กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

11/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักสวนครัวด้วยไม้ไผ่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครอบครัว วิธีการนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง ด้วยการใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่ที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง ทำให้การสร้างแปลงผักเป็นเรื่องที่ทำได้จริงสำหรับทุกครัวเรือน เหตุผลที่ควรเลือกปลูกผักสวนครัวเองที่บ้าน การปลูกผักสวนครัวเองมีข้อดีมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ผักที่ซื้อจากตลาดมักมีสารพิษและยาฆ่าแมลงเจือปนอยู่เสมอ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว การปลูกผักเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการได้รับประทานผักที่สด สะอาด และปลอดภัย ผักที่ปลูกเองจะมีรสชาติที่หวาน กรอบ และอร่อยกว่าผักที่ซื้อจากภายนอก เนื่องจากไม่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งที่ยาวนาน ทำให้ยังคงความสดใหม่และคุณค่าทางอาหารไว้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า ลดรายจ่ายค่าผัก และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัว การมีสวนผักที่บ้านยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับเด็กๆ ในครอบครัว ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืช เข้าใจถึงที่มาของอาหาร และสร้างนิสัยการกินผักให้เป็นเรื่องธรรมชาติ ข้อดีของการใช้ไม้ไผ่ในการทำแปลงผัก ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการทำแปลงปลูกผัก เนื่องจากมีหลายประโยชน์ที่โดดเด่น ราคาของไม้ไผ่ถูกมากเมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุอื่นๆ โดยลำไผ่ยาวๆ หนึ่งลำมีราคาประมาณสิบกว่าบาทเท่านั้น ทำให้สามารถสร้างแปลงผักได้อย่างประหยัด ไม้ไผ่มีลักษณะที่ดูเป็นธรรมชาติและสวยงาม เมื่อนำมาทำแปลงผักจะทำให้สวนดูมีเสน่ห์และกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ไม้ไผ่ยังมีความทนทานพอสมควร สามารถใช้งานได้นานหลายฤดูกาล และเมื่อเก่าแล้วก็สามารถย่อยสลายกลับสู่ธรรมชาติได้ นอกจากลำไผ่แล้ว ใบไผ่ยังมีประโยชน์อย่างมากในการปลูกผัก ใบไผ่อุดมไปด้วยสารประกอบต่างๆ ที่ช่วยบำรุงดิน สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุคลุมดินได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยป้องกันวัชพืชและรักษาความชื้นในดิน ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่สำหรับทำแปลงผัก การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก ต้องเริ่มจากการถางหญ้าและกำจัดวัชพืชออกจากบริเวณที่จะทำแปลง การใช้มือถอนจะดีกว่าการตัด เพราะจะได้ถอนรากถอนโคนออกไปด้วย แม้ว่าหญ้าจะงอกขึ้นมาใหม่อีก แต่การถอนรากจะช่วยลดปริมาณการขึ้นซ้ำ หลังจากถางหญ้าแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการปรับระดับดินให้เท่าๆ กัน เพื่อให้แปลงที่จะสร้างขึ้นมีความเรียบร้อยและสวยงาม การปรับระดับดินจะช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
หากคุณเคยลองรับประทานผักสลัดไฮโดรโปนิกส์แล้วพบว่ามีรสขม อาจทำให้รู้สึกเสียดายและไม่อยากทานต่อ บางคนถึงขั้นเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะมีสารเคมีตกค้าง แต่ความจริงแล้ว ความขมของผักสลัดมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่สามารถควบคุมและแก้ไขได้ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ผักสลัดขม พร้อมแนะนำวิธีการปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผักสลัดรสชาติดี กรอบ อร่อย และไม่ขม สาเหตุที่ทำให้ผักสลัดไฮโดรโปนิกส์มีรสขม เมื่อพบว่าผักสลัดที่ปลูกมีรสขม มีหลายสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดจากการปลูกที่ไม่ดีเพียงอย่างเดียว มาดูสาเหตุต่างๆ กัน พันธุ์ผักและลักษณะธรรมชาติของผัก ชนิดและพันธุ์ของผักสลัดบางชนิดมีรสขมเป็นรสชาติพื้นฐานอยู่แล้ว ทำให้ผักที่กินเข้าไปมีรสขม ซึ่งตรงนี้ไม่เกี่ยวกับการเพาะปลูกหรือการดูแลผักแต่อย่างใด ผักสลัดบางสายพันธุ์โดยเฉพาะผักที่มีสีเข้มหรือใบมีสีแดงมักจะมีสารที่ให้รสขมมากกว่าผักสลัดใบสีเขียวอ่อน ดังนั้นการเลือกสายพันธุ์ที่มีรสชาติดีตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาความขมได้ อายุผักที่มากเกินไป ผักแก่ส่วนใหญ่จะมีรสขม โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาการปลูกผักสลัดไม่ควรเกิน 45 วัน แนะนำให้เพาะต้นกล้าในถาดเพาะ 11 วันและลงแปลง 30 วัน และไม่ควรทิ้งผักสลัดไว้จนเกินอายุ 45 วันหลังเพาะเมล็ด หากปล่อยให้ผักมีอายุมากเกินไป ผักจะเริ่มผลิตน้ำยางที่มีรสขมเพื่อเตรียมออกดอก ช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยว ผู้ปลูกผักสลัดส่วนใหญ่จะนิยมเก็บผักในช่วงเช้าหรือเย็น แต่จะไม่นิยมเก็บผักตอนแดดจัด เนื่องจากธรรมชาติของผักสลัดมียางค่อนข้างมาก ในช่วงที่แดดจัดๆ ผักสลัดจะทำการผลิตยางออกมาเพื่อปรับสมดุลให้กับตัวเองเนื่องจากเสียน้ำไปจากสภาวะคายน้ำ จึงส่งผลให้รสชาติของผักในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเกิดความขม การให้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไป ผู้ปลูกที่อาจไม่เข้าใจธรรมชาติของผักสลัดอย่างรอบด้าน อาจปลูกโดยไม่รู้จักการชดเชยปุ๋ยให้กับผักสลัดตามสัดส่วนและช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ผักสลัดที่ได้มีรสขม แทนที่จะออกรสหวานน่ากิน การใช้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไปโดยเฉพาะช่วง 7-10 วันก่อนเก็บเกี่ยวจะทำให้ผักมียางเยอะ ยิ่งยางเยอะยิ่งขม สภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ หากปลูกผักสลัดในบริเวณที่อากาศไม่อบอ้าว [...]

23/5/2568 • โดย Homeday
ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]

9/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านในประเทศไทยอาจฟังดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม ทุกคนสามารถมีผักเมืองหนาวสดใหม่ไว้บริโภคเองได้ตลอดทั้งปี แม้จะอยู่ในเขตภูมิอากาศเมืองร้อน การปลูกผักเมืองหนาวไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี ทำไมถึงควรปลูกผักเมืองหนาวเอง? ผักเมืองหนาวในตลาดมักมีราคาสูงและบางครั้งหายากตามฤดูกาล การปลูกเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดในราคาประหยัด นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมกระบวนการปลูกตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยว ทำให้มั่นใจได้ว่าผักที่ได้รับประทานนั้นปลอดจากสารพิษ การปลูกผักเมืองหนาวยังช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิตของพืชมากขึ้น สร้างความพึงพอใจจากการได้บริโภคผลผลิตที่ปลูกด้วยมือตนเอง และยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับสุขภาพจิตใจอีกด้วย การมีแปลงผักเล็กๆ ในบ้านยังช่วยเพิ่มความร่มรื่นและบรรยากาศดีให้กับพื้นที่อยู่อาศัย กระเทียมต้น: จุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับมือใหม่ กระเทียมต้นเป็นผักเมืองหนาวที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตดี เริ่มต้นด้วยการผสมดินร่วนกับปุ๋ยคอก รดน้ำให้ดินชุ่มแล้ววางไว้ นำเมล็ดกระเทียมต้นมาปลูกลงในหลุมเพาะลึก 1 เซนติเมตร กลบดินแล้วคลุมด้วยฟาง รดน้ำวันละ 1 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ เมื่อกล้าอายุได้ 60 วัน ให้ย้ายไปปลูกในแปลงหรือกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก การใช้ตาข่ายบังแดดจะช่วยให้กระเทียมต้นเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่เย็นสบาย หลังจากย้ายมาปลูกแล้วอีก 80 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวมาบริโภคได้แล้ว การปลูกกระเทียมในเชิงพาณิชย์นิยมใช้กลีบกระเทียมแทนเมล็ด โดยเลือกใช้กลีบนอกที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจะให้ผลผลิตที่ดีกว่า การปลูกในระยะ 10×10-15 เซนติเมตร จะให้ผลผลิตสูงที่สุด และการใช้ฟางคลุมแปลงจะช่วยควบคุมวัชพืชและรักษาความชุ่มชื้นในดิน กะหล่ำหลากสาย: เลือกปลูกได้ตามความชอบ กะหล่ำปมเป็นอีกหนึ่งผักเมืองหนาวที่สามารถปลูกในไทยได้ดี การเพาะเมล็ดทำได้โดยนำเมล็ดมาปลูกในแผงเพาะกล้าที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอก ฝังหลุมละประมาณ 2-3 เมล็ด หรือหากเพาะในแปลงปลูกควรเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2-4 เซนติเมตร [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักในพื้นที่แคบกลายเป็นเทรนด์การใช้ชีวิตแบบยั่งยืนที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ที่มีพื้นที่อยู่อาศัยจำกัด การรีไซเคิลขวดพลาสติกเหลือใช้กลายเป็นวิธีที่ฉลาดและประหยัดในการสร้างสวนผักส่วนตัว ช่วยลดขยะพลาสติก และสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านไปพร้อมกัน เตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือ ขวดพลาสติกหลากขนาด กรรไกรหรือมีดคัตเตอร์ ดินปลูก เมล็ดพันธุ์พืช สว่านหรือเข็ม (สำหรับเจาะรู) 12 ไอเดียการปลูกผักจากขวดพลาสติก 1. กระถางแนวตั้งจากขวดน้ำ การทำกระถางแนวตั้งเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับพื้นที่จำกัด โดยสามารถนำขวดน้ำขนาด 1.5-2 ลิตรมาดัดแปลง เจาะรูบริเวณข้างขวด วางเรียงกันเป็นแนวตั้ง ใส่ดินและปลูกผักได้หลายชนิด เช่น สลัด ผักชี กะเพรา 2. แปลงผักแบบแขวน ขวดน้ำขนาดใหญ่สามารถดัดแปลงเป็นกระถางแขวนได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับพืชที่มีน้ำหนักเบา เช่น ผักสลัด เอิร์ธบอกซ์ หรือผักไฮโดรโปนิกส์ 3. กระถางทรงสามเหลี่ยม ตัดขวดพลาสติกเป็นทรงสามเหลี่ยม เจาะรูระบายน้ำ วางเรียงเป็นชั้นๆ สามารถปลูกผักหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน ประหยัดเนื้อที่และสวยงาม 4. กระถางแบบพับได้ ดัดแปลงขวดพลาสติกให้เป็นกระถางที่สามารถพับเก็บได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจัดสวน 5. สวนผักไฮโดรโปนิกส์ขนาดเล็ก ใช้ขวดพลาสติกสร้างระบบไฮโดรโปนิกส์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับปลูกผักใบเขียวและสมุนไพร 6. กระถางแขวนหน้าต่าง ตกแต่งหน้าต่างด้วยกระถางแขวนจากขวดพลาสติก เพิ่มความสดชื่นให้กับพื้นที่พักอาศัย 7. [...]

11/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักในพื้นที่จำกัดของคอนโดกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ได้ผักสดใหม่ปลอดสารเคมีไว้บริโภค และยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจากความเครียด จากการศึกษาพบว่าการปลูกผักบนระเบียงคอนโดนั้นสามารถทำได้สำเร็จหากเข้าใจหลักการและเทคนิคที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในเรื่องของการเลือกพื้นที่ การจัดการแสงแดด การเตรียมดินปลูก และการเลือกชนิดผักที่เหมาะสม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของการปลูกผักในพื้นที่จำกัด วิธีการเตรียมพื้นที่และจัดวางภาชนะปลูกผักให้เหมาะสม การเตรียมพื้นที่บนระเบียงคอนโดต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการเพื่อให้การปลูกผักประสบความสำเร็จ การใช้ชั้นวางรองเท้าเก่ามาดัดแปลงเป็นที่วางกระถางถือเป็นไอเดียที่ประหยัดและใช้ประโยชน์จากของที่มีอยู่แล้ว การจัดวางแบบนี้ช่วยให้สามารถวางต้นอ่อนชั้นล่าง และกระถางใหญ่ชั้นบนได้อย่างเหมาะสม ส่วนพื้นระเบียงควรปูด้วยพลาสติกกันซึมเพื่อป้องกันความเสียหาย การเลือกภาชนะปลูกเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ ควรใช้กระถางหรือกล่องปลูกที่มีรูระบายน้ำเพื่อป้องกันการเกิดน้ำขัง ภาชนะที่เลือกควรมีขนาดพอเหมาะกับผักที่จะปลูก โดยผักบางชนิดเช่นมะเขือเทศต้องการพื้นที่รากมากกว่าผักใบเล็กอย่างผักกาดหอม การใช้กระบะซ้อนกัน 2 ใบ โดยเจาะรูเฉพาะใบบน และใบล่างใส่น้ำไว้ช่วยให้การจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการจัดวางในไต้หวัน มีการใช้กระบะไม้ทรงลึกหน้าแคบสำหรับปลูกผักกินใบแค่แถวเดียว ซึ่งเป็นไอเดียที่แปลกใหม่แต่ช่วยให้จัดการพืชผักได้ง่าย การทำโต๊ะปลูกเองจากไม้มือสองก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ประหยัดและสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับพื้นที่ได้ แสงแดดมีผลต่อการปลูกผักอย่างไร และควรเลือกปลูกผักอะไรตามสภาพแสง แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเจริญเติบโตของผัก ระเบียงที่มีแสงแดดเพียงพออย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงต่อวันจะช่วยให้ผักเติบโตได้ดี การเข้าใจเรื่องแสงแดดจะช่วยให้เลือกปลูกผักได้อย่างเหมาะสม สำหรับพื้นที่ที่มีแสงแดดเต็มวัน แนะนำให้ปลูกผักกินผล เช่น พริก มะเขือเทศ รวมถึงผักใบเขียวตระกูลผักสลัดทั้งหลาย แต่ควรสังเกตด้วยว่าแดดช่วงไหนแรงเป็นพิเศษหรือไม่ หากแรงเกินไปก็ควรหาอะไรมาพรางแสงสักนิด ให้เหมาะสมกับความต้องการของผักชนิดนั้น สำหรับพื้นที่ที่มีแสงแดดครึ่งวัน เหมาะกับผักกินใบ เช่น ผักกาด ผักคะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง ผักโขม ผักกลุ่มนี้ไม่ต้องการแสงแดดมากเกินไป และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแสงปานกลาง [...]

24/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ปัญหาประชากรล้นเมืองและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารเพิ่มขึ้น การปลูกผักไว้รับประทานเองกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การปลูกผักในบ้านไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจเหตุผลสำคัญที่ทำให้การปลูกผักที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่าจากผักสดใหม่ การปลูกผักไว้รับประทานเองช่วยให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด ผักจะเริ่มสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเก็บเกี่ยวออกจากต้น และจะสูญเสียเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการขนส่งและการเก็บรักษา การวิจัยพบว่าผักที่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกลและการแช่เย็นจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของเราเองจะมีไมโครนิวเทรียนท์หรือสารอาหารรองอย่างวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังมีพฤษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้บริโภคผักผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน การปลูกผักที่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผักที่วางจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกล ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเฟื้อและพลังงานในการขนส่ง การศึกษาวิจัยพบว่าการขนส่งผักผลไม้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การปลูกผักที่บ้านช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ลดความต้องการพลังงานในการแช่แข็งและเก็บรักษา และที่สำคัญคือลด “ฟู้ดไมลส์” หया ระยะทางที่อาหารต้องเดินทางจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค การปลูกพืชในพื้นที่เมืองยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจน นอกจากนี้ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง ความปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง หนึ่งในความกังวลหลักของผู้บริโภคคือการปนเปื้อนของสารเคมีในผัก การศึกษาพบว่าผักหลายชนิดที่จำหน่ายในตลาดมีสารเคมีตกค้างในปริมาณที่น่าเป็นห่วง ผักที่พบสารเคมีตกค้างสูงที่สุด ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง [...]

5/2/2565 • โดย Homeday
เก็บผักไว้ในกล่องสุญญากาศ การเก็บผักไว้ในกล่องสุญญากาศเป็นอีกวิธีที่จะช่วยถนอมผักของเรา ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ผักของเรายังสดใหม่แถมยังชะลอความเสื่อมสภาพของผักและคงความสดใหม่พร้อม

19/5/2564 • โดย Homeday
ผักหรือผลไม้ เป็นอาหารที่ต้องมีติดครัวกันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ และแน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้คือ มะนาว นอกจากจะใช้ทำอาหารเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติได้หลากหลายเมนูแล

2/3/2569 • โดย Homeday
เมล็ดพันธุ์เจียไต๋ โดยบริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย เปิดประสบการณ์และยกระดับการปลูก จัดงานเปิดตัว “ผักซองอีซี่ ปลูกง่าย ได้อย่างโปร” ชูกลยุทธ์ใช้งานสะดวก โตดี งอกดี ด้วยคุณภาพเมล็ดพันธุ์เทียบเท่าระดับโปร เจาะกลุ่มผู้ปลูกทุกกลุ่มตั้งแต่ เกษตรกรมืออาชีพปลูกเพื่อการจำหน่าย ไปจนถึงผู้ปลูกมือใหม่ ที่ต้องการปลูกในพื้นที่จำกัด และมีความต้องการเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง ได้คุณภาพมีมาตรฐาน พร้อมจัดแสดงนิทรรศการเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ใหม่ของการปลูกได้อย่างระดับโปรถึง 3 โซน ได้แก่ เจียไต๋ เมล็ดพันธุ์คุณภาพสูง, แปลงสาธิต โตดี งอกดี และ ผักซองอีซี่ ปลูกง่าย ได้อย่างโปร คุณสุภัทร เมฆิยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสธุรกิจเมล็ดพันธุ์ บริษัท เจียไต๋ จำกัด เผยว่า “ผักซองอีซี่ ปลูกง่าย ได้อย่างโปร เกิดจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของ “คนปลูก” ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นผู้ปลูกผักเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน ที่จะมีพื้นที่การปลูกที่จำกัด เกษตรกรหัวไร่ปลายนา หรือเกษตรกรมืออาชีพที่ปลูกเพื่อการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ แม้จะใช้เมล็ดพันธุ์ซองมาตรฐานดั้งเดิม (Professional) เป็นหลัก แต่อาจมีพื้นที่บางส่วนที่ต้องการเมล็ดพันธุ์เพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย [...]

7/5/2564 • โดย Homeday
ในฤดูร้อนแบบนี้ หากใครกำลังมองหาผักสวนครัวมาปลูก แต่ยังไม่แน่ใจว่า จะสามารถปลูกผักอะไรได้บ้าง เพราะอุณภูมิที่สูงปรี๊ดในแต่ละวัน จะรดน้ำลงดิน น้ำก็ระเห

15/9/2568 • โดย Homeday
15 กันยายน 2568 – โลตัส ผู้นำธุรกิจค้าปลีกภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิสาหกิจชุมชนผักสวยน้ำใสพะเยา สำนักงานเกษตรอำเภอเชียงคำ และสำนักงานพัฒนาชุมชน จัดงาน “เทศกาลของดีจังหวัดพะเยา เกษตรปลอดภัย ผักสวยน้ำใส” บริเวณลานกิจกรรม โลตัส สาขาเชียงคำ เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และต่อยอดโครงการ “ฮักน้ำยม พะเยาโมเดล” ที่มุ่งอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำแม่น้ำยมควบคู่ไปกับการสร้างงานสร้างอาชีพในท้องถิ่น โดยได้รับเกียรติจาก นายไชยกฤต ปิงเมือง ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากนักเรียนโรงเรียนเชียงคำวิทยาคม สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและสร้างบรรยากาศคึกคัก ทั้งนี้ โลตัส สาขาเชียงคำ ได้สนับสนุนพื้นที่จัดงานในทุกวันพฤหัสบดี ตลอดเดือนกันยายน เพื่อให้เป็นพื้นที่สร้างความสุขของชุมชน (Happy Community) รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คนและชุมชนเข้าด้วยกัน โดยภายในงานมีการจำหน่ายผักและผลไม้สด ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ตลอดจนสินค้า OTOP อาหารและเครื่องดื่มที่ผลิตโดยกลุ่มเกษตรกร กลุ่มแม่บ้าน และผู้ประกอบการท้องถิ่น นับเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ผลิตในชุมชนกับผู้บริโภคโดยตรง สร้างรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกรรายย่อย [...]
