พบ 94 บทความ

5/2/2565 • โดย Homeday
เก็บผักไว้ในกล่องสุญญากาศ การเก็บผักไว้ในกล่องสุญญากาศเป็นอีกวิธีที่จะช่วยถนอมผักของเรา ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ผักของเรายังสดใหม่แถมยังชะลอความเสื่อมสภาพของผักและคงความสดใหม่พร้อม

21/1/2568 • โดย Homeday
ในยุคปัจจุบัน ตู้เย็นถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสำคัญอย่างมากในทุกครัวเรือน นอกจากประโยชน์ใช้สอยแล้ว การจัดวางตู้เย็นให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยยังช่

9/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านในประเทศไทยอาจฟังดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม ทุกคนสามารถมีผักเมืองหนาวสดใหม่ไว้บริโภคเองได้ตลอดทั้งปี แม้จะอยู่ในเขตภูมิอากาศเมืองร้อน การปลูกผักเมืองหนาวไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี ทำไมถึงควรปลูกผักเมืองหนาวเอง? ผักเมืองหนาวในตลาดมักมีราคาสูงและบางครั้งหายากตามฤดูกาล การปลูกเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดในราคาประหยัด นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมกระบวนการปลูกตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยว ทำให้มั่นใจได้ว่าผักที่ได้รับประทานนั้นปลอดจากสารพิษ การปลูกผักเมืองหนาวยังช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิตของพืชมากขึ้น สร้างความพึงพอใจจากการได้บริโภคผลผลิตที่ปลูกด้วยมือตนเอง และยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับสุขภาพจิตใจอีกด้วย การมีแปลงผักเล็กๆ ในบ้านยังช่วยเพิ่มความร่มรื่นและบรรยากาศดีให้กับพื้นที่อยู่อาศัย กระเทียมต้น: จุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับมือใหม่ กระเทียมต้นเป็นผักเมืองหนาวที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตดี เริ่มต้นด้วยการผสมดินร่วนกับปุ๋ยคอก รดน้ำให้ดินชุ่มแล้ววางไว้ นำเมล็ดกระเทียมต้นมาปลูกลงในหลุมเพาะลึก 1 เซนติเมตร กลบดินแล้วคลุมด้วยฟาง รดน้ำวันละ 1 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ เมื่อกล้าอายุได้ 60 วัน ให้ย้ายไปปลูกในแปลงหรือกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก การใช้ตาข่ายบังแดดจะช่วยให้กระเทียมต้นเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่เย็นสบาย หลังจากย้ายมาปลูกแล้วอีก 80 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวมาบริโภคได้แล้ว การปลูกกระเทียมในเชิงพาณิชย์นิยมใช้กลีบกระเทียมแทนเมล็ด โดยเลือกใช้กลีบนอกที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจะให้ผลผลิตที่ดีกว่า การปลูกในระยะ 10×10-15 เซนติเมตร จะให้ผลผลิตสูงที่สุด และการใช้ฟางคลุมแปลงจะช่วยควบคุมวัชพืชและรักษาความชุ่มชื้นในดิน กะหล่ำหลากสาย: เลือกปลูกได้ตามความชอบ กะหล่ำปมเป็นอีกหนึ่งผักเมืองหนาวที่สามารถปลูกในไทยได้ดี การเพาะเมล็ดทำได้โดยนำเมล็ดมาปลูกในแผงเพาะกล้าที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอก ฝังหลุมละประมาณ 2-3 เมล็ด หรือหากเพาะในแปลงปลูกควรเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2-4 เซนติเมตร [...]

8/5/2567 • โดย Homeday
นายวรวุฒิ ลิมป์แสงทอง ผู้จัดการทั่วไป สายจัดซื้อ Air Conditioner & Refrigerator บริษัท โฮม โปรดักส์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หนึ่งในพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่โฮมโปรให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง คือการเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคทุกคนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 ที่มีประส

5/2/2568 • โดย Homeday
ในยุคปัจจุบัน ตู้เย็นถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขาดไม่ได้ในทุกครัวเรือน นอกจากประโยชน์ในการเก็บรักษาอาหารแล้ว การจัดวางตู้เย็นตามหลักฮวงจุ้ยยังมีส่วนสำค

21/5/2568 • โดย Homeday
ตู้เย็นมินิบาร์กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อาศัยในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดมิเนียมหรือหอพัก ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย และยังประหยัดพลังงานมากกว่าตู้เย็นขนาดใหญ่ ทำให้ตู้เย็นมินิบาร์กลายเป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการแช่น้ำดื่ม อาหาร ผลไม้ หรือแม้แต่เครื่องสำอางบางประเภทที่ต้องการความเย็นในการเก็บรักษา ตลาดตู้เย็นมินิบาร์ในปี 2025 มีความหลากหลายมากขึ้นทั้งในแง่ของดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน คุณสามารถเลือกได้ทั้งแบบประตูทึบ ประตูกระจกใส หน้าผิวเงาสะท้อน หรือดีไซน์สไตล์เรโทรย้อนยุค ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์การใช้งานแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ใช้สอยอีกด้วย ขนาดความจุเฉลี่ยของตู้เย็นมินิบาร์โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1.5-2.0 คิว หรือประมาณ 40-60 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับคนที่อยู่คนเดียวหรือคู่รัก นวัตกรรมการทำความเย็นในปัจจุบันยังช่วยให้ตู้เย็นมินิบาร์รุ่นใหม่สามารถทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลายรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและลดเสียงรบกวน ระบบกระจายความเย็นที่ทั่วถึงช่วยรักษาความสดของอาหารได้ยาวนานขึ้น และที่สำคัญคือการได้รับมาตรฐานฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงแม้จะเปิดใช้งานตลอดเวลา #ตู้เย็นมินิบาร์ #ตู้เย็นเล็ก #ตู้เย็นขนาดเล็ก #ตู้เย็น1ประตู #ตู้เย็นประหยัดไฟ #ตู้เย็นสำหรับคอนโด #ตู้เย็นราคาถูก #เครื่องใช้ไฟฟ้า

10/2/2568 • โดย Homeday
ในยุคปัจจุบัน ตู้เย็นเครื่องดื่มไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดาๆ อีกต่อไป แต่ยังเป็นจุดศูนย์กลางของการต้อนรับและการสร้างความประทับใจให้กับแขกที่ม

1/2/2565 • โดย Homeday
และทั้ง 6 ไอเทมนี้หาง่ายใช้สะดวกกันจริงๆค่ะ ตู้เย็นก็เหมือนบ้านอีกหลังที่เราเปิดกันบ๊อยบ่อย ดังนั้นเราควรดูแลความสะอาดและจัดการกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ขอ

10/8/2569 • โดย Homeday
ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ประกาศทิศทางนวัตกรรมรับยุค Smart Living ปักธง AI Appliance เป็นกลยุทธ์การเติบโต เดินหน้าพัฒนา 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ ครอบคลุมตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และโทรทัศน์ พร้อมยกระดับสู่ Smart Living Ecosystem ที่ผสาน AI และ IoT เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในยุค Future Home

2/4/2568 • โดย Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
ผักเป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญในการบริโภคประจำวัน การเลือกและเก็บรักษาผักอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและคงคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะเปิดเผยเคล็ดลับการเลือกและเก็บรักษาผักที่จะช่วยให้ผักสดใหม่นานขึ้น การเลือกผักคุณภาพดี: จุดเริ่มต้นของการเก็บรักษา สังเกตลักษณะภายนอก การเลือกผักที่มีคุณภาพเริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อ ให้สังเกตจากคุณสมบัติต่อไปนี้: สีสันสดใส ไม่ซีดหรือคล้ำเกินไป เนื้อแน่น ไม่เหี่ยวย่น หรือช้ำ ไม่มีรอยช้ำหรือรอยแผลที่ผิว มีกลิ่นสดตามธรรมชาติของผัก เลือกตามฤดูกาล ผักที่อยู่ในฤดูกาลจะมีความสดใหม่และราคาถูกกว่า โดยมีข้อสังเกตดังนี้: ผักในฤดูกาลจะมีความกรอบ และมีรสชาติดีกว่า ราคาถูกลงเนื่องจากปริมาณผลผลิตมาก คุณภาพทางโภชนาการสูงกว่าผักนอกฤดู เทคนิคการเก็บรักษาผักให้สดนาน การล้างและทำความสะอาด ล้างผักทันทีก่อนการบริโภค ไม่ควรล้างล่วงหน้า ใช้น้ำสะอาดไหลผ่านเบาๆ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก ซับน้ำออกด้วยกระดาษทิชชูหรือผ้าสะอาด การเก็บรักษาในตู้เย็น แต่ละประเภทของผักต้องการวิธีการเก็บที่แตกต่างกัน: ผักใบเขียว เก็บในถุงพลาสติกที่มีรูระบายอากาศ วางไว้ชั้นล่างสุดของตู้เย็น ไม่ควรเก็บรวมกับผลไม้ที่ปล่อยก๊าซเอทิลีน ผักรากและหัว เก็บในถุงตาข่ายหรือกล่องที่ระบายอากาศได้ ตัดใบออกก่อนเก็บ เก็บในที่เย็นและแห้ง ผักตระกูลกะหล่ำ ห่อด้วยกระดาษซับชื้น เก็บในถุงพลาสติกที่เจาะรู อายุการเก็บรักษาประมาณ 1 สัปดาห์ เทคนิคพิเศษเพื่อยืดอายุผัก การใช้สารธรรมชาติ น้ำส้มสายชูเจือจาง ช่วยฆ่าเชื้อและชะลอการเน่าเสีย น้ำเกลืออ่อนๆ ช่วยรักษาความสดของผัก น้ำมะนาวสามารถชะลอการเปลี่ยนสีของผักบางชนิด เทคนิคการแช่แข็ง ล้างและหั่นผักก่อนแช่แข็ง ใช้ถุงซิปล็อคที่ปราศจากอากาศ [...]

16/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ทุกนาทีมีค่า การมี “เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว” ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือ “คุณภาพชีวิต” ที่ดีขึ้นแบบเห็นผลทันตา บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 ไอเทมสุดฮิตที่หลายบ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ซื้อแล้วคุ้ม…เหมือนมีผู้ช่วยในครัว!” 1. หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ประหยัดเวลา: ไม่ต้องยืนเฝ้า ไม่ต้องใช้น้ำมัน ประหยัดพลังงาน: ทำอาหารได้เร็ว ลดการเปิดเตา เหมาะกับ: คนที่รักสุขภาพ และคนที่ชอบทำอาหารง่าย ๆ รีวิวผู้ใช้: “ตั้งแต่มีหม้อทอด ทุกอย่างโยนเข้าไปได้เลย กินของทอดแบบไม่รู้สึกผิด!” 2. เครื่องสกัดเย็น (Slow Juicer) ได้วิตามินครบถ้วนกว่าสกัดเร็ว น้ำที่ได้นุ่มลิ้น ไม่มีฟองหรือแยกชั้นเร็ว เหมาะกับ: คนดูแลสุขภาพ หรือครอบครัวที่อยากให้เด็กดื่มผัก ไอเดียเพิ่ม: หั่นผักผลไม้ล่วงหน้าเก็บในตู้เย็น แล้วสกัดรวมทุกเช้า 3. หม้อหุงข้าวดิจิทัล ตั้งเวลาหุงล่วงหน้าได้ บางรุ่นปรับเนื้อสัมผัสของข้าวได้ (นุ่มมาก / นุ่มกลาง / ข้าวต้ม) เหมาะกับ: คนที่ทำงานนอกบ้าน อยากให้ข้าวพร้อมตอนไปถึงบ้าน [...]