Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky
Homeday
Homeday AgentHomeday Agent
กำลังค้นหา:
คำค้น: สัตวแพทย์
12345678910

บทความ

พบ 109 บทความ

เรียงตาม:
วิธีดูแลแม่สัตว์เลี้ยงหลังคลอดทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีดูแลแม่สัตว์เลี้ยงหลังคลอดทำอย่างไร?

24/2/2568 • โดย Homeday

การดูแลแม่สัตว์เลี้ยงหลังคลอดเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะทั้งแม่และลูกสัตว์ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แข็งแรงและปลอดภัย บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลแม่สัตว์เลี้ยงหลังคลอดอย่างถูกต้องและเหมาะสม การเตรียมพื้นที่สำหรับแม่และลูกสัตว์ การจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก แม่สัตว์ต้องการพื้นที่สะอาด อบอุ่น และปลอดภัยสำหรับการพักฟื้นและดูแลลูก จัดเตรียมกล่องหรือตะกร้าที่มีขนาดเหมาะสม วางในมุมที่เงียบสงบ ห่างจากแสงแดดโดยตรง ใช้ผ้านุ่มหรือผ้าขนหนูสะอาดรองพื้น เปลี่ยนทุกวันหรือเมื่อเปียกชื้น อุณหภูมิห้องควรอยู่ที่ 25-27 องศาเซลเซียส ไม่มีลมโกรก แยกพื้นที่ให้ห่างจากสัตว์เลี้ยงตัวอื่น เพื่อป้องกันการรบกวน โภชนาการสำหรับแม่สัตว์หลังคลอด แม่สัตว์ต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ 2-3 เท่าเพื่อผลิตน้ำนมและฟื้นฟูร่างกาย อาหารสำหรับแม่สุนัข ให้อาหารคุณภาพสูงสำหรับสุนัขตั้งท้องและให้นม แบ่งมื้ออาหารเป็น 3-4 มื้อต่อวัน เสริมแคลเซียมตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ น้ำสะอาดต้องมีพร้อมตลอดเวลา อาหารสำหรับแม่แมว อาหารสำหรับแมวให้นมที่มีโปรตีนสูง อาหารเปียกผสมอาหารแห้ง เพิ่มความน่ากิน วิตามินรวมสำหรับแมวให้นม น้ำสะอาดวางใกล้พื้นที่พักผ่อน การดูแลสุขภาพและสังเกตอาการผิดปกติ การสังเกตอาการแม่สัตว์อย่างใกล้ชิดช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น อาการปกติหลังคลอด มีน้ำคาวปลาสีแดงอ่อนถึงน้ำตาล 2-3 สัปดาห์ เต้านมขยายและอุ่น กินอาหารและดื่มน้ำปกติ ดูแลลูกและให้นมสม่ำเสมอ อาการผิดปกติที่ต้องพบสัตวแพทย์ ไข้สูง ซึม ไม่กินอาหาร น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น สีเขียวหรือดำ เต้านมแดง ร้อน บวม แข็ง [...]

การดูแลขนสัตว์เลี้ยงในหน้าร้อนต้องทำอย่างไร?
ทั่วไป

การดูแลขนสัตว์เลี้ยงในหน้าร้อนต้องทำอย่างไร?

11/3/2568 • โดย Homeday

หน้าร้อนเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะเรื่องการดูแลขน การเตรียมพร้อมและเข้าใจวิธีการดูแลขนอย่างถูกต้องจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีและรู้สึกสบายตัวในอากาศร้อน ขนของสัตว์เลี้ยงทำหน้าที่สำคัญมากกว่าแค่ความสวยงาม มันช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกาย ปกป้องผิวหนัง และเป็นเกราะป้องกันสิ่งแวดล้อม แต่ละสายพันธุ์มีโครงสร้างขนที่แตกต่างกัน ประเภทของขนสัตว์เลี้ยง ขนชั้นเดียว: พบในสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ชิวาวา ขนสองชั้น: พบในสุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ขนสั้น: เหมาะสำหรับสภาพอากาศร้อน ขนยาว: ต้องได้รับการดูแลพิเศษในหน้าร้อน เทคนิคการดูแลขนในหน้าร้อน การหวีขน หวีขนสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง กำจัดขนตาย ใช้แปรงที่เหมาะสมกับประเภทขนของสัตว์เลี้ยง การหวีช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนัง การตัดขน ไม่ควรตัดขนสั้นเกินไป เพราะขนทำหน้าที่ป้องกันแสงแดด ปรึกษามืออาชีพในการตัดแต่งขนให้เหมาะสม ควรเว้นระยะห่างระหว่างการตัดขน การอาบน้ำ อาบน้ำด้วยแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ความถี่ขึ้นอยู่กับประเภทขนและกิจกรรม ล้างแชมพูออกให้หมดเพื่อป้องกันการระคายเคือง ปัญหาที่ต้องระวังในหน้าร้อน โรคผิวหนังจากความร้อน สังเกตผื่นแดง รอยคัน ใช้ครีมทาผิวสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง พยาธิผิวหนัง ตรวจสอบผิวหนังสม่ำเสมอ ใช้ยากันเห็บหมัดที่เหมาะสม ปรึกษาสัตวแพทย์หากพบความผิดปกติ เคล็ดลับเพิ่มเติม อาหารและโภชนาการ เพิ่มน้ำในอาหาร เลือกอาหารที่เหมาะสมกับอากาศร้อน ระวังโรคอ้วนจากการลดกิจกรรม สภาพแวดล้อม [...]

ทำไมสุนัขถึงกินหญ้า แล้วอันตรายไหม?
ทั่วไป

ทำไมสุนัขถึงกินหญ้า แล้วอันตรายไหม?

12/2/2568 • โดย Homeday

เจ้าของสุนัขหลายคนอาจเคยสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของสุนัขที่ชอบกินหญ้า บางคนอาจกังวลว่าเป็นอาการผิดปกติหรือไม่ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุที่สุนัขกินหญ้า และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมคำแนะนำสำหรับเจ้าของสุนัข สาเหตุที่สุนัขกินหญ้า 1. เป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติ สุนัขเป็นสัตว์ที่มีบรรพบุรุษเป็นสัตว์กินเนื้อ แต่ในธรรมชาติพวกมันก็มีพฤติกรรมการกินพืชด้วย การกินหญ้าเป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั้งในสุนัขบ้านและสุนัขป่า นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นวิวัฒนาการที่ช่วยให้สุนัขได้รับสารอาหารเพิ่มเติมและช่วยในระบบย่อยอาหาร 2. ต้องการเยื่อใยอาหาร ในบางครั้งสุนัขอาจกินหญ้าเพื่อเพิ่มเยื่อใยในระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะเมื่อได้รับอาหารที่มีเยื่อใยไม่เพียงพอ เยื่อใยช่วยในการย่อยอาหารและการขับถ่าย การกินหญ้าจึงเป็นวิธีตามธรรมชาติที่สุนัขใช้ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร 3. ระบบย่อยอาหารมีปัญหา สุนัขบางตัวอาจกินหญ้าเมื่อรู้สึกไม่สบายท้อง เพราะหญ้าช่วยกระตุ้นการอาเจียนและช่วยให้พวกมันรู้สึกดีขึ้น เป็นวิธีที่สุนัขใช้ระบายสิ่งที่ทำให้ไม่สบายท้องออกมา อันตรายที่อาจเกิดขึ้น 1. สารเคมีตกค้าง หญ้าในพื้นที่สาธารณะหรือสวนอาจมีการฉีดยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุนัขหากกินเข้าไป สารเคมีเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้ พิษ หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ 2. พยาธิและเชื้อโรค หญ้าอาจเป็นแหล่งสะสมของพยาธิและเชื้อโรคต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสัตว์อื่นๆ เดินผ่าน การกินหญ้าจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือพยาธิได้ 3. การอุดตันในระบบทางเดินอาหาร การกินหญ้าในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการอุดตันในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในสุนัขพันธุ์เล็ก หรือสุนัขที่มีปัญหาระบบย่อยอาหารอยู่แล้ว วิธีดูแลเมื่อสุนัขกินหญ้า 1. สังเกตพฤติกรรม ควรสังเกตความถี่และปริมาณการกินหญ้าของสุนัข หากพบว่ากินบ่อยผิดปกติหรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย ควรพาไปพบสัตวแพทย์ 2. ตรวจสอบอาหาร ประเมินคุณภาพและปริมาณอาหารที่ให้สุนัข อาจปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อปรับสูตรอาหารให้เหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องปริมาณเยื่อใย [...]

