กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

12/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตต่อเนื่อง จัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับผู้ประกอบการ ประกอบด้วย (1) สินเชื่อโครงการส่งเสริมธุรกิจ ตลาดบ้านมือสอง ปี 2568 สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ที่เป็นทรัพย์ NPL ของธนาคารที่กรมบังคับคดี และทรัพย์บ้านมือสองของธนาคาร อัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีแรก 3.50% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เพียง 4.00% ระยะเวลาการกู้สูงสุด 3 ปี (2) สินเชื่อพัฒนาโครงการ (Pre Finance) สำหรับผู้ประกอบการ โครงการสินเชื่อเพื่ออาคารคาร์บอนต่ำ ปี 2568 สำหรับผู้ประกอบการที่ก่อสร้างอาคารโดยผ่านการรับรองมาตรฐาน TREEs, LEED และบ้าน / อาคารเบอร์ 5 หรือใช้วัสดุก่อสร้างหรือสุขภัณฑ์ หรือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เครื่องหมายรับรองฉลากลดโลกร้อน / เครื่องหมาย Carbon Footprint อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 3.90% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย [...]

31/10/2568 • โดย Homeday
บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ คว้ารางวัล “Sustainable Property Award” ภายใต้โครงการ KKP Shaping Tomorrow ประจำปี 2568 จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ซึ่งมอบให้แก่ “โครงการดิ อาเบอร์ ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ” (The Arbor Donmueang – Chaengwattana) โครงการบ้านเดี่ยวคุณภาพที่เลือกใช้วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมแนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน โดยมีนายวุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารความยั่งยืนทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม นายณัฐพล ลัคนลาวัณย์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน และนายเกรียงศักดิ์ เหี้ยมโท้ กรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจบ้านแนวราบและภูเก็ต เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับรางวัล Sustainable Property Award เป็นรางวัลที่มอบให้แก่โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยโครงการดิ อาเบอร์ ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ เป็นโครงการบ้านเดี่ยวภายใต้แนวคิด Nature Creates Design ผสานธรรมชาติเข้ากับการอยู่อาศัยอย่างลงตัว [...]

17/12/2568 • โดย Homeday
ปิดฉาก 2568 ปีแห่งการประคองตัว ตลาดธุรกิจรับสร้างบ้าน ติดลบ 14% ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน เศรษฐกิจ การเมือง อุทกภัยน้ำท่วม ความไม่สงบชายแดนไทย – กัมพูชา ความเชื่อมั่นผู้บริโภค วัสดุก่อสร้างปรับราคา ค่าแรงพุ่ง จับสัญญาณบวกปี 2559 Real Demand ยังแข็งแกร่ง เร่งเครื่องบุกหนักต่างจังหวัด พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ ตอกย้ำความเชื่อมั่นมาตรฐาน ความเป็นมืออาชีพ สร้างบ้านดีไม่ทิ้งงาน ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโดยรวมในปี 2568 ส่งผลให้ผู้บริโภคที่กำลังวางแผนสร้างบ้านชะลอการตัดสินใจออกไป เหตุจากขาดความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ “หาดใหญ่” เมื่อรวมกับปัจจัยที่ไม่ส่งผลเชิงบวกมากนัก ทั้งค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าแรงที่ปรับขึ้น การแข่งขันทางตรงจากบริษัทรับสร้างบ้าน และการแข่งขันจากดีเวลอปเปอร์ ที่กระโดดลงมาชิงเม็ดเงินในตลาดนี้กันมากขึ้น ทำให้ตลาดรับสร้างบ้านเต็มไปด้วยโจทย์ที่ยากและท้าทายสำหรับผู้ประกอบการทุกราย ปีแห่งการประคองตัว นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) กล่าวว่า จากภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2568 อยู่ในภาวะตลาดที่ฟื้นตัวช้าจากปัจจัยรอบด้านที่ไม่เอื้อต่อการเติบโตของภาคธุรกิจมากนัก ทั้งจากเสถียรภาพทางการเมืองไม่นิ่ง เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศค่อนข้างทรงตัวและถดถอยในบางช่วงเวลา ส่งผลทางตรงต่อกำลังซื้อผู้บริโภคที่ขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนและใช้จ่ายที่นำไปสู่การชะลอการตัดสินใจสร้างบ้านในปีนี้ออกไปก่อน [...]

2/7/2568 • โดย Homeday
เวลาเราพูดถึงงานก่อสร้างหรือรีโนเวทบ้าน หลายคนมักใช้คำว่า “ซีเมนต์” กับ “คอนกรีต” แทนกันไปมา แต่จริง ๆ แล้ว สองคำนี้ไม่ใช่ของเดียวกัน! บทความนี้จะชวนคุณเข้าใจความแตกต่าง ระหว่าง “ซีเมนต์” และ “คอนกรีต” อย่างง่าย ๆ เพื่อให้คุณสามารถสื่อสารกับช่าง หรือวางแผนปรับปรุงบ้านได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 🧩 ซีเมนต์คืออะไร? ซีเมนต์ (Cement) คือผงสีเทา ๆ ที่เราคุ้นตา มักอยู่ในถุงปูน มีหลายสูตร เช่น ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ใช้เป็น “ส่วนผสมหลัก” ของวัสดุก่อสร้าง 🧪 ส่วนประกอบหลักของซีเมนต์: หินปูน ดินเหนียว แร่ยิปซัม เผาในอุณหภูมิสูงจนกลายเป็นผงละเอียด 🧱 ซีเมนต์ไม่ได้ใช้เดี่ยว ๆ ต้องผสมกับน้ำ และวัสดุอื่นเพื่อให้แข็งตัวและนำไปใช้งานได้ 🧱 คอนกรีตคืออะไร? คอนกรีต (Concrete) = วัสดุก่อสร้างที่แข็งแรง ทำจาก: ซีเมนต์ + ทราย + [...]

15/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกคอนโดริมชายหาดเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การตัดสินใจเลือกทำเลที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาเกลือที่สามารถทำลายทรัพย์สินได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับเทคนิคการเลือกทำเลคอนโดใกล้ชายหาดที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาเกลือและความเสื่อมโทรมของอสังหาริมทรัพย์ ทำความเข้าใจกับผลกระทบของเกลือต่ออสังหาริมทรัพย์ เกลือจากบรรยากาศชายฝั่งเป็นภัยร้ายแรงต่ออาคารและอุปกรณ์ต่างๆ โดยมีกลไกการทำลายที่สำคัญ ดังนี้ การกัดกร่อนโครงสร้าง อนุภาคเกลือมีคุณสมบัติกัดกร่อนที่รุนแรง โดยเฉพาะกับวัสดุก่อสร้างประเภทโลหะ คอนกรีต และอลูมิเนียม เมื่อเกลือสะสมบนพื้นผิว จะทำให้โครงสร้างเกิดการผุกร่อนอย่างช้าๆ แต่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออายุการใช้งานของอาคาร ผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและเครื่องใช้ ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีความเสี่ยงสูงจากการกัดกร่อนของเกลือ วงจรไฟฟ้าจะเกิดการลัดวงจรได้ง่าย อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องใช้ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานที่สั้นลง เทคนิคการเลือกทำเลคอนโดที่ปลอดภัยจากปัญหาเกลือ การวิเคราะห์ระยะห่างจากชายหาด ระยะห่างจากชายหาดเป็นปัจจัยสำคัญในการลดผลกระทบจากเกลือ โดยทั่วไปแนะนำให้เลือกคอนโดที่อยู่ห่างจากชายหาดประมาณ 500 เมตรขึ้นไป พื้นที่นี้จะได้รับผลกระทบจากเกลือน้อยกว่าบริเวณใกล้ชายฝั่ง พิจารณาทิศทางลม ทิศทางลมเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการกระจายตัวของอนุภาคเกลือ ควรเลือกคอนโดที่มีการออกแบบและวางตำแหน่งอาคารที่สามารถลดผลกระทบจากลมทะเลได้ เช่น มีการปลูกต้นไม้กันลม หรือมีการออกแบบอาคารที่ลดการสะสมของเกลือ คุณภาพวัสดุก่อสร้าง เลือกโครงการที่ใช้วัสดุก่อสร้างทนทานต่อการกัดกร่อน เช่น สแตนเลส วัสดุคอมโพสิต หรือมีการเคลือบผิวพิเศษ วัสดุเหล่านี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของอาคารและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา การบำรุงรักษาเพื่อป้องกันปัญหาเกลือ การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ การทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันการสะสมของเกลือ ควรใช้น้ำจืดชำระล้างพื้นผิวต่างๆ เพื่อขจัดเกลือที่เกาะติด การตรวจสอบและบำรุงรักษา ดำเนินการตรวจสอบสภาพอาคารและระบบต่างๆ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการกัดกร่อน เช่น ระเบียง อุปกรณ์ไฟฟ้า [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้ การรู้จักวิธีป้องกันตัวและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสูญเสียได้อย่างมาก บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมการล่วงหน้า การปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ 1. การเตรียมพร้อมที่อยู่อาศัยให้แข็งแรง การเตรียมบ้านเรือนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการรับมือกับแผ่นดินไหว เริ่มต้นจากการตรวจสอบโครงสร้างของบ้านว่ามีความมั่นคงเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมานาน ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความแข็งแรงและทำการเสริมความมั่นคงให้กับตัวอาคาร การติดตั้งระบบเสริมความมั่นคงให้กับบ้านมีหลายวิธี เช่น การเสริมเสาและคานให้แข็งแรง การติดตั้งระบบต้านแรงแผ่นดินไหว หรือการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่น ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบและซ่อมแซมรอยแตกร้าวของกำแพงหรือฐานรากอาคารอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง ควรสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดถึงมาตรฐานการก่อสร้างและระบบป้องกันแผ่นดินไหวของอาคาร รวมถึงแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน การเลือกที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมแผ่นดินไหวจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหายเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างมาก 2. การจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย เฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้านอาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการยึดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือตู้หนังสือเข้ากับผนังอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มทับเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ควรจัดวางของหนักไว้บนชั้นล่างของชั้นวางของ และไม่วางสิ่งของที่แตกง่ายหรือมีน้ำหนักมากไว้เหนือเตียงนอนหรือโซฟา ติดตั้งอุปกรณ์ล็อคสำหรับตู้และลิ้นชักเพื่อป้องกันการเปิดออกระหว่างเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังควรใช้แผ่นกันลื่นหรือตีนตุ๊กแกรองใต้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหรือชั้นวาง การจัดเตรียมเส้นทางอพยพภายในบ้านให้โล่งและปราศจากสิ่งกีดขวางก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในแต่ละห้องสำหรับหลบภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือบริเวณมุมห้องที่ไม่มีสิ่งของหนักตั้งอยู่เหนือศีรษะ และให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนทราบถึงตำแหน่งเหล่านี้ 3. การจัดเตรียมถุงยังชีพและแผนอพยพฉุกเฉิน การจัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมี ถุงยังชีพควรบรรจุของใช้ที่จำเป็นอย่างน้อยสำหรับ 3-7 วัน ได้แก่ [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
น้ำท่วมเป็นภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับฤดูมรสุมและพายุหลายลูกต่อปี การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับน้ำท่วมจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของบ้านทุกคน บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีป้องกันบ้านจากภัยน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสียหายและรักษาทรัพย์สินมีค่าของคุณ ตั้งแต่การวางแผนก่อนสร้างบ้าน ไปจนถึงมาตรการฉุกเฉินที่ควรดำเนินการเมื่อน้ำกำลังจะมา 1. การเลือกทำเลที่ตั้งบ้านให้เหมาะสม การเลือกทำเลที่ตั้งบ้านที่เหมาะสมเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการป้องกันภัยน้ำท่วม ก่อนตัดสินใจซื้อที่ดินหรือบ้าน ควรตรวจสอบประวัติการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่นั้นย้อนหลังอย่างน้อย 10-20 ปี โดยสามารถสอบถามจากคนในท้องถิ่น หน่วยงานราชการ หรือค้นหาข้อมูลออนไลน์จากกรมชลประทานหรือกรมอุตุนิยมวิทยา พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อน้ำท่วม ได้แก่ พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ พื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ หรือพื้นที่ที่มีการระบายน้ำไม่ดี หากจำเป็นต้องสร้างบ้านในพื้นที่เสี่ยง ควรคำนึงถึงการยกระดับพื้นบ้านให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต นอกจากนี้ ควรตรวจสอบแผนพัฒนาเมืองในอนาคต เช่น การสร้างถนน หรือการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการไหลของน้ำและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมได้ การเลือกทำเลที่ตั้งบ้านบนที่สูง หรือพื้นที่ที่มีความลาดเอียงเพียงพอให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก จะช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมได้อย่างมาก เป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า แม้อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในตอนแรก แต่จะประหยัดค่าซ่อมแซมและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 2. การออกแบบและก่อสร้างบ้านแบบป้องกันน้ำท่วม การออกแบบและก่อสร้างบ้านโดยคำนึงถึงภัยน้ำท่วมตั้งแต่เริ่มต้นเป็นวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนสร้างบ้านใหม่หรือปรับปรุงบ้านเก่า ควรพิจารณาแนวทางต่อไปนี้ หนึ่งในวิธีการป้องกันน้ำท่วมที่ได้รับความนิยมคือการยกระดับพื้นบ้านให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมที่คาดการณ์ไว้อย่างน้อย 50-100 เซนติเมตร โดยอาจสร้างบ้านแบบใต้ถุนสูง หรือการถมดินให้สูงขึ้น แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงด้วย การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ทนน้ำเป็นอีกปัจจัยสำคัญ วัสดุที่เหมาะสม เช่น คอนกรีตเสริมเหล็ก อิฐ [...]

17/2/2568 • โดย Homeday
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มองเศรษฐกิจไทยปี 2568 เป็นปีแห่งโอกาสสำหรับตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ โดยเฉพาะกลุ่ม Real Demand ที่ยังคงมีความต้องการที่แข็งแกร่ง หนุนด้วยปัจจัยบวกจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว การเพิ่มขึ้นของการลงทุนของภาครัฐและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่ขยายตัว และอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสปรับลดลง เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 6-8 โครงการ มูลค่ารวม 4,000 – 5,000 ล้านบาท พร้อมปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดผ่าน Digital Transformation, Big Data และ CRM เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่คล่องตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “National Property Company” และแนวทาง ESG ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN (Mr.Chaiyan Chakarakul, Chairman of Executive Board, [...]

27/11/2568 • โดย Homeday
ภาคอสังหาฯ เป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับต้นๆ ตามรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานระบุว่า ภาคอาคารและอสังหาริมทรัพย์เป็นอุตสาหกรรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับสองรองจากภาคการเกษตร โดยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 39% ในกระบวนการทำงาน ดังนั้น ภาคอสังหาฯ จึงควรเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง การปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ระบบ นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด กล่าวถึงแนวทางขับเคลื่อนภาคอสังหาฯ สู่การเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Net Zero ในปี 2608 ว่า “การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน ภาคอสังหาริมทรัพย์สู่การเป็นอสังหาริมทรัพย์สีเขียว และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Net Zero ให้ได้ตามเป้าหมายของประเทศในปี 2608 ซึ่งวัสดุหลักที่ใช้ในงานก่อสร้าง นั่นคือ คอนกรีต เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถปรับใช้ได้หลากหลาย แต่ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ก็เป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ที่สูงที่สุด โดยส่วนมากเกิดจากกระบวนการผลิต คิดเป็นประมาณ 7-8% ของการปล่อย CO₂ ทั่วโลก โดยจากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงการปล่อย CO₂ ในประเทศไทยปี [...]

24/9/2568 • โดย Homeday
ความสะดวกครบครันและความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงแบบ Face Scan ระบบกล้อง CCTV ระบบป้องกันอัคคีภัย Smoke & Heat Detector และ Fire Alarm เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม รูปแบบอาคารแนวคิดและจุดเด่น พื้นที่โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีความสะดวกในการเดินทาง ทุกการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นเดินทางด้วยรถยนต์เข้าสู่สาทร และฝังพระนคร หรือจะเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า และอนาคตรถไฟใต้ดินสายสีม่วงได้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ช่วยต่อจิ๊กซอว์ การเดินทาง สร้างจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางให้สะดวกมากขึ้นศุภาลัย พรีเมียร์ ตากสิน วงเวียนใหญ่ สร้างความโดดเด่นด้วยอัตลักษณ์ที่แตกต่าง ด้วยการออกแบบสไตล์“Modern Classic” แนวคิดในการวางผัง เน้นการออกแบบที่ค านึงถึงการประหยัดพลังงาน อาคารจึงถูกออกแบบและให้ความสำคัญในเรื่องต่างๆ อาทิ การวางผังโครงการเพื่อลดความร้อนจากแสงแดด(ยามบ่าย) เข้ามาภายในอาคารและห้องพักอาศัย โดยวางอาคารเป็นรูปตัว L เพื่อให้ตัวอาคารเป็นตัวบังแสงแดดให้แก่กัน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดร่มเงาบนพื้นที่ส่วนกลาง เกิดการพักผ่อนที่ร่มเย็น การใช้กระจกเขียวตัดแสงและวัสดุเพื่อลดความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคาร การวางผังห้องพักเน้นเปิดหน้าห้องให้กว้าง เพื่อสามารถรับลมและแสงแดดจากธรรมชาติได้ดีขึ้น อีกทั้งยังใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อผู้พักอาศัยและสิ่งแวดล้อม แนวคิดในการออกแบบงานสถาปัตย์ “Modern Classic” [...]

13/8/2568 • โดย Homeday
CPANEL เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2568 รายได้รวม 88 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2 ล้านบาท แบ็คล็อค 1,311 ล้านบาท ครึ่งปีหลังเร่งเครื่องส่งมอบงาน รายได้ฟื้นตัวต่อเนื่อง เดินหน้าประมูลงานโครงการรัฐขนาดกลาง-ใหญ่ งานเอกชนเพิ่ม ควบคู่บริหารจัดการต้นทุน ย้ำเทรนด์วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ หนุนความต้องการ Precast Concrete มาตรฐานสูง นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (มหาชน) (CPANEL) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete) ด้วยระบบอัตโนมัติ (Fully Automated Precast) ที่ใช้สำหรับงานก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 88 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2 ล้านบาท โดยเป็นผลจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ และทยอยส่งมอบงานโครงการภาครัฐ – เอกชน รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรก [...]

12/5/2568 • โดย Homeday
การต่อเติมครัวหลังบ้านเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านหลายคนต้องการทำ โดยเฉพาะในบ้านทาวน์โฮมที่มีพื้นที่ครัวภายในตัวบ้านจำกัด แต่การต่อเติมที่ไม่ถูกหลักวิศวกรรมอาจนำมาซึ่งปัญหาโครงสร้างและการทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งแก้ไขได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง บทความนี้จะรวบรวมเทคนิคสำคัญและข้อควรรู้เกี่ยวกับการต่อเติมครัวหลังบ้านอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และยั่งยืน เพื่อให้ท่านได้ใช้ห้องครัวได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาโครงสร้างในอนาคต ทำไมครัวหลังบ้านมักประสบปัญหาการทรุดตัว? การทรุดตัวของครัวที่ต่อเติมด้านหลังบ้านเป็นปัญหาที่พบบ่อย สาเหตุหลักมาจากการก่อสร้างที่ไม่คำนึงถึงโครงสร้างและฐานรากที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับตัวบ้านหลัก ซึ่งมีการวางเสาเข็มที่ลึกถึงชั้นดินแข็ง ขณะที่ส่วนต่อเติมมักใช้เสาเข็มสั้นที่ลงลึกเพียง 3-6 เมตรเท่านั้น เมื่อเสาเข็มของส่วนต่อเติมไม่ได้ลงลึกถึงชั้นดินแข็งเช่นเดียวกับตัวบ้าน จึงทำให้การรับน้ำหนักและการทรุดตัวของโครงสร้างทั้งสองส่วนแตกต่างกัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นดินแข็งหรือดินดานมักอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 16-21 เมตร แต่เสาเข็มของส่วนต่อเติมมักวางอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ่งอาศัยแรงฝืดของดินเป็นหลัก ทำให้เมื่อดินมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีปัจจัยอื่นมากระทบ ส่วนต่อเติมจะทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้าน นอกจากนี้ หากโครงสร้างของส่วนต่อเติมเชื่อมติดกับตัวบ้านโดยไม่มีการแยกโครงสร้างอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน จะทำให้เกิดรอยร้าวและแยกตัวตามรอยต่อระหว่างส่วนต่อเติมกับตัวบ้าน บางกรณีรุนแรงถึงขั้นสามารถสอดแขนเข้าไปในรอยแยกได้ สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านในระยะยาว วิธีต่อเติมครัวอย่างไรให้โครงสร้างแข็งแรงและปลอดภัย? การต่อเติมครัวหลังบ้านให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาวควรคำนึงถึงหลักการสำคัญหลายประการ ประการแรกคือการแยกโครงสร้างของส่วนต่อเติมออกจากตัวบ้านหลัก วิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันซึ่งอาจทำให้ตัวบ้านหลักเกิดความเสียหาย การแยกโครงสร้างทำได้โดยการออกแบบให้ครัวหลังบ้านมีเสา คาน และฐานรากแยกจากตัวบ้านอย่างชัดเจน เมื่อมีการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน ส่วนต่อเติมและตัวบ้านจะเคลื่อนตัวอย่างอิสระ ไม่ดึงรั้งซึ่งกันและกัน ทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านหลัก ในส่วนของหลังคา ควรออกแบบให้หลังคาของส่วนต่อเติมแยกออกจากหลังคาของตัวบ้าน และติดตั้งแฟลชชิ่งกันน้ำบริเวณรอยต่อของหลังคา เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมเมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน หลังคาที่ต่อเชื่อมกับตัวบ้านอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อส่วนต่อเติมทรุดตัว เพราะจะดึงรั้งหลังคาบ้านลงมาด้วย อีกทั้งควรใช้วัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบาเพื่อลดน้ำหนักที่กดทับลงบนฐานราก เช่น การใช้อิฐมวลเบาแทนอิฐมอญ หรือการเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่มีน้ำหนักเบา เช่น สแตนเลสแทนหินอ่อนหรือหินแกรนิต [...]
