
18/7/2568 • โดย Homeday
พฤกษา เผยความคืบหน้าการก่อสร้างคอนโดโครงการใหม่ เดอะ ไพรเวซี่ พาร์ค เตาปูน ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วกว่า 90% หลังจากได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องกับจุดขายสไตล์ ทรอปิคัล โมเดิร์น พร้อมส่วนกลางครบจัดเต็ม สุดอลังการ บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่ กรุงเทพฯ-นนทบุรี ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานี เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ เพียง 550 เมตร พร้อมเชื่อมต่อตรงเข้าสู่ย่านธุรกิจได้สะดวก ทั้ง พระราม 9 อโศก สุขุมวิท สีลม ฝั่งธนบุรี และ ฝั่งกทม. ใกล้ทางด่วนศรีรัชเพียง 1.5 กม. สะดวกทุกรูปแบบการเดินทาง ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเผยโฉมเตรียมพร้อมให้เข้าอยู่ปลายปีนี้ นายภัคริน ทัตติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คอนโดโครงการใหม่ เดอะ ไพรเวซี่ พาร์ค เตาปูน ได้ดำเนินการก่อสร้างในภาพรวมเสร็จสิ้นแล้วกว่า 90% โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพทั้งในด้านงานโครงสร้าง งานสถาปัตย์และงานระบบอาคาร [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่จะแปรปรวนมาก ในปี 2568 โดยคาดการณ์เอลนีโญอาจกลับมาปลายปีนี้ ก่อให้เกิด “ฝนทิ้งช่วง และความแห้งแล้ง” จำเป็นต้องวางแผนเรื่องการใช้น้ำเป็นอย่างดี เตรียมกักเก็บน้ำฝน โดยเฉพาะกล้วยไม้เป็นพืชที่มักจะประสบภัยวิกฤตแล้งและน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้น้ำเค็มรุกเข้าสวนกล้วยไม้บ่อยครั้ง จากการคาดการณ์ของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ได้คาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุนที่ขึ้นสูงสุดในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งอาจจะเกิดน้ำเค็มรุกพื้นที่ได้ จึงควรเฝ้าระวัง ค่าน้ำเค็มไม่ควรเกินกว่า 0.75 กรัมต่อลิตร หรือค่าการนำไฟฟ้า (EC) สูงเกินกว่า 750 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ซึ่งหากสวนกล้วยไม้ได้รับน้ำเค็มเป็นเวลานานจะส่งผลให้ปลายรากกุด เนื่องจากค่าโซเดียมในน้ำสูงจนทำลายหมวกราก ใบเริ่มลู่ลง นิ่ม และเหลืองก่อนที่จะหลุดล่วง อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับต้นกล้วยไม้ทำให้เนื้อเยื่อแห้ง ไม่เจริญเติบโต และอาจรุนแรงถึงขั้นตายได้ในที่สุด อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้คำแนะเพิ่มเติมว่า เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ ควรเตรียมพร้อมรับมือ โดยใช้เครื่องวัด EC หรือ Salinity ตรวจวัดค่าการนำไฟฟ้าของน้ำที่จะใช้รดกล้วยไม้หรือนำมาผสมปุ๋ยและสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชด้วยตัวเอง หรือติดตามสถานการณ์ค่าความเค็มได้ที่ http://hydrology.rid.go.th/sediment-wq/index.php/th/ เพื่อเตรียมการรับมือ หากแหล่งน้ำยังมีคุณภาพดีและมีค่าความเค็มไม่เกินกำหนดข้างต้น ให้เกษตรกรสูบน้ำเข้ามาเก็บกักสำรองในบ่อพักให้เต็ม ควรเพิ่มพื้นที่ในการเก็บกักน้ำ เช่น ขุดบ่อเพิ่ม [...]