สัตว์เลี้ยงวัยชราต้องการการดูแลพิเศษอะไรบ้าง?
ทั่วไป

สัตว์เลี้ยงวัยชราต้องการการดูแลพิเศษอะไรบ้าง?

18/2/2568 • โดย Homeday

เมื่อสัตว์เลี้ยงของเราเข้าสู่วัยชรา พวกเขาต้องการการดูแลเป็นพิเศษมากขึ้น เช่นเดียวกับมนุษย์ที่มีอายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและพฤติกรรมจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลให้เหมาะสมกับช่วงวัยที่เปลี่ยนไป เมื่อไหร่ที่สัตว์เลี้ยงจะเข้าสู่วัยชรา? สุนัขและแมวจะเข้าสู่วัยชราในช่วงอายุที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปสุนัขพันธุ์เล็กจะมีอายุยืนกว่าพันธุ์ใหญ่ สำหรับสุนัขพันธุ์เล็กจะเริ่มเข้าสู่วัยชราเมื่ออายุประมาณ 10-12 ปี ในขณะที่สุนัขพันธุ์ใหญ่อาจเริ่มแสดงอาการของวัยชราตั้งแต่อายุ 6-8 ปี สำหรับแมว โดยทั่วไปจะเริ่มเข้าสู่วัยชราเมื่ออายุประมาณ 11 ปีขึ้นไป แต่แมวที่อาศัยอยู่ในบ้านและได้รับการดูแลอย่างดีอาจมีอายุยืนถึง 20 ปี การสังเกตพฤติกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจะช่วยให้เราทราบว่าสัตว์เลี้ยงของเรากำลังเข้าสู่วัยชรา การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่พบได้ในสัตว์เลี้ยงวัยชรา สัตว์เลี้ยงวัยชรามักจะมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่สังเกตได้ชัดเจน เช่น: ขนเปลี่ยนสี โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าจะเริ่มมีขนสีขาวมากขึ้น ผิวหนังบางลงและมีความยืดหยุ่นน้อยลง กล้ามเนื้อลีบลง ทำให้ดูผอมลงแม้จะกินอาหารปกติ การเคลื่อนไหวช้าลง อาจมีอาการข้อเสื่อม การมองเห็นและการได้ยินเริ่มถดถอย สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม อาหารและโภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยงวัยชรา อาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยงวัยชรา เนื่องจากระบบย่อยอาหารและการเผาผลาญที่เปลี่ยนไป ควรเลือกอาหารที่: มีโปรตีนคุณภาพสูงแต่ย่อยง่าย มีไขมันในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นครบถ้วน มีเส้นใยอาหารที่ช่วยในการย่อย มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงข้อและกระดูก ควรแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 3-4 มื้อ และให้น้ำสะอาดตลอดเวลา การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย แม้จะเข้าสู่วัยชรา การออกกำลังกายยังคงมีความสำคัญ แต่ต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย: ลดระยะเวลาและความหนักของการออกกำลังกาย เน้นการเดินเบาๆ [...]

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมทำอย่างไร?

12/3/2568 • โดย Homeday

การอยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง การเตรียมตัวอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพจะช่วยลดความเครียดและความเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้อย่างมาก การเตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐาน จัดทำชุดอพยพฉุกเฉินสำหรับสัตว์เลี้ยง การมีชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินที่พร้อมใช้งานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ประกอบด้วย: อาหารแห้งสำรอง 7-10 วัน น้ำดื่มสะอาด ยาประจำตัว สำเนาเอกสารการฉีดวัคซีน สายจูงและปลอกคอสำรอง กรงหรือตะกร้าขนส่ง การทำเครื่องหมายระบุตัวตน ติดป้ายชื่อและข้อมูลการติดต่อที่ปลอกคอ พร้อมเตรียมไมโครชิปสำหรับสุนัขและแมว เพื่อป้องกันการสูญหายในกรณีฉุกเฉิน การวางแผนอพยพ เส้นทางหนีภัยและจุดนัดพบ กำหนดเส้นทางอพยพล่วงหน้า ระบุสถานที่พักพิงที่ยอมรับสัตว์เลี้ยง จัดทำแผนติดต่อญาติหรือเพื่อนที่สามารถช่วยเหลือได้ การฝึกซ้อมอพยพ ฝึกฝนสัตว์เลี้ยงให้คุ้นเคยกับกรง การเคลื่อนย้าย และสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อลดความเครียดในวันที่ต้องอพยพจริง การปกป้องสัตว์เลี้ยงขณะน้ำท่วม การดูแลภายในบ้าน เตรียมพื้นที่ปลอดภัยชั้นบน จัดเตรียมที่นอนและอุปกรณ์ความสบาย สำรองอาหารและน้ำดื่มในปริมาณที่เพียงพอ การป้องกันอันตรายจากน้ำท่วม หลีกเลี่ยงการให้สัตว์เลี้ยงสัมผัสน้ำท่วม ระวังสารเคมีปนเปื้อนในน้ำ ตรวจสอบสุขภาพหลังน้ำลด การดูแลสุขภาพหลังน้ำท่วม การทำความสะอาดและตรวจสอบสุขภาพ อาบน้ำและทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงหลังน้ำลด ตรวจหาบาดแผลหรืออาการผิดปกติ พาสัตวแพทย์ตรวจสุขภาพหลังเกิดเหตุ การฟื้นฟูทางจิตใจ สัตว์เลี้ยงอาจเกิดความเครียดหลังเหตุการณ์ ให้ความรัก ความอบอุ่น และความมั่นคงทางอารมณ์ การเตรียมพร้อมสำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละประเภท สุนัข ฝึกให้คุ้นเคยกับกรงและการเคลื่อนย้าย เตรียมยาประจำตัวและวัคซีน จัดเตรียมของเล่นเพื่อลดความเครียด แมว เตรียมกรงที่มีความปลอดภัยและสบาย จัดเตรียมทรายแมวสำรอง [...]

วิธีป้อนยาสัตว์เลี้ยงอย่างไรให้ง่ายและปลอดภัย?
ทั่วไป

วิธีป้อนยาสัตว์เลี้ยงอย่างไรให้ง่ายและปลอดภัย?

