Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky
Homeday TOP
Homeday FB

บทความ

พบ 96 บทความ

เรียงตาม:
12345678
กำลังค้นหา:
คำค้น: ผัก
เครื่องทำวาฟเฟิลยี่ห้อไหนที่คุณควรมีติดบ้านในปี 2025?
ทั่วไป

เครื่องทำวาฟเฟิลยี่ห้อไหนที่คุณควรมีติดบ้านในปี 2025?

14/5/2568 • โดย Homeday

วาฟเฟิลเป็นขนมยอดนิยมที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัยมาอย่างยาวนาน ด้วยความหอมกรุ่นของแป้งที่ผสมผสานกับความกรอบนอกนุ่มใน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับอาหารเช้า ของว่าง หรือแม้แต่ของหวานหลังอาหาร ในปัจจุบัน การทำวาฟเฟิลไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีเครื่องทำวาฟเฟิลที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายที่บ้าน อีกทั้งยังมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นวาฟเฟิลทรงกลม วาฟเฟิลทรงเหลี่ยม หรือแม้แต่วาฟเฟิลรูปแบบพิเศษอย่างครอฟเฟิล (Croffle) ที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วงนี้ การเลือกซื้อเครื่องทำวาฟเฟิลมาติดบ้านนอกจากจะช่วยประหยัดเงินจากการซื้อวาฟเฟิลตามร้านค้า ยังเปิดโอกาสให้คุณได้ทดลองสร้างสรรค์สูตรวาฟเฟิลของตัวเองได้ตามใจชอบ โดยสามารถปรับรสชาติและท็อปปิ้งให้ถูกปากทุกคนในครอบครัว อีกทั้งบางรุ่นยังสามารถใช้ทำอาหารประเภทอื่นได้อีกด้วย เช่น แซนด์วิช ไข่ดาว หรือแม้แต่ผักย่าง ทำให้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอเนกประสงค์ที่คุ้มค่าสำหรับทุกครัวเรือน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 10 เครื่องทำวาฟเฟิลยอดนิยมที่น่าสนใจในปี 2025 ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายฟังก์ชัน หลายขนาด และหลายระดับราคา เหมาะสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ #เครื่องทำวาฟเฟิล #วาฟเฟิลทำเองที่บ้าน #อุปกรณ์ทำวาฟเฟิล #เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว #เครื่องอบวาฟเฟิล #ครอฟเฟิล #แซนด์วิชเมคเกอร์ #ของขวัญเปิดบ้านใหม่ #อุปกรณ์ทำขนม #เครื่องครัวญี่ปุ่น

คนเมืองจะปลูกผักกินเองได้อย่างไรเมื่อไม่มีพื้นที่มากพอ?
ทั่วไป

คนเมืองจะปลูกผักกินเองได้อย่างไรเมื่อไม่มีพื้นที่มากพอ?