17/6/2568 • โดย Homeday
แคคตัสพันธุ์แมมหรือมัมมิลลาเรีย (Mammillaria) กลายเป็นหนึ่งในกระบองเพชรที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่คนรักต้นไม้ทั่วโลก เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะตัวที่น่าสนใจและการดูแลที่ไม่ซับซ้อน ประกอบกับความหลากหลายของพันธุ์ที่มีมากกว่า 300 สายพันธุ์ทั่วโลก ทำให้นักสะสมสามารถเลือกหาพันธุ์ที่ตรงใจได้อย่างง่ายดาย จุดเด่นที่ทำให้แคคตัสแมมโดดเด่น ลักษณะทางกายภาพที่น่าสนใจ แคคตัสแมมมีจุดโดดเด่นที่หนามของพวกมันไม่ได้แหลมและแข็งเหมือนแคคตัสทั่วไป แต่กลับมีลักษณะอ่อนนุ่มคล้ายขนสัตว์ปกคลุมทั่วทั้งต้น หนามเหล่านี้มีหน้าที่ช่วยปกป้องต้นจากศัตรูและลดการสูญเสียน้ำผ่านการระเหย ลำต้นส่วนใหญ่จะเป็นทรงกลมหรือทรงกระบอกขนาดเล็ก เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ดอกไม้สีสันสวยงาม สิ่งที่ทำให้แคคตัสแมมพิเศษคือการออกดอกที่สวยงาม โดยดอกจะมีหลากหลายสี ตั้งแต่สีขาว ชมพู เหลือง และแดง ดอกไม้เหล่านี้มักจะออกเป็นวงกลมรอบยอดต้นคล้ายมงกุฎ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของแคคตัสแมม การออกดอกจะเกิดขึ้นตามฤดูกาล โดยส่วนใหญ่จะออกดอกในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน พันธุ์ยอดนิยมและลักษณะเด่น แมมขนนกขาว (Mammillaria Plumosa) เป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีหนามที่นุ่มคล้ายขนนกสีขาวปกคลุมทั่วทั้งต้น ต้นจะสูงประมาณ 4-7 เซนติเมตร แต่สามารถแตกกอกว้างได้มากถึง 40 เซนติเมตร ดอกมีหลากหลายสี และจะออกดอกในช่วงธันวาคมถึงมีนาคม แมมขนแมวและแมมขนแกะ (Mammillaria Bocasana) ทั้งสองพันธุ์นี้มีลักษณะคล้ายกัน โดยแมมขนแกะจะมีขนหนาและฟูกว่า ขนาดของต้นจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 7 เซนติเมตร และมีจุดเด่นที่ปลายหนามจะงอคล้ายตะขอ พันธุ์นี้ทนแล้งได้ดีและต้องการการรดน้ำเพียงเล็กน้อย แมมเลาอาย (Mammillaria Laui) พันธุ์นี้เป็นที่นิยมเพราะโตไวและออกดอกง่าย สามารถออกดอกได้แม้ต้นจะยังอายุน้อย [...]

20/5/2568 • โดย Homeday
ไข่ผำ หรือที่เรียกอีกชื่อว่า ผำ ไข่น้ำ ไข่แหน เป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่ได้รับการยกให้เป็นซูเปอร์ฟู้ดของไทยและกำลังเป็นที่รู้จักในระดับโลก ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก โดยเฉพาะปริมาณโปรตีนถึง 40% ของน้ำหนักแห้ง วิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย ทำให้หลายคนสนใจที่จะเลี้ยงไข่ผำไว้บริโภคเอง หรือเพื่อการจำหน่าย แต่จะเลี้ยงอย่างไรให้ได้ผลดี? บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้วิธีการเลี้ยงไข่ผำอย่างมืออาชีพ พร้อมทั้งประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการที่คุณอาจยังไม่รู้ ขอบคุณภาพจาก : สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน “กรีนคาเวียร์” ไข่ผำคืออะไร ทำไมถึงเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่น่าสนใจ? ไข่ผำ (Wolffia arrhiza (L.) Wimm.) เป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่สุดในโลกในวงศ์ Lemnaceae มีลักษณะเป็นเม็ดสีเขียวกลมหรือเกือบกลม เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 0.5-1.5 มิลลิเมตร ไม่มีราก ไม่มีใบ โดยภายในเซลล์มีอากาศแทรกคล้ายฟองน้ำซึ่งช่วยให้ลอยน้ำได้ มักพบตามหนอง บึง หรือแหล่งน้ำนิ่งทั่วไป โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสานของไทย ไข่ผำได้รับฉายาว่า “กรีนคาเวียร์” (Green Caviar) เพราะรูปร่างคล้ายไข่ปลาแต่มีสีเขียว และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก ถือเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีมาแต่โบราณ แต่ปัจจุบันได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะซูเปอร์ฟู้ดเพราะคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่น คุณค่าทางโภชนาการของไข่ผำ ทำไมถึงได้จัดเป็นซูเปอร์ฟู้ด? ไข่ผำ 100 กรัม มีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าทึ่งดังนี้: พลังงาน [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นหนึ่งในไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ด้วยดอกสีชมพูสวยงามที่บานสะพรั่งในช่วงต้นปี ไม่เพียงแต่จะให้ความงดงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลากหลายที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ ชมพูพันธุ์ทิพย์มีต้นกำเนิดจากไหน ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tabebuia rosea (Bertol.) DC. และจัดอยู่ในวงศ์ Bignoniaceae ต้นไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ ตั้งแต่ประเทศเม็กซิโกไปจนถึงประเทศเวเนซุเอลาและเอกวาดอร์ นอกจากนี้ยังเป็นต้นไม้ประจำชาติของประเทศเอลซัลวาดอร์อีกด้วย4 การเข้ามาสู่ประเทศไทยของชมพูพันธุ์ทิพย์เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยมีหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร เป็นผู้นำเข้ามาปลูกเป็นครั้งแรก ชื่อ “ชมพูพันธุ์ทิพย์” จึงได้รับการตั้งขึ้นเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้นำเข้าและเป็นการบ่งบอกถึงสีของดอกที่เป็นสีชมพู ลักษณะเด่นของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 8-25 เมตร ลำต้นมีขนาดใหญ่ เปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาลหรือสีเทา แต่เมื่อมีอายุมากเปลือกลำต้นจะแตกเป็นร่อง เรือนยอดมีรูปไข่หรือทรงกลม แผ่กว้างเป็นชั้น5 ใบของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบเรียงตรงกันข้าม มีใบย่อย 5 ใบ แผ่นใบหนาขอบเรียบ สีเขียวเข้ม ปลายใบเรียว โคนใบสอบ ความกว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 7.5-16 เซนติเมตร ดอกและการออกดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์ ดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์ออกเป็นช่อกระจุกตามกิ่ง ช่อละ 5-8 ดอก กลีบดอกมีทั้งสีชมพูอ่อน [...]

6/2/2568 • โดย Homeday
ปลาทองถือเป็นสัตว์มงคลที่นิยมเลี้ยงกันมาตั้งแต่โบราณ ด้วยความเชื่อว่าจะนำพาโชคลาภและความมั่งคั่งมาสู่ผู้เลี้ยง แต่การจะได้รับพลังมงคลอย่างเต็มเปี่ยมนั

4/12/2567 • โดย Homeday
ในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและความเครียด การหาสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความสุขและความสงบในชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ หนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจคือการเลี้ยงสัตว์ และหากพูดถึงสัตว์เลี้ยงที่ทั้งสวยงาม เลี้ยงง่าย และยังเชื่อกันว่าช่วยเสริมโชคลาภ วาสนา ปลาทองก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึงปลาทองไม่เ

5/6/2569 • โดย Homeday Aum
ปั้นพื้นที่เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ เจาะลึก 5 วิสาหกิจชุมชนไทย จากต้นน้ำ สู่ปลายน้ำ ผ่านการขยายตลาดทั่วไทยบน Shopee

15/2/2567 • โดย Homeday
ซินเนอร์จี โกรท ธุรกิจในเครือพฤกษา โฮลดิ้ง เปิดตัวแอปพลิเคชัน MyHaus ตัวช่วยที่ทำให้บ้านกลายเป็นบ้านอัจฉริยะ ใช้ชีวิตสะดวกและง่ายขึ้น ครอบคลุมทุกเรื่องที่อยู่อาศัยไว้ในแอปเดียว ตั้งเป้ายกระดับการใช้ชีวิต และผนึกกำลังธุรกิจในเครือเพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ อยู่ดี มีสุข ให้ทุกชีวิตในโครงการเค

22/5/2568 • โดย Homeday
หากคุณกำลังมองหาต้นไม้ที่นอกจากจะสวยงามแล้วยังเชื่อกันว่าจะนำโชคลาภและความมั่งคั่งมาสู่ผู้ปลูก ต้นเศรษฐีรวยทรัพย์คือคำตอบที่คุณต้องการ ต้นไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงามโดดเด่นด้วยใบสีเขียวเป็นมันวาว แต่ยังเป็นที่นิยมเพราะดูแลง่าย เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาดูแลต้นไม้มากนัก ต้นเศรษฐีรวยทรัพย์มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศได้ดี เหมาะสำหรับปลูกทั้งในบ้านและร้านค้า เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและสร้างบรรยากาศที่สดชื่น ขอบคุณภาพจาก : Kapook ลักษณะเด่นของต้นเศรษฐีรวยทรัพย์ที่ต้องรู้ ต้นเศรษฐีรวยทรัพย์ หรือ ฟิโลเดนดรอน รวยทรัพย์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Philodendron sp. ‘Ruaysap’ จัดอยู่ในวงศ์ Araceae เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในประเทศบราซิล ลักษณะเด่นของต้นเศรษฐีรวยทรัพย์คือลำต้นเตี้ย ไม่สูงมากนัก มีก้านใบอวบอ้วนเป็นทรงกระบอก ซึ่งมีทั้งแบบก้านขาวและก้านแดงตามสายพันธุ์ ใบของต้นเศรษฐีรวยทรัพย์เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนถี่ รูปไข่ถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายแหลมถึงเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปหัวใจ ขอบเรียบหรือหยักเป็นคลื่นห่างๆ ใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวเกลี้ยงเป็นมันวาว มีสีเขียวเข้มตลอดทั้งใบ ขนาดใบโดยเฉลี่ยยาว 24-28 เซนติเมตร กว้าง 12-14 เซนติเมตร ก้านใบอวบหนาเป็นรูปครึ่งทรงกระบอก ยาว 3-10 เซนติเมตร นอกจากต้นเศรษฐีรวยทรัพย์แบบธรรมดาแล้ว ยังมีสายพันธุ์ย่อยที่ได้รับความนิยมอีกหลายชนิด เช่น เศรษฐีรวยทรัพย์ด่าง ที่มีใบสีเขียวด่างตลอดทั้งใบ และเศรษฐีรวยทรัพย์ทอง ซึ่งมีใบสีเหลืองทองถึงเขียวอ่อน เส้นกลางใบสีขาวชัดเจน [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
การเลือกปลูกพืชคลุมดินแทนหญ้าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่สีเขียวแต่ไม่ต้องการดูแลรักษาที่ยุ่งยาก พืชคลุมดินมีประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่ช่วยชะลอการชะล้างหน้าดิน แต่ยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน ป้องกันการเจริญเติบโตของวัชพืช และรักษาความชุ่มชื้นในดิน นอกจากนี้ยังช่วยให้ดินมีช่องอากาศมากขึ้น ทำให้ดินโปร่งระบายน้ำได้ดี พรมญี่ปุ่น – พืชคลุมดินใบสีสันสวยงาม พรมญี่ปุ่นหรือพรมกำมะหยี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Episcia cupreata เป็นไม้ล้มลุกที่เลื้อยได้ไกลและมีอายุหลายปี ลำต้นอวบน้ำและมีขนอ่อนอยู่ทั่วทั้งต้น ส่วนใบเป็นรูปไข่ มีทั้งสีเขียวอ่อน เขียวเข้ม น้ำตาลแดง ทองแดง เทา หรือสีต่างๆ สลับกัน มีดอกออกเป็นช่อหลากสีสัน เช่น ชมพู ส้ม แดง เหลือง พรมญี่ปุ่นสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการปักชำและเพาะเมล็ด ชอบดินร่วนปนทรายที่สมบูรณ์ ชอบอากาศชื้น ชอบแสงแดดอ่อน และต้องการน้ำพอประมาณ อย่างไรก็ตาม พืชชนิดนี้ไม่ค่อยทนทานต่อการเหยียบย่ำ จึงเหมาะที่จะปลูกคลุมดินบริเวณข้างทางเดินหรือส่วนที่ปลูกต้นไม้โดยเฉพาะ หลิวไต้หวัน – ไม้พุ่มขนาดเล็กออกดอกตลอดปี หลิวไต้หวันหรือหลิวไทเป มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cuphea hyssopifolia เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ทรงแผ่เตี้ย ลำต้นมีสีน้ำตาล ส่วนใบมีสีเขียวเข้ม เป็นรูปหอก ปลายแหลม โคนมน และเป็นมัน ดอกจะออกตลอดปีและขึ้นบริเวณปลายกิ่ง [...]

20/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยให้เรามีผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทานเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านได้อีกด้วย ผักหลายชนิดมีใบที่สวยงามไม่แพ้ต้นไม้ประดับทั่วไป ทำให้เราสามารถปลูกเพื่อประโยชน์ทั้งสองอย่างได้พร้อมกัน บทความนี้จะแนะนำผักใบสวยที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง พร้อมวิธีปลูกและการดูแลรักษาที่ถูกต้อง ทำไมต้องปลูกผักใบสวยในกระถาง? การปลูกผักในกระถางมีข้อดีหลายประการ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด นอกจากจะได้ผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทานแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักจากตลาด ที่สำคัญ ผักหลายชนิดมีใบและดอกที่สวยงาม สามารถนำมาประดับตกแต่งบ้านได้อย่างลงตัว การปลูกผักในกระถางยังง่ายต่อการดูแล เคลื่อนย้าย และจัดวางในพื้นที่ต่างๆ ของบ้านได้ตามต้องการ 7 ผักใบสวยที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง 1. ผักชี ผักชีเป็นพืชล้มลุกที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในช่วงหน้าหนาว ลักษณะของต้นผักชีมีลำต้นตั้งตรง ภายในกลวง มีกิ่งเล็ก ไม่มีขน สูงประมาณ 8-15 นิ้ว ใบแผ่ออกเป็นรูปพัด ขอบใบคล้ายขนนก ดอกมีขนาดเล็ก มีทั้งสีขาวและชมพูอ่อน ออกเป็นช่อนิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ซึ่งทำได้ง่ายและเหมาะสำหรับปลูกในกระถางเพื่อหยิบรับประทานได้สะดวก 2. ผักชีลาว ผักชีลาวเป็นผักพื้นบ้านที่อยู่ในกลุ่มพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับผักชี มีอายุไม่ถึง 1 ปี ความสูงประมาณ 40-120 เซนติเมตร ลำต้นกลม เล็ก สีเขียวเข้ม เนื้ออ่อน หักงอง่าย ใบมีลักษณะเป็นเส้นขนาดเล็ก ปลายเรียวแหลม ความยาวไม่เกิน 2 [...]