10/3/2568 • โดย Homeday

การให้ยาแก่สัตว์เลี้ยงอาจเป็นงานที่ท้าทายสำหรับเจ้าของสัตว์ หลายคนประสบปัญหาการต่อต้านจากสัตว์เลี้ยงเมื่อต้องรับประทานยา แต่มีวิธีการที่สามารถทำให้กระบวนการนี้ง่ายขึ้นและปลอดภัยมากขึ้น เตรียมความพร้อมก่อนให้ยา อุปกรณ์ที่จำเป็น ยาที่ได้รับจากสัตวแพทย์ อาหารหรือขนมสำหรับรางวัล ภาชนะสำหรับให้น้ำ ผ้าเช็ดทำความสะอาด การเตรียมตัวสัตว์เลี้ยง เลือกเวลาที่สัตว์เลี้ยงสงบและผ่อนคลาย จัดเตรียมพื้นที่ที่ปลอดภัยและเงียบสงบ มีความใจเย็นและอดทน เทคนิคการป้อนยาสำหรับสุนัขและแมว วิธีป้อนยาเม็ด ซุกซ่อนยาในอาหารหรือขนม ใช้เครื่องมือป้อนยาเฉพาะ วางยาลึกเข้าไปในปากและปิดปากเบาๆ การป้อนยาน้ำหรือยาน้ำแขวน ใช้กระบอกฉีดยาที่ปลอดภัย ค่อยๆ ป้อนยาข้างแก้ม ให้สัตว์เลี้ยงกลืนช้าๆ ข้อควรระวังในการให้ยา ข้อสังเกตก่อนให้ยา ตรวจสอบขนาดยาให้ถูกต้อง อ่านคำแนะนำบนฉลากยาอย่างละเอียด สังเกตอาการแพ้ยาหลังให้ยา การป้องกันอันตราย สวมถุงมือหากจำเป็น มีผู้ช่วยในการควบคุมสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงการใช้กำลังบังคับ เทคนิคเสริมเพื่อความสำเร็จ การสร้างประสบการณ์ที่ดี ให้รางวัลหลังจากป้อนยา สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ กรณีพิเศษ ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีปัญหา เรียนรู้เทคนิคเฉพาะของสัตว์เลี้ยง มีความอดทนและความเข้าใจ สรุป การป้อนยาสัตว์เลี้ยงต้องอาศัยความใจเย็น ความเข้าใจ และเทคนิคที่เหมาะสม การฝึกฝนและความอดทนจะช่วยให้กระบวนการให้ยาเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย   #การดูแลสัตว์เลี้ยง #การให้ยาสัตว์เลี้ยง #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #เทคนิคการป้อนยา #สุนัขและแมว

วิธีเลี้ยงแมวเปอร์เซียให้ขนสวย?
ทั่วไป

วิธีเลี้ยงแมวเปอร์เซียให้ขนสวย?

14/3/2568 • โดย Homeday

แมวเปอร์เซียเป็นสายพันธุ์ที่โดดเด่นด้วยขนยาวหนานุ่ม รูปร่างกลมมน และใบหน้าแบน เป็นที่นิยมในหมู่คนรักแมวเนื่องจากความสวยงามและน่ารัก ขนของแมวเปอร์เซียเป็นเอกลักษณ์พิเศษที่ต้องการการดูแลอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คงความสวยงามและสุขภาพดี หลักการดูแลขนแมวเปอร์เซีย การหวีขนอย่างถูกวิธี การหวีขนเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลแมวเปอร์เซีย ควรหวีขนวันละ 2-3 ครั้ง ด้วยหวีแบบพิเศษสำหรับขนยาว โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้: ใช้หวีฟันห่างพิเศษสำหรับขนlåยโดยเฉพาะ เริ่มจากบริเวณท้อง รักแร้ และใต้คาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มักเกิดปมขน หวีอย่างนุ่มนวล ระมัดระวังไม่ดึงหรือทำให้แมวเจ็บ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีในแต่ละครั้ง อาหารเพื่อสุขภาพขน โภชนาการมีบทบาทสำคัญต่อความสวยงามของขนแมวเปอร์เซีย ควรเลือกอาหารที่มีคุณสมบัติ: มีโปรตีนสูง กรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพขน น้ำมันปลา น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงขน การอาบน้ำและทำความสะอาด แม้แมวเปอร์เซียสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ แต่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ: อาบน้ำทุก 4-6 สัปดาห์ ใช้แชมพูสำหรับแมวขนlåยโดยเฉพาะ เช็ดและเป่าขนให้แห้งอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบและทำความสะอาดหูและตาเป็นประจำ การป้องกันปัญหาขนหลุดร่วง ปัญหาขนหลุดร่วงเป็นเรื่องปกติของแมวเปอร์เซีย แต่สามารถควบคุมได้ด้วย: กำจัดเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพประจำปีกับสัตวแพทย์ ควบคุมความเครียดของแมว ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมบำรุงขน การจัดการสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมมีผลต่อสุขภาพขนของแมวเปอร์เซีย: จัดพื้นที่พักผ่อนสะอาดและสบาย [...]

วิธีป้องกันโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีป้องกันโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?

14/3/2568 • โดย Homeday

โรคอ้วนถือเป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงสำหรับสัตว์เลี้ยง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและอายุขัยอย่างมาก สถิติทางสัตวแพทย์ชี้ให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกินมีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ มากกว่าสัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักปกติ ปัจจัยที่ทำให้สัตว์เลี้ยงอ้วน พันธุกรรมและสายพันธุ์ สายพันธุ์บางชนิดมีแนวโน้มอ้วนได้ง่าย เช่น บีเกิ้ล พุดเดิ้ล และสก๊อตทิช โฟลด์ ซึ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การให้อาหาร การให้อาหารเกินความจำเป็นเป็นสาเหตุหลักของโรคอ้วน รวมถึงการให้ขนมและของว่างมากเกินไป การขาดการออกกำลังกาย กิจกรรมทางกายที่ไม่เพียงพอทำให้สะสมพลังงานส่วนเกิน และนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก การป้องกันโรคอ้วนอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมปริมาณอาหาร คำนวณปริมาณอาหารตามน้ำหนักและอายุ แบ่งมื้ออาหารวันละ 2-3 มื้อ หลีกเลี่ยงการให้อาหารระหว่างมื้อ เลือกอาหารที่เหมาะสม เลือกอาหารที่มีคุณภาพและมีสารอาหารครบถ้วน คำนึงถึงอายุ ระดับกิจกรรม และสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย สุนัข เดินเล่นวันละ 30-60 นาที เล่นเกมส์และกิจกรรมกระตุ้นการเคลื่อนไหว ปรับระยะเวลาและความหนักตามวัยและสุขภาพ แมว กระตุ้นการเล่นด้วยของเล่นที่เคลื่อนไหว ใช้ต้นไม้นวยนาดหรือที่ลับเล็บ จัดพื้นที่ให้วิ่งและกระโดด การตรวจสอบน้ำหนัก วิธีประเมินน้ำหนักที่บ้าน คลำซี่โครงและกระดูกสันหลัง สังเกตเส้นเอวที่ชัดเจน ประเมินระดับไขมันใต้ผิวหนัง ความถี่ในการชั่งน้ำหนัก สุนัขและแมวโตเต็มวัย: ทุก 2-3 เดือน สัตว์เลี้ยงอายุน้อย: ทุกเดือน [...]

ทำไมสุนัขพันธุ์ใหญ่จำเป็นต้องออกกำลังกายทุกวัน และควรออกกำลังกายอย่างไรให้เหมาะสม?
ทั่วไป

ทำไมสุนัขพันธุ์ใหญ่จำเป็นต้องออกกำลังกายทุกวัน และควรออกกำลังกายอย่างไรให้เหมาะสม?