5/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักสวนครัวสำหรับคนเมืองในยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แม้จะมีพื้นที่จำกัดก็สามารถสร้างแหล่งอาหารสดสะอาดไว้บริโภคเองได้ การเลือกวิธีการปลูกที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของคนเมือง พร้อมเทคนิคการดูแลที่ถูกต้อง จะช่วยให้ได้ผักปลอดสารเคมีและประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมคนเมืองถึงควรหันมาปลูกผักกินเอง? การปลูกผักสวนครัวของคนเมืองในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างในผักที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด การมีผักสดปลอดภัยไว้บริโภคเองจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับสุขภาพของครอบครัว ผักและสมุนไพรมีคุณค่าทางอาหารสูงและควรบริโภคให้ได้ทุกวัน แต่การเลือกซื้อผักที่ปลอดภัยและมีคุณภาพดีมักมีราคาสูง นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว การปลูกผักยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด และสร้างพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่นให้กับที่อยู่อาศัย การมีสวนผักเล็กๆ ในบ้านยังเป็นการสอนลูกหลานให้รู้จักต้นกำเนิดของอาหารและตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติ กระถางต้นไม้เป็นพื้นฐานของการปลูกผักคนเมือง การใช้กระถางเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักในพื้นที่จำกัด โดยเพียงแค่มีพื้นที่หน้าระเบียงหรือริมหน้าต่างที่แสงแดดเข้าถึงได้ ก็สามารถปลูกสมุนไพรพื้นฐานเช่น กะเพรา โหระพา ใบโขม หรือผักชีลาวไว้ใช้ประกอบอาหารได้แล้ว การเลือกขนาดกระถางมีความสำคัญมาก สำหรับพืชใบเล็กๆ เช่น กะเพรา ควรใช้กระถางขนาด 6 นิ้วสำหรับระยะแรก แล้วย้ายไปกระถาง 12 นิ้วเมื่อต้นโตขึ้น ส่วนพืชที่มีรากลึกเช่น มะนาว ต้องใช้กระถางขนาดใหญ่ประมาณ 17 นิ้ว การวางตำแหน่งกระถางควรคำนึงถึงความสะดวกในการรดน้ำและเก็บเกี่ยวผลผลิต วัสดุของกระถางก็มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช กระถางดินเผาจะช่วยระบายอากาศได้ดีแต่น้ำระเหยเร็ว กระถางพลาสติกจะกักเก็บความชื้นได้นานแต่อาจร้อนเกินไปในแสงแดดจัด การเจาะรูระบายน้ำที่เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็น โดยควรมีรูขนาดอย่างน้อย 1/2 นิ้วสำหรับกระถางขนาดเล็กถึงกลาง การสร้างแปลงผักจากอิฐบล็อก ทนทานและประหยัด สำหรับผู้ที่มีพื้นที่มากกว่าระเบียงเล็กๆ การทำแปลงผักจากอิฐบล็อกเป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่า แปลงขนาด 4×1.5 เมตร [...]

ปลูกผักสวนครัวพื้นที่น้อย ด้วยผัก 10 ชนิด ที่คนไทยต้องมีติดตู้เย็น
ทั่วไป

ปลูกผักสวนครัวพื้นที่น้อย ด้วยผัก 10 ชนิด ที่คนไทยต้องมีติดตู้เย็น

3/4/2566 • โดย Homeday

ผักบุ้ง ผักสวนครัวสารพัดประโยชน์ มีกากใยและวิตามินสูง ชอบทานกันตั้งแต่เด็กจนโต “ผักบุ้ง” ปลูกง่าย ใช้พื้นที่น้อย และยังปลูกได้หลายวิธีครับ โรยเมล็ดลงกระถางดิน

ผักผลไม้อะไรที่สัตว์เลี้ยงกินได้และกินไม่ได้?
ทั่วไป

ผักผลไม้อะไรที่สัตว์เลี้ยงกินได้และกินไม่ได้?

13/2/2568 • โดย Homeday

การเลือกอาหารให้สัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่มีทั้งประโยชน์และโทษต่อสัตว์เลี้ยง บทความนี้จะแนะนำผักและผลไม้ที่ปลอดภัยและอันตรายสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ ทำไมต้องให้ผักผลไม้กับสัตว์เลี้ยง? ผักและผลไม้เป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่สำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยง แม้ว่าสุนัขและแมวจะเป็นสัตว์กินเนื้อเป็นหลัก แต่การเสริมผักและผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ระบบย่อยอาหาร และสุขภาพโดยรวม อย่างไรก็ตาม การให้ในปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารได้ ผักที่สัตว์เลี้ยงกินได้อย่างปลอดภัย แครอท แครอทอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาและผิวหนัง สามารถให้ทั้งดิบและต้มสุก แต่ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อป้องกันการสำลัก ถั่วแขก เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ดี อุดมด้วยใยอาหารและวิตามินซี ควรต้มให้สุกก่อนให้สัตว์เลี้ยงกิน ฟักทอง มีเส้นใยสูง ช่วยระบบย่อยอาหาร อุดมด้วยวิตามินเอและซี ควรต้มให้สุกและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ บรอกโคลี มีวิตามินซีและแคลเซียมสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ควรต้มให้สุกพอดีไม่เละเกินไป ผลไม้ที่สัตว์เลี้ยงกินได้อย่างปลอดภัย แอปเปิ้ล อุดมด้วยวิตามินเอและซี แต่ต้องแกะเมล็ดออกเพราะมีสารไซยาไนด์ที่เป็นพิษ ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ กล้วย มีโพแทสเซียมสูง ช่วยระบบกล้ามเนื้อและหัวใจ เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ต้องการพลังงานเสริม แตงโม มีน้ำและวิตามินสูง ช่วยเพิ่มความสดชื่นในหน้าร้อน แต่ควรแกะเมล็ดออกและให้ในปริมาณพอเหมาะ ผักที่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง หัวหอมและกระเทียม มีสารประกอบซัลเฟอร์ที่ทำลายเม็ดเลือดแดง อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เป็นอันตรายทั้งดิบและสุก มันฝรั่งดิบ มีสารโซลานิน เป็นพิษต่อระบบประสาท ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด [...]

ทำอย่างไรให้ปลูกผักสวนครัวด้วยไม้ไผ่ได้ง่ายและประหยัด?
ทั่วไป

ทำอย่างไรให้ปลูกผักสวนครัวด้วยไม้ไผ่ได้ง่ายและประหยัด?

11/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักสวนครัวด้วยไม้ไผ่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครอบครัว วิธีการนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง ด้วยการใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่ที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง ทำให้การสร้างแปลงผักเป็นเรื่องที่ทำได้จริงสำหรับทุกครัวเรือน เหตุผลที่ควรเลือกปลูกผักสวนครัวเองที่บ้าน การปลูกผักสวนครัวเองมีข้อดีมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ผักที่ซื้อจากตลาดมักมีสารพิษและยาฆ่าแมลงเจือปนอยู่เสมอ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว การปลูกผักเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการได้รับประทานผักที่สด สะอาด และปลอดภัย ผักที่ปลูกเองจะมีรสชาติที่หวาน กรอบ และอร่อยกว่าผักที่ซื้อจากภายนอก เนื่องจากไม่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งที่ยาวนาน ทำให้ยังคงความสดใหม่และคุณค่าทางอาหารไว้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า ลดรายจ่ายค่าผัก และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัว การมีสวนผักที่บ้านยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับเด็กๆ ในครอบครัว ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืช เข้าใจถึงที่มาของอาหาร และสร้างนิสัยการกินผักให้เป็นเรื่องธรรมชาติ ข้อดีของการใช้ไม้ไผ่ในการทำแปลงผัก ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการทำแปลงปลูกผัก เนื่องจากมีหลายประโยชน์ที่โดดเด่น ราคาของไม้ไผ่ถูกมากเมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุอื่นๆ โดยลำไผ่ยาวๆ หนึ่งลำมีราคาประมาณสิบกว่าบาทเท่านั้น ทำให้สามารถสร้างแปลงผักได้อย่างประหยัด ไม้ไผ่มีลักษณะที่ดูเป็นธรรมชาติและสวยงาม เมื่อนำมาทำแปลงผักจะทำให้สวนดูมีเสน่ห์และกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ไม้ไผ่ยังมีความทนทานพอสมควร สามารถใช้งานได้นานหลายฤดูกาล และเมื่อเก่าแล้วก็สามารถย่อยสลายกลับสู่ธรรมชาติได้ นอกจากลำไผ่แล้ว ใบไผ่ยังมีประโยชน์อย่างมากในการปลูกผัก ใบไผ่อุดมไปด้วยสารประกอบต่างๆ ที่ช่วยบำรุงดิน สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุคลุมดินได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยป้องกันวัชพืชและรักษาความชื้นในดิน ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่สำหรับทำแปลงผัก การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก ต้องเริ่มจากการถางหญ้าและกำจัดวัชพืชออกจากบริเวณที่จะทำแปลง การใช้มือถอนจะดีกว่าการตัด เพราะจะได้ถอนรากถอนโคนออกไปด้วย แม้ว่าหญ้าจะงอกขึ้นมาใหม่อีก แต่การถอนรากจะช่วยลดปริมาณการขึ้นซ้ำ หลังจากถางหญ้าแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการปรับระดับดินให้เท่าๆ กัน เพื่อให้แปลงที่จะสร้างขึ้นมีความเรียบร้อยและสวยงาม การปรับระดับดินจะช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม [...]

ปลูกผักคะน้าในบ้านอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ปลูกผักสวนครัวสู่ความสำเร็จ
ทั่วไป

ปลูกผักคะน้าในบ้านอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ปลูกผักสวนครัวสู่ความสำเร็จ

28/5/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวปลอดสารพิษ คะน้าเป็นผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก นอกจากจะได้ผักสดใหม่ปราศจากสารเคมีแล้ว คะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย การศึกษาวิธีการปลูกและดูแลคะน้าอย่างถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัวที่บ้าน ผักคะน้าคืออะไรและทำไมถึงนิยมปลูกในบ้าน? ผักคะน้า หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra เป็นผักใบเขียวในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย1 คะน้าเป็นผักที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ความนิยมของการปลูกคะน้าในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการผัด ยำ หรือใส่ในข้าวผัด คะน้าได้รับความนิยมในการปลูกที่บ้านเพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนดินร่วน1 ความสามารถในการปรับตัวที่ดีของคะน้าทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระถางหรือแปลงเล็กๆ ในบ้าน นอกจากนี้คะน้ายังเป็นผักที่ปลูกได้ตลอดปี แม้จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกคะน้าคือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็ว โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45-55 วันหลังปลูก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น การที่คะน้าให้ผลผลิตเร็วนี้ทำให้ผู้ปลูกได้รับความพึงพอใจและแรงบันดาลใจในการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการดูแลและผลตอบแทนที่รวดเร็วจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คะน้าเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักสวนครัวที่บ้าน สายพันธุ์คะน้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในบ้าน? สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคะน้าจีนที่ได้รับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย1 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 พันธุ์หลักที่แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกคะน้าให้ประสบความสำเร็จ พันธุ์ใบกลมเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย1 ข้อดีของพันธุ์นี้คือความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย ตัวอย่างสายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 [...]

ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมทำได้จริงหรือ? เทคนิคปลูกผักไร้ดินสำหรับมือใหม่
ทั่วไป

ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมทำได้จริงหรือ? เทคนิคปลูกผักไร้ดินสำหรับมือใหม่

29/4/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักปลอดสารพิษที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะวิธีไฮโดรโปนิกส์ที่ไม่ต้องใช้ดิน ทำให้สามารถปลูกได้แม้ในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรือบ้านที่ไม่มีพื้นที่สวน บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ พร้อมเทคนิคการดูแลให้ผักเติบโตอย่างสมบูรณ์ ไฮโดรโปนิกส์คืออะไร? ทำไมการปลูกแบบไร้ดินจึงได้รับความนิยม? ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) คือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน แต่ใช้น้ำที่ผสมสารละลายธาตุอาหารที่พืชต้องการแทน โดยให้รากพืชแช่อยู่ในปุ๋ยเพื่อทดแทนธาตุอาหารจากดิน ทำให้พืชได้รับสารอาหารโดยตรงและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการปลูกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงสวนลอยบิบาโลนเมื่อ 600 ปีก่อนคริสตกาล และสวนลอยแห่งอัสเต็กซ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 11 การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มีข้อดีมากมาย เช่น ประหยัดน้ำได้มากกว่าการปลูกในดินถึง 10 เท่า สามารถปลูกได้แม้ในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นคอนโด ระเบียง หรือพื้นที่เล็กๆ ข้างบ้าน ช่วยลดค่าแรงงานในการเตรียมพื้นที่ ควบคุมโรคได้ง่ายกว่า และที่สำคัญคือให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงกว่าผักที่ปลูกในดินทั่วไป เนื่องจากไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมีจากดิน อุปกรณ์อะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นปลูกผักไฮโดรโปนิกส์? การเริ่มต้นปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงหรือซับซ้อน เพียงแค่มีอุปกรณ์พื้นฐานต่อไปนี้: กล่องโฟมพร้อมฝา – ควรเลือกขนาดกว้างประมาณ 35-40 ซม. สูง 15-20 ซม. ความยาวขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มี ถ้วยปลูก – มีให้เลือก 2 แบบ คือแบบสีเขียวที่บางและอายุการใช้งานสั้น กับแบบสีขาวที่หนาและมีอายุการใช้งานนานกว่า ถาดเพาะ [...]

10 ประโยชน์ของมะนาว ที่ช่วยให้งานบ้านง่ายขึ้น
ทั่วไป

10 ประโยชน์ของมะนาว ที่ช่วยให้งานบ้านง่ายขึ้น

19/5/2564 • โดย Homeday

ผักหรือผลไม้ เป็นอาหารที่ต้องมีติดครัวกันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ และแน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้คือ มะนาว นอกจากจะใช้ทำอาหารเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติได้หลากหลายเมนูแล

ปลูกผักสลัดที่บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใช้จอบเสียม ทำอย่างไรแม้พื้นที่จำกัด?
ทั่วไป

ปลูกผักสลัดที่บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใช้จอบเสียม ทำอย่างไรแม้พื้นที่จำกัด?

20/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักสลัดที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการรับประทานผักปลอดสารพิษและสดใหม่ แม้จะมีพื้นที่จำกัดหรือไม่ถนัดในการใช้อุปกรณ์การเกษตรแบบดั้งเดิม เช่น จอบหรือเสียม ก็สามารถปลูกผักสลัดได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกผักสลัดที่บ้านแบบง่ายๆ ทั้งระบบไฮโดรโปนิกส์และการปลูกในดิน เพื่อให้คุณได้ผักสลัดออร์แกนิกสดใหม่ไว้รับประทานเองที่บ้าน ขอบคุณภาพจาก : EY – Gardening วิธีปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟม การปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือไม่ต้องการยุ่งยากกับการเตรียมดิน กล่องโฟมที่ใช้แล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ที่ต้องใช้ กล่องโฟมพร้อมฝาปิด (สามารถขอจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่มักทิ้งกล่องเหล่านี้) มีดคัตเตอร์หรือเลื่อยบางๆ สำหรับตัดรูบนฝากล่องโฟม ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ กระถางสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หรือกระถางที่มีรูระบายน้ำดี สารละลายธาตุอาหารสำหรับไฮโดรโปนิกส์ (ปุ๋ย A และ B) วัสดุปลูกไฮโดรโปนิกส์ เช่น เพอร์ไลท์หรือเวอร์มิคูไลท์ เมล็ดผักสลัด ขั้นตอนการทำ เตรียมกล่องโฟมโดยล้างให้สะอาด ถ้ามีแกนโฟมอยู่ข้างในให้ใช้มีดคัตเตอร์กรีดออกให้หมด ตัดรูบนฝากล่องโฟมตามขนาดของกระถาง โดยใช้ก้นกระถางเป็นแนวในการตัด ควรตัดรูให้เล็กกว่าขนาดกระถางเล็กน้อยเพื่อให้กระถางพอดีกับรู ผสมสารละลายธาตุอาหาร A และ B ตามสัดส่วนที่แนะนำบนฉลาก โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 5 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร เพาะเมล็ดผักสลัดในฟองน้ำหรือวัสดุปลูกที่เตรียมไว้ รอให้งอกประมาณ 2-3 วัน [...]

วิธีทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยงปลอดภัยทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยงปลอดภัยทำอย่างไร?

24/2/2568 • โดย Homeday

การทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยงกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องการควบคุมคุณภาพอาหารและส่วนผสมที่สัตว์เลี้ยงได้รับ แต่การทำอาหารสดให้ปลอดภัยนั้นมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องใส่ใจ บทความนี้จะแนะนำวิธีการทำอาหารสดที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ทำไมต้องทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยง? อาหารสดมีประโยชน์หลายประการต่อสัตว์เลี้ยง: ควบคุมส่วนผสมได้ตามต้องการ ลดการใช้สารกันเสีย เพิ่มความหลากหลายของสารอาหาร สามารถปรับสูตรให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว ช่วยแก้ปัญหาการแพ้อาหารหรือระบบย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม การทำอาหารสดต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยเป็นพิเศษ การเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ พื้นที่เตรียมอาหาร ทำความสะอาดพื้นที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แยกพื้นที่เตรียมอาหารสัตว์เลี้ยงจากอาหารมนุษย์ มีพื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบแยกเป็นสัดส่วน อุปกรณ์ที่จำเป็น เขียงแยกระหว่างเนื้อสดและผัก มีดคมสำหรับหั่นวัตถุดิบ เครื่องบดเนื้อ (ถ้าต้องการ) ภาชนะสแตนเลสหรือแก้วสำหรับผสมอาหาร ถุงซิปล็อคหรือกล่องสำหรับแบ่งบรรจุ เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิอาหาร การเลือกวัตถุดิบ เนื้อสัตว์ เลือกเนื้อสดใหม่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบวันหมดอายุและลักษณะทางกายภาพ หลีกเลี่ยงเนื้อที่มีกลิ่นผิดปกติหรือเปลี่ยนสี ผักและธัญพืช เลือกผักสดตามฤดูกาล ล้างทำความสะอาดอย่างทั่วถึง ระวังผักที่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง เช่น หัวหอม กระเทียม วิตามินและแร่ธาตุเสริม ปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการเสริมวิตามิน เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน คำนวณปริมาณให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ขั้นตอนการเตรียมอาหาร การทำความสะอาดวัตถุดิบ ล้างผักด้วยน้ำสะอาด 2-3 รอบ แช่ผักในน้ำผสมน้ำส้มสายชู ทำความสะอาดเนื้อสัตว์ด้วยน้ำเย็น เช็ดให้แห้งด้วยกระดาษสะอาด การปรุงอาหาร หั่นวัตถุดิบให้มีขนาดพอเหมาะ ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกที่อุณหภูมิเหมาะสม ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แบ่งบรรจุในปริมาณที่พอดีต่อมื้อ [...]

เหตุใดผักสลัดไฮโดรโปนิกส์มีรสขม? พร้อมวิธีปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง
ทั่วไป

เหตุใดผักสลัดไฮโดรโปนิกส์มีรสขม? พร้อมวิธีปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง

22/5/2568 • โดย Homeday

หากคุณเคยลองรับประทานผักสลัดไฮโดรโปนิกส์แล้วพบว่ามีรสขม อาจทำให้รู้สึกเสียดายและไม่อยากทานต่อ บางคนถึงขั้นเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะมีสารเคมีตกค้าง แต่ความจริงแล้ว ความขมของผักสลัดมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่สามารถควบคุมและแก้ไขได้ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ผักสลัดขม พร้อมแนะนำวิธีการปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผักสลัดรสชาติดี กรอบ อร่อย และไม่ขม สาเหตุที่ทำให้ผักสลัดไฮโดรโปนิกส์มีรสขม เมื่อพบว่าผักสลัดที่ปลูกมีรสขม มีหลายสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดจากการปลูกที่ไม่ดีเพียงอย่างเดียว มาดูสาเหตุต่างๆ กัน พันธุ์ผักและลักษณะธรรมชาติของผัก ชนิดและพันธุ์ของผักสลัดบางชนิดมีรสขมเป็นรสชาติพื้นฐานอยู่แล้ว ทำให้ผักที่กินเข้าไปมีรสขม ซึ่งตรงนี้ไม่เกี่ยวกับการเพาะปลูกหรือการดูแลผักแต่อย่างใด ผักสลัดบางสายพันธุ์โดยเฉพาะผักที่มีสีเข้มหรือใบมีสีแดงมักจะมีสารที่ให้รสขมมากกว่าผักสลัดใบสีเขียวอ่อน ดังนั้นการเลือกสายพันธุ์ที่มีรสชาติดีตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาความขมได้ อายุผักที่มากเกินไป ผักแก่ส่วนใหญ่จะมีรสขม โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาการปลูกผักสลัดไม่ควรเกิน 45 วัน แนะนำให้เพาะต้นกล้าในถาดเพาะ 11 วันและลงแปลง 30 วัน และไม่ควรทิ้งผักสลัดไว้จนเกินอายุ 45 วันหลังเพาะเมล็ด หากปล่อยให้ผักมีอายุมากเกินไป ผักจะเริ่มผลิตน้ำยางที่มีรสขมเพื่อเตรียมออกดอก ช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยว ผู้ปลูกผักสลัดส่วนใหญ่จะนิยมเก็บผักในช่วงเช้าหรือเย็น แต่จะไม่นิยมเก็บผักตอนแดดจัด เนื่องจากธรรมชาติของผักสลัดมียางค่อนข้างมาก ในช่วงที่แดดจัดๆ ผักสลัดจะทำการผลิตยางออกมาเพื่อปรับสมดุลให้กับตัวเองเนื่องจากเสียน้ำไปจากสภาวะคายน้ำ จึงส่งผลให้รสชาติของผักในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเกิดความขม การให้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไป ผู้ปลูกที่อาจไม่เข้าใจธรรมชาติของผักสลัดอย่างรอบด้าน อาจปลูกโดยไม่รู้จักการชดเชยปุ๋ยให้กับผักสลัดตามสัดส่วนและช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ผักสลัดที่ได้มีรสขม แทนที่จะออกรสหวานน่ากิน การใช้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไปโดยเฉพาะช่วง 7-10 วันก่อนเก็บเกี่ยวจะทำให้ผักมียางเยอะ ยิ่งยางเยอะยิ่งขม สภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ หากปลูกผักสลัดในบริเวณที่อากาศไม่อบอ้าว [...]

