Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky
Banner TOA
Homeday FB
กำลังค้นหา:
คำค้น: พิษในสัตว์เลี้ยง
1234567

บทความ

พบ 76 บทความ

เรียงตาม:
ทำความสะอาดที่นอนสัตว์เลี้ยงบ่อยแค่ไหน?
ทั่วไป

ทำความสะอาดที่นอนสัตว์เลี้ยงบ่อยแค่ไหน?

2/3/2568 • โดย Homeday

การดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดีไม่ได้มีเพียงแค่การให้อาหารที่มีคุณภาพหรือพาไปหาหมอตามกำหนดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลรักษาความสะอาดของสภาพแวดล้อมที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ด้วย โดยเฉพาะที่นอนซึ่งเป็นพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงใช้เวลาพักผ่อนมากที่สุด หลายคนอาจสงสัยว่าควรทำความสะอาดที่นอนสัตว์เลี้ยงบ่อยแค่ไหน บทความนี้จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับความถี่ในการทำความสะอาดที่นอนสัตว์เลี้ยง วิธีการทำความสะอาดที่ถูกต้อง และประโยชน์ของการรักษาความสะอาดที่นอนสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ทำไมต้องทำความสะอาดที่นอนสัตว์เลี้ยง? ที่นอนสัตว์เลี้ยงเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขน เซลล์ผิวหนังที่หลุดลอก น้ำลาย ฝุ่นละออง และแบคทีเรีย หากปล่อยให้สิ่งเหล่านี้สะสมเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งกับสัตว์เลี้ยงและเจ้าของได้ สำหรับสัตว์เลี้ยง การนอนบนที่นอนที่ไม่สะอาดเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดปัญหาผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคผิวหนังติดเชื้อ หรือการระคายเคืองผิวหนัง นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อปรสิตต่างๆ เช่น หมัด เห็บ และไร ซึ่งสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ที่นอนสัตว์เลี้ยงที่ไม่สะอาดอาจเป็นแหล่งสะสมของสารก่อภูมิแพ้ เช่น ขนสัตว์ รังแค และสารคัดหลั่งต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ หรือกระตุ้นอาการโรคภูมิแพ้ที่มีอยู่แล้ว เช่น โรคหอบหืด หรือโรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง การทำความสะอาดที่นอนสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพเหล่านี้ และช่วยให้บ้านของคุณมีกลิ่นสดชื่น สะอาด และน่าอยู่มากขึ้น ความถี่ในการทำความสะอาดที่นอนสัตว์เลี้ยง ความถี่ในการทำความสะอาดที่นอนสัตว์เลี้ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของสัตว์เลี้ยง พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง ชนิดของที่นอน และสภาพแวดล้อมในบ้าน โดยทั่วไปแล้ว สามารถแบ่งการทำความสะอาดออกเป็นการทำความสะอาดประจำวัน การทำความสะอาดประจำสัปดาห์ และการทำความสะอาดประจำเดือน การทำความสะอาดประจำวัน [...]

สาเหตุของโรคหืดในแมว รักษาได้อย่างไร?
ทั่วไป

สาเหตุของโรคหืดในแมว รักษาได้อย่างไร?

12/3/2568 • โดย Homeday

โรคหืดในแมวเป็นภาวะการหายใจผิดปกติที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงประเภทแมว ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ทำให้แมวมีอาการหายใจลำบาก หอบถี่ และมีเสียงหวีดขณะหายใจ นักวิทยาศาสตร์การสัตวแพทย์เปรียบเทียบโรคนี้คล้ายกับโรคหอบหืดในมนุษย์ โดยมีสาเหตุและกลไกการเกิดโรคที่ซับซ้อน สาเหตุหลักของโรคหืดในแมว ปัจจัยทางพันธุกรรม แมวบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหืด โดยเฉพาะแมวพันธุ์สั้น เช่น แมวเปอร์เซีย และแมวเอ็กโซติก ซึ่งมีโครงสร้างทางเดินหายใจที่แตกต่างจากแมวทั่วไป ทำให้มีโอกาสเกิดการอักเสบได้ง่าย มลภาวะและสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมรอบตัวแมวเป็นสาเหตุสำคัญที่กระตุ้นโรคหืด ได้แก่: ฝุ่นละอองในบ้าน ควันบุหรี่ สเปรย์ทำความสะอาด เกสรดอกไม้ ขนสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ภูมิแพ้และระบบภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกันของแมวที่ทำงานผิดปกติเป็นสาเหตุสำคัญ โดยร่างกายจะตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้เกินควร ส่งผลให้เกิดการอักเสบของหลอดลมและเยื่อบุทางเดินหายใจ การวินิจฉัยโรคหืดในแมว อาการทางคลินิก แมวที่เป็นโรคหืดจะแสดงอาการดังนี้: หายใจมีเสียงหวีดหรือวี๊ด หอบถี่และหายใจลำบาก ไอเรื้อรัง ลดการเคลื่อนไหวและกิจกรรม ขนหงิก ไม่มีประกาย การตรวจวินิจฉัย สัตวแพทย์จะใช้วิธีการตรวจวินิจฉัยหลายขั้นตอน ประกอบด้วย: การตรวจร่างกายทั่วไป เอกซเรย์ทรวงอก การตรวจเลือด การตรวจสมรรถภาพปอด การตรวจอัลตราซาวด์ แนวทางการรักษาโรคหืดในแมว การรักษาด้วยยา การรักษาหลักประกอบด้วยยาประเภทต่างๆ: ยาขยายหลอดลม ยาต้านการอักเสบ ยาลดภูมิแพ้ ยาพ่นสเตียรอยด์เฉพาะที่ การดูแลที่บ้าน เจ้าของสามารถช่วยบรรเทาอาการโดย: ควบคุมสิ่งแวดล้อมให้สะอาด [...]

วิธีจัดการความก้าวร้าวในสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีจัดการความก้าวร้าวในสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?

18/2/2568 • โดย Homeday

ความก้าวร้าวในสัตว์เลี้ยงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก บทความนี้จะแนะนำวิธีจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่อให้ทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงมีความสุขในการอยู่ร่วมกัน เข้าใจสาเหตุของความก้าวร้าว ความก้าวร้าวในสัตว์เลี้ยงไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ สัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย ถูกคุกคาม หรือมีความต้องการบางอย่างที่ไม่ได้รับการตอบสนอง สาเหตุหลักของความก้าวร้าวมีดังนี้ ความกลัวและความวิตกกังวล สัตว์เลี้ยงที่มีประสบการณ์ที่ไม่ดีในอดีต การขาดการเข้าสังคมในช่วงวัยเด็ก สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยหรือน่ากลัว การป้องกันอาณาเขตและทรัพยากร การปกป้องอาหาร ของเล่น หรือที่นอน การแย่งชิงความสนใจจากเจ้าของ การปกป้องพื้นที่ส่วนตัว ปัญหาสุขภาพ ความเจ็บปวดจากโรคหรือการบาดเจ็บ ฮอร์โมนที่ไม่สมดุล ความผิดปกติทางระบบประสาท สังเกตสัญญาณเตือนก่อนเกิดความก้าวร้าว การเรียนรู้ที่จะอ่านภาษากายของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ สัตว์เลี้ยงมักจะส่งสัญญาณเตือนก่อนแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว: สุนัข: เห่าหรือคำรามต่อเนื่อง ขนฟู หูตั้ง หางชี้ตรง จ้องตาแน่วนิ่ง แสดงฟันหรือขบฟัน ท่าทางแข็งเกร็ง แมว: หางกระดิกแรง หูแบนราบกับศีรษะ ขนฟู หลังโก่ง เสียงขู่หรือฟ่อ ม่านตาขยาย วิธีจัดการความก้าวร้าวอย่างถูกต้อง การประเมินสถานการณ์ ระบุสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดความก้าวร้าว สังเกตรูปแบบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ จดบันทึกเวลาและสถานการณ์ที่เกิดพฤติกรรม การจัดการสภาพแวดล้อม สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง แยกสัตว์เลี้ยงจากสิ่งกระตุ้น จัดระเบียบพื้นที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม การฝึกพฤติกรรมที่เหมาะสม ใช้การเสริมแรงทางบวก ฝึกคำสั่งพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ สร้างประสบการณ์ที่ดีในสถานการณ์ต่างๆ การป้องกันและแก้ไขในระยะยาว [...]

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคลมชัก?
ทั่วไป

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคลมชัก?

13/3/2568 • โดย Homeday

โรคลมชักเป็นปัญหาทางระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงหลายชนิด โดยเฉพาะสุนัขและแมว การเข้าใจและเรียนรู้วิธีจัดการโรคนี้จะช่วยให้เจ้าของสัตว์สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย สาเหตุของโรคลมชัก สาเหตุของโรคลมชักในสัตว์เลี้ยงมีหลากหลาย ประกอบด้วย: พันธุกรรม: บางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมชัก ความผิดปกติทางสมอง: เนื้องอก การบาดเจ็บ หรือความผิดปกติแต่กำเนิด ปัจจัยภายนอก: การติดเชื้อ พิษจากสารเคมี หรือความเครียด โรคทางระบบประสาท: เช่น โรคสมองอักเสบ หรือโรคติดต่อทางประสาท อาการของโรคลมชัก การสังเกตอาการเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคลมชัก อาการที่พบบ่อย ได้แก่: กระตุกของร่างกาย หมดสติชั่วคราว อาการสับสน ไหลตัวไปข้างหนึ่ง เคลื่อนไหวผิดปกติ มีอาการก้าวร้าว การวินิจฉัยและการรักษา การตรวจวินิจฉัย แพทย์สัตวแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยโดย: ซักประวัติสุขภาพโดยละเอียด ตรวจร่างกายอย่างครอบคลุม ตรวจเลือด เอกซเรย์สมอง ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง แนวทางการรักษา การรักษาโรคลมชักมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง: ยากันชัก การผ่าตัด การรักษาด้วยยาสมุนไพร การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต การดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคลมชัก การดูแลประจำวัน ให้ยาตามคำแนะนำแพทย์สัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด สังเกตอาการเปลี่ยนแปลง จัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ลดความเครียด ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การปฐมพยาบาลขณะชัก เมื่อสัตว์เลี้ยงเกิดอาการชัก [...]

“พาร์ค สีลม” เปิดโซน Pet Friendly จุดกระแสชุมชนคนรักสัตว์ใจกลางเมือง
ข่าวสาร

“พาร์ค สีลม” เปิดโซน Pet Friendly จุดกระแสชุมชนคนรักสัตว์ใจกลางเมือง

5/3/2568 • โดย Homeday

พาร์ค สีลม โครงการมิกซ์ยูสระดับพรีเมียมใจกลางย่านธุรกิจ เปิดโซน Pet Friendly อย่างเป็นทางการ เสนอแนวคิด “Pet-Friendly Landmark” ที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์คนเมืองเข้ากับพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง นับเป็นการลงทุนที่สะท้อนเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ที่ใส่ใจคุณภาพชีวิตของทั้งผู้คนและสัตว์เลี้ยง พร้อมเตรียมจัด “City Tail Trail” งานเพื่อชุมชนคนรักสัตว์เลี้ยง ระหว่างวันที่ 14-16 มีนาคมนี้ ลงทุนเพื่ออนาคต: พื้นที่มิกซ์ยูสที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง พาร์ค สีลม ได้รับการออกแบบให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานและเจ้าของสัตว์เลี้ยง โครงการนี้ประกอบด้วยอาคารสำนักงานระดับเกรด A ร้านค้าปลีก และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ “สวนสิวะดล” ซึ่งครอบคลุมกว่า 1 ไร่ เปิดให้ทั้งเจ้าของสัตว์เลี้ยงและบุคคลทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นที่หายากในใจกลางเมือง โครงการยังติดตั้งเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) รวมถึงระบบกรองอากาศคุณภาพสูง ที่ช่วยกรองฝุ่น และมลพิษในอากาศ สร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยพื้นที่ยังออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบรับเทรนด์อสังหาฯ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและ Well-Being ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในระดับสากล สีลมยุคใหม่: จุดหมายของคนรักสัตว์เลี้ยง จากการเติบโตของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ในเมือง พาร์ค สีลม มองเห็นโอกาสในการสร้างสังคมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น [...]

โปรตีนชนิดไหนดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง?
ทั่วไป

โปรตีนชนิดไหนดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง?

1/3/2568 • โดย Homeday

โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับสัตว์เลี้ยง แต่หลายคนอาจสับสนว่าควรเลือกโปรตีนแบบไหนให้สัตว์เลี้ยงของตน บทความนี้จะสรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับโปรตีนสำหรับสัตว์เลี้ยงและวิธีเลือกให้เหมาะสม เหตุใดโปรตีนจึงสำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยง? โปรตีนมีความสำคัญต่อสัตว์เลี้ยงหลายประการ: สร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ: โปรตีนเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างกล้ามเนื้อ ผิวหนัง ขน และอวัยวะต่างๆ สร้างฮอร์โมนและเอนไซม์: ระบบร่างกายต้องใช้โปรตีนในการสร้างฮอร์โมนและเอนไซม์ที่จำเป็น ระบบภูมิคุ้มกัน: แอนติบอดีที่ปกป้องร่างกายสร้างมาจากโปรตีน สมดุลของเหลวในร่างกาย: โปรตีนช่วยควบคุมสมดุลของของเหลวในเซลล์และเนื้อเยื่อ การขาดโปรตีนทำให้สัตว์เลี้ยงมีปัญหาเช่น การเจริญเติบโตช้า ขนร่วง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และภูมิคุ้มกันบกพร่อง ในขณะที่การได้รับโปรตีนมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อไตในสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาไตอยู่แล้ว โปรตีนจากสัตว์ vs โปรตีนจากพืช โปรตีนสำหรับสัตว์เลี้ยงแบ่งเป็นสองประเภทหลักๆ: โปรตีนจากสัตว์ มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับความต้องการของสัตว์เลี้ยง ย่อยง่ายกว่า เนื่องจากระบบทางเดินอาหารของสัตว์เลี้ยงพัฒนามาเพื่อย่อยเนื้อสัตว์ มีรสชาติที่ดึงดูดความสนใจ โดยเฉพาะในแมวซึ่งชอบรสชาติของเนื้อสัตว์ แหล่งโปรตีนจากสัตว์ที่ดี ได้แก่: เนื้อกล้ามเนื้อ (ไก่ วัว แกะ) เครื่องในสัตว์ (ตับ หัวใจ) ไข่ ปลาและอาหารทะเล เนื้อสัตว์ป่น (เช่น เนื้อไก่ป่น) โปรตีนจากพืช มักขาดกรดอะมิโนบางชนิด โดยเฉพาะทอรีนซึ่งจำเป็นสำหรับแมว ย่อยได้ยากกว่า โดยเฉพาะในแมวซึ่งเป็นสัตว์กินเนื้อแท้ อาจมีสารต้านโภชนาการ ที่ขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร แหล่งโปรตีนจากพืชที่พบในอาหารสัตว์เลี้ยง: [...]

สัญญาณที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงรักเรามีอะไรบ้าง?
ทั่วไป

สัญญาณที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงรักเรามีอะไรบ้าง?

11/3/2568 • โดย Homeday

เมื่อเรามีสัตว์เลี้ยงในชีวิต เราล้วนอยากรู้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรต่อเรา การสื่อสารของสัตว์เลี้ยงมีความหมายและซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิด การเข้าใจภาษากายและพฤติกรรมของพวกเขาจะช่วยให้เราสัมผัสถึงความรักที่แท้จริง สัญญาณความรักจากสุนัข การส่งสายตาหวานๆ สุนัขที่มีความรู้สึกดีต่อเจ้าของจะมีการสบตาอย่างนุ่มนวล โดยดวงตาจะดูอ่อนโยนและไม่ดุดัน การสบตาแบบนี้เกิดจากการหลั่งฮอร์โมนออกซีโทซินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความรัก ทำให้ทั้งสุนัขและเจ้าของรู้สึกผูกพันกัน การส่งเสียงครวญคราง เสียงครวญคราวเบาๆ หรือเสียงหอนเบาในยามที่เจอเจ้าของเป็นสัญญาณบอกความรู้สึกที่ดี สุนัขพยายามสื่อสารถึงความดีใจและความรู้สึกอบอุ่นที่มีต่อเจ้าของ การพาดตัวและการกอด สุนัขที่ชอบพาดตัวหรือแนบตัวกับเจ้าของแสดงถึงความต้องการความใกล้ชิด การกอดหรือซบตัวนี้เป็นวิธีการแสดงความรู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจ สัญญาณความรักจากแมว การโบกหางตั้งขึ้น แมวที่โบกหางตั้งขึ้นเวลาเห็นเจ้าของเป็นสัญญาณบอกความยินดีและรู้สึกเป็นมิตร หางที่ชี้ขึ้นราวกับจุดอุทกาณ์บอกถึงความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อเจ้าของ การถูตัวและส่งเสียงครวญ การถูตัวเจ้าของและส่งเสียงครวญๆ เป็นการสร้างความผูกพันทางกายภาพ แมวจะแลกเปลี่ยนกลิ่นกับเจ้าของเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกัน การนอนคว่ำหน้าและโชว์ท้อง เมื่อแมวนอนคว่ำหน้าหรือพลิกท้องให้เจ้าของ นั่นแสดงถึงความไว้วางใจอย่างสูงสุด เพราะท้องเป็นจุดที่แมวเปราะบางและอ่อนไหวที่สุด สัญญาณความรักจากสัตว์เลี้ยงอื่นๆ สัตว์ฟันแทะ หนูแฮมสเตอร์ที่วิ่งเข้ามาหาเจ้าของแทนที่จะหนี นกแก้วที่ร้องเพลงหรือเลียนเสียงเจ้าของ สัตว์เลื้อยคลาน งูบางสายพันธุ์ที่ไม่หลบหนีและยอมให้จับ ตุ๊กแกที่อยู่นิ่งเวลาเจ้าของจับ สรุป ความรักของสัตว์เลี้ยงไม่ได้เหมือนกันทุกตัว แต่ละตัวมีวิธีการแสดงออกที่แตกต่าง การสังเกตและเรียนรู้ภาษากายของพวกเขาจะช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริง   #สัตว์เลี้ยง #ความรักสัตว์เลี้ยง #พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง #การสื่อสารสัตว์เลี้ยง #ความผูกพันระหว่างมนุษย์และสัตว์ #สาระ

อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณต้องพบสัตวแพทย์ด่วน?
ทั่วไป

อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณต้องพบสัตวแพทย์ด่วน?

20/2/2568 • โดย Homeday

สัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว การสังเกตอาการผิดปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาได้รับการรักษาทันท่วงที บทความนี้จะแนะนำสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าต้องพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน อาการฉุกเฉินที่ต้องพบสัตวแพทย์ทันที การหายใจผิดปกติเป็นสัญญาณอันตรายอันดับต้นๆ หากสังเกตว่าสัตว์เลี้ยงหายใจเร็วผิดปกติ หายใจลำบาก หอบ หรือมีเสียงผิดปกติขณะหายใจ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากโรคหัวใจ ปอดอักเสบ หรือมีสิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินหายใจอาการชัก การสูญเสียการทรงตัว หรือเดินโซเซ เป็นอีกสัญญาณที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยด่วน เพราะอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท การได้รับสารพิษ หรือเนื้องอกในสมองการอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง โดยเฉพาะหากมีเลือดปน หรือเกิดต่อเนื่องนานเกิน 24 ชั่วโมง อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงได้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ต้องเฝ้าระวัง บาดแผลเปิด กระดูกหัก หรือการบาดเจ็บที่เห็นได้ชัด ต้องได้รับการรักษาทันที เช่นเดียวกับอาการบวมผิดปกติ ก้อนเนื้อที่โตขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหนังการเปลี่ยนแปลงของสีเหงือกจากชมพูเป็นซีดหรือเขียวคล้ำ อาจบ่งชี้ถึงปัญหาการไหลเวียนเลือดหรือภาวะช็อก ส่วนอาการตาแดง มีน้ำตาไหล หรือมีสิ่งคัดหลั่งผิดปกติ ก็ต้องได้รับการตรวจรักษา การป้องกันและเฝ้าระวัง การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรค ควรสังเกตพฤติกรรมปกติของสัตว์เลี้ยง เพื่อจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดความผิดปกติการเก็บบันทึกประวัติการรักษาและการสังเกตอาการผิดปกติจะช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น สรุป การสังเกตอาการผิดปกติและพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายได้ #สัตว์เลี้ยง #สาระ #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์ #ฉุกเฉินสัตว์เลี้ยง #โรคสัตว์เลี้ยง

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงกินหญ้า มีประโยชน์จริงหรือไม่?
ทั่วไป

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงกินหญ้า มีประโยชน์จริงหรือไม่?

11/3/2568 • โดย Homeday

การเห็นสุนัขและแมวกินหญ้าอาจทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงรู้สึกสงสัยและกังวล พฤติกรรมนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่สัตว์เลี้ยงชอบทำ โดยมีหลายเหตุผลที่น่าสนใจเบื้องหลังการกระทำนี้ สาเหตุทางธรรมชาติของการกินหญ้า สัญชาตญาณบรรพบุรุษ สุนัขและแมวเป็นสัตว์ที่สืบเชื้อสายมาจากสัตว์ล่าที่มีพฤติกรรมกินเหยื่อรวมทั้งเนื้อและกระเพาะอาหารของเหยื่อ การกินหญ้าจึงเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งช่วยให้พวกมันได้รับสารอาหารและเส้นใยที่จำเป็น การบรรเทาอาการระคายเคือง เมื่อสัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่สบายหรือมีความรู้สึกระคายเคืองในกระเพาะอาหาร การกินหญ้าอาจช่วยบรรเทาอาการได้ เส้นหญ้าจะกระตุ้นให้เกิดอาการอาเจียน ซึ่งช่วยขับสิ่งที่รบกวนออกจากระบบย่อยอาหาร ประโยชน์ทางโภชนาการ แหล่งเส้นใยธรรมชาติ หญ้าประกอบด้วยเส้นใยสูง ช่วยระบบการย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะการขับถ่ายและการเคลื่อนไหวของอาหารในระบบล้ำไส้ แร่ธาตุและวิตามิน บางครั้งสัตว์เลี้ยงอาจกินหญ้าเพื่อเติมแร่ธาตุหรือวิตามินที่ขาดในอาหารประจำวัน โดยเฉพาะแมวที่มีแนวโน้มชอบสำรวจและแสวงหาสารอาหารเพิ่มเติม ความแตกต่างระหว่างสุนัขและแมว สุนัข: นักล่าโบราณ สุนัขมีแนวโน้มกินหญ้ามากกว่าแมว โดยอาจเป็นเพราะต้องการช่วยระบบย่อยอาหารหรือบรรเทาอาการไม่สบาย แมว: นักสำรวจตัวฉลาด แมวมักกินหญ้าน้อยกว่าสุนัข แต่จะมีความเจตนาที่ชัดเจนกว่า อาจเป็นเพราะต้องการขับก้อนขน หรือต้องการสารอาหารบางอย่าง ข้อควรระวังในการกินหญ้า หญ้าที่ปลอดภัย ควรมั่นใจว่าหญ้าที่สัตว์เลี้ยงกินปราศจากสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น สัญญาณเตือน หากสัตว์เลี้ยงกินหญ้าบ่อยครั้งหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สรุป การกินหญ้าของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมีทั้งประโยชน์และเหตุผลทางธรรมชาติ เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด และมั่นใจว่าสภาพแวดล้อมปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงรัก #สัตว์เลี้ยง #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #การกินหญ้าของสุนัข #การกินหญ้าของแมว #โภชนาการสัตว์เลี้ยง #พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง #สาระ

การถ่ายพยาธิสำคัญอย่างไร ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
ทั่วไป

การถ่ายพยาธิสำคัญอย่างไร ต้องทำบ่อยแค่ไหน?

12/2/2568 • โดย Homeday

การถ่ายพยาธิเป็นหนึ่งในการดูแลสุขภาพพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว การให้ยาถ่ายพยาธิตามกำหนดเวลาที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของเรา และยังช่วยป้องกันการแพร่กระจายของพยาธิสู่คนในครอบครัวอีกด้วย พยาธิคืออะไร และอันตรายแค่ไหน? พยาธิเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในร่างกายของสัตว์เลี้ยง โดยดูดซับสารอาหารจากร่างกายของสัตว์เลี้ยง พยาธิที่พบบ่อยในสุนัขและแมวมีหลายชนิด เช่น พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด และพยาธิหัวใจ แต่ละชนิดมีวงจรชีวิตและวิธีการติดต่อที่แตกต่างกัน พยาธิสามารถทำให้เกิดอาการต่างๆ มากมาย เช่น: น้ำหนักลด แม้จะกินอาหารปกติ ท้องป่อง ท้องพอง อาเจียน ท้องเสีย ขนหยาบกร้าน ไม่เป็นเงางาม อ่อนเพลีย ซึม เบื่ออาหาร ในกรณีรุนแรง อาจทำให้เสียชีวิตได้ ทำไมต้องถ่ายพยาธิตามกำหนด? การถ่ายพยาธิตามกำหนดเวลามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ: ป้องกันการสะสมของพยาธิในร่างกาย พยาธิสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วในร่างกายสัตว์เลี้ยง การถ่ายพยาธิตามกำหนดจะช่วยควบคุมจำนวนไม่ให้มากเกินไปจนเป็นอันตราย ลดความเสี่ยงการติดต่อสู่คน พยาธิบางชนิดสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มักสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว การป้องกันด้วยการถ่ายพยาธิตามกำหนดมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาเมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยจากพยาธิ ควรถ่ายพยาธิบ่อยแค่ไหน? ความถี่ในการถ่ายพยาธิขึ้นอยู่กับอายุและความเสี่ยงของสัตว์เลี้ยง: ลูกสุนัขและลูกแมว (อายุ 2 สัปดาห์ – 3 เดือน) เริ่มถ่ายพยาธิครั้งแรกเมื่ออายุ 2 สัปดาห์ ถ่ายพยาธิซ้ำทุก 2 [...]

เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ ขยายประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบ Pet-Friendly ให้เชื่อมต่อกับทุกมิติของการใช้ชีวิต
ข่าวสาร

เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ ขยายประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบ Pet-Friendly ให้เชื่อมต่อกับทุกมิติของการใช้ชีวิต

24/7/2569 • โดย Homeday

เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ โดยอีเดน เอสเตท ขยายประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ Pet-Friendly สร้างเครือข่ายสิทธิพิเศษร่วมกับพันธมิตรด้านสัตวแพทย์ ไลฟ์สไตล์ และคาเฟ่ เพื่อลูกบ้านและสัตว์เลี้ยง พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษถึงสิ้นปี 2569

เห็บหมัดในสัตว์เลี้ยงอันตรายแค่ไหน ป้องกันอย่างไร?
ทั่วไป

เห็บหมัดในสัตว์เลี้ยงอันตรายแค่ไหน ป้องกันอย่างไร?

20/2/2568 • โดย Homeday

เห็บและหมัดเป็นปรสิตภายนอกที่สร้างความรำคาญและอันตรายให้กับสัตว์เลี้ยงของเรา นอกจากจะทำให้สัตว์เลี้ยงคันและไม่สบายตัวแล้ว ยังอาจนำโรคร้ายแรงมาสู่ทั้งสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ได้ มาทำความรู้จักกับศัตรูตัวร้ายนี้และวิธีป้องกันกันให้ละเอียด เห็บหมัดคืออะไร ทำไมถึงอันตราย เห็บและหมัดเป็นปรสิตขนาดเล็กที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่มีความแตกต่างกันทั้งรูปร่างและพฤติกรรม เห็บมีลักษณะคล้ายแมงมุมขนาดเล็ก มี 8 ขา เกาะติดผิวหนังสัตว์เลี้ยงเพื่อดูดเลือด ส่วนหมัดมีลักษณะคล้ายแมลงตัวเล็กๆ มี 6 ขา กระโดดได้ไกล และวางไข่บนตัวสัตว์เลี้ยงหรือในสิ่งแวดล้อม ความอันตรายของเห็บหมัดไม่ได้จำกัดแค่การสร้างความรำคาญ แต่ยังเป็นพาหะนำโรคที่ร้ายแรงหลายชนิด เช่น: โรคไข้เห็บ (Ehrlichiosis) โรคบาบีซิโอซิส (Babesiosis) โรคไข้รากสาดใหญ่ (Typhus) โรคไข้เห็บแอฟริกัน (African Tick Fever) โรคไลม์ (Lyme Disease) สัญญาณที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงมีเห็บหมัด การสังเกตพฤติกรรมผิดปกติของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ สัญญาณที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงอาจมีเห็บหมัดรบกวน ได้แก่: เกาตัวบ่อยผิดปกติ กัดหรือเลียผิวหนังตัวเองซ้ำๆ ผิวหนังเป็นผื่นแดง ขนร่วงเป็นหย่อมๆ พบจุดดำๆ คล้ายผงกาแฟบนผิวหนังหรือที่นอนสัตว์เลี้ยง (มูลหมัด) สัตว์เลี้ยงดูหงุดหงิด กระวนกระวาย วิธีตรวจสอบและกำจัดเห็บหมัด การตรวจสอบเห็บหมัดควรทำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่เห็บหมัดระบาดหนัก วิธีตรวจสอบทำได้โดย: ใช้หวีซี่ถี่หวีขนสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะบริเวณคอ หลัง [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday FB