Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 94 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: มาตรการรัฐ
12345678
สคส. ผนึกกำลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้า 3 มาตรการเข้ม ปิดช่องโหว่ข้อมูลส่วนบุคคล ต้านภัยมิจฉาชีพทั่วประเทศ!
ข่าวสาร

สคส. ผนึกกำลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้า 3 มาตรการเข้ม ปิดช่องโหว่ข้อมูลส่วนบุคคล ต้านภัยมิจฉาชีพทั่วประเทศ!

3/3/2568 • โดย Homeday

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค กรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นำทีมผู้บริหาร สคส. เข้าพบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าสร้างเกราะป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น ประกาศความพร้อมบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ ปิดประตูช่องทางการซื้อขายข้อมูลโดยมิชอบ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าข้อมูลสำคัญของพวกเขาจะได้รับการปกป้องอย่างสูงสุด พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า “การยกระดับบูรณาการในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างจริงจัง เราให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อขจัดปัญหาการซื้อขายข้อมูลโดยมิชอบที่เป็นต้นเหตุของอาชญากรรมไซเบอร์ นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นสร้างมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลภายในองค์กรตำรวจ และขยายองค์ความรู้สู่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันและตระหนักถึงสิทธิของตนเอง ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนต้องได้รับการปกป้องอย่างสูงสุด และจะไม่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับมิจฉาชีพอีกต่อไป” พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวต่อว่า การยกระดับการบูรณาการในครั้งนี้มุ่งเน้น 3 เป้าหมายสำคัญเพื่อปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมทางข้อมูล ได้แก่ 1. เปิดเกมบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด ปิดตลาดมืดซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เร่งปราบปรามเครือข่ายซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมไซเบอร์ รองรับมติคณะรัฐมนตรีที่ปรับปรุง พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบเป็นความผิดอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังด้วยระบบ PDPC Eagle [...]

ธอส. ยืนยันพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ
ข่าวสาร

ธอส. ยืนยันพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ

6/9/2567 • โดย Homeday

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าในพื้นที่ภาคเหนือที่ประสบอุทกภัย ผ่าน 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2567 โดยธนาคารได้ติดต่อลูกค้าในพื้นที่ประสบอุทกภัยผ่านทุกช่องทางของธนาคาร ผลปรากฏว่ามีลูกค้าทยอยยื่นขอสินไหมเร่งด่วนแล้ว กว่า 400 ราย คิดเป็นวงเงินประมาณการค

ธอส. มอบถุงยังชีพ บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
ข่าวสาร

ธอส. มอบถุงยังชีพ บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

26/8/2567 • โดย Homeday

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ชุด ให้ผู้ประสบอุทกภัย ณ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมให้คำปรึกษาแนวทางช่วยเหลือผ่าน 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2567นายกมล

บุหรี่เถื่อนออนไลน์ระบาดหนัก! สมาคมการค้ายาสูบไทย ชง 2 มาตรการเด็ดสกัดพัสดุเถื่อน
ข่าวสาร

บุหรี่เถื่อนออนไลน์ระบาดหนัก! สมาคมการค้ายาสูบไทย ชง 2 มาตรการเด็ดสกัดพัสดุเถื่อน

