พบ 76 บทความ

15/2/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสัตว์เป็นความสุขของหลายครอบครัว แต่ปัญหาที่มักพบเจอคือกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นปัสสาวะ อุจจาระ หรือกลิ่นตัว ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง บทความนี้จะแนะนำวิธีจัดการกับกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย สาเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์จากสัตว์เลี้ยง กลิ่นไม่พึงประสงค์จากสัตว์เลี้ยงมีหลายสาเหตุ การทำความเข้าใจถึงที่มาของกลิ่นจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด: กลิ่นจากการขับถ่าย ปัสสาวะและอุจจาระที่ตกค้างในบ้านหรือกระบะทราย การทำความสะอาดที่ไม่เพียงพอหรือไม่ถูกวิธี พฤติกรรมการขับถ่ายนอกกระบะทราย กลิ่นตัวของสัตว์เลี้ยง การอาบน้ำที่ไม่สม่ำเสมอ ความชื้นที่สะสมในขนสัตว์ ปัญหาสุขภาพผิวหนังหรือต่อมกลิ่น กลิ่นจากสภาพแวดล้อม พื้นที่อยู่อาศัยที่อับชื้น การระบายอากาศไม่เพียงพอ วัสดุรองนอนหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาด วิธีกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างถูกวิธี 1. การทำความสะอาดประจำวัน การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเป็นพื้นฐานสำคัญในการควบคุมกลิ่น: เก็บกวาดอุจจาระทันทีที่สัตว์เลี้ยงถ่าย ทำความสะอาดกระบะทรายอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง เปลี่ยนทรายแมวทุก 1-2 สัปดาห์ ทำความสะอาดที่นอน ผ้าปู และวัสดุรองนอนสม่ำเสมอ เช็ดทำความสะอาดพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงใช้งานประจำ 2. การใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่น เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและปลอดภัย: น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง สเปรย์ดับกลิ่นที่ผลิตจากธรรมชาติ ผงดูดซับกลิ่นสำหรับกระบะทราย น้ำยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง 3. การจัดการสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมที่ดีช่วยลดปัญหากลิ่น: เปิดหน้าต่างระบายอากาศสม่ำเสมอ ใช้พัดลมดูดอากาศในห้องน้ำหรือพื้นที่เลี้ยงสัตว์ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้อากาศถ่ายเทสะดวก ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศที่มีตัวกรองกลิ่น 4. การดูแลสุขอนามัยสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงที่สะอาดช่วยลดปัญหากลิ่น: อาบน้ำตามความเหมาะสมของแต่ละสายพันธุ์ [...]

21/8/2568 • โดย Homeday
บริษัท ลิฟ-24 จำกัด ในเครือบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Understanding: MOU) กับ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรมไทย โดยมุ่งสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย (SMEs) ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligent) และ IoT (Internet of Things) อย่างเป็นรูปธรรม มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน การลงนามความร่วมมือระหว่าง ลิฟ-24 และ กนอ. ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และนำร่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และ IoT ในภาคอุตสาหกรรม ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ พัฒนา และคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ให้เติบโตและแข่งขันได้ในตลาดโลก พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมไทย โดยดำเนินการบนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม Here goes your text … Select [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
ความหมายและความสำคัญของ Green Building Green Building หรืออาคารเขียวไม่ใช่เพียงแค่กระแสการออกแบบสมัยใหม่ แต่เป็นแนวทางการก่อสร้างที่มีความหมายลึกซึ้งต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ระบบอาคารเขียวเกิดจากแนวคิดที่ต้องการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอย่างสูงสุด การออกแบบอาคารเขียวครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการเลือกพื้นที่ วัสดุก่อสร้าง การวางระบบไฟฟ้าและประปา จนถึงการจัดการพลังงานและของเสีย เป้าหมายหลักคือการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่มีความยั่งยืน ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง องค์ประกอบหลักของอาคารเขียว การออกแบบที่คำนึงถึงประสิทธิภาพพลังงาน ระบบอาคารเขียวให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การออกแบบโครงสร้างและระบบต่างๆ จะคำนึงถึงการลดการใช้พลังงานจากแหล่งกำเนิดหลัก โดยเน้นการใช้แสงธรรมชาติ การระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ และการใช้วัสดุที่ช่วยลดความร้อน เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทสำคัญ เช่น ระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และระบบกักเก็บพลังงาน ช่วยให้อาคารสามารถลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลักได้อย่างมีนัยสำคัญ การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ระบบจัดการน้ำเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของอาคารเขียว การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ การติดตั้งระบบกักเก็บน้ำฝน และการใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบบำบัดน้ำเสียภายในอาคารที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ เช่น รดน้ำต้นไม้หรือชำระล้าง ช่วยลดภาระการใช้น้ำประปาและสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการออกแบบอาคารเขียว วัสดุที่นำมาใช้จะต้องผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด โดยพิจารณาจากแหล่งที่มา กระบวนการผลิต และความสามารถในการรีไซเคิล วัสดุรีไซเคิล วัสดุธรรมชาติ และวัสดุที่ผลิตจากแหล่งที่ยั่งยืน เช่น ไม้จากป่าปลูก คอนกรีตมวลเบา หรือวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมอื่นๆ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ ประโยชน์ของอาคารเขียวต่อผู้อยู่อาศัย [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านด้วยสีเขียวพาสเทลไม่เพียงแต่สร้างความสดชื่นให้กับพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความสงบและผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ สีเขียวพาสเทลมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยลดความตึงเครียด สร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับทุกพื้นที่ในบ้าน 1. การเลือกโทนสีเขียวพาสเทลที่เหมาะสม การเลือกสีเขียวพาสเทลต้องคำนึงถึงแสงธรรมชาติและบรรยากาศของห้อง โทนสีเขียวอ่อนแบบพาสเทลมีหลากหลายเฉดสี ตั้งแต่เขียวมิ้นต์ เขียวเซจ ไปจนถึงเขียวเปสตาชิโอ แต่ละเฉดสีจะให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน เขียวมิ้นต์จะให้ความรู้สึกสดชื่น เขียวเซจจะมีความสงบลึกลับ ส่วนเขียวเปสตาชิโอจะสร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นมิตร การเลือกเฉดสีที่เหมาะสม สำรวจแสงธรรมชาติในห้อง พิจารณาเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีอยู่ ทดลองใช้สีตัวอย่างก่อนตัดสินใจระบายสีทั้งห้อง 2. การทาสีผนังด้วยเทคนิคพิเศษ การทาสีเขียวพาสเทลไม่ใช่แค่การระบายสีธรรมดา แต่ยังมีเทคนิคพิเศษที่ช่วยสร้างมิติและความน่าสนใจให้กับผนัง เทคนิคเช่น ombre เป็นการไล่สีจากอ่อนไปเข้ม หรือเทคนิควอชช์ที่ทำให้ผนังดูมีมิติและความลึก สามารถสร้างจุดเด่นให้กับห้องได้อย่างน่าสนใจ เทคนิคการทาสีพิเศษ เตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วน เลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับเทคนิค ฝึกฝนเทคนิคบนพื้นผิวทดลองก่อน 3. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเสริม การผสมผสานเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีสีเขียวพาสเทลจะช่วยสร้างความกลมกลืนให้กับพื้นที่ อาจเลือกใช้หมอน โคมไฟ พรม หรือวอลล์อาร์ตที่มีโทนสีเขียวพาสเทล เพื่อเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เคล็ดลับการเลือกของตกแต่ง เลือกชิ้นของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ คำนึงถึงสัดส่วนและความสมดุล ไม่ควรใช้สีเขียวพาสเทลมากเกินไป 4. การเพิ่มพืชสีเขียวเพื่อชีวิตชีวา พืชสีเขียวเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ การเลือกกระถางต้นไม้โทนสีเขียวพาสเทล หรือการวางตำแหน่งพืชให้กลมกลืนกับสีผนัง จะช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลงตัว การเลือกและจัดวางพืช เลือกพืชที่เหมาะสมกับแสงในห้อง พิจารณาขนาดและรูปทรงของพืช จัดวางอย่างสร้างสรรค์และมีจังหวะ [...]

7/4/2568 • โดย Homeday
ช่วงฤดูฝนเป็นความท้าทายสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง เมื่อการพาสัตว์เลี้ยงออกไปเดินเล่นหรือทำกิจกรรมนอกบ้านเป็นไปได้ยากลำบาก สัตว์เลี้ยงที่ขาดการออกกำลังกายและการกระตุ้นทางจิตใจอาจเกิดความเครียด พฤติกรรมทำลายข้าวของ หรือมีปัญหาสุขภาพได้ การเล่นกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้านช่วงฝนตกจึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง บทความนี้จะแนะนำวิธีการเล่นกับสัตว์เลี้ยงในช่วงฝนตกอย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อที่อยู่อาศัยของคุณ การเตรียมพื้นที่ภายในบ้านสำหรับกิจกรรมกับสัตว์เลี้ยง การจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมภายในบ้านเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสนุกสนานสำหรับการเล่นกับสัตว์เลี้ยงในช่วงฝนตก พื้นที่ที่เหมาะสมควรมีขนาดเพียงพอให้สัตว์เลี้ยงได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ มีอากาศถ่ายเทสะดวก และไม่มีสิ่งของที่แตกหักง่ายหรือเป็นอันตราย เช่น แจกัน เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มั่นคง หรือสายไฟที่เข้าถึงได้ง่าย การเลือกพื้นผิวที่เหมาะสมก็มีความสำคัญ พื้นกระเบื้องอาจลื่นเกินไปสำหรับสุนัขที่วิ่งเล่น ควรวางพรมหรือเสื่อยางกันลื่นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรจัดพื้นที่พิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เปียกหลังจากออกไปขับถ่ายในช่วงฝนตก โดยอาจเตรียมผ้าขนหนูไว้ใกล้ประตูสำหรับเช็ดขาและลำตัวก่อนที่สัตว์เลี้ยงจะเข้ามาในบ้าน การจัดวางของเล่นและอุปกรณ์กิจกรรมควรคำนึงถึงการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ อาจจัดมุมเฉพาะสำหรับของเล่น แยกจากพื้นที่พักผ่อนหรือรับประทานอาหาร เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับสัตว์เลี้ยงว่าพื้นที่ใดเหมาะสำหรับกิจกรรมใด ในกรณีของแมว อาจติดตั้งชั้นวางหรือต้นไม้แมวไว้ตามผนังเพื่อให้พวกเขาได้ปีนป่ายและสำรวจพื้นที่ในแนวตั้ง ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่พื้นและตอบสนองต่อธรรมชาติของแมว สำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด การใช้เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่เล่นได้ เช่น โต๊ะกาแฟที่มีช่องสำหรับซ่อนของเล่น หรือชั้นวางที่มีช่องสำหรับแมวเข้าไปนอน จะช่วยให้การใช้พื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น กิจกรรมฝึกสมองสำหรับสัตว์เลี้ยงในช่วงฝนตก การกระตุ้นสมองเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ต้องอยู่ในบ้านเป็นเวลานานในช่วงฝนตก กิจกรรมฝึกสมองช่วยลดความเบื่อหน่าย ป้องกันพฤติกรรมทำลายข้าวของ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับสัตว์เลี้ยง การฝึกคำสั่งใหม่ๆ เป็นวิธีที่ดีในการกระตุ้นสมองของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข คุณสามารถสอนคำสั่งพื้นฐาน เช่น นั่ง นอน คอย หรือคำสั่งที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การเก็บของเล่น การเดินตามแบบแผนที่กำหนด หรือการค้นหาสิ่งของ [...]

2/10/2565 • โดย Homeday
1. ประตูบานเลื่อน (Sliding door) ประตูที่ได้รับความนิยมอย่าง ‘ประตูบานเลื่อน’ เป็นหนึ่งในตัวเลือกพื้นฐานที่ใครหลาย ๆ คนนึกถึง สามารถใช้ได้กับวัสดุบานประตูทุกรูปแบบ แถมยังมีรูปแบบการเป

12/3/2568 • โดย Homeday
ลูกสุนัขมีพฤติกรรมการกัดสิ่งของเป็นเรื่องปกติในช่วงการเจริญเติบโต ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ การเข้าใจสาเหตุเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการพฤติกรรมนี้อย่างมีประสิทธิภาพ รากเหง้าของพฤติกรรมการกัด 1. สัญชาตญาณการสำรวจ ลูกสุนัขสำรวจโลกรอบตัวผ่านการกัด เป็นวิธีธรรมชาติในการเรียนรู้และทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อม กระบวนการนี้คล้ายกับเด็กเล็กที่ใช้มือสัมผัสและสำรวจสิ่งของ 2. กระบวนการขึ้นฟัน ช่วงการขึ้นฟันเป็นระยะที่ลูกสุนัขรู้สึกคันและปวดตามเหงือก การกัดช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้และทำให้รู้สึกดีขึ้น เป็นเสมือนการนวดเหงือกด้วยวัตถุแข็งๆ 3. การระบายพลังงาน ลูกสุนัขที่ขาดการกระตุ้นทางร่างกายและอารมณ์มักหันไปกัดสิ่งของเพื่อระบายพลังงานและความเบื่อหน่าย 