
23/9/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” มากกว่าปริมาณการใช้จ่ายเพื่อความสุขใจ (Emotional Spending) กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่น่าจับตามองในปี 2568 โดยเฉพาะใน 3 หมวดฮีลใจ ได้แก่ หนังสือ สัตว์เลี้ยง และกีฬา-เวลเนส ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของคนไทยในการดูแลจิตใจ สร้างพื้นที่ส่วนตัว และลงทุนกับสุขภาวะอย่างยั่งยืน สถิติชี้ชัด “Book-Lover” อ่านเฉลี่ยเกือบ 2 ชั่วโมงต่อวัน “Pet Parent” พร้อมจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกครอบครัว และ “Sports Wellness” กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ สะท้อนวิถีชีวิตที่ไม่ได้มุ่งเพียงสิ่งจำเป็น แต่คือการมองหาความสุขเล็กๆ ที่เติมเต็มใจได้ทุกวัน หนังสือ: อ่านเพื่อเติมใจ พื้นที่สงบในโลกที่วุ่นวาย แม้โลกดิจิทัลจะเต็มไปด้วยคอนเทนต์สั้นและรวดเร็ว เช่น TikTok หรือ Reels เข้ามามีบทบาท แต่การอ่านยังคงเป็นกิจกรรมที่คนไทยเลือกใช้เพื่อเยียวยาใจ เป็น “พื้นที่สงบใจ” ของคนยุคใหม่ ข้อมูลจากสมาคม ผู้จัดพิมพ์ฯ ปี 2567 ชี้ว่าคนไทยอ่านเฉลี่ย 113 นาทีต่อวัน สวนกระแสความเชื่อว่า “ไม่อ่านหนังสือ” [...]

1/3/2568 • โดย Homeday
การมีสัตว์เลี้ยงในบ้านเปรียบเสมือนการมีสมาชิกใหม่เข้ามาในครอบครัว พวกเขาต้องการพื้นที่ส่วนตัวเช่นเดียวกับมนุษย์ การจัดเตรียมพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะสมให้กับสัตว์เลี้ยงไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเขามีความสุข แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “พื้นที่พักผ่อนในบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยงควรจัดวางตำแหน่งไหน?” บทความนี้จะพาทุกท่านไปเรียนรู้ถึงปัจจัยสำคัญในการเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมแนะนำตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงประเภทต่าง ๆ ทำไมต้องให้ความสำคัญกับตำแหน่งพื้นที่พักผ่อนของสัตว์เลี้ยง? สัตว์เลี้ยงที่มีพื้นที่พักผ่อนเป็นสัดส่วนจะมีสุขภาพจิตที่ดีกว่า เมื่อสัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยและสบายใจในพื้นที่ของตัวเอง พวกเขาจะมีพฤติกรรมที่สงบและเป็นมิตรมากขึ้น การจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสมยังช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลของสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย นอกจากนี้ การมีพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวยังช่วยให้สัตว์เลี้ยงปรับตัวเข้ากับบ้านใหม่ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่เพิ่งรับมาใหม่หรือสัตว์เลี้ยงที่มีประวัติถูกทอดทิ้งมาก่อน พื้นที่ส่วนตัวจะกลายเป็นเขตปลอดภัยที่พวกเขาสามารถเข้าไปหลบเมื่อรู้สึกกลัวหรือต้องการความสงบ สำหรับครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัว การจัดพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันความขัดแย้งระหว่างสัตว์เลี้ยง เนื่องจากสัตว์แต่ละตัวจะมีอาณาเขตของตัวเอง ทำให้ไม่ต้องแย่งชิงพื้นที่กัน ซึ่งนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ปัจจัยสำคัญในการเลือกตำแหน่งพื้นที่พักผ่อนสำหรับสัตว์เลี้ยง 1. ธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงแต่ละประเภท สัตว์เลี้ยงแต่ละประเภทมีสัญชาตญาณและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน สุนัขมักชอบพื้นที่ที่สามารถมองเห็นสมาชิกในครอบครัวได้ เนื่องจากพวกเขาเป็นสัตว์สังคม ในขณะที่แมวอาจชอบพื้นที่สูงที่สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ดี การเข้าใจธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงจะช่วยให้เราเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น สัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก เช่น หนูแฮมสเตอร์ กระต่าย หรือนกกระทา มักต้องการพื้นที่ที่ปลอดภัยจากสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ในบ้าน โดยเฉพาะจากสัตว์ล่าเหยื่อตามธรรมชาติอย่างแมว ดังนั้น การวางกรงหรือคอกของพวกเขาควรอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยและไม่ถูกรบกวน สัตว์เลื้อยคลาน เช่น เต่า หรือกิ้งก่า มีความต้องการด้านอุณหภูมิที่เฉพาะเจาะจง จึงควรวางตู้ให้ห่างจากประตูหน้าต่างที่มีลมโกรกและแสงแดดส่องถึงโดยตรง แต่ก็ไม่ควรอยู่ในที่มืดเกินไป ปลาสวยงามต้องการพื้นที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอแต่ไม่ร้อนเกินไป และควรวางตู้ปลาในจุดที่ไม่มีเสียงดังรบกวนหรือการสั่นสะเทือนบ่อย ๆ เพราะจะทำให้ปลาเกิดความเครียดได้ [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงในปัจจุบันมักใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่จำกัด ต่างจากธรรมชาติที่พวกเขาจะได้วิ่งเล่น ล่าเหยื่อ หรือสำรวจสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ การขาดกิจกรรมกระตุ้นสมองอาจนำไปสู่ปัญหาพฤติกรรมหลายอย่าง เช่น การเห่าหอนมากเกินไป การกัดทำลายข้าวของ หรือภาวะซึมเศร้า กิจกรรมฝึกสมองจึงไม่ใช่เพียงความบันเทิง แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพกายและใจของสัตว์เลี้ยง เปรียบเสมือนการที่มนุษย์เราต้องการการกระตุ้นทางปัญญาเพื่อรักษาสุขภาพสมองให้แข็งแรง ประโยชน์ของการฝึกสมองสัตว์เลี้ยงต่อคุณภาพชีวิตในที่พักอาศัย การมีกิจกรรมฝึกสมองให้สัตว์เลี้ยงส่งผลดีโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของในพื้นที่อยู่อาศัย สัตว์เลี้ยงที่ได้รับการกระตุ้นสมองอย่างเพียงพอจะมีพฤติกรรมที่สงบและมีความสุขมากกว่า ลดปัญหาการเห่าหอนรบกวนเพื่อนบ้าน หรือการทำลายข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความเครียดระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ การฝึกสมองยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของ เมื่อคุณใช้เวลาร่วมกันในการทำกิจกรรม จะเกิดการสื่อสารและความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้น สัตว์เลี้ยงจะเรียนรู้ที่จะตอบสนองต่อคำสั่งและเข้าใจความคาดหวังของคุณได้ดีขึ้น ขณะที่คุณก็จะเข้าใจภาษากายและความต้องการของพวกเขาได้มากขึ้นเช่นกัน ในแง่ของสุขภาพ สัตว์เลี้ยงที่ได้รับการกระตุ้นทางปัญญาอย่างสม่ำเสมอมีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า การวิจัยพบว่าสุนัขและแมวที่ได้รับการฝึกสมองอย่างสม่ำเสมอมีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมในวัยชราน้อยลง เช่นเดียวกับมนุษย์ที่การออกกำลังสมองช่วยชะลอความเสื่อมของระบบประสาท สำหรับที่พักอาศัยสมัยใหม่ที่มีพื้นที่จำกัด การฝึกสมองเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้ใช้พลังงานและตอบสนองความต้องการตามธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก กิจกรรมฝึกสมองหลายอย่างสามารถทำได้ในพื้นที่เพียงไม่กี่ตารางเมตร แต่ให้ประโยชน์เทียบเท่ากับการได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านเป็นเวลานาน กิจกรรมฝึกสมองที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงในพื้นที่อยู่อาศัยจำกัด การอยู่อาศัยในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดมิเนียมหรือทาวน์โฮมไม่ใช่อุปสรรคในการสร้างกิจกรรมฝึกสมองที่มีประสิทธิภาพให้สัตว์เลี้ยง มีกิจกรรมมากมายที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพื้นที่จำกัดและใช้งบประมาณไม่มาก เกมค้นหาอาหารหรือของเล่น: การซ่อนขนมหรือของเล่นรอบห้องและให้สัตว์เลี้ยงค้นหาเป็นการกระตุ้นประสาทสัมผัสการดมกลิ่นและความสามารถในการแก้ปัญหา เกมนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องพักขนาดเล็กเพราะไม่ต้องใช้พื้นที่มาก แต่สามารถใช้เวลาได้นาน คุณสามารถเริ่มด้วยการซ่อนขนมในที่ที่เห็นได้ง่าย แล้วค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้นเมื่อสัตว์เลี้ยงเริ่มเข้าใจเกม สำหรับแมว คุณสามารถซ่อนของเล่นไว้ในระดับความสูงต่างๆ เพื่อให้พวกเขาได้ปีนป่ายและกระโดด ซึ่งเป็นพฤติกรรมธรรมชาติของแมว สำหรับสุนัข การเล่นเกมค้นหาสามารถพัฒนาไปสู่การฝึกดมกลิ่นแบบง่ายๆ ได้ โดยให้สุนัขดมวัตถุที่มีกลิ่นเฉพาะ เช่น น้ำมันหอมระเหยบางชนิดที่ปลอดภัย แล้วให้ค้นหาวัตถุชิ้นอื่นที่มีกลิ่นเดียวกันที่ซ่อนอยู่ในห้อง นี่เป็นการจำลองงานที่สุนัขตำรวจหรือสุนัขค้นหาทำ แต่ในรูปแบบที่ง่ายและสนุกสำหรับสุนัขบ้าน [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นเวลาแห่งความสนุกสนานสำหรับมนุษย์ แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายและน่ากังวลสำหรับสัตว์เลี้ยง เสียงดังจากการเฉลิมฉลอง การจุดพลุ และความเปลี่ยนแปลงในบ้านอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงที่เรารัก การเตรียมความพร้อมให้สัตว์เลี้ยงรับมือกับช่วงเทศกาลปีใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของต้องให้ความใส่ใจ บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลและเตรียมความพร้อมให้สัตว์เลี้ยงของคุณผ่านช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างปลอดภัยและมีความสุข โดยครอบคลุมทั้งการจัดการกับความเครียดจากเสียงดัง การเตรียมที่พักอาศัย และการดูแลสุขภาพทั่วไปในช่วงเทศกาล การเตรียมบ้านให้ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงในช่วงปีใหม่ การจัดเตรียมบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพวกเขา เริ่มต้นด้วยการจัดเตรียม “มุมปลอดภัย” (Safe Zone) ในบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเลือกห้องที่เงียบสงบและห่างไกลจากความวุ่นวาย ควรมีของเล่น ที่นอน และผ้าห่มที่คุ้นเคยวางไว้เพื่อให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย ติดตั้งปลั๊กน้ำหอมหรือใช้สเปรย์ที่มีฟีโรโมนสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยลดความเครียด สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ชอบซ่อนตัวเมื่อตกใจ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีช่องว่างอันตรายที่พวกเขาอาจเข้าไปติด ปิดช่องใต้เตียง ตู้เสื้อผ้า หรือพื้นที่ที่อาจเป็นอันตรายเมื่อสัตว์เลี้ยงพยายามหนีจากเสียงดัง เก็บสายไฟ ของตกแต่งปีใหม่ และของมีคมให้พ้นมือสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นคริสต์มาส ประดับไฟ และของตกแต่งที่กินได้ซึ่งอาจเป็นอันตรายหากสัตว์เลี้ยงเข้าไปเล่นหรือกิน นอกจากนี้ ควรเตรียมระบบระบายอากาศที่ดีภายในบ้าน เนื่องจากกลิ่นจากธูป เทียน หรือดอกไม้บางชนิดที่ใช้ในการเฉลิมฉลองอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยง ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ และหลีกเลี่ยงการจุดธูปหรือเทียนในบริเวณใกล้เคียง การจัดเตรียมบ้านอย่างเหมาะสมจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณรู้สึกปลอดภัยและลดความเครียดในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรับมือกับเสียงพลุและการเฉลิมฉลองที่อาจสร้างความตื่นกลัวให้สัตว์เลี้ยง เสียงพลุและการเฉลิมฉลองในช่วงปีใหม่เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สัตว์เลี้ยงต้องเผชิญ โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีการได้ยินที่ไวกว่ามนุษย์หลายเท่า เสียงดังและแสงสว่างจากการจุดพลุสามารถสร้างความตื่นตระหนกและความเครียดอย่างรุนแรงให้กับสัตว์เลี้ยงได้ การเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการช่วยให้สัตว์เลี้ยงรับมือกับเสียงพลุคือการสร้างเสียงรบกวนทางบวก (White Noise) ภายในบ้าน เปิดโทรทัศน์ วิทยุ หรือเครื่องเล่นเพลงในระดับเสียงที่พอดีเพื่อกลบเสียงจากภายนอก การใช้เครื่องทำความชื้นหรือพัดลมที่มีเสียงสม่ำเสมอก็สามารถช่วยได้เช่นกัน [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
สวัสดีเพื่อนๆ ผู้รักสัตว์เลี้ยงทุกท่าน! วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ “ทำไมต้องระวังเรื่องอุณหภูมิกับสัตว์เลี้ยง?” คุณเคยสังเกตไหมว่าสุนัขหรือแมวของคุณมีพฤติกรรมแปลกๆ ในวันที่อากาศร้อนจัดหรือหนาวเย็น? นั่นเป็นเพราะสัตว์เลี้ยงของเรามีความไวต่ออุณหภูมิมากกว่าที่เราคิด! เหตุใดอุณหภูมิจึงสำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยง? สัตว์เลี้ยงไม่สามารถบอกเราได้เมื่อพวกเขารู้สึกร้อนหรือหนาวเกินไป พวกเขาไม่สามารถปรับเสื้อผ้า เปิดพัดลม หรือปรับอุณหภูมิแอร์ได้เอง ที่สำคัญ พวกเขามีข้อจำกัดในการระบายความร้อนที่แตกต่างจากมนุษย์ สุนัขและแมวไม่สามารถขับเหงื่อได้เหมือนเรา (ยกเว้นบริเวณอุ้งเท้า) พวกเขาต้องพึ่งการหอบและการแลบลิ้นเพื่อระบายความร้อน ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการขับเหงื่อ ทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อภาวะร้อนเกินได้ง่าย เมื่ออุณหภูมิแวดล้อมไม่เหมาะสม สัตว์เลี้ยงของเราต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกาย ทำให้เกิดความเครียด ภูมิคุ้มกันลดลง และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ อันตรายจากความร้อนที่คุณอาจไม่รู้ ภาวะร้อนเกิน (Hyperthermia) และฮีทสโตรก (Heat Stroke) เป็นภาวะฉุกเฉินที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน สุนัขพันธุ์จมูกสั้นอย่างปั๊ก บูลด็อก หรือแมวเปอร์เซีย มีความเสี่ยงสูงมาก เนื่องจากโครงสร้างทางเดินหายใจที่จำกัด สัตว์เลี้ยงอ้วน สูงอายุ หรือมีโรคประจำตัวก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ การหอบถี่ผิดปกติ น้ำลายไหลมาก เหงือกและลิ้นแดงเข้ม อ่อนแรง ซึม เดินโซเซ หรือหมดสติ หากพบอาการเหล่านี้ ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะอาจเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่นาที ไม่เพียงแค่ภาวะร้อนเกิน ความร้อนยังทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
การเตรียมสัตว์เลี้ยงให้พร้อมรับเด็กทารกเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความอดทนและความเข้าใจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและปลอดภัยระหว่างสัตว์เลี้ยงกับสมาชิกใหม่ของครอบครัว เตรียมพร้อมก่อนลูกคลอด การปรับสภาพแวดล้อม จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง สร้างเขตแดนที่ปลอดภัยสำหรับทารก ฝึกสัตว์เลี้ยงให้คุ้นเคยกับกลิ่นและเสียงของทารก การฝึกพฤติกรรมพื้นฐาน ฝึกควบคุมพฤติกรรมการกระโดดและวิ่ง สอนให้สัตว์เลี้ยงนั่งและหยุดเมื่อได้รับคำสั่ง ลดความตื่นเต้นและความว้าวุ่นขณะอยู่ใกล้ทารก เทคนิคการสร้างความคุ้นเคย การแนะนำทีละขั้นตอน เริ่มด้วยการให้สัตว์เลี้ยงได้กลิ่นของทารก ใช้เสียงสงบและนุ่มนวลขณะอยู่ใกล้ทารก ควบคุมระยะห่างและเวลาในการพบปะ การสังเกตพฤติกรรม ระมัดระวังสัญญาณความเครียดของสัตว์เลี้ยง สังเกตปฏิกิริยาต่อเสียงร้องและการเคลื่อนไหวของทารก จำกัดเวลาในการพบปะในช่วงแรก การดูแลความปลอดภัย การป้องกันอุบัติเหตุ ไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ใกล้ทารกตามลำพัง ใช้กวาดล้างและตรวจสอบความสะอาดของสัตว์เลี้ยงสม่ำเสมอ จัดเก็บของใช้ส่วนตัวของทารกให้พ้นมือสัตว์เลี้ยง การเสริมสร้างความสัมพันธ์ สร้างประสบการณ์ร่วมกันในเชิงบวก ให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมดี ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข การจัดการปัญหาเฉพาะหน้า กรณีสัตว์เลี้ยงแสดงอาการก้าวร้าว แยกสัตว์เลี้ยงออกจากทารกทันที ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ พิจารณาการฝึกอบรมเพิ่มเติม การสังเกตอาการผิดปกติ ตรวจสอบอาการเครียดของสัตว์เลี้ยง สังเกตการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม ปรับวิธีการเข้าหาและการฝึกฝน การดูแลสุขภาพ การตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยง ตรวจสอบวัคซีนและพาหะโรค ดูแลความสะอาดและสุขอนามัย ตรวจสุขภาพประจำปี การดูแลสุขภาพทารก ป้องกันการติดโรคจากสัตว์เลี้ยง ทำความสะอาดพื้นที่ใช้ร่วมกัน จำกัดการสัมผัสโดยตรง สรุป การฝึกให้สัตว์เลี้ยงเข้ากับเด็กทารกต้องอาศัยความอดทน ความเข้าใจ และการเตรียมพร้อมอย่างรอบคอบ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสัตว์เลี้ยงและทารกจะนำมาซึ่งประสบการณ์ที่มีความสุขและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝ่าย #การเลี้ยงสัตว์ #ทารก #ครอบครัว [...]