10/4/2568 • โดย Homeday

สมาคมการค้ายาสูบไทย ชี้บุหรี่เถื่อนใน กทม และปริมณฑลพุ่งสูงเพราะสั่งออนไลน์ส่งพัสดุถึงบ้าน ปลื้มกรมสรรพสามิตสกัดบุหรี่เถื่อนออนไลน์ วอนรัฐเร่งปิดกั้นช่องทางออนไลน์และกำชับบริษัทขนส่งพัสดุทำงานเชิงรุก แบล็คลิสต์ผู้ส่ง สุ่มตรวจจุดคัดแยกพัสดุก่อนกระจายเข้าหัวเมืองใหญ่ จากกรณีกรมสรรพสามิตลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน 2 บริษัทขนส่งเพื่อการตรวจสอบ ยึด และอายัดสินค้าผิดกฎหมาย ตัดวงจรสินค้าเถื่อน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุหรี่และสุรา ซึ่งพบเป็นสินค้าที่ถูกนำส่งผ่านพัสดุที่มีเจตนาหลบเลี่ยงภาษีสรรพสามิตบ่อยที่สุด นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่า “บุหรี่เป็นสินค้าควบคุม ห้ามขายออนไลน์ แต่พบบุหรี่หนีภาษีและบุหรี่ปลอมขายจำนวนมากบนสื่อโซเชียล เช่น X (Twitter), Facebook และเว็บไซต์ ในช่วง ก.ค. – ธ.ค. 2566 พบการสนทนาเกี่ยวกับบุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้น 181% ทำให้เยาวชนเข้าถึงง่ายขึ้น เป็นการละเมิดพ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ที่ห้ามขายและโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ตามบทกฎหมายแล้วการซื้อขายบุหรี่เถื่อนมีความผิด หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วย แล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ” “สมาคมฯ ได้รับทราบข้อมูลจากกรมสรรพสามิตว่าการตรวจค้นศูนย์ไปรษณีย์วังน้อย ศรีราชา และหลักสี่ ที่เป็นศูนย์คัดแยกพัสดุก่อนที่จะส่งเข้าสู่กรุงเทพฯ พบบุหรี่เถื่อนที่ถูกบรรจุกล่องส่งมายังปลายทางให้ลูกค้า ระบุชื่อผู้รับในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล โดยต้นทางของกล่องพัสดุเหล่านั้นมาจากจังหวัดทางภาคใต้ เช่น สตูล สงขลา พัทลุง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความชุกของบุหรี่เถื่อนสูงที่สุดในประเทศ [...]

TikTok เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ สนับสนุนผู้ปกครองสร้างพฤติกรรมการใช้ดิจิทัลอย่างสมดุลในครอบครัว
ข่าวสาร

TikTok เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ สนับสนุนผู้ปกครองสร้างพฤติกรรมการใช้ดิจิทัลอย่างสมดุลในครอบครัว

13/3/2568 • โดย Homeday

ฟีเจอร์ใหม่ใน Family Pairing ช่วยให้ผู้ปกครองมีเครื่องมือเพิ่มเติมสำหรับกำหนดขอบเขตการใช้งาน TikTok ของเยาวชนได้ละเอียดยิ่งขึ้น อาทิ จำกัดหรือเลือกช่วงเวลาใช้งาน หรือปรับแต่งเงื่อนไขการใช้ตามความต้องการเฉพาะของแต่ละครอบครัว เพิ่มฟีเจอร์เสียงเพลงและการทำสมาธิแจ้งเตือนให้พักผ่อนสำหรับผู้ใช้กลุ่มเยาวชนที่ใช้ TikTok หลัง 22:00 น. STEM Feed หรือ ฟีดเนื้อหาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์บน TikTok ที่เปิดให้บริการแล้วในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และมีเยาวชนหลายล้านคนเข้ามาเรียนรู้ทุกสัปดาห์ ในทุก ๆ วันนี้ กลุ่มผู้ใช้เยาวชนทั่วโลกเข้ามายัง TikTok เพื่อแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ พูดคุยร่วมกับเพื่อน ๆ และเรียนรู้สิ่งใหม่ เราจึงพัฒนามาตรการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งที่สุดและตั้งเป็นค่าเริ่มต้นให้กับบัญชีของพวกเขา เพื่อให้มั่นใจว่าทุก ๆ คนจะได้รับประสบการณ์ที่ดี พร้อมสร้างความสบายใจให้กับผู้ปกครองควบคู่ไปด้วย ตัวอย่างความสำเร็จจาก #LearnOnTikTok ที่จุดประกายให้เยาวชนหันมาสนใจเรื่องรอบตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธรณีวิทยาหรือโบราณคดี นับตั้งแต่เปิดตัวฟีด STEM ที่รวบรวมคลิปสนุก ๆ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์ พบว่ามีเยาวชนหลายล้านคนเข้ามาชมทุกสัปดาห์ และวันนี้ TikTok เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ [...]

ผอ.ใหญ่ ดีป้า แนะไทยเดินหน้าหาตลาดใหม่ เตรียมการรับมือมาตรการภาษีทรัมป์
ข่าวสาร

ผอ.ใหญ่ ดีป้า แนะไทยเดินหน้าหาตลาดใหม่ เตรียมการรับมือมาตรการภาษีทรัมป์

16/4/2568 • โดย Homeday

ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ชี้มาตรการภาษีทรัมป์เป็นการโยนหินถามทางเพื่อสังเกตท่าทีของคู่ค้าสหรัฐฯ แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ไทย คาดมาตรการดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลทันที แนะไทยเร่งหาตลาดใหม่ทดแทน และสร้างช่องทางการส่งออกให้กับผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย เพื่อสร้างรายได้จากการส่งออกและโอกาสทางธุรกิจ อีกทั้งเป็นการกระจายเม็ดเงินสู่ระดับฐานราก ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า การที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) โดยเรียกเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% สำหรับสินค้าทุกประเภทจากทุกประเทศ ส่วนประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 36% จากเดิมที่มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมานั้นถือเป็นการโยนหินถามทางเพื่อสังเกตท่าทีของคู่ค้าสหรัฐฯ แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ของประเทศ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลอย่างทันท่วงที ซึ่งสอดคล้องกับการประกาศล่าสุดกับการลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากคู่ค้าส่วนใหญ่ลงเหลือ 10% เป็นเวลา 90 วัน เพื่อเปิดทางให้เกิดการเจรจาการค้า โดยมีผลบังคับใช้ทันที ยกเว้นสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สหรัฐฯ ปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเป็น 125%  ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ประเทศไทยจะต้องเตรียมการในด้านต่าง [...]

โนเบิลฯ ระดมทีมผู้บริหาร นิติบุคคล ผู้รับเหมา จัดประชุมเปิด Roadmap มาตรการตรวจสอบ และฟื้นฟูโครงการ
ข่าวสาร

โนเบิลฯ ระดมทีมผู้บริหาร นิติบุคคล ผู้รับเหมา จัดประชุมเปิด Roadmap มาตรการตรวจสอบ และฟื้นฟูโครงการ

4/4/2568 • โดย Homeday

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา โนเบิลฯ นำโดยคุณธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม และคุณศิระ อุดล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  บริษัทโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารทุกโครงการ จัดประชุมร่วมกับนิติบุคคลอาคารชุด รวมทั้งเชิญบริษัทผู้รับเหมาหลักที่ดำเนินการก่อสร้างอาคาร จนถึงผู้รับเหมารายย่อย เปิด Roadmap มาตรการการตรวจสอบและฟื้นฟูอาคาร รวมถึงการให้คำแนะนำและความช่วยเหลือแก่นิติบุคคลในการตรวจสอบความเสียหายส่วนกลาง และห้องชุดพักอาศัยของลูกบ้าน โดยเปิด noble ID Application เพื่อความรวดเร็วในการอำนวยความสะดวกลูกบ้านและนิติบุคคล ในการแจ้งบันทึกความเสียหายห้องชุด โดยในครั้งนี้ โนเบิลฯ ได้แนะนำและจัดหาผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบอาคารสูงโดยการใช้โดรนสำหรับบินตรวจสอบทำบันทึกความเสียหายในบริเวณที่ยากแก่การเข้าถึง เพื่อให้การตรวจสอบความเสียหายเป็นไปอย่างครบถ้วนสำหรับนิติบุคคลในการส่งเคลมประกัน พร้อมกันนี้ โนเบิลฯ ยังได้เชิญผู้รับเหมาหลัก ตลอดจนผู้รับเหมารายย่อยเข้าร่วมประชุม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นิติบุคคลในการติดต่อผู้รับเหมา เพื่อให้การประสานงานซ่อมแซมอาคารทั้งส่วนกลางและห้องชุดของลูกบ้านเป็นไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งดูแล  ให้ทุกกระบวนการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี Roadmap 5 ขั้นตอนหลักดังนี้ นิติบุคคลตรวจสอบโครงการเบื้องต้นมีความปลอดภัยและสามารถให้เข้าใช้อาคารได้ โนเบิลและผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบรายละเอียดร่วมกันเพื่อออกใบรับรองความปลอดภัย โนเบิลช่วยให้คำแนะนำแก่นิติบุคคล เพื่อจัดหาผู้รับเหมาเข้าซ่อมแซมความเสียหายบริเวณส่วนกลาง โนเบิลร่วมกับนิติบุคคลประกาศให้ใช้ Application “noble ID“ เพื่อบันทึกความเสียหายของห้องชุดสำหรับการเคลมประกัน โนเบิลร่วมกับนิติบุคคลช่วยให้คำแนะนำแก่เจ้าของร่วม [...]

ทีทีบี ฟินทิป ชวนมารู้จัก “Easy e-Receipt 2.0” ให้มากขึ้น ให้คุณวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนอย่างคุ้มค่า
ข่าวสาร

ทีทีบี ฟินทิป ชวนมารู้จัก “Easy e-Receipt 2.0” ให้มากขึ้น ให้คุณวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนอย่างคุ้มค่า

17/2/2568 • โดย Homeday

มารู้จัก! โครงการช้อปลดหย่อนภาษี “Easy e-Receipt 2.0” ปี 2568 ให้มากขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาล ซึ่งขยายผลจาก “Easy e-Receipt” ของปี 2567ยิ่งซื้อมากก็ยิ่งได้ลดหย่อนมากที่โดนใจสายช้อปปิ้ง และเป็นหนึ่งในตัวช่วยของคนที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงต้นปี 2569 fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ จะพาไปรู้จักโครงการและเงื่อนไข พร้อมแนะนำวิธีใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้มค่า  โครงการ Easy e-Receipt 2.0 เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการซื้อสินค้าและบริการตามเงื่อนไขที่ได้จ่ายจริงสูงสุด 50,000 บาท มาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งหลักฐานที่ใช้ต้องเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt)  ของกรมสรรพากรเท่านั้น   เงื่อนไขการช้อปลดหย่อนภาษีปี 2568 มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ดังนี้ ค่าใช้จ่ายในร้านค้าทั่วไป ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือจากผู้มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ค่าใช้จ่ายในวิสาหกิจชุมชนหรือร้านค้าOTOP ซื้อสินค้าหรือบริการที่หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท ในกรณีที่ใช้จ่ายตามเงื่อนไข ดังนี้ ซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ Easy e-Receipt 2.0 มีอะไรบ้าง อะไรใช้ลดหย่อนได้ สินค้าและบริการทั่วไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงค่าซื้อหนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสารทั้งแบบเล่มและอีบุ๊ก ซึ่งซื้อจากร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ ผ่านระบบ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ของกรมสรรพากรเท่านั้น หากเป็นร้านค้าอื่น ๆ [...]

กทม. สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังป้องกันบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าโรงเรียนในสังกัด
ข่าวสาร

กทม. สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังป้องกันบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าโรงเรียนในสังกัด

18/3/2568 • โดย Homeday

นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการป้องกันการเข้าถึงและการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนสังกัด กทม. ว่า สนศ. ได้ขอความร่วมมือโรงเรียนในสังกัดทั้ง 437 โรงเรียน ดำเนินการตามประกาศ กทม. เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กัญชา กัญชง กระท่อม บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอบายมุขของโรงเรียนในสังกัด กทม. ลงวันที่ 31 พ.ค. 67 โดยป้องกันเฝ้าระวังควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียน ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนในสังกัด ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงวันที่ 10 มี.ค. 68 เรื่องมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มของนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้และการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันพิษภัยและโทษของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งต่อสุขภาพร่างกายและโทษทางอาญา โดยบูรณาการความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าในหลักสูตรการเรียนการสอนรายวิชาต่าง ๆ อาทิ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา สังคมศึกษา และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งวีดิทัศน์ อินโฟกราฟิก ข่าวสารกรณีศึกษา และกิจกรรม Workshop พร้องทั้งส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในวันงดสูบบุหรี่โลก หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน การฝึกอบรมเกี่ยวกับการปฏิเสธสิ่งเสพติดผ่านโครงการเพื่อนช่วยเพื่อนของชมรม To Be Number One ในโรงเรียน [...]

รู้จักโมเดล “แปด สาม หนึ่ง” แผนแก้ฝุ่นและการส่งลมหายใจสะอาดให้กับคนไทยอย่างเป็นระบบจาก สกสว. อีกระดับของการใช้พลังวิทย์และวิจัยเพื่อประเทศไทยมีอากาศที่ดี
ข่าวสาร

รู้จักโมเดล “แปด สาม หนึ่ง” แผนแก้ฝุ่นและการส่งลมหายใจสะอาดให้กับคนไทยอย่างเป็นระบบจาก สกสว. อีกระดับของการใช้พลังวิทย์และวิจัยเพื่อประเทศไทยมีอากาศที่ดี

4/3/2568 • โดย Homeday

ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย และถือเป็นวิกฤตเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และมะเร็งปอด หรือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และคุณภาพอากาศในเมืองใหญ่ แม้ภาครัฐจะออกมาตรการรับมือมาหลายปี แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่การควบคุมฝุ่นในระยะสั้น แต่รวมถึงการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ทั้งในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การขนส่ง และพฤติกรรมของประชาชน จากวิกฤตที่คนไทยในหลายภาคส่วน จึงนำมาสู่ โมเดล 8-3-1: กรอบการทำงานเพื่อจัดการฝุ่นอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่พัฒนาขึ้นเพื่อจัดการปัญหาฝุ่นอย่างเป็นระบบ ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน นอกจากนี้ ยังมีการสร้างระบบฐานข้อมูลที่ครอบคลุมช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำขึ้นและสนับสนุนการทำงานร่วมกัน แบ่งกระบวนการแก้ปัญหาออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ ระยะป้องกัน (8 เดือน) : ลดแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น ควบคุมการเผาในที่โล่ง สนับสนุนพลังงานสะอาด และบังคับใช้มาตรการลดมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมและขนส่ง ระยะเผชิญเหตุ (3 เดือน) : รับมือช่วงฝุ่นสูง เช่น การแจ้งเตือนล่วงหน้า การประกาศเขตควบคุม และแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชน ระยะฟื้นฟู (1 เดือน) : [...]

เปลี่ยนอาคารให้เป็นเครื่องกรองอากาศของเมือง! ม.ธรรมศาสตร์ แนะ 3 เทคนิคทางสถาปัตย์ จัดสร้างอาคารอย่างไรให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5
ข่าวสาร

เปลี่ยนอาคารให้เป็นเครื่องกรองอากาศของเมือง! ม.ธรรมศาสตร์ แนะ 3 เทคนิคทางสถาปัตย์ จัดสร้างอาคารอย่างไรให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5

27/2/2568 • โดย Homeday

เปลี่ยนอาคารให้เป็นเครื่องกรองอากาศของเมือง! ม.ธรรมศาสตร์ แนะ 3 เทคนิคทางสถาปัตย์ จัดสร้างอาคารอย่างไรให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 พร้อมพาดูต้นแบบสถาปัตยกรรม ช่วยสู้วิกฤตและปิดแก็ปมลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM 2.5 เป็นวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพกายและใจของประชาชน โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแหล่งกำเนิดมลพิษมากมาย ขณะที่มาตรการควบคุมฝุ่น เช่น การลดการใช้รถยนต์หรือการควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมอาจต้องใช้เวลาและการปรับตัวในระยะยาว ซึ่งยังไม่ทันกับการแก้ปัญหาและลดข้อกังวลให้กับทุกภาคส่วนได้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะสถาบันที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน จะพาไปเจาะลึกแนวทางที่ช่วยสร้างเกราะคุ้มฝุ่นและสร้างความมั่นใจการดำเนินชีวิตในระยะยาวได้ โดยเป็นมุมมองเชิงสถาปัตยกรรม “โครงสร้างอาคารอัจฉริยะ” จาก ผศ. ดร.จิฐิพร วงศ์วัชรไพบูลย์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ม.ธรรมศาสตร์ ที่จะมากระตุ้นและกระตุกแนวคิดการออกแบบทางสถาปัตย์ในไทยให้ดีและรักษ์โลกกว่าที่เคย สถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบโครงสร้างที่ดีมีบทบาทสำคัญในการช่วยกรองฝุ่นละออง ผศ. ดร.จิฐิพร กล่าวว่า การออกแบบอาคารที่สามารถช่วยบรรเทาผลกระทบจากฝุ่นเป็นแนวทางสำคัญที่สถาปนิกและวิศวกรควรให้ความสำคัญ และหนึ่งในหลักการเชิงโครงสร้างที่ช่วยลดปริมาณฝุ่นในอากาศคือการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในอาคาร โดยพบว่าไอน้ำในอากาศในปริมาณที่สูงจะช่วยลดการลอยตัวของฝุ่นละออง และอุณหภูมิที่ต่ำลงเล็กน้อยจะช่วยให้ฝุ่นตกตะกอนได้เร็วขึ้น ดังนั้น การออกแบบที่สามารถรักษาสมดุลของอุณหภูมิและความชื้นจะเป็นปัจจัยที่ช่วยลดฝุ่นละอองภายในอาคารได้ การออกแบบฟาซาด (Façade) หรือเปลือกอาคารเป็นเกราะแรกที่ช่วยกรองฝุ่นละอองและลดการกระจายของมลพิษทางอากาศได้ ซึ่งฟาซาดที่โปร่งและสามารถระบายอากาศได้ดีจะช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นสะสมในพื้นที่อาคารมากเกินไป นอกจากนี้ ฟาซาดอาคารแบบกรองฝุ่น (Breathable Facade) ใช้ผนังที่มีโครงสร้างโปร่งและวัสดุกรองฝุ่นเพื่อดักจับฝุ่นละอองก่อนเข้าสู่ภายใน  เช่น การใช้วัสดุกรองอากาศแบบละเอียด หรือการติดตั้งแผงกั้นฝุ่นที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดปริมาณฝุ่นที่เข้าสู่พื้นที่ภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน “การออกแบบระบบกรองอากาศอาคาร [...]

“บล็อกเอจ : Block Edge’s” เปิดตัวโทเคนคาร์บอนเครดิตรายแรกในไทย ดึงเทคโนโลยีสร้างมาตรฐานใหม่ให้การชดเชยคาร์บอนทำได้แบบ Real-time
ข่าวสาร

“บล็อกเอจ : Block Edge’s” เปิดตัวโทเคนคาร์บอนเครดิตรายแรกในไทย ดึงเทคโนโลยีสร้างมาตรฐานใหม่ให้การชดเชยคาร์บอนทำได้แบบ Real-time

3/4/2568 • โดย Homeday

ตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปัจจุบันการชดเชยคาร์บอนในประเทศไทยยังอยู่ในระดับภาคสมัครใจ แต่ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิตกลับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18-31% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความต้องการที่สูงขึ้นและแนวโน้มของตลาดที่มีทิศทางขาขึ้น “บล็อกเอจ : Block Edge’s” จับมือผู้เชี่ยวชาญพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิตให้โปร่งใส ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งจะช่วยให้การชดเชยคาร์บอนทำได้ทันทีมีสภาวะเป็นกลางทางคาร์บอนแบบ Real-time ได้เป็นครั้งแรก  แรงกดดันจากภาษีคาร์บอนของยุโรปจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดไทย นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บล็อกเอจ จำกัด กล่าวว่า  ตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยกำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ด้วยนวัตกรรมจาก บริษัท บล็อกเอจ จำกัด ซึ่งบริษัทได้ประกาศความสำเร็จในการเป็นรายแรกของประเทศไทยที่ยื่นจดลิขสิทธิ์ Smart Contract เพื่อทำ Tokenization คาร์บอนเครดิต แม้ว่าปัจจุบันการชดเชยคาร์บอนในประเทศไทยยังอยู่ในระดับภาคสมัครใจ แต่ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิตกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ย 18-31% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดคาร์บอนเครดิตไทยขยายตัวคือการที่สหภาพยุโรปเตรียมบังคับใช้มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 มาตรการนี้จะสร้างแรงกดดันให้ผู้ส่งออกไทยต้องทำการชดเชยคาร์บอนมากขึ้น เพื่อลดภาระด้านภาษีเมื่อส่งสินค้าไปยังตลาดยุโรป  “บล็อกเอจและโทเคนคาร์บอนเครดิต จะเปลี่ยนแนวทางที่ธุรกิจไทยบริหารจัดการคาร์บอนทำให้การลดโลกร้อนเป็นทั้งความรับผิดชอบ [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok
Homeday Tiktok
Origin Pattaya