4. การเรียนรู้ทางสังคม การกัดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ทางสังคมและพัฒนาทักษะการควบคุมพลังในการกัด ซึ่งเริ่มต้นจากการปฏิสัมพันธ์กับแม่และพี่น้องสุนัข กลยุทธ์การจัดการพฤติกรรมการกัด การเตรียมสภาพแวดล้อม 1. การจัดการพื้นที่ เก็บสิ่งของมีค่าและเสี่ยงต่อการถูกกัด ใช้กล่องกั้นหรือประตูกั้นเพื่อจำกัดพื้นที่ จัดวางของเล่นที่เหมาะสมในบริเวณที่ลูกสุนัขอยู่ 2. การเลือกของเล่น เลือกของเล่นที่แข็งแรงและปลอดภัย มีความหลากหลายทั้งวัสดุและรูปทรง สลับของเล่นเพื่อกระตุ้นความสนใจ เทคนิคการฝึกอบรม 1. การสอนวิธีการกัด ใช้เสียงดังเพื่อแสดงความไม่พอใจเมื่อกัดผิด หยุดเล่นทันทีเมื่อลูกสุนัขกัดมือหรือเสื้อผ้า ชมเชยเมื่อใช้ของเล่นอย่างถูกต้อง 2. การลดทอนพฤติกรรมการกัด แสดงให้เห็นว่าการกัดทำให้กิจกรรมยุติลง ค่อยๆ สอนให้ใช้ของเล่นแทนการกัดสิ่งของ ใช้สเปรย์รสขมบนวัตถุที่ไม่ต้องการให้กัด การดูแลสุขภาพและความต้องการพื้นฐาน 1. การออกกำลังกาย จัดเวลาเล่นและเดินเป็นประจำ กระตุ้นทั้งร่างกายและสมอง ใช้เกมที่ต้องใช้สมองเพื่อระบายพลังงาน 2. การตรวจสุขภาพ ตรวจสอบว่าการกัดไม่ได้เกิดจากปัญหาสุขภาพ สังเกตอาการผิดปกติระหว่างการขึ้นฟัน [...]

9/4/2568 • โดย Homeday
การเลือกห้องชุดสำหรับครอบครัวเล็กถือเป็นการตัดสินใจสำคัญที่จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว การเลือกพื้นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งในแง่ของพื้นที่ใช้สอย ความสะดวกสบาย และการเติบโตของครอบครัวในอนาคต จึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ บทความนี้จะแนะนำ 5 รูปแบบห้องชุด (Layout) ยอดนิยมที่เหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก พร้อมข้อดีและข้อควรพิจารณา เพื่อให้คุณสามารถเลือกที่อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ ความสำคัญของการเลือก Layout ห้องชุดที่เหมาะสม การเลือก Layout ห้องชุดที่เหมาะสมเป็นมากกว่าแค่การดูขนาดพื้นที่ แต่เป็นการวางแผนการใช้ชีวิตในระยะยาว ครอบครัวเล็กมีความต้องการที่แตกต่างจากคนโสดหรือครอบครัวใหญ่ โดยต้องคำนึงถึงทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนกลางที่สมาชิกในครอบครัวจะใช้ร่วมกัน นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงการเติบโตของครอบครัวในอนาคต เช่น หากวางแผนจะมีบุตรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ก็ต้องเลือกห้องชุดที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการขยายครอบครัว การจัดสรรพื้นที่ใช้สอยอย่างมีประสิทธิภาพเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องชุดที่มีพื้นที่จำกัด การเลือก Layout ที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมจะช่วยให้พื้นที่ทุกตารางเมตรถูกใช้อย่างคุ้มค่า มีทั้งพื้นที่สำหรับการพักผ่อน การทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว และพื้นที่ส่วนตัวที่เพียงพอ ความต้องการพื้นฐานของครอบครัวเล็กมักประกอบด้วย ห้องนอนที่เพียงพอ พื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารที่สะดวกสบาย ห้องน้ำที่ใช้งานได้ดี และพื้นที่จัดเก็บของที่เหมาะสม ดังนั้น Layout ห้องชุดที่ดีควรตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ โดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตประจำวันและความสะดวกสบายของสมาชิกในครอบครัวเป็นหลัก ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกห้องชุดสำหรับครอบครัวเล็ก การเลือกห้องชุดที่เหมาะสมสำหรับครอบครัวเล็กต้องพิจารณาหลายปัจจัย เพื่อให้มั่นใจว่าที่อยู่อาศัยนั้นจะตอบโจทย์ความต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคต ปัจจัยเหล่านี้ประกอบด้วย: ขนาดและจำนวนสมาชิกในครอบครัว: ต้องพิจารณาว่าครอบครัวมีสมาชิกกี่คน และมีแผนจะเพิ่มสมาชิกในอนาคตหรือไม่ ครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือวางแผนจะมีบุตรควรเลือกห้องชุดที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเติบโตของครอบครัว รวมถึงพื้นที่สำหรับกิจกรรมของเด็ก งบประมาณและค่าใช้จ่าย: ต้องคำนึงถึงงบประมาณในการซื้อหรือเช่าห้องชุด รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ [...]

28/3/2568 • โดย Homeday
ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหารและนักวิจัย ร่วมหารือกับ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูและคณะ ในโอกาสเข้าร่วมประชุมหารือนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของ วว. เข้าไปเสริมความเข้มแข็งให้กับจังหวัดหนองบัวลำภู โดย วว. ได้นำเสนอผลงาน ดังนี้ 1) เทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับเพื่อเพิ่มรายได้ โดย ดร.อนันต์ พิริยะภัทรกิจ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ 2) เทคโนโลยีเครื่องจักรเพื่อเพิ่มผลผลิตและการเพิ่มมูลค่าของเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรและหารือการคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย เพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์กรมหาชน) (สวก.) และรองรับโครงการ PM 2.5 ของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ดร.สุวิทย์ อัจริยะเมต ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ และดร.เรวดี อนุวัฒนา รักษาการ ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ 3) เทคโนโลยีด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อมและการผลิตเตาเผาถ่านชีวมวล [...]

28/3/2568 • โดย Homeday
ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหารและนักวิจัย ร่วมหารือกับ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูและคณะ ในโอกาสเข้าร่วมประชุมหารือนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของ วว. เข้าไปเสริมความเข้มแข็งให้กับจังหวัดหนองบัวลำภู โดย วว. ได้นำเสนอผลงาน ดังนี้ 1) เทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับเพื่อเพิ่มรายได้ โดย ดร.อนันต์ พิริยะภัทรกิจ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ 2) เทคโนโลยีเครื่องจักรเพื่อเพิ่มผลผลิตและการเพิ่มมูลค่าของเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรและหารือการคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย เพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์กรมหาชน) (สวก.) และรองรับโครงการ PM 2.5 ของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดย ดร.สุวิทย์ อัจริยะเมต ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ และดร.เรวดี อนุวัฒนา รักษาการ ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ 3) เทคโนโลยีด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อมและการผลิตเตาเผาถ่านชีวมวล [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
การเคหะแห่งชาติ – กรมการจัดหางาน – กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน – สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ขับเคลื่อนพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมผู้อยู่อาศัยในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2568 ณ โครงการบ้านเอื้ออาทรเมืองใหม่บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 การเคหะแห่งชาติได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพของผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติทั่วประเทศ และได้คัดเลือกพื้นที่นำร่องในชุมชนที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าว จำนวน 7 โครงการ ได้แก่ บ้านเอื้ออาทรนาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี, บ้านเอื้ออาทรหาดใหญ่ (ลพบุรี ราเมศวร์) จังหวัดสงขลา, บ้านเอื้ออาทรปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี, บ้านเอื้ออาทรหนองหาร จังหวัดเชียงใหม่, บ้านเอื้ออาทรขอนแก่น (บ้านเป็ด) จังหวัดขอนแก่น, โครงการเคหะชุมชนดินแดง 2 กรุงเทพมหานคร [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
การเคหะแห่งชาติ – กรมการจัดหางาน – กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน – สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ขับเคลื่อนพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมผู้อยู่อาศัยในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2568 ณ โครงการบ้านเอื้ออาทรเมืองใหม่บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 การเคหะแห่งชาติได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพของผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติทั่วประเทศ และได้คัดเลือกพื้นที่นำร่องในชุมชนที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าว จำนวน 7 โครงการ ได้แก่ บ้านเอื้ออาทรนาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี, บ้านเอื้ออาทรหาดใหญ่ (ลพบุรี ราเมศวร์) จังหวัดสงขลา, บ้านเอื้ออาทรปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี, บ้านเอื้ออาทรหนองหาร จังหวัดเชียงใหม่, บ้านเอื้ออาทรขอนแก่น (บ้านเป็ด) จังหวัดขอนแก่น, โครงการเคหะชุมชนดินแดง 2 กรุงเทพมหานคร [...]