
16/5/2568 • โดย Homeday
CHEWA งวด 3 เดือน รายได้รวมอยู่ที่ 159.60 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน 380.45 ล้านบาท คิดเป็น 70.45% แต่ยังคงมุ่งมั่นเป้าหมายรายได้ของปี 2568 ที่ 2,000 ล้านบาทจากโครงการใหม่ที่รับรู้รายได้ปีนี้ วางแผนระยะยาวเพื่อรับมือเศษฐกิจผันผวน ตั้งเป้าจะเร่งลดหนี้ลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวโครงการใหม่ในสินค้าที่ถนัด 2 ทำเล (พหลโยธิน 50 และแจ้งวัฒนะ 15) คาดกำลังซื้อจะกลับมาเพราะบ้านเป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญต่อทุกคน นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม อยู่ในช่วงหดตัวอย่างหนักตามสภาวะเศรษฐกิจและสภาพตลาดที่โดยรวมยังไม่ฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา การจับจ่ายใช้สอย มีสถิติต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา ประกอบกับความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ นโยบายการตอบโต้ภาษีศุลกากรที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจหลายอย่างในประเทศ และเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่มีศูนย์กลางจากประเทศเมียนมา ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนเป็นอย่างมากในประเทศไทยโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในตึกสูงขณะเกิดเหตุ ทุกปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดผลกระทบด้านความเชื่อมั่นและการตัดสินใจของลูกค้า มองว่าปีนี้เป็นปีที่ท้าทายมาก และไม่คิดว่าภาพรวมของตลาดจะปรับตัวกลับมาได้ในระยะสั้น ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทางบริษัทต้องมีการวางแผนระยะยาว เพราะในไตรมาสแรกนโยบายของภาครัฐยังไม่กระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์มากพอ แม้เข้าสู่ในไตรมาสที่ 2 [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศแผนกลยุทธ์ ปี 2568 ภายใต้แนวคิด “The MEANINGFUL Change” ตอกย้ำปรัชญาในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ผ่านโปรแกรมช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจให้สามารถปลดหนี้และฟื้นตัวได้ พร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคง อีกทั้งเดินหน้ายกระดับดิจิทัลโซลูชันเพื่อให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย สะดวก คุ้มค่าและเป็นมากกว่าการทำธุรกรรม เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรง สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนเผชิญภาระทางการเงินหนักขึ้น สำหรับประเทศไทยปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงเรื้อรัง คนไทยเผชิญภาวะ “แก่แต่ยังเป็นหนี้” รายได้ไม่เพิ่มแต่ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 16.3ล้านล้านบาท หรือ 89% ของ GDP ธุรกิจ SME ถูกดิสรัป เข้าถึงแหล่งทุนได้ยากขึ้น และธุรกิจต้องปิดตัวลงมากขึ้น สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารตระหนักถึงปัญหาหนี้สินของคนไทยมาโดยตลอด และมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการช่วยแก้ปัญหาหนี้อย่างจริงจัง ผ่านมาตรการที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 ที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 และยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการภาระหนี้ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านบริการรวบหนี้ที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 2,240 ล้านบาท สินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์ที่ให้พนักงานเงินเดือนองค์กรเข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า โดยปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือแล้วกว่า 8,800 ล้านบาท อีกทั้งยังมีโปรแกรม Financial Literacy ที่ประกอบด้วยแพลตฟอร์มตรวจสุขภาพการเงินออนไลน์ที่มีลูกค้าเข้าร่วมวัดระดับหนี้กว่า 96,000 ครั้ง คอร์สให้ความรู้ทางการเงินออนไลน์และบริการให้คำปรึกษาโค้ชปลดหนี้ โดยทั้งหมดนี้ให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จนกระทั่งล่าสุดกับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าสามารถตั้งหลักใหม่ได้ เพื่อเดินหน้าช่วยลูกค้าทุกกลุ่มปลดหนี้และสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ทีทีบีเชื่อว่าการช่วยลูกค้าต้องเริ่มจากความเข้าใจพฤติกรรมทางการเงินของแต่ละกลุ่ม โดยพบว่าลูกค้าสินเชื่อสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกัน ทีทีบีจึงออกแบบโปรแกรมช่วยเหลือที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก คือลูกหนี้ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเริ่มค้างชำระหรือสะสมหนี้จนไม่สามารถชำระได้ตามปกติ ทีทีบี ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ยกเว้นการเก็บดอกเบี้ย พร้อมกับลดค่างวดให้ตลอด 3 ปี เพื่อให้โอกาสลูกค้าที่ต้องการสู้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทีทีบีกว่า 21% จากลูกค้าเป้าหมายลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กลุ่มที่สอง คือลูกหนี้ที่ผ่อนชำระดี ซึ่งให้ความสำคัญกับเครดิตของตนเองและพยายามชำระหนี้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกลุ่มนี้กลับเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือและถูกลืม ในปีนี้ทีทีบีจึงต้องการเข้าไปช่วยเหลือดูแลกลุ่มนี้เป็นพิเศษ [...]

3/4/2568 • โดย Homeday
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) แถลงความสำเร็จของสินเชื่อ SME กล้าให้ ดันพอร์ตสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีของธนาคารฯ ทะลุแสนล้านบาทในปี 2567 และเปิดตัวสินเชื่อใหม่ “SME กล้าสู้” กระตุ้นผู้ประกอบการให้กล้าลุกขึ้นสู้ ฝ่าฟันอุปสรรคและความท้าทายทางธุรกิจ ชูกลยุทธ์ Risk-based Pricing เน้นความยืดหยุ่น คำนวณดอกเบี้ยตามความเสี่ยง มุ่งทลายข้อจำกัดของผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีในการขอสินเชื่อ ตอกย้ำจุดยืน “STANDBY เคียงข้าง SME” พร้อมคิกออฟแคมเปญ Always STANDBY ส่งกำลังใจให้ผู้ประกอบการผ่านบทเพลงและหนังสั้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “แค่มีเรา STANDBY” นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย แม้จะมีศักยภาพในการเติบโต แต่ยังคงต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยเหตุนี้ธนาคารฯ จึงได้พัฒนา ‘สินเชื่อ SME กล้าให้’ โดยได้เริ่มให้บริการสินเชื่อดังกล่าวอย่างเป็นทางการในปี 2562 และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาด” นายรอยย์ อธิบายว่า “ตลอดระยะเวลา 6 [...]

12/3/2569 • โดย Homeday
กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดยุทธศาสตร์รับมือเศรษฐกิจผันผวน มุ่งแก้ Pain Point ผู้บริโภคที่กลัวการทิ้งงานและมาตรฐานที่ไม่สม่ำเสมอ ด้วยโมเดลการตรวจสอบคุณภาพเชิงรุก พร้อมเผยสัดส่วนลูกค้าบอกต่อพุ่งสูงถึง 70% สะท้อนความเชื่อมั่นในระยะยาว เตรียมรุกตลาดบ้านระดับราคา 2-10 ล้านบาท รับกระแส Real Demand ในงาน “รับสร้างบ้าน Focus 2026” นายสุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ประเมินสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับพายุเศรษฐกิจรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยต่างประเทศ เช่น สงครามการค้าและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศการลงทุน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศเองก็มีความเปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและการเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านพ้นช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและเริ่มเห็นภาพรวมงบประมาณภาครัฐที่ชัดเจนขึ้น ประกอบกับสัญญาณบวกจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 20% ( จาก 1.25 % เหลือ 1% ) ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านที่จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคอสังหาฯ ใหญ่ เนื่องจากไม่ต้องแบกภาระสต็อกสินค้า (Backlog) จำนวนมาก [...]

25/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ KKP HOME FLEXI สินเชื่อบ้านที่ออกแบบให้สามารถเปลี่ยนบ้านเป็นความยืดหยุ่นทางการเงินได้สุดสะดวก โดยนำเงินที่ผ่อนชำระค่างวดบ้านกลับมาใช้ได้โดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ พร้อมเบิกใช้เงินได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน KKP MOBILE นายภัทรพงศ์ รักตะบุตร ประธานสายธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และประธานสายเครือข่ายสาขา เปิดเผยว่า ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90% ของ GDP โดยหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้จากบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสินเชื่อมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 16% – 25% ต่อปี ยิ่งกว่านั้น หากสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคยังพบว่ามียอดการจำนองบ้านที่ต่ำ โดยมียอดคงค้างเพียง 70,000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับยอดสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันอยู่ที่ 200,000 กว่าล้านบาท แม้ดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านจะมีอัตราต่ำกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกันถึงประมาณ 3 เท่า แต่ผู้บริโภคก็ยังไม่นิยมเลือกใช้ โดยสาเหตุสำคัญมาจากผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการถูกยึดทรัพย์หากผิดนัดชำระค่างวด ตลอดจนภาระด้านเอกสาร กระบวนการสมัคร และระยะเวลาในการขอสินเชื่อที่ยุ่งยากกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน KKP จึงต้องการเข้ามาปิดช่องว่างในส่วนนี้และเปิดทางเลือกทางการเงินให้เป็นไปได้มากกว่า สำหรับผู้ต้องการบริหารจัดการเงินให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด “ธนาคารพบว่าผู้กู้สินเชื่อบ้านที่มีศักยภาพจำนวนมากต้องการนำเงินก้อน เช่น โบนัสหรือเงินออม มาโปะบ้านเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและปลดหนี้ได้เร็วขึ้นตามหลักการจัดการทางการเงินที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ลังเลว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะนำเงินที่โปะไปออกมาใช้ไม่ได้ หากต้องการกู้ใหม่ หรือต้องใช้เวลาในการดำเนินการซึ่งอาจไม่ทันกับการใช้จ่าย และต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นอย่างค่าจดจำนองกับกรมที่ดินใหม่ในส่วนวงเงินกู้เพิ่มเติม [...]

29/9/2568 • โดย Homeday
ในปี 2568 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัยทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนแตะระดับสูงราว 90% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) รวมถึงนโยบายเข้มงวดด้านการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ส่งผลให้ผู้ซื้อบ้านจำนวนมาก “กู้ไม่ผ่าน” ถึงแม้จะมีรายได้ประจำและตั้งใจซื้อบ้านเป็นของตัวเองก็ตาม จากสถานการณ์ดังกล่าว บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นถึงความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ประกอบกับเข้าใจและพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขความกังวลใจของลูกค้า จึงมอบบริการพิเศษ “Home Financial Specialist” ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่ทำหน้าที่มากกว่าพนักงานขาย แต่เป็นเสมือน “เพื่อนคู่คิด” ที่พร้อมจะดูแลลูกค้าในทุกขั้นตอนด้านการเงิน ตั้งแต่การวางแผนเตรียมเอกสาร ประสานงานกับธนาคารไปจนถึงให้คำปรึกษาเรื่องการเงินหลังจากได้รับบ้าน เพื่อให้เส้นทางสู่การมีบ้านในฝันของลูกค้าราบรื่นและเป็นไปได้จริง นายชัชวีร์ พรปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หรือ COO บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยมากว่า 55 ปี เปิดเผยว่า “ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ชะลอตัว ไม่ใช่เพราะคนไม่อยากซื้อบ้าน แต่สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดเงื่อนไขด้านสินเชื่อบางประการ อาทิ การเตรียมพร้อมด้านเอกสาร หรือ ความกังวลในภาระหนี้สินที่มีอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า เราจึงตั้งทีม “Home Financial Specialist” ขึ้นมา [...]

31/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารไทยพาณิชย์ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทั้งมาตรการพักชำระและสินเชื่อพิเศษเพื่อซ่อมแซมบ้านและกิจการ ประกาศพักชำระเงินต้นแก่ลูกค้าสินเชื่อบ้านนาน 3 เดือน และให้สินเชื่อแก่ลูกค้าที่ต้องการซ่อมแซมบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน พร้อมมอบสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการแก่ผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอี อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 24 เดือน จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ได้สร้างความเสียหายส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ธนาคารไทยพาณิชย์มีความห่วงใยลูกค้าและพร้อมอยู่เคียงข้างให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติภัยครั้งนี้ ด้วยมาตรการเร่งด่วน ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเต็มที่ ทั้งการพักชำระเงินกู้แก่ลูกค้าปัจจุบัน และให้สินเชื่อใหม่เพื่อการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย ดังนี้ กลุ่มลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจรายย่อย* ประกอบด้วย สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย – ลูกค้าสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน My Home My Cash ธนาคารมอบความช่วยเหลือพักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน และมอบสินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ได้แก่ สินเชื่อบ้านได้เพิ่มสำหรับลูกค้าปัจจุบัน และสินเชื่อ My Home [...]

21/4/2568 • โดย Homeday
หากคุณกำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือสถานะเครดิตบูโรของคุณ เพราะนี่คือปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครดิตบูโร ตั้งแต่ความหมาย ความสำคัญ วิธีตรวจสอบ ไปจนถึงเคล็ดลับในการรักษาและแก้ไขสถานะให้กลับมาปกติ เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อบ้านของคุณ เครดิตบูโรคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญต่อการขอสินเชื่อบ้าน? เครดิตบูโร (Credit Bureau) คือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติจำกัด ซึ่งเป็นสถาบันที่มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้ทุกประเภทของบุคคล ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์และกำหนดเป็นสถานะเครดิตบูโร ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงพฤติกรรมการชำระหนี้ในอดีตและภาระหนี้สินในปัจจุบันของแต่ละบุคคล เมื่อคุณยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน คอนโด รถยนต์ หรือแม้แต่การสมัครบัตรเครดิต สถาบันการเงินจะตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรของคุณเพื่อประเมินความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ หากคุณมีประวัติการชำระเงินที่ดี มีวินัยทางการเงิน ก็จะเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น โดยทั่วไปข้อมูลเครดิตจะถูกเก็บรักษาไว้ในระบบเครดิตบูโรเป็นระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่ปิดบัญชีสินเชื่อหรือชำระหนี้เสร็จสิ้น และจะถูกลบออกจากฐานข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด นั่นหมายความว่า แม้คุณจะเคยมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีในอดีต แต่หลังจากปิดบัญชีและผ่านไป 3 ปี ประวัติที่ไม่ดีนั้นก็จะหายไปจากระบบ ตัวเลขสถานะบูโรหมายถึงอะไร? แต่ละเลขมีความสำคัญอย่างไร? เมื่อคุณตรวจสอบเครดิตบูโร คุณจะพบตัวเลขที่ระบุสถานะของบัญชีสินเชื่อแต่ละรายการ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้: 10 หรือ 010: สถานะปกติ ไม่มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน (สถานะที่ดีที่สุด) 11 หรือ [...]

7/10/2568 • โดย Homeday
ช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี ถือเป็นจังหวะสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือทั้งความผันผวนของตลาดและโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจากเทศกาลสำคัญ ทั้งด้านการท่องเที่ยว กิจกรรมส่งเสริมการขาย และงานอีเวนต์ต่าง ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ ภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยมีการย่อตัวลงบ้างจากหลายปัจจัย ทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจนทำให้ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวในไทยดูสูงขึ้น การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแรงของประเทศตลาดหลัก และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับหลายประเทศในเอเชียที่กำลังเผชิญแรงกดดันคล้ายกัน ตามรายงานของสำนักข่าว Reuters กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 14 กันยายน พ.ศ. 2568 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามารวมประมาณ 23 ล้านคน ลดลงร้อยละ 7.08 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน* ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่าจำนวนผู้เดินทางรวมทั้งปีอาจไม่เกิน 35 ล้านคน** ถึงแม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะชะลอตัวลง แต่ช่วงเทศกาลปลายปีและฤดูกาลท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งในด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทรัพยากรท่องเที่ยว และศักยภาพในการจัดงานระดับนานาชาติ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยบรรเทาผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและรักษาเสน่ห์ของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยม หากสามารถแปลงความสนใจของนักท่องเที่ยวให้กลายเป็นการใช้จ่ายภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมสร้างโอกาสต่อเนื่องให้กับ SME ในทุกห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจ Funding Societies ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลสำหรับ SME ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ให้บริการ Non-Bank [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
นโยบายภาครัฐมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการลงทุน การพัฒนา และการตัดสินใจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในปัจจุบัน นโยบายต่างๆ ที่ออกมาโดยภาครัฐได้สร้างพลวัตรที่ซับซ้อนและน่าสนใจให้กับตลาดอย่างมาก การเข้าใจถึงผลกระทบเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนและผู้สนใจสามารถวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มาตรการทางภาษีและการเงิน: เครื่องมือสำคัญในการควบคุมตลาด รัฐบาลใช้มาตรการทางภาษีและการเงินเป็นเครื่องมือหลักในการควบคุมและกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ การปรับลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหน้าใหม่ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการช่วยเหลือทางการเงินต่างๆ ล้วนส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ นโยบายเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการบริโภค ลดภาระทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้มากขึ้น ผลกระทบเชิงบวก การลดหย่อนภาษีทำให้ต้นทุนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ลดลง สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้าน กระตุ้นการลงทุนและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผลกระทบเชิงลบ อาจก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การกระตุ้นที่มากเกินไปอาจนำไปสู่การเก็งกำไร ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน นโยบายผังเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การวางผังเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ การตัดสินใจของภาครัฐในการพัฒนาระบบคมนาคม ขยายเส้นทางรถไฟฟ้า หรือสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ ล้วนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่โดยรอบอย่างมหาศาล นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านจึงให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นอย่างมาก ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ การขยายเส้นทางคมนาคม การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจ การก่อสร้างสาธารณูปโภคใหม่ๆ มาตรการควบคุมการเก็งกำไรและการป้องกันฟองสบู่ รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรวมถึงการควบคุมสินเชื่อ การกำหนดอัตราเงินดาวน์ และการจำกัดการปล่อยสินเชื่อ มาตรการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่และรักษาเสถียรภาพของตลาด เครื่องมือในการควบคุม การควบคุมสัดส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน การกำหนดเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด การติดตามและประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง นโยบายสนับสนุนที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มพิเศษ รัฐบาลยังได้ออกนโยบายเพื่อสนับสนุนที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มต่างๆ เช่น เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย และคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการบ้านประชารัฐ [...]

29/10/2568 • โดย Homeday
นายหัสกร บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 ว่า ตลาดโดยรวมยังคงเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะในไตรมาสแรกที่ตลาดชะลอตัวจากความไม่ชัดเจนของนโยบายรัฐในการต่อมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 และ 3 จากแรงหนุนของมาตราการที่รัฐต่ออายุให้ทั้งเรื่องของการลดค่าธรรมเนียมโอนและการจดจำนอง รวมถึงการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ที่สามารถกู้ได้เต็ม 100% ซึ่งช่วยกระตุ้นตลาดได้ดีในระดับหนึ่ง แต่โดยภาพรวมใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 ก็ยังไม่ดีเท่ากับ 3 ไตรมาสแรกของปี 2567 จากปัญหาหลักคือ สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและยังคงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างมาก สำหรับในไตรมาสที่ 4 คาดว่าตลาดจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า และถือเป็นช่วงสำคัญที่ผู้ประกอบการต่างเร่งปิดยอดขาย ตลาดจะมีความคึกคักยิ่งขึ้นจากโปรโมชั่นต่างๆ โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคา เพื่อผลักดันยอดขายในช่วงสุดท้ายของปี สำหรับบริษัทได้เปิดตัวแคมเปญใหญ่แห่งปี I-Leaf Unlock Your New Home จ่าย 0 บาท อยู่ฟรี 2 ปี* ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด [...]