21/2/2568 • โดย Homeday

การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุนัขทุกพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ต้องการการเคลื่อนไหวและกิจกรรมทางกายมากกว่าสุนัขพันธุ์เล็ก บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ ทำไมสุนัขพันธุ์ใหญ่ต้องออกกำลังกายทุกวัน? สุนัขพันธุ์ใหญ่มีความต้องการพลังงานและการเคลื่อนไหวสูงตามธรรมชาติ การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยในด้านต่างๆ ดังนี้: สุขภาพร่างกาย: ช่วยควบคุมน้ำหนักและป้องกันโรคอ้วน เสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกให้แข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัว ช่วยระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี สุขภาพจิตใจ: ลดความเครียดและความวิตกกังวล ป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าว สร้างความมั่นใจ กระตุ้นการเรียนรู้และพัฒนาการทางสังคม ประเภทของการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ การเดินและวิ่ง: เริ่มต้นด้วยการเดินวันละ 30-45 นาที แบ่งเป็น 2-3 ครั้งต่อวันหากจำเป็น เพิ่มความเร็วและระยะทางตามความแข็งแรง หลีกเลี่ยงการวิ่งบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน การว่ายน้ำ: เป็นการออกกำลังกายแบบ low-impact เหมาะสำหรับสุนัขที่มีปัญหาข้อต่อ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบด้าน ควรเริ่มต้นในน้ำตื้นและมีการดูแลอย่างใกล้ชิด การเล่นเกมและกิจกรรม: เล่นขว้างและรับของเล่น เล่นชักเย่อด้วยเชือก ฝึกวิ่งตามคำสั่ง การเล่นซ่อนหาของรางวัล ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย สภาพอากาศ: หลีกเลี่ยงช่วงอากาศร้อนจัด ให้น้ำดื่มเพียงพอ สังเกตอาการเหนื่อยล้า เตรียมร่มเงาสำหรับพัก การเริ่มต้น: เริ่มจากเบาไปหนัก เพิ่มความเข้มข้นทีละน้อย สังเกตการตอบสนอง ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีข้อสงสัย อุปกรณ์และความปลอดภัย: ใช้สายจูงที่แข็งแรง สวมปลอกคอที่พอดี เลือกพื้นที่ปลอดภัย มีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน การวางแผนการออกกำลังกาย [...]

วิธีป้องกันโรคข้อเสื่อมในสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีป้องกันโรคข้อเสื่อมในสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?

14/3/2568 • โดย Homeday

โรคข้อเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีอายุมากขึ้น เป็นภาวะที่กระดูกอ่อนในข้อต่อเริ่มสึกหรอและทำลายลง ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดและจำกัดการเคลื่อนไหว ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นโรคข้อเสื่อม พันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อโรคข้อเสื่อม เช่น สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเดนรีทรีฟเวอร์ เยอรมันเชพเพิร์ด แมวพันธุ์เปอร์เซีย บริติช ช็อตแฮร์ น้ำหนักเกิน สัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกินจะสร้างแรงกดทับบนข้อต่อมากขึ้น ทำให้กระดูกอ่อนสึกหรอเร็วขึ้น อายุ เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น กระบวนการเสื่อมของข้อต่อจะเกิดเร็วและรุนแรงมากขึ้น วิธีป้องกันโรคข้อเสื่อม 1. การควบคุมน้ำหนัก คำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสม เลือกอาหารที่มีคุณภาพและสารอาหารครบถ้วน หลีกเลี่ยงการให้ขนมระหว่างมื้ออาหารมากเกินไป 2. การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ปรับระดับการออกกำลังกายตามวัยและสภาพร่างกาย เดินหรือวิ่งเล่นอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักเกินไป 3. โภชนาการเพื่อสุขภาพข้อต่อ สารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงข้อต่อ: กลูโคซามีน คอนดรอยตินซัลเฟต กรดไขมันโอเมก้า 3 แคลเซียม 4. การตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจร่างกายกับสัตวแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตรวจเลือดและเอ็กซเรย์เพื่อติดตามสุขภาพข้อต่อ 5. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จัดพื้นที่นอนนุ่มสบาย วางเบาะรองนอนในพื้นที่อบอุ่ม หลีกเลี่ยงพื้นผิวลื่นหรือขรุขระ 6. การดูแลเสริม นวดกล้ามเนื้อและข้อต่อเบาๆ ใช้อุปกรณ์พยุงข้อต่อสำหรับสัตว์สูงวัย [...]

เปิดรั้วปี ๖๘ หลักสูตรใหม่สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ป้อนบุคลากรคุณภาพพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยุคใหม่
ข่าวสาร

เปิดรั้วปี ๖๘ หลักสูตรใหม่สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ป้อนบุคลากรคุณภาพพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยุคใหม่

1/9/2568 • โดย Homeday

เปิดรั้วเป็นครั้งแรกต้อนรับปีการศึกษา ๒๕๖๘ สำหรับ คณะวิทยาศาสตร์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โชว์หลักสูตรนวัตกรรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ สามารถสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ตามปรัชญาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ “เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต” และในปีการศึกษาล่าสุดนี้ได้เปิด ๒ หลักสูตรใหม่ วิศวกรรมชีวการแพทย์ และ เทคโนโลยีอาหารทางการแพทย์และสุขภาพ เติมเต็มบุคลากรออกสู่ตลาดแรงงานด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยครั้งนี้ ได้เปิดให้เยี่ยมชมห้องการเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ณ อาคารวิจัยและการเรียนรู้ เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๘: ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการแนะนำหลักสูตรใหม่สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ นำโดย รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.จตุพร กระจายศรี รักษาการคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ได้กล่าวถึงภาพรวมของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันการศึกษาที่มีพันธกิจสำคัญในด้านการวิจัย สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ การสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสังคม โดยส่งเสริมและสนับสนุนการทำวิจัยของบุคลากรในประเด็นที่มุ่งแก้ไขปัญหาสุขภาพต่างๆ มุ่งสร้างความเป็นเลิศด้านการวิจัยและนวัตกรรมเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน สืบสานพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน [...]

ชุดปฐมพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยงควรมีอะไรบ้าง?
ทั่วไป

ชุดปฐมพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยงควรมีอะไรบ้าง?

20/2/2568 • โดย Homeday

การต้องออกจากบ้านและทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ตามลำพังเป็นสถานการณ์ที่หลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงาน ท่องเที่ยว หรือธุระต่างๆ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดการและเตรียมความพร้อมเพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณปลอดภัยและมีความสุขแม้จะอยู่บ้านเพียงลำพัง ความสำคัญของชุดปฐมพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยง ชุดปฐมพยาบาลเป็นอุปกรณ์จำเป็นที่ช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงในยามฉุกเฉินก่อนพาไปพบสัตวแพทย์ได้ การมีชุดปฐมพยาบาลพร้อมใช้งานจะช่วยลดความรุนแรงของอาการบาดเจ็บและอาจช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงได้ในบางกรณี อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมีในชุดปฐมพยาบาล 1. อุปกรณ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ น้ำเกลือล้างแผล เบตาดีน แอลกอฮอล์ 70% สำลีก้อน สำลีก้านพันแผล ผ้าก๊อซปราศจากเชื้อ เทปกาวทางการแพทย์ 2. อุปกรณ์พันแผลและป้องกันการติดเชื้อ ผ้าพันแผลยืดหยุ่น ผ้าพันแผลธรรมดา ถุงมือยางปราศจากเชื้อ กรรไกรปลายมน คีมคีบปราศจากเชื้อ 3. อุปกรณ์วัดและตรวจสอบ ปรอทวัดไข้สำหรับสัตว์เลี้ยง ไฟฉาย แว่นขยาย การดูแลและเก็บรักษาชุดปฐมพยาบาล จัดเก็บในที่แห้ง อุณหภูมิห้อง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง ตรวจสอบวันหมดอายุของยาและอุปกรณ์ทุก 6 เดือน เปลี่ยนอุปกรณ์ที่หมดอายุหรือเสื่อมสภาพทันที จัดเก็บในกล่องที่มิดชิด ป้องกันฝุ่นและความชื้น การใช้งานชุดปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธี กรณีบาดแผลทั่วไป ใส่ถุงมือยางก่อนทำการรักษา ทำความสะอาดบริเวณบาดแผลด้วยน้ำเกลือ เช็ดให้แห้งด้วยผ้าก๊อซสะอาด ทาเบตาดีนรอบๆ แผล ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซปราศจากเชื้อ พันด้วยผ้าพันแผลให้แน่นพอดี กรณีฉุกเฉินที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์ บาดแผลลึก มีเลือดออกมาก กระดูกหัก ได้รับสารพิษ [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday AgentHomeday Agent