
9/6/2568 • โดย Homeday
ต้นดราเซียน่าเป็นพืชประดับที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงการคนรักต้นไม้ เนื่องจากมีลักษณะใบที่สวยงาม สามารถปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง รวมถึงมีความเชื่อเรื่องมงคลที่ถูกใจคนไทย พืชสกุลนี้มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากถึงกว่า 170 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ปลูกสามารถเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และรสนิยมของตนเองได้ ต้นดราเซียน่าคืออะไร และมีลักษณะเด่นอย่างไร? ดราเซียน่า หรือ Dracaena เป็นสกุลพืชที่มีกว่า 120 สายพันธุ์ของต้นไม้และไม้พุ่มที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา เอเชียใต้ และออสเตรเลียเหนือ ชื่อของพืชนี้มาจากคำภาษากรีกโบราณ “drakaina” หรือ “มังกรเมีย” เนื่องจากมียางสีแดงคล้ายเลือดมังกรในลำต้น ลักษณะเด่นของต้นดราเซียน่าอยู่ที่ใบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นใบเรียวยาวรูปหอกปลายแหลม ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อปล้องคล้ายต้นอ้อย บางชนิดสามารถมีดอกออกเป็นพุ่มกลม และเป็นต้นไม้ที่เชื่อว่าปลูกแล้วจะเป็นมงคล พืชกลุ่มนี้จัดอยู่ในวงศ์หน่วงไผ่ (Asparagaceae) เช่นเดียวกับต้นหน่วย และต้นโฮสต้า ต้นดราเซียน่ามีขนาดที่หลากหลาย ตั้งแต่ไม้พุ่มเตี้ยที่สูงไม่ถึง 2 ฟุต ไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ที่สูงได้มากกว่า 20 ฟุตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การออกดอกของดราเซียน่าเป็นเรื่องหายากในการปลูกในร่ม แต่เมื่อปลูกกลางแจ้งหรือเมื่อต้นโตเต็มที่ อาจมีดอกเล็กๆ สีขาวหรือเหลือง ออกเป็นกลุ่มพร้อมกลิ่นหอม สายพันธุ์ดราเซียน่าไหนบ้างที่เหมาะสำหรับคนรักต้นไม้? ต้นวาสนาอธิษฐาน – สายพันธุ์มงคลยอดนิยม ต้นวาสนาอธิษฐาน (Dracaena fragrans ‘Massangeana’) เป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมมากในหมู่คนไทย เป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อว่าถ้าออกดอกจะทำให้ผู้ปลูกและครอบครัวมีโชคลาภ [...]

9/6/2568 • โดย Homeday
ทิลแลนด์เซียเป็นต้นไม้รากอากาศที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในการตกแต่งบ้านและสวน เนื่องจากสามารถเจริญเติบโตได้โดยไม่ต้องใช้ดิน ทำให้การดูแลรักษาง่ายและเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลามาก พืชชนิดนี้มีมากกว่า 500 สายพันธุ์ทั่วโลกและจัดอยู่ในวงศ์เดียวกับสับปะรดสี ด้วยความสามารถพิเศษในการดูดซับอาหารและความชื้นจากอากาศผ่านรากและใบ ทิลแลนด์เซียจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรักต้นไม้ที่ต้องการความสวยงามแต่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการดูแล ลักษณะเฉพาะของทิลแลนด์เซียที่แตกต่างจากไม้ทั่วไป ทิลแลนด์เซียเป็นพืชอิงอาศัยที่มีคุณสมบัติพิเศษในการดำรงชีพโดยไม่ต้องพึ่งพาดิน3 พืชชนิดนี้ใช้รากเพียงเพื่อเกาะยึดกับต้นไม้ใหญ่ กิ่งไม้ โขดหิน หรือวัสดุอื่นๆ แต่ไม่ได้แย่งอาหารจากพืชที่เป็นเจ้าบ้าน จุดเด่นที่สำคัญของทิลแลนด์เซียคือการมีโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า “ไทรโคม” (Trichome) ซึ่งเป็นขนเล็กๆ สีขาวหรือสีเงินที่ปกคลุมใบและลำต้น ไทรโคมมีลักษณะแบน บาง คล้ายปีกหรือเกล็ดที่ล้อมรอบช่องดูดซับ ทำหน้าที่ดูดซับละอองน้ำและแร่ธาตุต่างๆ จากอากาศเข้าสู่ใบและลำต้น นอกจากการหาอาหารแล้ว ไทรโคมยังช่วยสะท้อนแสงและป้องกันการสูญเสียน้ำจากแสงแดดโดยตรง ลม หรือพื้นที่ที่มีอากาศแห้ง โครงสร้างพิเศษนี้ทำให้ทิลแลนด์เซียสามารถปรับตัวและทนแล้งได้เป็นอย่างดี วิธีการปลูกและดูแลทิลแลนด์เซียอย่างถูกต้อง การปลูกทิลแลนด์เซียไม่ต้องการดินหรือปุ๋ย เพียงแค่จับพันกับต้นไม้ใหญ่ พันกับลวด หรือนำไปเกาะขอนไม้ก็สามารถเจริญเติบโตได้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในการปลูกคือแสงแดด ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดรำไรหรือแสงแดดอ่อนๆ ประมาณ 50-70% หากโดนแดดจัดหรือแดดแรงๆ อาจทำให้ใบไหม้ได้ สำหรับการรดน้ำ มีหลายวิธีที่สามารถเลือกใช้ได้ วิธีแรกคือการพ่นละอองน้ำ 1-2 วันต่อครั้ง วิธีที่สองคือการแช่ในน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ประมาณ 20 นาที แล้วนำขึ้นมาสะบัดน้ำส่วนเกินออก สำหรับการปลูกในห้อง แค่รดน้ำให้ทิลแลนด์เซีย [...]

9/5/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ด้วยเสน่ห์ของความเรียบง่าย ความสงบ และความอบอุ่นที่แฝงอยู่ในทุกองค์ประกอบ การออกแบบที่เน้นการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ทำให้บ้านสไตล์นี้เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการสร้างพื้นที่ที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว บทความนี้จะแนะนำหลักการสำคัญของการตกแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง อะไรทำให้สไตล์ญี่ปุ่นมีเอกลักษณ์ที่น่าหลงใหล? เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นมาจากปรัชญาการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายและประโยชน์ใช้สอย ด้วยแนวคิดแบบ ZEN หรือเซ็น ที่มุ่งสร้างความสงบและผ่อนคลายให้กับผู้อยู่อาศัย บ้านญี่ปุ่นไม่เน้นความหรูหราฟุ่มเฟือย แต่ให้ความสำคัญกับสุนทรียภาพที่เกิดจากความเรียบง่ายและความกลมกลืน หากสังเกตให้ดี บ้านสไตล์ญี่ปุ่นจะมีลักษณะเด่น 3 ประการ ได้แก่ ความเรียบง่ายที่แฝงไว้ด้วยรายละเอียด การใช้พื้นที่ที่มีประสิทธิภาพและเต็มไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน และความใกล้ชิดธรรมชาติที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมและฤดูกาล ด้วยพื้นฐานของประเทศญี่ปุ่นที่มีพื้นที่จำกัดและต้องเผชิญกับสภาพอากาศหลากหลาย การออกแบบบ้านจึงพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ยังคงรักษาความงามและความอบอุ่นไว้อย่างลงตัว นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนหลงรักและต้องการนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านของตนเอง โทนสีอะไรช่วยสร้างบรรยากาศแบบญี่ปุ่นได้ดีที่สุด? การเลือกโทนสีเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างบรรยากาศบ้านสไตล์ญี่ปุ่น สีที่ใช้มักจะเป็นโทนสีจากธรรมชาติหรือที่เรียกว่า Earth Tone ซึ่งช่วยให้บ้านดูอบอุ่น สงบ และเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ สีขาวและสีครีมเป็นสีพื้นฐานที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย เพราะช่วยให้พื้นที่ดูกว้าง โปร่ง สะอาด และสว่าง สีขาวในบ้านญี่ปุ่นไม่ได้ให้ความรู้สึกเย็นชา แต่สื่อถึงความบริสุทธิ์และความสงบ โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับผนังและเพดาน สีน้ำตาลของไม้เป็นอีกโทนสีที่ขาดไม่ได้ในบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นโทนอ่อนของไม้สน ไม้ฮินอกิ หรือไม้ซีดาร์ การผสมผสานระหว่างสีขาวกับงานไม้ สร้างความตัดกันที่ลงตัวและให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มสีเบจ สีเทา หรือสีเขียวอ่อนเข้าไปเพื่อสร้างมิติให้กับบ้าน โดยควรเลือกโทนสีที่ดูสบายตา [...]

12/4/2566 • โดย Homeday
4. แคคตัสสายพันธุ์แมมมิลลาเรีย พลูโมซา แคคตัสที่มีชื่อเรียกอีกหนึ่งชื่อว่า “แมมขนนก” ลำต้นเป็นทรงกลม มีพูแต่มองเห็นไม่ชัด หนามสวยฟู มีขนอ่อน ๆ สีขาวคล้ายขนนกปกคลุมทั่วต้น ออกดอกมีสีขาวอมเหล

10/10/2565 • โดย Homeday
เพราะเหตุใดจึงมีอายุสั้น จากการศึกษาก็ได้พบว่าสีช็อกโกแลตนั้น เป็นลักษณะของยีนด้อยในสุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ซึ่งจะแสดงออกเมื่อลูกสุนัขได้รับพันธุกรรมตกทอดมาจากพ่อแ

19/1/2566 • โดย Homeday
1. สายพันธุ์สุนัข Droopy & Dripple น้องหมาหน้านิ่มน่าหยิก สีขาว ที่มีลูกเดินตามตลอดเวลาอีกหนึ่งตัว ซึ่งดรูปปี้และดริปเปิ้ลก็คือสุนัขสายพันธุ์ บาสเซ็ต ฮาวด์ (Basset Hound) นั่นเอง เป็นสุ

7/3/2568 • โดย Homeday
พบกับนิทรรศการแสดงเดี่ยวโดยศิลปินไทยระดับแนวหน้าโดย โด่ง-พงษธัช อ่วยกลาง หรือที่รู้จักกันในนาม Dong Sculpture กับ Shiny Airy Freely ที่นำเสนอผลงานจิตรกรรมทิวทัศน์ที่ถ่ายทอดจากความคิดถึงบ้านที่อ. เสิงสาง จ. นครราชสีมาโดยใช้เวลาวาดสะสมมายาวนานกว่า 5 ปี นิทรรศการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2568 ที่ Fashion Gallery ชั้น 1 สยามพารากอน โดยมีการจัดงานเปิดท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา แสงและสี: อิทธิพลของบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลง คำว่า Shiny ในที่นี้ไม่ได้สื่อถึงเพียงแค่แสง แต่ยังหมายรวมถึงสีสันที่เกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ของแสงกับวัตถุ เรามองเห็นสีของสิ่งต่างๆ ได้เพราะแสงเป็นตัวพาให้สีปรากฏต่อสายตา แต่สีที่เราเห็นนั้นไม่เคยหยุดนิ่ง—มันเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา อุณหภูมิแสง และสภาวะแวดล้อม โด่ง-พงษธัชให้ความสำคัญกับมิติของสีที่เกิดจากแสงธรรมชาติ—ยามเช้าที่อบอุ่นด้วยโทนเหลืองทอง ยามบ่ายที่แฝงด้วยความเร่าร้อนของสีส้มแดง หรือยามเย็นที่บรรยากาศกลายเป็นสีม่วงน้ำเงินที่สงบเย็น สีของทิวทัศน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีของวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกแต่งแต้มด้วยอุณหภูมิแสงและเงาที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงวัน ทำให้ภาพวาดของเขามีมิติที่ลื่นไหลและเต็มไปด้วยชีวิต นอกจากสีที่เกิดจากแสงแล้ว ศิลปินยังใช้โทนสีเป็นเครื่องมือในการสื่อสารอารมณ์และความรู้สึก สีจึงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางสายตา แต่ยังเป็นตัวแทนของความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับสถานที่และความทรงจำอีกด้วย อากาศ พื้นที่ และความอิสระของการรับรู้ Airy [...]

18/4/2568 • โดย Homeday
Ralph Lauren ต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงด้วย “The Modern Romantics” ชวนคุณมาพบกับเหล่าสาวมั่นที่ไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ใดๆ พร้อมเปลี่ยนความลักชัวรี่ให้กลายมาเป็นสไตล์ส่วนตัว ปลดปล่อยอิสระทางแฟชั่นด้วยความคอนทราสที่ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นระหว่าง masculine และ feminine ความแข็งแกร่งที่ผสานเข้ากับความประณีต นำเสนอขั้วตรงข้ามผ่านงานฝีมือชั้นสูงที่จะมายกระดับทั้งไอเทมคลาสสิกและผลงานอันโดดเด่นให้กลายเป็นสมบัติล้ำค่า โทนสีเข้มหม่นช่วยผสานงานตัดเย็บคมชัดกับเสื้อผ้านุ่มพลิ้วเข้าด้วยกัน ทำให้ความคลาสสิกดูมีเสน่ห์และเซ็กซี่ไปพร้อมกัน เสื้อเชิ้ตสีขาวระบายจีบและกางเกงแบบใหม่ท้าทายภาพจำแบบเดิมๆ เผยสไตล์ที่ไม่เหมือนใครเมื่อใส่คู่กับเสื้อโค้ทแคชเมียร์แบบไม่บุซับใน หรือจะมาในแนวเท่เมื่อจับคู่กับแจ็กเก็ตนักบินขัดสีด้วยมือสไตล์วินเทจ บัสติเยร์หนังและกระโปรงสีคาเมลช่วยสร้างความคอนทราสให้กับดีเทลลูกไม้ ให้ความรู้สึกเรียบหรูแบบมินิมอล เท็กซ์เจอร์ที่สะดุดตาเป็นจุดเด่นของคอลเลกชันนี้ แจ็กเก็ตปกกว้างที่เปลี่ยนจากหนังเรียบเป็นหนังกลับด้วยเทคนิคไล่โทนสีและพื้นผิวแบบทำมือ ทำให้ผลงานแต่ละชิ้นโดดเด่นไม่เหมือนใคร หนังสีดำขัดผิวด้วยมือเพิ่มความหรูหราแปลกตาให้กับชุดบอยเลอร์สูท ยกระดับด้วยซับในผ้าไหมและกระดุมโลหะที่หุ้มด้วยหนังอย่างประณีต คอลเลกชันนี้ยังมีมู้ดที่อ่อนหวานด้วยลูกไม้สีขาวและลายดอกไม้โทนเข้ม รวมถึงผ้ากำมะหยี่ลายเชือกที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคพิมพ์ลายด้วยมือและพ่นสี ผ้านี้ยังนำมาตัดเป็นชุดสูททรงหลวมกับกระโปรงจีบยาวถึงพื้น และมินิเชิ้ตเดรสที่แตกต่างจากชุดยาวอื่นๆ ในคอลเลกชัน ไอเทมชุดราตรีมีให้เลือกทั้งแบบชุดแยกชิ้นและชุดราตรีสุดอลังการ เสื้อสเวตเตอร์ปักเลื่อมพร้อมลวดลายดอกไม้ร้อยลูกปัดด้วยมือชวนให้นึกถึงผลงานที่นางแบบในตำนานอย่าง Clotilde Holby เคยสวมในแคมเปญโฆษณาของ Ralph Lauren ยุค 80 ชุดราตรียาวสายคล้องคอมาใน 2 สไตล์ ทั้งแบบลูกไม้ปักทับบนผ้าซาตินลายดอกไม้โทนสีเข้มแบบสีน้ำ และแบบมีระบายผ้าไหมถักเป็นชั้นๆ พันรอบตัวอย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ ยังมีแอกเซสซอรี่ที่มาช่วยเสริมความเท่ให้กับลุค ทั้งรองเท้าบูท Barnet เหนือเข่าที่เปิดตัวในคอลเลกชัน Pre-Fall และรองเท้าบูทรุ่นใหม่ในซีซั่นนี้อย่าง Quinn [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
QUINN (ควินน์) แบรนด์แฟชั่นสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่แสดงออกถึงภาพลักษณ์อันทรงพลัง เหนือกาลเวลา กล้าที่จะแตกต่าง ต้อนรับแฟชั่นประจำฤดูกาลซัมเมอร์ 2025 เชิญชวนทุกคนร่วมโต๊ะบรันช์สุดชิลล์ในแคมเปญ In the Garden พร้อมเสิร์ฟไอเทมแฟชั่นล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจจากของใช้นานาชนิดบนโต๊ะอาหารมื้อสาย ที่ถูกตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียนในสวน โดยมีไฮไลต์สุดพิเศษประจำคอลเลกชั่นคือ การร่วมงานกับ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นางแบบชื่อดังพ่วงด้วยดีกรีพิธีกร นักเขียนและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรี มาพรีเซนต์ความแอลิแกนซ์ที่ให้ความรู้สึกแคชชวลสบายผ่านลวดลายเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ผสมผสานกับเทคนิคการตัดเย็บอันประณีต กลายเป็นเสื้อผ้าสไตล์ซัมเมอร์ที่สวมใส่สบายพร้อมกับมีกลิ่นอายความหรูหราสไตล์โอลด์ มันนี่ องค์ประกอบสำคัญของการออกแบบคือการหยิบนำลวดลายที่มักเห็นได้บนโต๊ะอาหาร อาทิ ลายพิมพ์ดอกไม้ ลายทางหลากหลายสีสัน ลายนูนที่อินสไปร์จากขอบจานที่ถูกนำมาขมวดขดเกิดเป็นลวดลายแอบแสตรก และลายพิมพ์ของผักผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นต้นอาร์ติโชค มะเขือเทศ มะเขือม่วง และผลมะเดื่อฝรั่ง ถูกถักทอผ่านวัสดุเส้นใยธรรมชาติทั้งผ้าคอตตอน ผ้าลินิน รวมถึงผ้าลูกไม้ควินน์ แลซ (QUINN LACE) โดดเด่นด้วยลวดลายพิเศษนำมาต่อกันเป็นแพทช์ผ้าที่มีเอกลักษณ์ เสริมด้วยกรรมวิธีตัดเย็บสุดยูนีคทั้งการจับเดรปและการถักโครเช่ต์คล้ายแผ่นรองแก้ว มาในพาแลตสีสันนูทรัลสบายตาไปจนถึงสีสันสดใสบ่งบอกถึงความเป็นซัมเมอร์ ตั้งแต่สีขาวไอวอรี สีเบจ สีน้ำตาลมะฮอกกานี ไปจนสีเหลืองเลม่อน สีส้มแทงเจอรีน สีเขียวมรกต และสีแดงอำพัน ออกมาให้เลือกสรรในหลายดีไซน์ตั้งแต่ เดรสเกาะอกปักลายขมวดแอบแสตรก จัมพ์สูทลายทางคละสี เดรสสายเดี่ยวกระโปรงสั้นแต่งโมทีฟรูปผักช่วงอก เดรสแขนยาวจับเดรปป้ายข้าง เดรสซาตินคล้องคอพิมพ์ลายพืชผัก เชิ้ตแขนสั้นเข้าเซ็ทกับกางเกงพิมพ์ลายดอกไม้ [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
ไฮยาซินธ์เป็นไม้หัวที่มีถิ่นกำเนิดจากแถบตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปจนถึงอิหร่านและเติร์กเมนิสถาน ดอกไฮยาซินธ์มีลักษณะเด่นคือออกดอกเป็นช่อแน่น มีกลิ่นหอมหวาน และมีสีสันหลากหลาย ตั้งแต่สีขาว ครีม เหลือง ชมพู ฟ้า ไปจนถึงสีม่วงเข้ม ปัจจุบันไฮยาซินธ์ถูกจัดเป็นวงศ์อิสระของตัวเองชื่อ Hyacinthaceae และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hyacinthus Orientalis ทำไมควรปลูกไฮยาซินธ์ในบ้าน ไฮยาซินธ์เป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกในบ้านเพราะมีคุณสมบัติหลายอย่างที่ดึงดูดใจ ดอกไฮยาซินธ์มีกลิ่นหอมอ่อนและสีสันที่หลากหลาย ช่วยผ่อนคลายจิตใจ ปรับสมดุลฮอร์โมน ลดอาการเครียด และช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น นอกจากนี้ ไฮยาซินธ์ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ ความรัก และความกล้าหาญ ความหมายของสีดอกไฮยาซินธ์แต่ละสี แต่ละสีของดอกไฮยาซินธ์มีความหมายที่แตกต่างกันไป สีม่วงแทนการขอโทษและความเสียใจ สีฟ้าแทนความซื่อสัตย์และความจริงใจ สีแดงแทนความหลงใหล สีเหลืองแทนความอิจฉาริษา และสีขาวแทนความรักอันบริสุทธิ์และการขอพรต่อพระเจ้า สีชมพูแทนความสนุกสนาน ในขณะที่สีม่วงเข้มแทนความลึกลับและความเศร้าโศก วิธีการปลูกไฮยาซินธ์ในน้ำแบบง่ายๆ การเตรียมหัวไฮยาซินธ์ ขั้นตอนแรกในการปลูกไฮยาซินธ์คือการเตรียมหัวพันธุ์ ควรเลือกหัวที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรง ไม่มีรอยเน่าเสีย หัวที่ใหญ่กว่าจะให้ดอกที่สวยงามและมีจำนวนกลีบมากกว่า โดยหัวขนาด 16-17 หรือ 18-19 เซนติเมตรจะเหมาะสำหรับการปลูกมากที่สุด ขั้นตอนการแช่ตู้เย็น การแช่หัวไฮยาซินธ์ในตู้เย็นเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการออกดอก ให้นำหัวไฮยาซินธ์ใส่ในถุงกระดาษสีน้ำตาลแล้วเก็บในช่องเก็บผักของตู้เย็นเป็นเวลา 6-14 สัปดาห์ที่อุณหภูมิ 40-45 องศาฟาเรนไฮต์ ต้องระวังไม่ให้เก็บหัวไฮยาซินธ์ไว้ใกล้กับผลไม้ที่สุกแล้ว [...]

27/2/2568 • โดย Homeday
SHINY AIRY FREELYนิทรรศการแสดงเดี่ยวโดย โด่ง-พงษธัช อ่วยกลาง3 – 31 มี.ค. 2568 จัดแสดงที่ แฟชั่น แกลเลอรี่ ชั้น 1 สยามพารากอน Shiny Airy Freely คือนิทรรศการแสดงเดี่ยวของ ศิลปินโด่ง-พงษธัช ที่นำเสนอผลงานจิตรกรรมทิวทัศน์ผ่านมุมมองที่ลึกซึ้งและเป็นอิสระ ศิลปินใช้แสง สีสัน พื้นที่ และอารมณ์ความรู้สึกเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างสรรค์งาน ภายใต้แนวคิดที่สะท้อนถึงประสบการณ์ทางสายตาและอารมณ์ของเขาเอง แสงและสี: อิทธิพลของบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลง คำว่า Shiny ในที่นี้ไม่ได้สื่อถึงเพียงแค่แสง แต่ยังหมายรวมถึงสีสันที่เกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ของแสงกับวัตถุ เรามองเห็นสีของสิ่งต่างๆ ได้เพราะแสงเป็นตัวพาให้สีปรากฏต่อสายตา แต่สีที่เราเห็นนั้นไม่เคยหยุดนิ่ง—มันเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา อุณหภูมิแสง และสภาวะแวดล้อม โด่ง-พงษธัชให้ความสำคัญกับมิติของสีที่เกิดจากแสงธรรมชาติ—ยามเช้าที่อบอุ่นด้วยโทนเหลืองทอง ยามบ่ายที่แฝงด้วยความเร่าร้อนของสีส้มแดง หรือยามเย็นที่บรรยากาศกลายเป็นสีม่วงน้ำเงินที่สงบเย็น สีของทิวทัศน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีของวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกแต่งแต้มด้วยอุณหภูมิแสงและเงาที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงวัน ทำให้ภาพวาดของเขามีมิติที่ลื่นไหลและเต็มไปด้วยชีวิต นอกจากสีที่เกิดจากแสงแล้ว ศิลปินยังใช้โทนสีเป็นเครื่องมือในการสื่อสารอารมณ์และความรู้สึก สีจึงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางสายตา แต่ยังเป็นตัวแทนของความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับสถานที่และความทรงจำอีกด้วย อากาศ พื้นที่ และความอิสระของการรับรู้ Airy เป็นแนวคิดเกี่ยวกับพื้นที่และมวลของสิ่งที่อยู่รอบตัว ศิลปินให้ความสำคัญกับความว่างเปล่าที่รายล้อมวัตถุ (Negative Space) [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
ต้นโกสนเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยใบหลากสีสันสวยงาม นอกจากความสวยงามแล้ว โกสนยังมีความเชื่อเรื่องความเป็นมงคล ช่วยเสริมบารมี และปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีประโยชน์ทางสมุนไพรและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย โกสนมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความชอบ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรูปทรงและสีสันของใบ แม้จะเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลพิเศษบ้าง แต่หากเข้าใจธรรมชาติและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ต้นโกสนเจริญเติบโตสวยงามและอยู่กับเราไปนานๆ ลักษณะทั่วไปของต้นโกสน ไม้ประดับสีสันสวยงาม โกสน (Croton) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Codiaeum variegatum อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae หรือวงศ์ยางพารา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อินเดียตอนใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีทั้งรูปร่างกลม ยาวแคบ หรือบิดเป็นเกลียว กว้างประมาณ 0.5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ปลายใบอาจแหลมหรือมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่น สีของใบมีหลากหลายตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ไปจนถึงม่วงและดำ [...]