
15/4/2568 • โดย Homeday
ปัญหาบ้านร้อนอบอ้าวเป็นปัญหาที่พบบ่อยในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปีและมีแนวโน้มร้อนขึ้นเรื่อยๆ หลายครอบครัวเลือกแก้ปัญหาด้วยการติดเครื่องปรับอากาศเพิ่ม หรือเปิดใช้งานเป็นเวลานานขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงตามไปด้วย ความจริงแล้วมีหลายวิธีที่สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศมากเกินไป บทความนี้จะแนะนำสาเหตุที่ทำให้บ้านร้อนและวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายยิ่งขึ้น สาเหตุหลักที่ทำให้บ้านร้อนอบอ้าว เมื่อต้องการแก้ปัญหาบ้านร้อน เราควรเข้าใจก่อนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้บ้านของเรามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อเรื่องนี้ 1. ขาดพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน บ้านจำนวนมากพยายามใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนมองข้ามความสำคัญของพื้นที่สีเขียว หลายครอบครัวเปลี่ยนสนามหญ้าเป็นลานคอนกรีต หรือไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ทำให้ช่วงหน้าร้อนไม่มีพื้นที่ร่มรื่นภายในบริเวณบ้าน ส่งผลให้แสงแดดส่องกระทบตัวบ้านโดยตรง ทำให้บ้านสะสมความร้อนได้มากขึ้น 2. การวางผังบ้านไม่เหมาะสมกับทิศทาง สาเหตุสำคัญของบ้านร้อนอีกประการคือการวางตำแหน่งห้องในบ้านไม่สอดคล้องกับทิศทาง โดยเฉพาะห้องที่ใช้งานบ่อย เช่น ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน อยู่ในทิศที่รับแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่ายทางทิศใต้และทิศตะวันตก นอกจากนี้ การไม่มีกันสาดหรือระแนงกันความร้อน รวมถึงการไม่เปิดหน้าต่างหรือประตูให้ลมถ่ายเท ก็เป็นสาเหตุให้เกิดความร้อนสะสมภายในบ้านได้ 3. การต่อเติมบ้านโดยไม่คำนึงถึงการระบายอากาศ การปรับปรุงหรือต่อเติมบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงหลักการออกแบบที่ถูกต้อง อาจทำให้บ้านร้อนยิ่งขึ้น เช่น การสร้างรั้วสูงทึบที่ปิดกั้นการไหลเวียนของลม หรือการต่อเติมส่วนต่างๆ ของบ้านโดยไม่เว้นช่องว่างให้แสงและลมผ่านเข้าออก ทำให้บ้านอับทึบและสะสมความร้อนได้ง่าย 4. การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เหมาะสม เฟอร์นิเจอร์มีส่วนสำคัญต่อการระบายอากาศภายในบ้าน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เกินไป หรือจัดวางในตำแหน่งที่กีดขวางการไหลเวียนของอากาศ จะทำให้บ้านอบอ้าวและระบายความร้อนได้ไม่ดี ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับขนาดห้องและไม่กีดขวางทางลมผ่าน 5. การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อนมากเกินไป บ้านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ปล่อยความร้อนสูงอย่างเตาอบ เตาไมโครเวฟ หรือคอมพิวเตอร์ จะทำให้อุณหภูมิในบ้านสูงขึ้น นอกจากนี้ การไม่มีเครื่องดูดควันหรือพัดลมระบายอากาศในห้องครัว [...]

11/6/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อเครื่องซักผ้าฝาหน้าในปัจจุบันถือเป็นการลงทุนที่สำคัญสำหรับทุกครอบครัว เนื่องจากเครื่องซักผ้าฝาหน้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยจุดเด่นหลายประการที่เหนือกว่าเครื่องซักผ้าฝาบน เครื่องซักผ้าประเภทนี้ไม่เพียงแต่ซักผ้าได้สะอาดมากกว่า แต่ยังช่วยประหยัดน้ำและพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและต้องการความคุ้มค่าในการใช้งาน หนึ่งในความพิเศษของเครื่องซักผ้าฝาหน้าคือความสามารถในการซักผ้าด้วยน้ำร้อนได้ ซึ่งช่วยกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ระบบการซักที่ใช้แรงโน้มถ่วงของโลกในการหมุนผ้า ทำให้เสื้อผ้าไม่เกิดการพันกันมากเกินไป และลดการขาดฉีกของเนื้อผ้า การออกแบบที่มีฝาเปิดด้านหน้าทำให้สามารถติดตั้งซ้อนกับเครื่องอบผ้าได้ จึงประหยัดพื้นที่ใช้งานในบ้าน เทคโนโลยีในเครื่องซักผ้าฝาหน้ายุคปัจจุบันได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีระบบอินเวอร์เตอร์ที่ทำให้เครื่องทำงานเงียบและประหยัดไฟ ระบบการจ่ายน้ำยาซักผ้าอัตโนมัติ ระบบไอน้ำที่ช่วยฆ่าเชื้อโรค และฟีเจอร์การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อควบคุมการทำงานจากระยะไกล ทำให้การซักผ้าเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ดังที่พัฒนาเครื่องซักผ้าฝาหน้าที่มีคุณภาพและฟีเจอร์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย #เครื่องซักผ้าฝาหน้า #เครื่องซักผ้าอินเวอร์เตอร์ #เครื่องซักอบผ้า #เครื่องใช้ไฟฟ้า #เครื่องซักผ้าประหยัดไฟ #เครื่องซักผ้าสมาร์ท #เครื่องซักผ้า2025 #shopzy

16/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ทุกนาทีมีค่า การมี “เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว” ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือ “คุณภาพชีวิต” ที่ดีขึ้นแบบเห็นผลทันตา บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 ไอเทมสุดฮิตที่หลายบ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ซื้อแล้วคุ้ม…เหมือนมีผู้ช่วยในครัว!” 1. หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ประหยัดเวลา: ไม่ต้องยืนเฝ้า ไม่ต้องใช้น้ำมัน ประหยัดพลังงาน: ทำอาหารได้เร็ว ลดการเปิดเตา เหมาะกับ: คนที่รักสุขภาพ และคนที่ชอบทำอาหารง่าย ๆ รีวิวผู้ใช้: “ตั้งแต่มีหม้อทอด ทุกอย่างโยนเข้าไปได้เลย กินของทอดแบบไม่รู้สึกผิด!” 2. เครื่องสกัดเย็น (Slow Juicer) ได้วิตามินครบถ้วนกว่าสกัดเร็ว น้ำที่ได้นุ่มลิ้น ไม่มีฟองหรือแยกชั้นเร็ว เหมาะกับ: คนดูแลสุขภาพ หรือครอบครัวที่อยากให้เด็กดื่มผัก ไอเดียเพิ่ม: หั่นผักผลไม้ล่วงหน้าเก็บในตู้เย็น แล้วสกัดรวมทุกเช้า 3. หม้อหุงข้าวดิจิทัล ตั้งเวลาหุงล่วงหน้าได้ บางรุ่นปรับเนื้อสัมผัสของข้าวได้ (นุ่มมาก / นุ่มกลาง / ข้าวต้ม) เหมาะกับ: คนที่ทำงานนอกบ้าน อยากให้ข้าวพร้อมตอนไปถึงบ้าน [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้ การรู้จักวิธีป้องกันตัวและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสูญเสียได้อย่างมาก บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมการล่วงหน้า การปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ 1. การเตรียมพร้อมที่อยู่อาศัยให้แข็งแรง การเตรียมบ้านเรือนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการรับมือกับแผ่นดินไหว เริ่มต้นจากการตรวจสอบโครงสร้างของบ้านว่ามีความมั่นคงเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมานาน ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความแข็งแรงและทำการเสริมความมั่นคงให้กับตัวอาคาร การติดตั้งระบบเสริมความมั่นคงให้กับบ้านมีหลายวิธี เช่น การเสริมเสาและคานให้แข็งแรง การติดตั้งระบบต้านแรงแผ่นดินไหว หรือการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่น ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบและซ่อมแซมรอยแตกร้าวของกำแพงหรือฐานรากอาคารอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง ควรสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดถึงมาตรฐานการก่อสร้างและระบบป้องกันแผ่นดินไหวของอาคาร รวมถึงแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน การเลือกที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมแผ่นดินไหวจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหายเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างมาก 2. การจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย เฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้านอาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการยึดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือตู้หนังสือเข้ากับผนังอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มทับเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ควรจัดวางของหนักไว้บนชั้นล่างของชั้นวางของ และไม่วางสิ่งของที่แตกง่ายหรือมีน้ำหนักมากไว้เหนือเตียงนอนหรือโซฟา ติดตั้งอุปกรณ์ล็อคสำหรับตู้และลิ้นชักเพื่อป้องกันการเปิดออกระหว่างเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังควรใช้แผ่นกันลื่นหรือตีนตุ๊กแกรองใต้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหรือชั้นวาง การจัดเตรียมเส้นทางอพยพภายในบ้านให้โล่งและปราศจากสิ่งกีดขวางก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในแต่ละห้องสำหรับหลบภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือบริเวณมุมห้องที่ไม่มีสิ่งของหนักตั้งอยู่เหนือศีรษะ และให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนทราบถึงตำแหน่งเหล่านี้ 3. การจัดเตรียมถุงยังชีพและแผนอพยพฉุกเฉิน การจัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมี ถุงยังชีพควรบรรจุของใช้ที่จำเป็นอย่างน้อยสำหรับ 3-7 วัน ได้แก่ [...]

2/9/2568 • โดย Homeday
Frasers Hospitality ธุรกิจเชิงกลยุทธ์ในเครือ Frasers Property Group ผู้ให้บริการด้านเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และโรงแรมที่พักในเกือบ 40 เมืองทั่วโลก โดยยึดคุณภาพการบริการเป็นหัวใจสำคัญ ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การดูแลรักษาห้องพักอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงความเอาใจใส่ของพนักงาน ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญต่อความพึงพอใจของผู้เข้าพัก รีวิวที่ได้รับ ตลอดจนชื่อเสียงของแบรนด์และอัตราการเข้าพัก เมื่อพอร์ตโฟลิโอขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความจำเป็นในการรับและอบรมพนักงานใหม่ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ความต้องการนี้ยังได้รับแรงหนุนจากความมุ่งมั่นของ Frasers Hospitality ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ทำให้การฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องกลายเป็นภารกิจหลักที่มีความสำคัญและต้องพัฒนาอยู่เสมอ กระบวนการนี้มีความซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากมีการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพักอย่างต่อเนื่อง เช่น เครื่องชงกาแฟหรือเครื่องซักผ้า เพื่อให้สอดรับกับความคาดหวังของผู้เข้าพักยุคใหม่ เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นที่เพิ่มเข้ามาจึงต้องมีขั้นตอนการติดตั้งและการบำรุงรักษาใหม่ที่พนักงานต้องเรียนรู้ พร้อมกันนี้ การอัปเดตคู่มือมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน (SOP) สำหรับที่พักหลายแห่งและหลายภาษายังคงเป็นงานที่ใช้เวลาและทรัพยากรมาก เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว Frasers Hospitality จึงเข้าร่วมโปรแกรม AI Cloud Takeoff (AI CTO) ของ Google Cloud และร่วมมือกับ Kyndryl พาร์ทเนอร์ของ Google Cloud ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับสร้าง SOP และฐานความรู้ โดยใช้เอเจนต์ AI ที่พร้อมใช้งานจริง [...]

4/11/2568 • โดย Homeday
บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมอวดโฉม EARN by LPN คอนโดมิเนียมคุณภาพ ภายใต้แนวคิด Joyful Living at EARN เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพทำเลรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เชื่อมต่อการเดินทางที่สะดวกสบาย พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ลุยตลาดกลุ่มนักลงทุน กลุ่ม Expat ชูผลตอบแทนสูง 7-9% ต่อปี เปิดชมบรรยากาศจริงครั้งแรก 8-9 พ.ย. นี้ จองรับเฟอร์ฯ เครื่องใช้ไฟฟ้าครบ และฟรี iPhone 17 Pro Max* ทั้งนี้ โครงการ “EARN by LPN” (เอิร์น บาย แอล.พี.เอ็น) ออกแบบภายใต้แนวคิด “อยู่ ‘เอิร์น’ ชีวิตเพลินกว่าใคร” Joyful Living at EARN ที่ต้องการสะท้อนออกมาให้เห็นว่าเป็นโครงการที่ไม่ว่าจะพักอาศัยเอง หรือเพื่อลงทุน ก็คุ้มค่าเพราะดีมานด์ที่อยู่อาศัยเพื่อเช่าในย่านนี้ยังสูงต่อเนื่อง จากการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ อาทิ [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
ตู้เย็นมินิบาร์กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อาศัยในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดมิเนียมหรือหอพัก ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย และยังประหยัดพลังงานมากกว่าตู้เย็นขนาดใหญ่ ทำให้ตู้เย็นมินิบาร์กลายเป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการแช่น้ำดื่ม อาหาร ผลไม้ หรือแม้แต่เครื่องสำอางบางประเภทที่ต้องการความเย็นในการเก็บรักษา ตลาดตู้เย็นมินิบาร์ในปี 2025 มีความหลากหลายมากขึ้นทั้งในแง่ของดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน คุณสามารถเลือกได้ทั้งแบบประตูทึบ ประตูกระจกใส หน้าผิวเงาสะท้อน หรือดีไซน์สไตล์เรโทรย้อนยุค ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์การใช้งานแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ใช้สอยอีกด้วย ขนาดความจุเฉลี่ยของตู้เย็นมินิบาร์โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1.5-2.0 คิว หรือประมาณ 40-60 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับคนที่อยู่คนเดียวหรือคู่รัก นวัตกรรมการทำความเย็นในปัจจุบันยังช่วยให้ตู้เย็นมินิบาร์รุ่นใหม่สามารถทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลายรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและลดเสียงรบกวน ระบบกระจายความเย็นที่ทั่วถึงช่วยรักษาความสดของอาหารได้ยาวนานขึ้น และที่สำคัญคือการได้รับมาตรฐานฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงแม้จะเปิดใช้งานตลอดเวลา #ตู้เย็นมินิบาร์ #ตู้เย็นเล็ก #ตู้เย็นขนาดเล็ก #ตู้เย็น1ประตู #ตู้เย็นประหยัดไฟ #ตู้เย็นสำหรับคอนโด #ตู้เย็นราคาถูก #เครื่องใช้ไฟฟ้า

2/4/2568 • โดย Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]

25/6/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, วันที่ 25 มิถุนายน 2568 – V-ZUG (เฟา-ซูก) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สานต่อความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในงานเสวนา V-ZUG Thailand Sustainability Talk 2025 ภายใต้แนวคิด “Form, Function & Flavour: มุมมองข้ามวงการว่าด้วยความยั่งยืนในเชิงสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน ไลฟ์สไตล์ และศาสตร์การปรุงอาหาร” ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงสถาปัตยกรรม การออกแบบตกแต่งภายใน และวงการอาหาร มาร่วมแบ่งปันมุมมองในการผสมผสานมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลกเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืน เวทีนี้จัดขึ้นที่ V-ZUG Studio Bangkok ได้จุดประกายบทสนทนาอันทรงคุณค่า เพื่อร่วมกำหนดอนาคตอย่างรับผิดชอบและตระหนักรู้ของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์ V-ZUG ก่อตั้งขึ้นที่เมืองซูก (ZUG) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลาถึง 112 ปี พร้อมความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นและนวัตกรรมระดับ Swiss-made รวมถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน โดย V-ZUG ดำเนินงานตามกรอบ 3Ps ได้แก่ Planet (โลก), People (ผู้คน) [...]

12/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่การใช้ชีวิตเร่งรีบและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกด้าน หม้อหุงข้าวดิจิทัลได้กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขาดไม่ได้ในครัวของครอบครัวสมัยใหม่ เนื่องจากไม่เพียงแต่จะช่วยในการหุงข้าวเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นหม้อไฟฟ้าอเนกประสงค์ในการปรุงอาหารหลายประเภทได้อีกด้วย การเลือกหม้อหุงข้าวดิจิทัลที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำอาหารในแต่ละวันเป็นไปอย่างสะดวกและได้ข้าวที่อร่อยสมบูรณ์แบบ หม้อหุงข้าวดิจิทัลแตกต่างจากหม้อหุงข้าวธรรมดาตรงที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิและเวลาที่แม่นยำกว่า ส่วนใหญ่มาพร้อมกับโปรแกรมการทำอาหารหลากหลาย ตั้งแต่การหุงข้าวประเภทต่างๆ ไปจนถึงการทำโจ๊ก ซุป และขนมเค้ก นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการตั้งเวลาล่วงหน้าและระบบอุ่นอาหารอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้สามารถเตรียมอาหารได้อย่างสะดวกและประหยัดเวลา #หม้อหุงข้าว #หม้อหุงข้าวดิจิทัล #เครื่องใช้ไฟฟ้า #อุปกรณ์ครัว #ข้าวสุก #โจ๊ก #หม้อไฟฟ้า #อาหาร #ครัว #shopzy

22/5/2568 • โดย Homeday
เมื่อพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องมีในทุกครัวเรือน ตู้เย็นถือเป็นหนึ่งในอันดับแรกๆ ที่ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะช่วยถนอมอาหารให้คงความสดใหม่ได้นานขึ้นแล้ว ยังช่วยยืดอายุของวัตถุดิบต่างๆ ทำให้เราสามารถเก็บอาหารไว้รับประทานได้หลายวัน ลดการสูญเสียและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของตู้เย็นได้พัฒนาไปอย่างมาก โดยเฉพาะระบบ Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าแบบธรรมดา มีระบบกระจายความเย็นที่ทั่วถึงและสม่ำเสมอ มีช่องเก็บผักผลไม้ที่รักษาความชื้นได้ดี และระบบป้องกันกลิ่นอาหารปะปนกัน ตู้เย็น 2 ประตูเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับครอบครัวทั่วไป เพราะมีขนาดที่เหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป สามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานได้อย่างลงตัว มีช่องแช่แข็งแยกอย่างชัดเจน ทำให้การจัดเก็บอาหารเป็นระเบียบมากขึ้น และยังเหมาะกับพื้นที่ห้องครัวทั้งในบ้านเดี่ยวหรือคอนโดมิเนียม การเลือกตู้เย็น 2 ประตูที่เหมาะสมนั้น ควรพิจารณาจากขนาดความจุที่เพียงพอต่อการใช้งาน ระบบการทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพ ฟังก์ชันพิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และที่สำคัญคือประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน เพราะตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง หากเลือกรุ่นที่ประหยัดไฟได้ดี ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมากในระยะยาว #ตู้เย็น2ประตู #ตู้เย็นประหยัดไฟ #ตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ #เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว #ตู้เย็นเทคโนโลยีใหม่ #รีวิวตู้เย็น #ตู้เย็นคุณภาพดี

9/2/2569 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ — 9 กุมภาพันธ์ 2569 — บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมพัดลมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประกาศความสำเร็จของนิทรรศการอิมเมอร์ซีฟ “Love Is in the Air” ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Habits Design Studio โดยได้รับรางวัล “The Best of Bangkok Design Week 2026” จาก European Product Design Award (EPDA) เวทีรางวัลด้านการออกแบบระดับโลก และพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ Bangkok Design Week รางวัลนี้สะท้อนความสำเร็จในอีกขั้นของฮาตาริ จากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผู้บริโภคไว้วางใจ สู่แบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดด้านการออกแบบ และให้ความสำคัญกับการสร้างความหมายทางอารมณ์ในชีวิตประจำวัน European Product Design Award เป็นเวทีที่ยกย่องความเป็นเลิศด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์จากทั่วโลก การได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในโปรแกรมยอดเยี่ยมของ Bangkok Design Week [...]