษอาหารที่มีสารอาหารหลักทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม การแปรรูปวัสดุเหล่านี้ให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้สารอาหารถูกปล่อยออกมาอย่างสม่ำเสมอตามความต้องการของพืช การใช้วัสดุธรรมชาติยังช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน อินทรียวัตถุจะช่วยให้ดินมีความร่วนซุย เพิ่มการระบายอากาศ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของรากพืช นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาหารสำหรับจุลินทรีย์ในดิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มกิจกรรมทางชีวภาพและสร้างความสมดุลในระบบนิเวศดิน วิธีการใช้เปลือกกล้วยเป็นปุ๋ยธรรมชาติ เปลือกกล้วยเป็นแหล่งสารอาหารที่ยอดเยี่ยมสำหรับพืช โดยมีโพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมในปริมาณสูง วิธีการใช้เปลือกกล้วยมีหลายแบบ ตั้งแต่การใช้แบบง่ายที่สุดคือการฝังเปลือกกล้วยสดลงในดินรอบโคนต้นไม้ให้ลึกอย่างน้อย 4 นิ้ว จนถึงการทำเป็นน้ำหมักหรือปุ๋ยผง การทำปุ๋ยผงจากเปลือกกล้วยทำได้โดยการตากเปลือกกล้วยให้แห้งสนิท จากนั้นบดให้ละเอียดแล้วผสมกับดิน [...]

18/4/2568 • โดย Homeday
นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วันพาร์กินสันโลก 2025” เพื่อส่งต่อความรู้และช่วยเพิ่มการตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคพาร์กินสัน ภัยเงียบโรคสมองเสื่อมที่ต้องระวัง โดยมี นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ และ นพ.สิทธิ เพชรรัชตะชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและโรคพาร์กินสันและการเคลื่อนไหวผิดปกติ ร่วมงาน โดยภายในงานจะมีกิจกรรมให้ความรู้ที่หลากหลาย เช่น บูธข้อมูลเกี่ยวกับโรคพาร์กินสัน, แนวทางการดูแลรักษา, บูธโภชนาการแนะนำอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย รวมถึงสัมมนาพิเศษ “พาร์กินสัน รู้เร็ว ป้องกันได้” ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคาร A