
15/10/2568 • โดย Homeday
บริษัท ลิฟ-24 จำกัด ผู้นำด้านโซลูชันเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยและเสริมประสิทธิภาพธุรกิจ นำโดย คุณนิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจาก ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณกรกนก เฟื่องฟุ้ง ประธานผู้บริหาร Service Fulfillment และ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมทีมงาน เพื่อร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนแนวทางการนำเทคโนโลยี AI และ IoT มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาคารสำนักงานสู่แนวคิด “Well-being Building” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ใช้อาคาร ทั้งด้านความปลอดภัย ความเป็นอยู่ที่ดี และความยั่งยืน (Security, Safety & Well-being) ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทยได้เข้าเยี่ยมชม ศูนย์บัญชาการกลาง (Command Centre) ของลิฟ-24 ซึ่งเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการความปลอดภัยอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI และระบบ IoT สามารถติดตาม วิเคราะห์ และแจ้งเตือนเหตุการณ์ได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผสานระหว่างเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลอาคารยุคดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การหารือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างสององค์กรที่มีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันแนวคิดอาคารอัจฉริยะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้งาน พร้อมวางแนวทางต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการนำร่อง [...]

15/7/2568 • โดย Homeday
เบเยอร์เดินเกมรุกตลาดกลางปีแบบไม่มีแผ่ว เปิดตัวแคมเปญ “ละครคูลนะเธอ” ซีรีส์คอมเมดี้ออนไลน์สุดสนุก ที่สอดแทรกเรื่องบ้านและไลฟ์สไตล์แบบเบาๆ พร้อมแนะนำพระเอกตัวจริงของงานนี้ อย่าง BegerCool 2in1 – สีทาภายนอกและภายใน ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ ที่มาพร้อมคุณสมบัติ เย็นขึ้น ทนกว่า ลดเวลาทำงานถึง 2 เท่า! ด้วยเทคโนโลยีลดขั้นตอนการทาสี จบงานไว ประหยัดแรง ประหยัดเวลา ทั้งยังช่วยสะท้อนความร้อนได้จริง แรงไม่หยุด! Beger AI ก็ลงสนาม เบเยอร์ยังดันแพลตฟอร์มอัจฉริยะ Beger AI ผ่านช่องทาง Line: @begerclub เข้ามาช่วยเสริมทัพให้คู่ค้าทั้งร้านค้า ช่าง และผู้รับเหมา ด้วยเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยแนะนำสินค้าได้แม่นยำ วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และเพิ่มโอกาสการขายให้เห็นผลจริง จัดเต็มโปรโมชั่นคูลๆ รับกลางปี ผ่าน Beger AI โดย ลูกค้าทั่วไป รับส่วนลดสูงสุด 200 บาทต่อถัง ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วม รับสิทธิ์ ราคาพิเศษ พร้อมระบบสนับสนุนการขายจาก Beger AI [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อคอนโดมิเนียมถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญสำหรับหลายคน แต่คำถามที่มักพบบ่อยคือ “ควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?” การตัดสินใจเรื่องเงินดาวน์ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนทางการเงินที่ส่งผลต่อภาระผ่อนในระยะยาวอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการคำนวณเงินดาวน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการพื้นฐานในการคำนวณเงินดาวน์คอนโด เงินดาวน์คือจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้กับผู้ขายหรือโครงการล่วงหน้าก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปแล้ว โครงการคอนโดมิเนียมมักกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 10-20% ของราคาขาย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่นั้น ไม่ควรดูเพียงแค่เงื่อนไขขั้นต่ำที่โครงการกำหนดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมีข้อดีหลายประการ ประการแรกคือ สามารถลดยอดเงินกู้และภาระการผ่อนรายเดือน ทำให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากขึ้น ประการที่สองคือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากคอนโดราคา 3 ล้านบาท การวางดาวน์ 10% (3 แสนบาท) เทียบกับ 20% (6 แสนบาท) อาจทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญากู้ต่างกันนับแสนบาท อย่างไรก็ตาม การวางเงินดาวน์มากเกินไปอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเสมอไป เนื่องจากอาจทำให้เงินสดสำรองที่มีไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือรับมือกับเหตุฉุกเฉินลดลง นอกจากนี้ ในบางกรณีการนำเงินไปลงทุนในช่องทางอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น การหาจุดสมดุลระหว่างการวางเงินดาวน์กับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ การคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมนั้น ควรวิเคราะห์จากสถานะทางการเงินส่วนบุคคล ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้: วิเคราะห์สถานะทางการเงินปัจจุบัน: เริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตรวจสอบว่ามีเงินออมเท่าไหร่ มีภาระหนี้อื่นๆ หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายประจำเท่าไหร่ การเข้าใจกระแสเงินสดส่วนบุคคลจะช่วยให้ประเมินได้ว่าสามารถจัดสรรเงินดาวน์ได้มากน้อยเพียงใด ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ: [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
การทำธุรกิจโฮมสเตย์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจและการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การเลือกซื้อบ้านเพื่อทำโฮมสเตย์จึงเป็นการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ แต่การเลือกซื้อบ้านที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและถูกต้องตามกฎหมาย ทำความเข้าใจกฎหมายและข้อบังคับสำหรับโฮมสเตย์ การทำธุรกิจโฮมสเตย์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เริ่มตั้งแต่การจดทะเบียนธุรกิจ การขออนุญาตประกอบกิจการ และการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับด้านการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีแนวทางที่ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการโฮมสเตย์ โดยมีข้อกำหนดหลักที่ควรทราบ อาทิ การขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ การจัดทำเอกสารที่ถูกต้อง และการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย ขั้นตอนการจดทะเบียนโฮมสเตย์ ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของพื้นที่และอาคาร ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการจากหน่วยงานท้องถิ่น จดทะเบียนพาณิชย์ ขอใบรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เอกสารสิทธิ์การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ แบบแปลนอาคาร เอกสารการตรวจสอบความปลอดภัย การเลือกทำเลที่เหมาะสมสำหรับโฮมสเตย์ ทำเลเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อบ้านเพื่อทำโฮมสเตย์ ควรพิจารณาองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้ ปัจจัยด้านทำเลที่ตั้ง ความใกล้แหล่งท่องเที่ยว การคมนาคมที่สะดวก ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ความปลอดภัยของพื้นที่ ภูมิทัศน์และบรรยากาศโดยรอบ การประเมินศักยภาพของทำเล สำรวจจำนวนนักท่องเที่ยวในพื้นที่ วิเคราะห์คู่แข่งในบริเวณใกล้เคียง ตรวจสอบแนวโน้มการเติบโตของการท่องเที่ยว ประเมินความต้องการที่พักในพื้นที่ การออกแบบและปรับปรุงอาคารเพื่อโฮมสเตย์ การออกแบบบ้านมีความสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจโฮมสเตย์ โดยต้องคำนึงถึงความสวยงาม ความปลอดภัย และความสะดวกสบายของผู้เข้าพัก องค์ประกอบการออกแบบที่สำคัญ พื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสม ระบบรักษาความปลอดภัย การออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พื้นที่สำหรับถ่ายภาพและทำกิจกรรม ระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน มาตรฐานความปลอดภัย ติดตั้งกล้องวงจรปิด [...]

