กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

22/7/2568 • โดย Homeday
ดร.วุฒิพันธุ์ ตวันเที่ยง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมมอบอุปกรณ์การแพทย์ จำนวนทั้งสิ้น 19 รายการ รวมมูลค่า 400,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการรักษาพยาบาลของบุคลากร ทางการแพทย์ และเสริมสร้างศักยภาพในการให้บริการประชาชนในพื้นที่ BAM ตระหนักถึงความสำคัญของระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลซึ่งยังคงขาดแคลนอุปกรณ์ ทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานและทันสมัย โดยอุปกรณ์การแพทย์ที่ส่งมอบในครั้งนี้ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการทางการแพทย์ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น สะท้อนถึงธุรกิจของ BAM ที่ดำเนินการควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ โครงการมอบอุปกรณ์การแพทย์ดังกล่าว เป็นหนึ่งในแผนงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของ BAM ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 โดยมีเป้าหมายมอบอุปกรณ์การแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศอย่างน้อย ปีละ 10 แห่ง รวมแล้วจำนวนทั้งสิ้น 147 แห่ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 43 ล้านบาท แสดงถึงความมุ่งมั่นขององค์กร ในการส่งเสริมให้ประชาชนไทยมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน และมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม

17/3/2568 • โดย Homeday
ทำไมปลวกถึงเป็นภัยร้ายแรงในบ้านเขตร้อนชื้น สภาพภูมิอากาศร้อนชื้นเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์ของปลวกอย่างน่าเป็นห่วง ปลวกเป็นแมลงที่มีความสามารถในการทำลายโครงสร้างบ้านอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิเหมาะสม ความเสียหายที่ปลวกก่อให้เกิดสามารถลุกลามไปยังโครงสร้างพื้นฐานของบ้าน ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจที่มหาศาล การเข้าทำลายของปลวกมักเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยผู้อยู่อาศัยอาจไม่รู้ตัวจนกระทั่งความเสียหายรุนแรงขึ้น ในเขตร้อนชื้น ปลวกสามารถขยายพันธุ์และทำลายโครงสร้างบ้านได้อย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราการขยายพันธุ์ที่สูงและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ประเภทของระบบกำจัดปลวกที่มีประสิทธิภาพ ระบบป้องกันแบบเคมี ระบบกำจัดปลวกแบบเคมีเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการควบคุมและป้องกันปลวก โดยใช้สารเคมีเฉพาะที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดและยับยั้งการขยายพันธุ์ของปลวก เทคนิคการใช้สารเคมีประกอบด้วยการพ่นรอบบริเวณบ้าน การวางเหยื่อเคมี และการใช้สารกันซึมตามโครงสร้างต่างๆ นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมแมลงได้พัฒนาสารเคมีที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของมนุษย์ สารเคมีสมัยใหม่สามารถกำจัดปลวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ปริมาณน้อยลงและมีความปลอดภัยสูงขึ้น ระบบกำจัดปลวกแบบธรรมชาติ การใช้วิธีการกำจัดปลวกแบบธรรมชาติเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น วิธีนี้รวมถึงการใช้สารสกัดจากพืชธรรมชาติ การควบคุมสภาพแวดล้อมรอบบ้าน และการใช้ชีววิธีในการกำจัดปลวก ตัวอย่างเช่น การใช้น้ำส้มสายชู น้ำมันหอมระเหย และสารสกัดจากพืชบางชนิดสามารถช่วยป้องกันและกำจัดปลวกได้ การจัดการสภาพแวดล้อมรอบบ้าน เช่น การกำจัดความชื้น การเก็บวัสดุไม้ให้ห่างจากบ้าน และการตัดแต่งต้นไม้ใกล้บ้าน สามารถลดโอกาสการเข้าทำลายของปลวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบตรวจจับและติดตามปลวก เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการตรวจจับและติดตามกิจกรรมของปลวก ระบบเซ็นเซอร์และอุปกรณ์ตรวจจับสามารถระบุตำแหน่งและกิจกรรมของปลวกได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้สามารถดำเนินการกำจัดได้อย่างทันท่วงที เซ็นเซอร์พิเศษที่วางตามจุดต่างๆ ของบ้านสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวและสัญญาณการทำลายของปลวก ข้อมูลจะถูกส่งตรงไปยังแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ทำให้เจ้าของบ้านสามารถติดตามและดำเนินการป้องกันได้อย่างรวดเร็ว การดูแลและบำรุงรักษาระบบกำจัดปลวก การตรวจสอบประจำปี การตรวจสอบระบบป้องกันปลวกอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำการตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมแมลง การตรวจสอบนี้จะช่วยค้นหาสัญญาณเริ่มแรกของการเข้าทำลายและประเมินประสิทธิภาพของระบบป้องกัน นอกจากการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว เจ้าของบ้านควรทำการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นไม่เพียงแต่สำหรับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์เลี้ยงของเราด้วย ในยุคที่หลายคนอาศัยอยู่ในคอนโดหรือพื้นที่จำกัด การหาวิธีให้สัตว์เลี้ยงได้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอจึงเป็นความท้าทาย ของเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นให้พวกเขาได้เคลื่อนไหวร่างกาย ฝึกสมอง และรักษาสุขภาพที่ดี บทความนี้จะแนะนำประเภทของเล่นที่ช่วยกระตุ้นการออกกำลังกายสำหรับสัตว์เลี้ยงประเภทต่างๆ พร้อมแนวทางการเลือกให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของคุณ ทำไมการออกกำลังกายจึงสำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยง ก่อนที่จะเจาะลึกเรื่องของเล่น เราควรเข้าใจก่อนว่าทำไมการออกกำลังกายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสัตว์เลี้ยง การขาดการออกกำลังกายไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของสัตว์เลี้ยงอีกด้วย สัตว์เลี้ยงที่ได้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอมักมีน้ำหนักที่เหมาะสม กล้ามเนื้อแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี และมีอายุยืนยาวกว่า นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยลดปัญหาพฤติกรรม เช่น การเห่าหอนไม่หยุด การกัดทำลายข้าวของ หรือภาวะซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยง ซึ่งมักเกิดจากความเบื่อหน่ายและพลังงานส่วนเกินที่ไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมา สำหรับสุนัข โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีพลังงานสูง เช่น บอร์เดอร์ คอลลี่, ลาบราดอร์ หรือแจ็ค รัสเซล เทอร์เรียร์ ต้องการการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30-60 นาที ส่วนแมวแม้จะดูเหมือนชอบนอนมากกว่า แต่ก็ยังต้องการการเคลื่อนไหวประมาณ 15-30 นาทีต่อวันเพื่อรักษาสุขภาพที่ดี สัตว์เลี้ยงขนาดเล็กอย่างกระต่ายหรือหนูแฮมสเตอร์ ก็ต้องการพื้นที่และอุปกรณ์ในการเคลื่อนไหว เพราะในธรรมชาติพวกมันถูกออกแบบมาให้วิ่งและขุดคุ้ย การจำกัดพวกมันไว้ในกรงเล็กๆ โดยไม่มีกิจกรรมใดๆ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของพวกมันในระยะยาว ของเล่นกระตุ้นการออกกำลังกายสำหรับสุนัข สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความกระฉับกระเฉงและต้องการการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ของเล่นจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการกระตุ้นให้พวกเขาได้เคลื่อนไหวร่างกาย 1. ของเล่นประเภท Fetch (โยนให้ไปคาบมา) [...]

4/3/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่อุปสรรคสำคัญที่มักพบเจอคือการไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งอาจทำให้หลายคนรู้สึกท้อแท้และคิดว่าความฝันในการมีบ้านคงเป็นไปไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว ยังมีทางเลือกและวิธีแก้ปัญหาอีกหลายแนวทางที่จะช่วยให้คุณสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ สาเหตุที่มักทำให้ไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ การที่ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อบ้านนั้นมีหลายสาเหตุ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุจะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด รายได้ไม่เพียงพอหรือไม่มั่นคง เงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนด รายได้ไม่แน่นอน เช่น อาชีพอิสระที่ไม่มีหลักฐานรายได้ชัดเจน อายุงานน้อยเกินไป โดยทั่วไปธนาคารต้องการให้มีอายุงานอย่างน้อย 6 เดือน-2 ปี ประวัติเครดิตมีปัญหา มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้ มีภาระหนี้สินมากเกินไป เคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทางการเงิน หลักประกันไม่เพียงพอ ราคาประเมินบ้านต่ำกว่าราคาซื้อขายมาก ที่ตั้งของบ้านอยู่ในพื้นที่ที่ธนาคารประเมินความเสี่ยงสูง สภาพบ้านไม่เหมาะสมหรือทรุดโทรม แนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ก่อนที่จะมองหาทางเลือกอื่น ควรพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เป็นสาเหตุของการไม่ผ่านสินเชื่อก่อน การปรับปรุงสถานะทางการเงิน จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระบบ ลดภาระหนี้สินที่มีอยู่ เพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น เก็บออมเงินดาวน์ให้มากขึ้น การแก้ไขประวัติเครดิต ชำระหนี้ให้ตรงเวลา ปิดบัญชีบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็น ขอหนังสือรับรองการปิดบัญชีหนี้เก่า ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลเครดิตที่ผิดพลาด การเตรียมเอกสารให้พร้อม รวบรวมหลักฐานรายได้ให้ครบถ้วน จัดทำแผนธุรกิจหากประกอบอาชีพอิสระ เตรียมเอกสารยืนยันแหล่งที่มาของเงินดาวน์ ทางเลือกในการซื้อบ้านเมื่อแบงค์ไม่ผ่าน หากได้พยายามแก้ไขปัญหาแล้วยังไม่ผ่านการอนุมัติ มีทางเลือกอื่นที่น่าสนใจ ดังนี้ การผ่อนตรงกับโครงการ ข้อดี: ไม่ต้องผ่านการพิจารณาจากธนาคาร ข้อควรระวัง: อัตราดอกเบี้ยอาจสูงกว่าธนาคาร เงื่อนไข: ต้องมีเงินดาวน์สูง (30-50%) [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
สระว่ายน้ำในบ้านเป็นแหล่งความสนุกสนานและพักผ่อน แต่สำหรับสัตว์เลี้ยง มันอาจกลายเป็นแหล่งอันตรายหากขาดการระมัดระวัง การเตรียมพร้อมและความเข้าใจถึงความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านทุกคนควรตระหนัก ความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงอาจประสบรอบสระว่ายน้ำ การจมน้ำ: ภัยเงียบที่ใกล้ตัว สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นนักว่ายน้ำมืออาชีพ แม้แต่สุนัขที่ว่ายน้ำเป็นก็ยังมีความเสี่ยงจากการจมน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสระที่ไม่คุ้นเคย การออกแบบขอบสระที่ชันหรือไม่มีทางออกอาจทำให้สัตว์เลี้ยงติดอยู่ในสระโดยไม่สามารถขึ้นมาได้ สารเคมีในสระว่ายน้ำ: อันตรายที่มองไม่เห็น คลอรีนและสารเคมีอื่นๆ ที่ใช้ในการทำความสะอาดสระว่ายน้ำ เป็นอันตรายต่อระบบผิวหนังและระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยง การสัมผัสหรือกลืนน้ำในสระอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง อุบัติเหตุจากการลื่นหกล้ม พื้นรอบสระว่ายน้ำที่เปียกชื้นมักลื่น เสี่ยงต่อการหกล้มและบาดเจ็บ สัตว์เลี้ยงที่กระตือรือร้นหรือซุกซน อาจได้รับบาดเจ็บจากการลื่นไถลหรือกระแทกขอบสระ มาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัย การติดตั้งรั้วและประตูกั้น การสร้างรั้วรอบสระว่ายน้ำที่มีความสูงเหมาะสมและประตูที่ปิดได้เองโดยอัตโนมัติ เป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด ป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าใกล้สระโดยไม่มีการควบคุม อุปกรณ์ช่วยชีวิตสำหรับสัตว์เลี้ยง การติดตั้งบันไดหรือทางออกพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง ช่วยให้พวกเขาสามารถขึ้นจากสระได้อย่างปลอดภัยหากตกลงไปโดยไม่คาดคิด การฝึกสอนและสร้างความคุ้นเคย ฝึกสอนสัตว์เลี้ยงให้คุ้นเคยกับสระว่ายน้ำอย่างถูกวิธี สอนให้พวกเขารู้จักขอบสระ และสามารถหาทางออกได้หากตกลงไป คำแนะนำเฉพาะสำหรับสุนัขและแมว สุนัข ฝึกให้ว่ายน้ำภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด สวมเสื้อชูชีพเมื่ออยู่ใกล้สระว่ายน้ำ สอนวิธีการขึ้นจากสระอย่างปลอดภัย แมว จำกัดพื้นที่เข้าถึงสระว่ายน้ำ สังเกตพฤติกรรมการหลบหนีหากตกลงไปในน้ำ เตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรณีสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงจมน้ำ ตรวจสอบการหายใจ ทำการช่วยฟื้นคืนชีพหากจำเป็น นำสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด กรณีได้รับสารเคมี ล้างน้ำออกทันที สังเกตอาการผิดปกติ ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีอาการรุนแรง สรุป ความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงรอบสระว่ายน้ำขึ้นอยู่กับความระมัดระวังและการเตรียมพร้อมของเจ้าของ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสัตว์หลายตัวในบ้านเดียวกันเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการวางแผนที่ดี บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดการและดูแลสัตว์เลี้ยงหลายตัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข การเตรียมความพร้อมก่อนนำสัตว์เลี้ยงใหม่เข้าบ้าน การนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้วต้องมีการเตรียมการที่ดี เริ่มจากการประเมินพื้นที่ในบ้านว่าเพียงพอหรือไม่ ต้องจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวให้แต่ละตัว เช่น มุมนอน มุมกินอาหาร และกระบะทราย สำหรับสุนัขและแมว ควรมีพื้นที่หลบพักที่เป็นส่วนตัว โดยเฉพาะแมวที่ต้องการพื้นที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์อื่น การติดตั้งชั้นวางหรือต้นไม้แมวจะช่วยให้แมวรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น การแนะนำตัวระหว่างสัตว์เลี้ยง การแนะนำให้สัตว์เลี้ยงรู้จักกันต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการให้ได้กลิ่นกันก่อนผ่านประตูหรือรั้วกั้น ไม่ควรบังคับให้เผชิญหน้ากันทันที เพราะอาจทำให้เกิดความเครียดและก้าวร้าว ควรให้เวลาในการปรับตัวอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ โดยค่อยๆ เพิ่มเวลาในการพบเจอกัน และต้องมีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าว ให้แยกออกจากกันทันที การจัดการพื้นที่และทรัพยากร การจัดการพื้นที่และทรัพยากรที่ดีจะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างสัตว์เลี้ยง ควรมีชามอาหาร น้ำ และของเล่นแยกสำหรับแต่ละตัว วางในตำแหน่งที่ต่างกัน เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งชิง สำหรับแมว ควรมีกระบะทรายมากกว่าจำนวนแมว 1 ใบ เพื่อให้แต่ละตัวมีพื้นที่ส่วนตัว และควรทำความสะอาดกระบะทรายอย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพและสุขอนามัย สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม ทั้งการฉีดวัคซีน การถ่ายพยาธิ และการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างกัน ควรมีการทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพราะการอยู่ร่วมกันของสัตว์หลายตัวอาจทำให้เกิดกลิ่นและเชื้อโรคสะสม การใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ การจัดการพฤติกรรมและการฝึก การฝึกให้สัตว์เลี้ยงมีระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสุนัขที่ต้องเรียนรู้คำสั่งพื้นฐาน เช่น นั่ง หมอบ [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
การล้างชามอาหารสัตว์เลี้ยงทุกมื้อเป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนมักละเลย แต่มีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของเพื่อนขนปุยของเรา การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ แต่ยังเป็นการแสดงความรักและใส่ใจต่อสัตว์เลี้ยงอีกด้วย เหตุผลหลักของการล้างชามอาหารอย่างสม่ำเสมอ 1. การสะสมของแบคทีเรียและเชื้อโรค ชามอาหารที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาดจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแบคทีเรียอันตราย เศษอาหารที่ติดค้างจะเริ่มเน่าเสียและก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย เช่น ซาลโมเนลลา อีโคไล และแบคทีเรียชนิดอื่นๆ ที่สามารถทำให้สัตว์เลี้ยงเจ็บป่วยได้ 2. การป้องกันโรคทางเดินอาหาร เชื้อโรคที่สะสมในชามอาหารสามารถก่อให้เกิดปัญหาทางเดินอาหารอย่างรุนแรง อาการท้องเสีย อาเจียน และโรคติดเชื้อต่างๆ อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ชามอาหารที่ไม่สะอาด 3. การป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ เศษอาหารที่ตกค้างจะส่งกลิ่นเหม็นหืนและไม่น่าดึงดูด ซึ่งอาจทำให้สัตว์เลี้ยงรังเกียจและปฏิเสธการรับประทานอาหาร การล้างชามทุกมื้อช่วยขจัดกลิ่นและความสกปรกออกไป วิธีการล้างชามอาหารที่ถูกต้อง เลือกอุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้น้ำยาล้างจานที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง เตรียมฟองน้ำหรือแปรงล้างเฉพาะสำหรับชามสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงการใช้ฟองน้ำหรืออุปกรณ์ล้างจานร่วมกับภาชนะของคนในครัวเรือน ขั้นตอนการล้าง เทเศษอาหารที่เหลือทิ้ง ล้างด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจาน ขัดให้ทั่วทั้งด้านในและด้านนอกของชาม ล้างน้ำยาออกให้สะอาด เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด หรือควํ่าไว้ให้แห้งตามธรรมชาติ ความถี่ในการล้างชาม อาหารเปียก ล้างทันทีหลังการรับประทานอาหารทุกครั้ง ไม่ควรปล่อยให้เศษอาหารแห้งติดชาม อาหารแห้ง ล้างอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เปลี่ยนน้ำในชามให้สดใหม่เสมอ ข้อควรระวังเพิ่มเติม วัสดุของชาม ชามสแตนเลสและเซรามิกล้างทำความสะอาดง่ายกว่าชามพลาสติก ชามพลาสติกมีโอกาสสะสมแบคทีเรียได้มากกว่า ความถี่ในการเปลี่ยนชาม ตรวจสอบสภาพชามเป็นประจำ เปลี่ยนชามเมื่อมีรอยขีดข่วน สึกหรอ [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้ การรู้จักวิธีป้องกันตัวและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสูญเสียได้อย่างมาก บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมการล่วงหน้า การปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ 1. การเตรียมพร้อมที่อยู่อาศัยให้แข็งแรง การเตรียมบ้านเรือนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการรับมือกับแผ่นดินไหว เริ่มต้นจากการตรวจสอบโครงสร้างของบ้านว่ามีความมั่นคงเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมานาน ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความแข็งแรงและทำการเสริมความมั่นคงให้กับตัวอาคาร การติดตั้งระบบเสริมความมั่นคงให้กับบ้านมีหลายวิธี เช่น การเสริมเสาและคานให้แข็งแรง การติดตั้งระบบต้านแรงแผ่นดินไหว หรือการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่น ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบและซ่อมแซมรอยแตกร้าวของกำแพงหรือฐานรากอาคารอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง ควรสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดถึงมาตรฐานการก่อสร้างและระบบป้องกันแผ่นดินไหวของอาคาร รวมถึงแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน การเลือกที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมแผ่นดินไหวจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหายเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างมาก 2. การจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย เฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้านอาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการยึดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือตู้หนังสือเข้ากับผนังอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มทับเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ควรจัดวางของหนักไว้บนชั้นล่างของชั้นวางของ และไม่วางสิ่งของที่แตกง่ายหรือมีน้ำหนักมากไว้เหนือเตียงนอนหรือโซฟา ติดตั้งอุปกรณ์ล็อคสำหรับตู้และลิ้นชักเพื่อป้องกันการเปิดออกระหว่างเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังควรใช้แผ่นกันลื่นหรือตีนตุ๊กแกรองใต้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหรือชั้นวาง การจัดเตรียมเส้นทางอพยพภายในบ้านให้โล่งและปราศจากสิ่งกีดขวางก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในแต่ละห้องสำหรับหลบภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือบริเวณมุมห้องที่ไม่มีสิ่งของหนักตั้งอยู่เหนือศีรษะ และให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนทราบถึงตำแหน่งเหล่านี้ 3. การจัดเตรียมถุงยังชีพและแผนอพยพฉุกเฉิน การจัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมี ถุงยังชีพควรบรรจุของใช้ที่จำเป็นอย่างน้อยสำหรับ 3-7 วัน ได้แก่ [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
การพบลูกสัตว์กำพร้าเป็นสถานการณ์ที่ท้าทายและอาจสร้างความวิตกกังวลให้กับผู้พบเจอ ไม่ว่าจะเป็นลูกแมว ลูกสุนัข นก หรือสัตว์ป่าขนาดเล็ก การดูแลอย่างถูกวิธีในช่วงแรกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสรอดชีวิตของลูกสัตว์เหล่านั้น บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลลูกสัตว์กำพร้าอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้ผู้อ่านที่ไม่มีประสบการณ์สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม การประเมินสถานการณ์เบื้องต้น ก่อนตัดสินใจนำลูกสัตว์มาดูแล สิ่งสำคัญคือการประเมินว่าลูกสัตว์นั้นเป็นสัตว์กำพร้าจริงหรือไม่ หลายครั้งที่เราคิดว่าลูกสัตว์ถูกทอดทิ้ง แต่แท้จริงแล้วแม่ของมันอาจออกไปหาอาหารหรือซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล วิธีสังเกตว่าลูกสัตว์กำพร้าจริงหรือไม่ สังเกตจากระยะไกล – ให้เฝ้าดูลูกสัตว์จากระยะห่างอย่างน้อย 30-50 เมตร เป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง หากแม่ไม่กลับมาภายในเวลาดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณว่าลูกสัตว์ถูกทอดทิ้ง ตรวจสอบร่างกาย – ลูกสัตว์ที่กำพร้ามักมีสภาพร่างกายผอมแห้ง สกปรก หรือมีแมลงวันตอม อาจส่งเสียงร้องต่อเนื่องเพราะหิวโหย พิจารณาสภาพแวดล้อม – หากพบลูกสัตว์ในบริเวณที่อันตราย เช่น ใกล้ถนน ในพื้นที่ก่อสร้าง หรือสถานที่ที่ไม่น่าจะเป็นรังตามธรรมชาติ มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจเป็นลูกสัตว์กำพร้า กรณีเฉพาะของสัตว์แต่ละชนิด ลูกแมว – แม่แมวจะไม่ทิ้งลูกนานเกิน 5-6 ชั่วโมง ลูกแมวที่มีอายุต่ำกว่า 8 สัปดาห์ที่อยู่คนเดียว มักเป็นสัญญาณของการถูกทอดทิ้ง ลูกสุนัข – แม่สุนัขจะอยู่กับลูกตลอดเวลาในช่วง 3 สัปดาห์แรก หากพบลูกสุนัขเล็กๆ อยู่ลำพัง [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
ปลั๊กไฟเป็นอุปกรณ์จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่หากใช้งานโดยขาดความระมัดระวัง อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตและทรัพย์สินได้ การเรียนรู้และตระหนักถึงความปลอดภัยจากปลั๊กไฟจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในบ้านควรทำความเข้าใจ 1. การตรวจสอบสภาพปลั๊กไฟอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบสภาพปลั๊กไฟเป็นประจำช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ สังเกตสิ่งผิดปกติต่อไปนี้: รอยแตก รอยร้าว หรือความเสียหายทางกายภาพของปลั๊ก สายไฟที่ชำรุด หรือมีการลอกหุ้มฉนวน รอยไหม้ หรือรอยดำคล้ำบริเวณปลั๊ก การเสื่อมสภาพของวัสดุ 2. การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกวิธี การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกต้องเป็นหลักประกันความปลอดภัย: หลีกเลี่ยงการต่อปลั๊กซ้อนกันหลายชั้น ไม่ใช้ปลั๊กไฟเกินพิกัดกำลังไฟฟ้าที่กำหนด ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน วางปลั๊กให้ห่างจากแหล่งความร้อนและน้ำ 3. การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร เพิ่มความปลอดภัยด้วยอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า: ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วในบ้าน ใช้ปลั๊กไฟที่มีระบบป้องกันไฟกระชาก เลือกใช้รางปลั๊กไฟที่มีระบบนิรภัย ติดตั้งระบบไฟฟ้าโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ 4. การดูแลและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้อง: ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านอย่างน้อยปีละครั้ง เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานนาน ทำความสะอาดปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีสัญญาณความผิดปกติ 5. การให้ความรู้และสร้างความตระหนักในครอบครัว สร้างความปลอดภัยผ่านความเข้าใจ: อบรมสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไฟฟ้า สอนวิธีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง วางแผนรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางไฟฟ้า จัดเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้านอกเขตการเข้าถึงของเด็กเล็ก สรุป ความปลอดภัยจากปลั๊กไฟเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในบ้านควรให้ความสนใจ การตรวจสอบ ดูแล และใช้งานอย่างระมัดระวังจะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ #ความปลอดภัยทางไฟฟ้า #เคล็ดลับป้องกันอันตรายจากปลั๊กไฟ #การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกวิธี #ระบบไฟฟ้าในบ้าน #การป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้า [...]

15/9/2566 • โดย Homeday
“เครื่องทำน้ำอุ่น” นับเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านชนิดหนึ่งที่หลายๆ คนต้องนึกถึงทุกครั้งที่อาบน้ำ แต่การใช้เครื่องทำน้ำอุ่นอย่างถูกวิธีนั้น ก็จัดได้ว่าเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ตามแอดมินมาดูกันครับ กับข้อควรระวัง! ใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นอย่างไร ให้ปลอดภัยหายห่วง 🔹ติดตั้งสายดินเมื่อถึงเวลาติดตั้งสิ่งที่ห้ามลืมเลยก็คือจำเป็นต้องต่อเครื่องทำน้ำอุ่นเข้ากับระบบสายดินภายในบ้าน เพื่อป้องกันไฟดูดครับ หากในบ้านไม่มีระบบสายดิน ให้ต่อสายดินเข้ากับจุดต่อภายในเครื่องทำน้ำอุ่น จากนั้นลากสายต่อลงดิน โดยใช้แท่งทองแดงทำเป็นหลักดินปักให้ลึกอย่างน้อย 1.5 เมตรครับ
