
10/4/2568 • โดย Homeday
สาวๆ เคยสังเกตเห็นก้อนแข็งๆ บริเวณท้องน้อยไหม? บางคนอาจคิดว่าเป็นแค่ไขมันสะสม แต่รู้ไหมว่าอาจเป็น เนื้องอกมดลูก ก็ได้! ก้อนเนื้อชนิดนี้มักจะไม่มีอาการในระยะแรก ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าป่วย จนกระทั่งก้อนเนื้อโตขึ้นและเริ่มกดทับอวัยวะข้างเคียงจึงมีอาการ เช่น ปวดท้อง ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือปัสสาวะบ่อย เราสามารถสังเกตความแตกต่างระหว่างไขมันหน้าท้องกับเนื้องอกมดลูกเบื้องต้นได้ง่ายๆ ด้วยการคลำกดบริเวณท้องน้อย ถ้าเป็นไขมันจะรู้สึกนิ่มและยืดหยุ่น แต่ถ้าเป็นเนื้องอกมดลูกจะรู้สึกถึงก้อนแข็งลักษณะคล้ายผลส้ม และเมื่อเนื้องอกมีขนาดโตขึ้น อาจคลำพบก้อนชัดเจนบริเวณหัวหน่าว ซึ่งบางครั้งอาจโตจนทำให้ดูเหมือนคนท้องใกล้คลอด การรักษาเนื้องอกมดลูก จะดูที่อาการเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นอาการประจำเดือนผิดปกติ หรืออาการที่เกิดจากเนื้องอกไปเบียดอวัยวะข้างเคียง รวมถึงขนาดของเนื้องอกที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัด ซึ่งอาจเป็นการผ่าตัดเอาแต่ก้อนเนื้องอกออกไป หรือในบางกรณีอาจจำเป็นต้องผ่าตัดเอามดลูกออกด้วย ขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของเนื้องอก การตรวจสุขภาพและตรวจภายในสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้หญิง ซึ่งจะช่วยให้พบเนื้องอกในระยะเริ่มต้นที่ยังมีขนาดเล็ก การรักษาจะทำได้ง่ายและมีทางเลือกในการรักษามากกว่า หากปล่อยให้เนื้องอกโตขึ้นอาจส่งผลให้การรักษาซับซ้อนและมีความเสี่ยงมากขึ้น การให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม “การผ่าตัดส่องกล้อง รักษาเนื้องอกมดลูก” อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/1210สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมCall Center 1512 ต่อ 2999Line Official : @ramhospital

14/3/2568 • โดย Homeday
แมวไร้ขนเป็นสายพันธุ์พิเศษที่มีเสน่ห์และต้องการการดูแลเฉพาะทาง โดยเฉพาะสายพันธุ์สฟิงซ์ (Sphynx) ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด สัตว์เลี้ยงประเภทนี้มีความแตกต่างจากแมวทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของโครงสร้างผิวหนัง การดูแลรักษา และความต้องการเฉพาะตัว การดูแลผิวหนัง ทำความสะอาดผิวอย่างถูกวิธี แมวไร้ขนต้องอาบน้ำและทำความสะอาดผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากไม่มีขนปกคลุม ผิวหนังจะสะสมคราบน้ำมันและเหงื่อได้ง่าย ควรอาบน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยใช้แชมพูที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแมวไร้ขน เพื่อป้องกันการระคายเคืองและรักษาความสมดุลของผิวหนัง การบำรุงผิวหลังอาบน้ำ หลังอาบน้ำ ให้เช็ดตัวแมวให้แห้งทันที และใช้โลชันบำรุงผิวพิเศษสำหรับแมวไร้ขน เพื่อป้องกันผิวแห้งและแตก การทาโลชันจะช่วยเติมความชุ่มชื้นและปกป้องผิวหนัง การควบคุมอุณหภูมิ เสื้อผ้าและที่นอน เนื่องจากแมวไร้ขนไม่มีขนปกคลุม จึงต้องระวังเรื่องอุณหภูมิเป็นพิเศษ ควรจัดเตรียมเสื้อคลุมและที่นอนอบอุ่นในช่วงอากาศเย็น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน การปรับอุณหภูมิภายในบ้าน ควรรักษาอุณหภูมิภายในบ้านให้อยู่ระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส เพื่อความสบายของแมวไร้ขน ป้องกันปัญหาการสูญเสียความร้อยและความเสี่ยงจากการเป็นหวัด โภชนาการพิเศษ อาหารที่เหมาะสม แมวไร้ขนมีความต้องการพลังงานสูงกว่าแมวปกติ เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานมากในการควบคุมอุณหภูมิ ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง และมีไขมันคุณภาพดี เพื่อสนับสนุนระบบเผาผลาญและการเจริญเติบโต ปริมาณและความถี่ในการให้อาหาร แนะนำให้แบ่งอาหารออกเป็น 2-3 มื้อต่อวัน โดยคำนึงถึงอายุ น้ำหนัก และสภาพร่างกายของแมว ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อกำหนดแผนอาหารที่เหมาะสมเฉพาะตัว การดูแลสุขภาพ การตรวจสุขภาพประจำปี นัดหมายสัตวแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 [...]

5/3/2568 • โดย Homeday
ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน สนับสนุนพื้นที่ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และ โรงพยาบาลกลาง ให้บริการตรวจสุขภาพและคัดกรองโรคสำหรับประชาชน ขานรับนโยบายกรุงเทพมหานคร ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในโครงการคาราวานตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน โดยมี นางสาวศตกมล วรกุล (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นตัวแทนผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ให้การต้อนรับ รศ.ทวิดา กมลเวชช (ที่ 5 จากซ้าย) รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง (ที่ 6 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ เยี่ยมชมการให้บริการตรวจสุขภาพฟรีแก่ประชาชน ในโครงการคาราวานตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน ณ บริเวณลานกิจกรรมเอ็ม บี เค [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า วันสุขภาพช่องปากโลก (World Oral Health Day) ตรงกับวันที่ 20 มีนาคม ของทุกปี ในปีนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมอนามัย เตรียมจัดงานวันสุขภาพช่องปากโลก (World Oral Health Day) วันที่ 17 มีนาคม 2568 ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เพื่อรณรงค์สร้างกระแสให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพช่องปาก เพราะจากการสำรวจปัญหาสุขภาพช่องปากคนไทยยังพบปัญหา 3 ด้าน คือ 1) ฟันผุ ยังคงเป็นปัญหาหลักในคนไทย โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการไม่รักษาความสะอาดช่องปาก การรับประทานอาหารหวานบ่อยๆ และการไม่ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คฟัน 2) โรคเหงือกอักเสบ เป็นปัญหาที่พบได้มากในผู้ใหญ่ โดยโรคนี้มักเกิดจากการสะสมของคราบพลัคที่ไม่ถูกขจัดออก ทำให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อในเหงือก 3) การขาดการตรวจสุขภาพช่องปาก คนไทยจำนวนไม่น้อยยังไม่ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ ซึ่งอาจทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ถูกตรวจพบและรักษาในระยะเริ่มต้น แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย [...]

25/9/2567 • โดย Homeday
พฤกษา แท็กทีม โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จัดกิจกรรม PRUKSA Love me Love my PET ปี 2 นำทีมสัตวแพทย์ ให้คำแนะนำและออกตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้ลูกบ้านพฤกษา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมวัคซีน บริการป้องกันเห็บหมัด และบริการกรูมมิ่ง อาบน้ำ ตัดแต่งขนในราคาพิเศษ ตะลุยเดินสายให้บริการถึงหน้าบ้าน กว่า 35 โครงการ พร้อม

18/2/2568 • โดย Homeday
การตั้งท้องของแมวเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้แม่แมวและลูกแมวมีสุขภาพแข็งแรง บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลแมวท้องอย่างถูกต้องและเหมาะสม ตั้งแต่การสังเกตอาการตั้งท้อง การเตรียมตัว ไปจนถึงการดูแลหลังคลอด การสังเกตว่าแมวตั้งท้อง แมวมีระยะการตั้งท้องประมาณ 63-65 วัน โดยสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ดังนี้: การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ท้องขยายใหญ่ขึ้นชัดเจนหลังตั้งท้อง 3-4 สัปดาห์ เต้านมขยายและเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้ม น้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 กิโลกรัม การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม กินอาหารมากขึ้น นอนมากขึ้น อารมณ์อ่อนไหวง่าย ชอบหาที่สงบและอบอุ่น การดูแลแมวท้องในแต่ละช่วง ช่วงแรก (1-3 สัปดาห์) พาไปตรวจสุขภาพที่สัตวแพทย์เพื่อยืนยันการตั้งท้อง ปรับอาหารให้เหมาะสมกับแมวท้อง เสริมวิตามินตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ จัดสภาพแวดล้อมให้สะอาดและปลอดภัย ช่วงกลาง (4-6 สัปดาห์) เพิ่มปริมาณอาหารตามความต้องการ หลีกเลี่ยงการยกหรือจับแมวบริเวณท้อง สังเกตการเคลื่อนไหวของลูกแมว เตรียมพื้นที่สำหรับการคลอด ช่วงท้าย (7-9 สัปดาห์) จัดเตรียมกล่องคลอดในที่เงียบสงบ สังเกตอาการก่อนคลอด เตรียมอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการคลอด ติดต่อสัตวแพทย์ให้พร้อมกรณีฉุกเฉิน อาหารสำหรับแมวท้อง ในช่วงแรกเกิดถึง 4 สัปดาห์แรก ลูกสุนัขจำเป็นต้องได้รับนมจากแม่สุนัขหรือนมทดแทนสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ การให้นมควรทำทุก 2-3 ชั่วโมงในช่วงสัปดาห์แรก และค่อยๆ [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
‘พฤกษา’ ผนวกความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ร่วมกับความเชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ จากโรงพยาบาลวิมุต สู่การดูแลสุขภาพที่ดีของชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “สุขภาพดีเริ่มต้นที่บ้าน” มอบสิทธิพิเศษ และจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพดี ให้ลูกบ้านมีทั้งความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดปี 2568 นางสาวจิตชญา ตู้จินดา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดองค์กรกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพราะพฤกษามีความเชื่อมั่นว่าบ้านที่ดีนั้นไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สามารถดูแลและส่งเสริมสุขภาพของผู้พักอาศัยได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ พฤกษาจึงมุ่งมั่นสร้างชุมชนสุขภาพดีเพื่อให้ลูกบ้านทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับชีวิตที่ดีและมีสุขภาพที่สมบูรณ์ได้ในระยะยาวผ่านการออกแบบสิทธิประโยชน์และบริการด้านสุขภาพที่เฉพาะเจาะจงสำหรับลูกบ้านในโครงการพฤกษาโดยเฉพาะ โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลวิมุตในการมอบสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพหลากหลาย สิทธิพิเศษที่โรงพยาบาลวิมุตประจำปี 2568 สำหรับลูกบ้านพฤกษา ส่วนลด 20% สำหรับค่าห้องพักผู้ป่วย ส่วนลด 10% สำหรับค่ายา ค่าแลป ค่า X-ray และค่าบริการ MRI/ CT SCAN ส่วนลด เรียกใช้รถพยาบาลฉุกเฉิน กรณีเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวิมุต 30% กรณี Admit 50% แพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษ (สำหรับลูกบ้านพฤกษา) เพียง 2,500 บาท (จากราคาปกติ [...]

10/4/2568 • โดย Homeday
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมคิด จูหว้า คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุกูล มะโนทน รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และพัฒนาองค์กร คณาจารย์ และนิสิต ลงพื้นที่จัดกิจกรรมคัดกรองภาวะสุขภาพแก่กลุ่มผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ตำบลแม่ใส อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ภายใต้โครงการ “ชะลอชรา สร้างชีวายืนยาว: สุขภาพดีสู่ผู้สูงวัยแห่งแม่ใส” ระยะที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นในเดือน มีนาคม 2568 กิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ โดยทีมคณาจารย์และนิสิตได้เข้าตรวจคัดกรองสุขภาพของผู้สูงอายุทั้งสิ้นจำนวนกว่า 600 คน จาก 12 หมู่บ้านในตำบลแม่ใส ซึ่งครอบคลุมการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมด้านการดูแลตนเอง เพื่อให้ผู้สูงอายุมีศักยภาพในการดำรงชีวิตประจำวันอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และยกระดับสุขภาวะของประชาชนอย่างต่อเนื่องในระดับพื้นที่

20/2/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสัตว์หลายตัวในบ้านเดียวกันเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการวางแผนที่ดี บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดการและดูแลสัตว์เลี้ยงหลายตัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข การเตรียมความพร้อมก่อนนำสัตว์เลี้ยงใหม่เข้าบ้าน การนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้วต้องมีการเตรียมการที่ดี เริ่มจากการประเมินพื้นที่ในบ้านว่าเพียงพอหรือไม่ ต้องจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวให้แต่ละตัว เช่น มุมนอน มุมกินอาหาร และกระบะทราย สำหรับสุนัขและแมว ควรมีพื้นที่หลบพักที่เป็นส่วนตัว โดยเฉพาะแมวที่ต้องการพื้นที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์อื่น การติดตั้งชั้นวางหรือต้นไม้แมวจะช่วยให้แมวรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น การแนะนำตัวระหว่างสัตว์เลี้ยง การแนะนำให้สัตว์เลี้ยงรู้จักกันต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการให้ได้กลิ่นกันก่อนผ่านประตูหรือรั้วกั้น ไม่ควรบังคับให้เผชิญหน้ากันทันที เพราะอาจทำให้เกิดความเครียดและก้าวร้าว ควรให้เวลาในการปรับตัวอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ โดยค่อยๆ เพิ่มเวลาในการพบเจอกัน และต้องมีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าว ให้แยกออกจากกันทันที การจัดการพื้นที่และทรัพยากร การจัดการพื้นที่และทรัพยากรที่ดีจะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างสัตว์เลี้ยง ควรมีชามอาหาร น้ำ และของเล่นแยกสำหรับแต่ละตัว วางในตำแหน่งที่ต่างกัน เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งชิง สำหรับแมว ควรมีกระบะทรายมากกว่าจำนวนแมว 1 ใบ เพื่อให้แต่ละตัวมีพื้นที่ส่วนตัว และควรทำความสะอาดกระบะทรายอย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพและสุขอนามัย สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม ทั้งการฉีดวัคซีน การถ่ายพยาธิ และการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างกัน ควรมีการทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพราะการอยู่ร่วมกันของสัตว์หลายตัวอาจทำให้เกิดกลิ่นและเชื้อโรคสะสม การใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ การจัดการพฤติกรรมและการฝึก การฝึกให้สัตว์เลี้ยงมีระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสุนัขที่ต้องเรียนรู้คำสั่งพื้นฐาน เช่น นั่ง หมอบ [...]

10/6/2567 • โดย Homeday
ธนาสิริ กรุ๊ป จับมือมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (พื้นที่ จ.นนทบุรี) จัดกิจกรรม “ธนาสิริ .. เราดูแล สุขภาพดีสู่นักสร้าง” ให้กับชาวแคมป์นักสร้าง และครอบครัว พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพในแคมป์โครงการโซน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี สนับสนุนโดยทีมมูลนิธิศุภนิมิตฯ ที่มีความชำนาญด้านภาษากัมพูชา และเมียนมา มาร่วมให้ค

20/2/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว การสังเกตอาการผิดปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาได้รับการรักษาทันท่วงที บทความนี้จะแนะนำสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าต้องพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน อาการฉุกเฉินที่ต้องพบสัตวแพทย์ทันที การหายใจผิดปกติเป็นสัญญาณอันตรายอันดับต้นๆ หากสังเกตว่าสัตว์เลี้ยงหายใจเร็วผิดปกติ หายใจลำบาก หอบ หรือมีเสียงผิดปกติขณะหายใจ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากโรคหัวใจ ปอดอักเสบ หรือมีสิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินหายใจอาการชัก การสูญเสียการทรงตัว หรือเดินโซเซ เป็นอีกสัญญาณที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยด่วน เพราะอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท การได้รับสารพิษ หรือเนื้องอกในสมองการอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง โดยเฉพาะหากมีเลือดปน หรือเกิดต่อเนื่องนานเกิน 24 ชั่วโมง อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงได้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ต้องเฝ้าระวัง บาดแผลเปิด กระดูกหัก หรือการบาดเจ็บที่เห็นได้ชัด ต้องได้รับการรักษาทันที เช่นเดียวกับอาการบวมผิดปกติ ก้อนเนื้อที่โตขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหนังการเปลี่ยนแปลงของสีเหงือกจากชมพูเป็นซีดหรือเขียวคล้ำ อาจบ่งชี้ถึงปัญหาการไหลเวียนเลือดหรือภาวะช็อก ส่วนอาการตาแดง มีน้ำตาไหล หรือมีสิ่งคัดหลั่งผิดปกติ ก็ต้องได้รับการตรวจรักษา การป้องกันและเฝ้าระวัง การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรค ควรสังเกตพฤติกรรมปกติของสัตว์เลี้ยง เพื่อจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดความผิดปกติการเก็บบันทึกประวัติการรักษาและการสังเกตอาการผิดปกติจะช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น สรุป การสังเกตอาการผิดปกติและพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายได้ #สัตว์เลี้ยง #สาระ #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์ #ฉุกเฉินสัตว์เลี้ยง #โรคสัตว์เลี้ยง

17/4/2568 • โดย Homeday
ร่วมฉลองวันสตรีสากลปี 2025 นี้ ภายใต้ธีม “Accelerating Action” เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังในการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ในมือของเราทุกคนที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหน ๆ เฮอร์บาไลฟ์ขอร่วมชื่นชมศักยภาพของผู้หญิงทั่วโลก พร้อมส่งเสริมความสำคัญของการดูแลสุขภาพของผู้หญิงไปด้วยกัน เนื่องจากผู้หญิงต้องรับมือกับหลากหลายบทบาทในชีวิต ทั้งอาชีพ หน้าที่ในครอบครัว และเป็นคนดูแลความเรียบร้อยในบ้าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงความเครียดสะสมที่อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ฮอร์โมนแปรปรวน นอนหลับไม่สนิท เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune diseases) ไปจนถึงภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ ยังมีโรคที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เช่น ภาวะสมองเสื่อม (dementia) และภาวะกล้ามเนื้อพร่อง (sarcopenia) ดังนั้น การทำความเข้าใจความซับซ้อนของร่างกายและดูแลสุขภาพให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดร. วิภาดา แซ่เล่า หัวหน้าฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก ร่วมฉลองวันสตรีสากล ด้วยการมอบเคล็ดลับการดูแลสุขภาพให้เฮลตี้ฉบับเพื่อนหญิงพลังหญิง เพื่อสร้างโอกาสและความสุขในชีวิตที่ดีกว่าเดิม อย่าลืมดูแลหัวใจให้สตรอง โรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้หญิงในเอเชีย คิดเป็น 35% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในปี 2019 และข้อมูลยังชี้ว่าภูมิภาคเอเชียมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูงที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 467.2 ต่อประชากร 100,000 คน และถึงแม้ว่าจะเป็นโรคที่พบได้ในทุกช่วงวัยของผู้หญิง แต่กลับถูกวินิจฉัยและได้รับการรักษาน้อยกว่าที่ควร เนื่องจากความเข้าใจผิดและการขาดความตระหนักรู้ทั้งในหมู่แพทย์และประชาชน ซึ่งการตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อตรวจหาปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน หรือเบาหวาน เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจ นอกจากนี้ การออกกำลังกายเป็นประจำ การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จะช่วยให้หัวใจแข็งแรง รวมถึงการเล่นโยคะและการทำสมาธิยังช่วยลดระดับความเครียด ซึ่งส่งผลดีต่อความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอล การออกกำลังกายยังช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อหัวใจ ส่วนด้านโภชนาการ มีอาหารที่ช่วยเสริมสุขภาพหัวใจ ได้แก่ ผักและผลไม้สด โปรตีนไม่ติดมัน [...]