ปลูกผักในร่มได้ไหม? 7 ชนิดผักที่เติบโตได้ดีแม้ไม่มีแสงแดดจัด
ทั่วไป

ปลูกผักในร่มได้ไหม? 7 ชนิดผักที่เติบโตได้ดีแม้ไม่มีแสงแดดจัด

20/6/2568 • โดย Homeday

ทำไมต้องปลูกผักในร่ม? ในปัจจุบัน หลายคนอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรือบ้านที่มีพื้นที่นอกอาคารน้อย ทำให้การปลูกผักกลางแจ้งเป็นเรื่องยาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองได้ เพราะมีผักหลายชนิดที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในร่ม หรือในพื้นที่ที่มีแสงแดดน้อย การปลูกผักในร่มยังช่วยให้คุณมีผักสด ปลอดสารพิษไว้รับประทานเอง ประหยัดค่าใช้จ่าย และยังเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้านอีกด้วย 7 ชนิดผักที่ปลูกในร่มได้ดี 1. ผักชี – เครื่องเทศหอมที่ปลูกง่าย ผักชีเป็นผักที่ชอบอยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำและไม่ชอบแสงแดดจัดโดยตรง คุณสามารถวางกระถางผักชีไว้ใกล้หน้าต่างที่หันไปทางทิศตะวันออกหรือตะวันตก เพื่อให้ได้รับแสงแดดอ่อนๆ ผักชีเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีการระบายน้ำดี เช่น ดินร่วนหรือกาบมะพร้าว วิธีปลูกผักชีเริ่มจากการบดเมล็ดให้แตกเป็น 2 ซีก แล้วนำไปแช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นผึ่งลมให้แห้งก่อนนำไปคลุกกับทรายหรือขี้เถ้า เมื่อเริ่มมีรากค่อยย้ายไปปลูกในกระถาง คลุมหน้าดินด้วยฟางหรือหญ้า รดน้ำให้ชุ่ม ใช้เวลาในการปลูกประมาณ 30-45 วัน จึงสามารถเก็บผักชีมารับประทานได้ 2. ต้นหอม – ผักที่ปลูกได้ตลอดปี ต้นหอมเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ขนาดของลำต้นและความกว้างของใบจะขึ้นอยู่กับการดูแลและวัสดุที่นำมาปลูก คุณสามารถวางกระถางต้นหอมไว้ใกล้หน้าต่างที่อยู่ทางทิศตะวันออกหรือตะวันตก โดยควรให้ได้รับแสงแดดบ้างอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงต่อวัน ต้นหอมเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความชื้นสูง นิยมเพาะด้วยการปักชำ โดยเริ่มจากตัดต้นหอมเหนือราก 1.5-2 [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok