กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

17/6/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนบนดาดฟ้าได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองที่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในตึกแถวหรือทาวน์โฮมที่ไม่มีพื้นที่รอบบ้านสำหรับจัดสวน สวนดาดฟ้าไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย แต่ยังมีประโยชน์ในการลดความร้อนของอาคารและปรับปรุงคุณภาพอากาศอีกด้วย ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากสวนดาดฟ้า การมีสวนบนดาดฟ้าจะมอบประโยชน์มากมายทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต พืชในสวนดาดฟ้าช่วยลดอุณหภูมิของบ้านและอาคารผ่านการคายน้ำทางใบและการให้ร่มเงา นอกจากนี้ยังช่วยลดมลพิษทางอากาศโดยการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจน สวนดาดฟ้าในเมืองใหญ่ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง และปรับปรุงคุณภาพอากาศโดยการดักจับแก๊สที่เป็นอันตรายและฝุ่นละอองในอากาศ การเตรียมความพร้อมก่อนลงมือจัดสวน การตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร อาคารทั่วไปสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 200-400 กิโลกรัมต่อตารางเมตร สำหรับอาคารที่มีอายุมากกว่า 30-40 ปี อาจรับน้ำหนักได้น้อยกว่านี้ เพื่อความปลอดภัย ควรวางกระถางและต้นไม้ตามแนวคานหรือใกล้เสา เพื่อให้น้ำหนักถ่ายเทลงตามโครงสร้างหลัก การปรับปรุงระบบการระบายน้ำ ระบบระบายน้ำที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสวนดาดฟ้า ควรปรับพื้นให้มีความลาดเอียงเพื่อให้น้ำฝนหรือน้ำรดต้นไม้ไหลออกไปได้ การทำกันซึมด้วยวัสดุเคลือบผิวปูนซีเมนต์จะช่วยป้องกันการรั่วซึม ระบบระบายน้ำต้องมีจุดระบายอย่างน้อย 2 จุด และควรมีระบบ Overflow เผื่อกรณีท่อหลักตันจากใบไม้แห้ง การเลือกวัสดุปูพื้น การปูพื้นที่เหมาะสมจะช่วยลดความร้อนและสร้างพื้นที่สำหรับเดิน สามารถเลือกใช้ไม้จริงหรือไม้เทียม หากเลือกไม้จริงควรเป็นชนิดที่ทนแดดและทนฝน การปูกระเบื้องยังช่วยลดปัญหาน้ำซึมได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีความลาดเอียงเพื่อระบายน้ำ การออกแบบและจัดวางพื้นที่ การวางแผนโซนต่างๆ การออกแบบสวนควรเริ่มจากการวาดผังง่ายๆ เพื่อกำหนดตำแหน่งต้นไม้ ดอกไม้ เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง ตำแหน่งที่แข็งแรงที่สุดคือตรงเสาอาคาร รองลงมาคือแนวคานโครงสร้าง วัตถุที่มีน้ำหนักมากควรวางตามแนวเสาและคาน ส่วนบริเวณพื้นดาดฟ้าควรเป็นทางเดินหรือพื้นที่พักผ่อน สวนแนวตั้งเพื่อประหยัดพื้นที่ สวนแนวตั้งเป็นวิธีที่ดีในการประหยัดพื้นที่ สามารถใช้โครงเหล็กติดผนัง แล้วแขวนกระถางหรือใช้ถุงผ้าพิเศษสำหรับปลูกพืช ควรเลือกพืชที่มีระบบรากตื้น [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
การปฏิวัติห้องครัวสมัยใหม่: ยกระดับการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยี ห้องครัวในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่สำหรับปรุงอาหารอีกต่อไป แต่กลายเป็นศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างลงตัว Smart Kitchen คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพ และความทันสมัยในการใช้งานพื้นที่ครัว เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงวิถีการทำอาหาร เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีสามารถจัดการทุกอย่างในครัวได้อย่างอัจฉริยะ สมาร์ทแอปพลิเคชันและอุปกรณ์อัจฉริยะช่วยให้การทำอาหารกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและง่ายดายมากขึ้น ตู้เย็นที่สามารถแนะนำสูตรอาหารจากวัตถุดิบที่มี หม้อหุงข้าวอัจฉริยะที่ควบคุมผ่านมือถือ และเตาที่สามารถปรับอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ กลายเป็นเรื่องปกติในครัวสมัยใหม่ นวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบาย ระบบควบคุมอัจฉริยะ: สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟนหรือเสียงได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า การตั้งเวลา หรือการติดตามการทำงานของอุปกรณ์ การประหยัดพลังงาน: อุปกรณ์อัจฉริยะสมัยใหม่ออกแบบมาเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย: เซ็นเซอร์และระบบแจ้งเตือนต่างๆ ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในครัว เช่น การลืมปิดเตาหรือภาวะแก๊สรั่ว การออกแบบที่ชาญฉลาด Smart Kitchen ไม่ได้มีดีแค่เทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงการออกแบบพื้นที่ที่ฉลาดและใช้งานง่าย พื้นที่ครัวถูกจัดสรรอย่างเป็นระเบียบ มีพื้นที่เก็บของอัจฉริยะ ช่วยให้การทำอาหารเป็นเรื่องสนุกและไม่ยุ่งยาก คุณสมบัติพิเศษของครัวอัจฉริยะ ระบบจัดเก็บอัจฉริยะ: ลิ้นชักและตู้เก็บของที่สามารถเรียกใช้งานด้วยเสียงหรือระบบสแกน พื้นผิวอัจฉริยะ: เคาน์เตอร์ที่สามารถชาร์จอุปกรณ์ไร้สายและมีระบบแสดงข้อมูลต่างๆ ระบบระบายอากาศอัจฉริยะ: ปรับการทำงานอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมในครัว เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ Smart Kitchen ยังคำนึงถึงสุขภาพของผู้ใช้ ด้วยนวัตกรรมต่างๆ เช่น: เครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันติดตามโภชนาการ เซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศและความสะอาด ระบบแนะนำสูตรอาหารเพื่อสุขภาพตามความต้องการส่วนบุคคล [...]

26/1/2569 • โดย Homeday
เอสบี ดีไซน์สแควร์ สานต่อพันธกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผสานความร่วมมือกับ มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ในการปรับปรุงห้องพักบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ หรือ “บ้านแมค” ณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ. เด็ก) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้ป่วยเด็ก ให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อน ฟื้นฟูจิตใจ และการใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่นตลอดช่วงการรักษา นายพิเดช ชวาลดิฐ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ เปิดเผยว่า เอสบี ดีไซน์สแควร์ เชื่อว่าธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนนั้นต้องร่วมสร้างคุณค่าให้กับสังคม การมีส่วนร่วมในการปรับปรุงพื้นที่บ้านแมคในครั้งนี้ ถือเป็นการนำความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย มาใช้สร้างพื้นที่ที่ช่วยเสริมพลังใจให้กับครอบครัวผู้ป่วยเด็กในช่วงเวลาที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ผ่านการออกแบบพื้นที่และจัดสรรเฟอร์นิเจอร์โดยคำนึงถึงการใช้งานจริง ความเป็นส่วนตัว และความสบายในการอยู่อาศัยระยะยาว เพื่อช่วยลดความตึงเครียดของครอบครัวผู้ป่วยเด็ก และสนับสนุนการดูแลสุขภาวะในมิติทางร่างกายและจิตใจ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานบ้านพักพิงให้สอดคล้องกับแนวคิดการอยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรอบด้าน อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการปรับปรุงห้องพักบ้านแมค รพ.เด็ก คือการให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้ใช้งานและคุณภาพอากาศภายในห้อง ผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้ มาตรฐาน E1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการควบคุมการปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์จากผลิตภัณฑ์ไม้ เฟอร์นิเจอร์ที่นำมาใช้มีปริมาณสารฟอร์มัลดีไฮด์ต่ำเพียง 0.005% ช่วยลดการระเหยของสารเคมีภายในอาคาร ส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องพักปลอดโปร่ง ลดกลิ่นฉุน ลดอาการแสบตาและการระคายเคืองผิวหนัง พร้อมช่วยลดความเสี่ยงด้านโรคภูมิแพ้และระบบทางเดินหายใจ เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีเด็ก ผู้ป่วย [...]

7/3/2568 • โดย Homeday
NGO เสนอแนวทางลดมลพิษจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์ในประเทศไทย ผลักดันนโยบายลดการเผาพืชผลทางการเกษตรและและส่งเสริมทางเลือกอาหารที่ยั่งยืน ประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายด้านคุณภาพอากาศทุกปี โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาจากไอเสียรถยนต์และภาคอุตสาหกรรม องค์กรพิทักษ์สัตว์สากล ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล (Sinergia Animal) ได้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการปรับปรุง โดยการพิจารณาอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่มีความสำคัญในการช่วยกันแก้ไขปัญหาและร่วมสร้างอากาศสะอาดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย ลด PM 2.5 จากภาคปศุสัตว์ เพื่ออากาศสะอาดและปลอดภัยจากโรคร้าย ภาคปศุสัตว์มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่มีส่วนสำคัญในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน เราสามารถร่วมมือกันเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 14.5% ของการปล่อยก๊าซทั่วโลก นอกจากนี้ เราสามารถลดการทำเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวเพื่อผลิตอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลือง และส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืนแทน เพื่อลดการเผาพืชทางการเกษตรและมลพิษที่ตามมา โรงปศุสัตว์ขนาดใหญ่ มิได้เป็นเพียงแหล่งผลิตอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งกำเนิดแอมโมเนียในปริมาณมหาศาล[1] ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญของการก่อตัวของฝุ่น PM 2.5 นอกจากนี้ วิถีการเกษตรแบบดั้งเดิมที่ยังคงปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย เช่น การเผาตอซังพืช และการไถพรวนดิน ก็ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ปลดปล่อยฝุ่นละอองขนาดเล็กสู่ชั้นบรรยากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้[2]รายงานจากสหภาพยุโรป (EU) ได้ชี้ให้เห็นว่า ภาคการเกษตรมีส่วนในการสร้างฝุ่น PM 2.5 ถึงประมาณ 5% และฝุ่น [...]

6/2/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศภายในบ้านมากขึ้น เครื่องวัดความชื้นกลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับทุกครัวเรือน แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า นอกจากประโ

4/3/2568 • โดย Homeday
ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย และถือเป็นวิกฤตเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และมะเร็งปอด หรือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และคุณภาพอากาศในเมืองใหญ่ แม้ภาครัฐจะออกมาตรการรับมือมาหลายปี แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่การควบคุมฝุ่นในระยะสั้น แต่รวมถึงการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ทั้งในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การขนส่ง และพฤติกรรมของประชาชน จากวิกฤตที่คนไทยในหลายภาคส่วน จึงนำมาสู่ โมเดล 8-3-1: กรอบการทำงานเพื่อจัดการฝุ่นอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่พัฒนาขึ้นเพื่อจัดการปัญหาฝุ่นอย่างเป็นระบบ ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน นอกจากนี้ ยังมีการสร้างระบบฐานข้อมูลที่ครอบคลุมช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำขึ้นและสนับสนุนการทำงานร่วมกัน แบ่งกระบวนการแก้ปัญหาออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ ระยะป้องกัน (8 เดือน) : ลดแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น ควบคุมการเผาในที่โล่ง สนับสนุนพลังงานสะอาด และบังคับใช้มาตรการลดมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมและขนส่ง ระยะเผชิญเหตุ (3 เดือน) : รับมือช่วงฝุ่นสูง เช่น การแจ้งเตือนล่วงหน้า การประกาศเขตควบคุม และแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชน ระยะฟื้นฟู (1 เดือน) : [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีปริมาณสูงจนเกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยที่มักเกิดในช่วงเดือนมกราคม –เมษายนของทุกปี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จับมือนักวิจัย สวทช. โดยนาโนเทค พัฒนาระบบตรวจวัดและจำแนกแหล่งกำเนิด PM2.5 สืบหาต้นตอฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดลำปาง พร้อมแอปพลิเคชันแสดงผลค่า PM2.5 แบบจำแนกสัดส่วนของแหล่งกำเนิด และดัชนีคุณภาพอากาศแบบ Real Time ปูทางสู่ฐานข้อมูลเพื่อบริหารจัดการลดการเกิดฝุ่นละอองในสิ่งแวดล้อม และแนะมาตรการป้องกันและแก้ไขการเกิดฝุ่น PM2.5 ได้ในอนาคต ดร. รุ่งโรจน์ เมาลานนท์ ทีมวิจัยวิศวกรรมกระบวนการและระบบตรวจติดตาม กลุ่มวิจัยวัสดุตอบสนองและเซ็นเซอร์ระดับนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า โครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาระบบจำแนกตรวจติดตามฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และมลภาวะทางอากาศ” เป็นโจทย์จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่ต้องการศึกษาแหล่งกำเนิดหลักของฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จึงต่อยอด “E-nose” หรือ “จมูกอิเล็กทรอนิกส์”สู่ “ระบบต้นแบบสำหรับตรวจวัดและจำแนก PM2.5 ที่สามารถจำแนกตรวจติดตามฝุ่นละอองขนาดเล็กและมลภาวะทางอากาศ” ระบบจำแนกตรวจติดตามฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และมลภาวะทางอากาศนี้ อาศัยหลักการวิเคราะห์ทางด้านวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อศึกษาองค์ประกอบในฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน [...]

25/3/2567 • โดย Homeday
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือสูงเกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 1 ของเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูง (AQI) โดยมีค่า AQI เฉลี่ยถึง 200 (ข้อมูลจากเว็บไซต์ IQAir ที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศทั่วโลก) นายวราวุธ ศิ

26/3/2568 • โดย Homeday
นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กทม. กล่าวถึงมาตรการเร่งด่วนของ กทม. เพื่อรองรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีแนวโน้มสูงขึ้นว่า กทม. ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 68 อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 สูง โดยให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวดกวดขัน เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิด บรรเทาสถานการณ์ฝุ่นและลดผลกระทบต่อสุขภาพ อาทิ แจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK เพจเฟซบุ๊กกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร แอปพลิเคชัน LINE โดยการเพิ่มเพื่อน @LINEALERT จะแจ้งเตือนเมื่อฝุ่นมีค่ามากกว่า 37.5 มคก./ลบ.ม. 50 เขต ควบคุมสถานประกอบกิจการ โรงงาน แพลนท์ปูน และสถานที่ก่อสร้างในพื้นที่ไม่ให้ปล่อยมลพิษอากาศเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เข้มงวดตรวจวัดตรวจจับรถยนต์ควันดำทุกประเภทร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนที่กำหนด ลงพื้นที่ตรวจรถโดยสารสาธารณะที่อู่ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทั้ง 27 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนบำรุงรักษาเครื่องยนต์ จอดรถให้ดับเครื่อง และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ขอความร่วมมือศาลเจ้า มูลนิธิ และวัดงดจุดธูปและเผากระดาษ เข้มงวดกวดขันห้ามเผาในที่โล่งทุกประเภท โดยประสานความร่วมมือสำนักงานเขตที่มีพื้นที่ทำการเกษตรเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบพื้นที่ รณรงค์เน้นย้ำสร้างความเข้าใจและความร่วมมือของประชาชนงดเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูก รณรงค์สร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดการทำกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 ติดตามจุดความร้อนเมื่อพบประสานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพิ่มความถี่ล้างและดูดฝุ่นถนน ฉีดล้างต้นไม้และใบไม้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากสถานการณ์ฝุ่นมีค่ามากกว่า 37.5 [...]

23/12/2565 • โดย Homeday
“แสนสิริ” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย นำโดย นายอาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ จับมือ “นิปปอนเพนต์” นำโดย นายวัช

18/3/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักสวนครัวในบ้านไม่ใช่เพียงแค่งานอดิเรกธรรมดา แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ต่อไปนี้คือ 10 เหตุผลที่จะทำให้คุณอยากเริ่มปลูกผักสวนครัวในบ้านทันที 1. คุณภาพอาหารที่ปลอดภัยและสดใหม่ การปลูกผักสวนครัวด้วยตัวเองเป็นหลักประกันคุณภาพอาหาร คุณสามารถควบคุมกระบวนการปลูกได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของคุณเองมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าผักที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด ข้อดีของการควบคุมคุณภาพ เลือกวิธีการปลูกแบบออร์แกนิก ทราบแหล่งที่มาของผักอย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงจากสารพิษตกค้าง 2. การประหยัดค่าใช้จ่าย การปลูกผักสวนครัวสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ เมล็ดพันธุ์มีราคาถูก และสามารถนำผลผลิตมาใช้ได้ต่อเนื่อง กลยุทธ์การประหยัด เริ่มจากผักที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตเร็ว เก็บเมล็ดพันธุ์จากผลผลิตเพื่อใช้ปลูกรอบถัดไป คำนวณงบประมาณการปลูกล่วงหน้า 3. การออกกำลังกายและการบำบัด การดูแลสวนผักเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวร่างกาย และยังเป็นการบำบัดทางจิตใจอีกด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ลดความเครียด กระชับกล้ามเนื้อ 4. การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ การปลูกผักสวนครัวเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด คุณจะได้พัฒนาทักษะการสังเกต การดูแล และการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทักษะที่ได้รับ ความอดทน ความละเอียดรอบคอบ ความคิดสร้างสรรค์ 5. ความมั่นคงทางอาหาร การมีสวนผักส่วนตัวช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน การเตรียมพร้อม มีแหล่งอาหารสำรอง ลดการพึ่งพาตลาด สร้างความยั่งยืนให้ครอบครัว 6. การดูแลสิ่งแวดล้อม การปลูกผักสวนครัวช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และสนับสนุนระบบนิเวศในบ้านของคุณ มิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการขนส่งอาหาร [...]

17/6/2568 • โดย Homeday
การเลือกต้นไม้ประดับหน้าบ้านเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการสร้างบรรยากาศที่ดีและเพิ่มความน่ามองให้กับบ้าน การปลูกต้นไม้ในกระถางเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด เพราะให้ประโยชน์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพื้นที่ในการปลูก สะดวกในการโยกย้าย และสับเปลี่ยนพรรณไม้เพื่อประดับตกแต่งได้ง่าย นอกจากนี้ยังช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสดชื่น น่าอยู่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มร่มเงา และพื้นที่พักผ่อนให้กับบ้าน วิธีการปลูกต้นไม้ในกระถางอย่างถูกต้อง การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม การเลือกต้นไม้ที่จะปลูกควรพิจารณาความชอบส่วนตัวเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอกหรือไม้ใบ พร้อมกับดูความเหมาะสมของต้นไม้ที่เราชอบว่าสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ความชื้น ในจุดที่เราจะนำต้นไม้ไปวาง สำหรับการปลูกต้นไม้ในกระถางให้สวยงาม สำคัญที่คุณต้องชอบต้นไม้หรือดอกไม้ชนิดนั้นด้วย การเลือกกระถางที่เหมาะสม การเลือกกระถางควรคำนึงถึงขนาดและพันธุ์ของต้นไม้ที่จะปลูก โดยกระถางควรมีขนาดเหมาะสมกับต้นไม้ กระถางขนาดใหญ่เกินไปจะทำให้เกิดความชื้นส่วนเกินในดิน ขณะที่กระถางขนาดเล็กเกินไปจะจำกัดการเจริญเติบโตของพืช สำหรับไม้ประเภททรงสูง ความกว้างของกระถางควรอยู่ที่ประมาณ 2:3 ของความสูงของต้น การเลือกดินที่เหมาะสม ต้นไม้ในกระถางมักจะชอบดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีการระบายน้ำได้ดี ซึ่งควรผสมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว แกลบ ลงไปในดินเพื่อเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อต้นไม้ ดินที่ใช้ในกระถางต้นไม้ควรจะเป็นดินปนทราย ที่มีพีทมอส ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว ถ่านป่น หรืออิฐป่น ผสมอยู่ด้วย การรดน้ำที่ถูกวิธี การรดน้ำต้องคำนึงถึงความต้องการของต้นไม้แต่ละชนิด เพราะต้นไม้บางชนิดชอบน้ำสามารถรดได้เป็นประจำเช้า-เย็น แต่บางชนิดไม่ชอบน้ำ ควรรดประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือรดเฉพาะเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการรดน้ำคือตอนเช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 06:00-08:00 [...]