21/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกแบบบ้านที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการสร้างที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต แต่ละครอบครัวมีความต้องการและไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน การออกแบบบ้านที่ดีจึงต้องคำนึงถึงรายละเอียดเฉพาะตัวอย่างรอบคอบ 1. สำรวจไลฟ์สไตล์และความต้องการส่วนตัว การเริ่มต้นเลือกแบบบ้านที่ดีที่สุดคือการทำความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง พิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้ การทำงาน: ต้องมีพื้นที่ทำงานหรือห้องนั่งเล่นที่เอื้อต่อการพักผ่อนและติดต่อสื่อสาร งานอดิเรก: คำนึงถึงพื้นที่สำหรับกิจกรรมพิเศษที่ชื่นชอบ เช่น มุมอ่านหนังสือ พื้นที่งานฝีมือ หรือห้องสำหรับเล่นดนตรี การใช้ชีวิตประจำวัน: วิเคราะห์กิจวัตรประจำวันเพื่อออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่คล่องตัว 2. วิเคราะห์ขนาดและองค์ประกอบของครอบครัว ขนาดและโครงสร้างครอบครัวมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเลือกแบบบ้าน ครอบครัวเดี่ยว: เน้นพื้นที่กระทัดรัด คล่องตัว และใช้งานอเนกประสงค์ ครอบครัวขยาย: ต้องคำนึงถึงพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ใช้ร่วมกัน การขยายครอบครัวในอนาคต: ออกแบบบ้านที่สามารถปรับเปลี่ยนและขยายได้ 3. พิจารณางบประมาณและต้นทุนการดูแลรักษา การเลือกแบบบ้านต้องคำนึงถึงงบประมาณทั้งระยะสั้นและระยะยาว งบประมาณการก่อสร้าง: เลือกแบบที่สมดุลระหว่างความต้องการและความคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายประจำเดือน: คำนวณค่าสาธารณูปโภค ค่าดูแลรักษา และค่าซ่อมบำรุง การประหยัดพลังงาน: เลือกแบบบ้านที่ออกแบบเพื่อประสิทธิภาพด้านพลังงาน 4. ทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อม ทำเลที่ตั้งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การเดินทาง: ระยะทางจากบ้านไปยังสถานที่สำคัญ เช่น ที่ทำงาน โรงเรียน และสาธารณูปโภค สภาพแวดล้อมโดยรอบ: ความปลอดภัย แหล่งชุมชน และระบบนิเวศ แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่: การเติบโตของย่านที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน [...]

15/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อคอนโดที่อยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตที่ดี บทความนี้จะแนะนำวิธีการเลือกซื้อคอนโดใกล้ห้างสรรพสินค้าอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้ที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกและความคุ้มค่า ทำไมต้องเลือกคอนโดใกล้ห้างสรรพสินค้า การอยู่อาศัยใกล้ห้างสรรพสินค้าไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวก แต่ยังเป็นการลงทุนที่ฉลาดอีกด้วย พื้นที่ใกล้ห้างสรรพสินค้ามักมีระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน การคมนาคมสะดวก และมีมูลค่าทรัพย์สินที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ปัจจัยสำคัญในการเลือกคอนโดใกล้ห้างสรรพสินค้า ระยะทางและการเข้าถึง: ควรเลือกคอนโดที่สามารถเดินหรือใช้เวลาเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าไม่เกิน 15-20 นาที เพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ระบบคมนาคม: ตรวจสอบความพร้อมของระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถประจำทาง หรือทางเชื่อมที่สามารถเข้าถึงห้างสรรพสินค้าได้โดยง่าย สภาพแวดล้อมโดยรอบ: พิจารณาแหล่งชุมชน ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง การประเมินมูลค่าและศักยภาพการลงทุน การเลือกคอนโดใกล้ห้างสรรพสินค้าไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวก แต่ยังเป็นการลงทุนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ นักลงทุนและผู้ซื้อควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้ การวิเคราะห์มูลค่าทรัพย์สิน แนวโน้มการเติบโตของพื้นที่: ศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขยายตัวของชุมชนโดยรอบ มูลค่าตลาดและราคาขาย: เปรียบเทียบราคาคอนโดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อประเมินความคุ้มค่า ศักยภาพการเพิ่มมูลค่าในอนาคต: พิจารณาโครงการพัฒนาใหม่ๆ ที่อาจส่งผลต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ เทคนิคการเลือกซื้อคอนโดใกล้ห้างสรรพสินค้า การสำรวจและตรวจสอบก่อนตัดสินใจ สำรวจพื้นที่ด้วยตนเอง: เดินสำรวจบริเวณโดยรอบคอนโดและห้างสรรพสินค้าในช่วงเวลาต่างๆ ตรวจสอบสาธารณูปโภค: ประเมินความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวก วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายรวม: คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงค่าส่วนกลาง [...]

29/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต การวิเคราะห์ความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างแม่นยำจะช่วยให้คุณค้นพบพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ บทความนี้จะแนะนำวิธีการวิเคราะห์ที่อยู่อาศัยอย่างครอบคลุมและเป็นระบบ การประเมินความต้องการส่วนตัว การเริ่มต้นวิเคราะห์ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมต้องเริ่มจากตัวคุณเอง การทำความเข้าใจกับรูปแบบการใช้ชีวิตเป็นจุดแรกที่สำคัญที่สุด พิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ ขนาดครอบครัว: จำนวนสมาชิกในครอบครัวมีผลโดยตรงต่อขนาดและจำนวนห้องที่ต้องการ ครอบครัวเล็กอาจเลือกคอนโดหรือทาวน์โฮม ในขณะที่ครอบครัวใหญ่อาจต้องการบ้านเดี่ยวหรือบ้านแฝด อาชีพและรูปแบบการทำงาน: การทำงานจากบ้านในปัจจุบันทำให้ความต้องการพื้นที่ทำงานภายในบ้านเพิ่มมากขึ้น ต้องคำนึงถึงห้องทำงานหรือพื้นที่ Work Space ที่เหมาะสม งบประมาณ: กำหนดงบประมาณที่ชัดเจนและสอดคล้องกับรายได้ โดยทั่วไปแนะนำให้ค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัยไม่เกิน 30-35% ของรายได้ต่อเดือน การวิเคราะห์ทำเลและสภาพแวดล้อม ทำเลที่ตั้งมีความสำคัญไม่แพ้การออกแบบภายในบ้าน การเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ: การคมนาคม: ระยะทางจากที่อยู่อาศัยไปยังสถานที่ทำงาน สถานศึกษา และสถานที่สำคัญ ความสะดวกในการเดินทางเป็นปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึง สาธารณูปโภค: ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต รวมถึงความปลอดภัยของพื้นที่ สิ่งอำนวยความสะดวก: ความใกล้ชิดกับห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สวนสาธารณะ ร้านอาหาร และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เทคโนโลยีช่วยในการวิเคราะห์ ปัจจุบันเทคโนโลยีมีส่วนช่วยในการวิเคราะห์ที่อยู่อาศัยอย่างมาก: แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์: เว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ให้ข้อมูลโครงการ ราคา และรายละเอียดพื้นที่ ข้อมูลจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS): วิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่ เส้นทาง [...]

13/1/2569 • โดย Homeday
ในยุคที่ Smart Tech ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน การใช้งาน AI, IoT, Cloud และระบบอัตโนมัติไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจปรับตัวได้รวดเร็วและแข่งขันได้ในตลาดโลก จากข้อมูลของ SmartDev (2025) ระบุว่า กว่า 78% ขององค์กรทั่วโลกได้นำ AI มาใช้อย่างน้อยหนึ่งฟังก์ชัน และเกือบ 90% ขององค์กรให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ digital-first แม้การใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่หลายองค์กรยังเผชิญความท้าทายด้านการบริหารจัดการระบบและข้อมูลที่แยกอยู่ในหลายแพลตฟอร์ม ส่งผลให้การประสานงาน การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และการวิเคราะห์ข้อมูลยังไม่เต็มประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ธุรกิจขนาดเล็กจำนวนไม่น้อย ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและความพร้อมในการลงทุนด้านเทคโนโลยี นางสาวนิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิฟ-24 จำกัด เปิดเผยว่า LIV-24 พัฒนา Smart Tech Ecosystem เพื่อให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างครบวงจร ลูกค้าสามารถเลือกใช้โซลูชันได้ตามความต้องการและงบประมาณของธุรกิจ พร้อมจุดแข็งที่สามารถช่วยรวมศูนย์ระบบและข้อมูลไว้ในจุดเดียว โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล ตั้งแต่การตรวจสอบ วิเคราะห์ จัดทำรายงานผล ให้คำแนะนำ รวมถึงระบบแจ้งเตือนเหตุแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน [...]