25/2/2568 • โดย Homeday
“BLC” ท็อปฟอร์ม! ประกาศผลงานปี 2567 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง กวาดรายได้ 1,557 ล้านบาท เติบโต 10.7% ยาสามัญ และสามัญใหม่หนุนโต ปักธงปี 2568 ขยายผลิตภัณ์สมุนไพร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง รับดีมานด์พุ่ง ‘บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค หรือ BLC’ ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2567 สูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง มีรายได้จากการขายและให้บริการ 423 ล้านบาท กำไรสุทธิ 54.8 ล้านบาท เติบโต 7.0% และ 9.4% ตามลำดับเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2566 จากการร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทยาชั้นนำจากญี่ปุ่น ในการนำยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ เข้าสู่ช่องทางโรงพยาบาลและร้านขายยาได้มากขึ้น และความสำเร็จจากการสร้าง Brand Awareness ให้ผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งให้ผลการดำเนินงานปี 2567 ทำรายได้ 1,557 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 176.1 [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสัตว์หลายตัวในบ้านเดียวกันเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการวางแผนที่ดี บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดการและดูแลสัตว์เลี้ยงหลายตัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข การเตรียมความพร้อมก่อนนำสัตว์เลี้ยงใหม่เข้าบ้าน การนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้วต้องมีการเตรียมการที่ดี เริ่มจากการประเมินพื้นที่ในบ้านว่าเพียงพอหรือไม่ ต้องจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวให้แต่ละตัว เช่น มุมนอน มุมกินอาหาร และกระบะทราย สำหรับสุนัขและแมว ควรมีพื้นที่หลบพักที่เป็นส่วนตัว โดยเฉพาะแมวที่ต้องการพื้นที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์อื่น การติดตั้งชั้นวางหรือต้นไม้แมวจะช่วยให้แมวรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น การแนะนำตัวระหว่างสัตว์เลี้ยง การแนะนำให้สัตว์เลี้ยงรู้จักกันต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการให้ได้กลิ่นกันก่อนผ่านประตูหรือรั้วกั้น ไม่ควรบังคับให้เผชิญหน้ากันทันที เพราะอาจทำให้เกิดความเครียดและก้าวร้าว ควรให้เวลาในการปรับตัวอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ โดยค่อยๆ เพิ่มเวลาในการพบเจอกัน และต้องมีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าว ให้แยกออกจากกันทันที การจัดการพื้นที่และทรัพยากร การจัดการพื้นที่และทรัพยากรที่ดีจะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างสัตว์เลี้ยง ควรมีชามอาหาร น้ำ และของเล่นแยกสำหรับแต่ละตัว วางในตำแหน่งที่ต่างกัน เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งชิง สำหรับแมว ควรมีกระบะทรายมากกว่าจำนวนแมว 1 ใบ เพื่อให้แต่ละตัวมีพื้นที่ส่วนตัว และควรทำความสะอาดกระบะทรายอย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพและสุขอนามัย สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม ทั้งการฉีดวัคซีน การถ่ายพยาธิ และการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างกัน ควรมีการทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพราะการอยู่ร่วมกันของสัตว์หลายตัวอาจทำให้เกิดกลิ่นและเชื้อโรคสะสม การใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ การจัดการพฤติกรรมและการฝึก การฝึกให้สัตว์เลี้ยงมีระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสุนัขที่ต้องเรียนรู้คำสั่งพื้นฐาน เช่น นั่ง หมอบ [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
การสร้างความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงใหม่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน ความเข้าใจในธรรมชาติและความต้องการของสัตว์เลี้ยงจะช่วยให้การสร้างความสัมพันธ์เป็นไปอย่างราบรื่นและมีความหมาย เทคนิคการสร้างความผูกพัน 1. การสร้างพื้นที่ปลอดภัย จัดเตรียมพื้นที่ส่วนตัวให้กับสัตว์เลี้ยง โดยเลือกมุมที่เงียบสงบและปลอดภัย วางที่นอน ของเล่น และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ส่วนตัวของสัตว์เลี้ยง สร้างบรรยากาศที่สงบและไม่น่าคุกคาม เพื่อให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัย 2. การสื่อสารด้วยภาษากาย เรียนรู้ภาษากายของสัตว์เลี้ยง เพื่อเข้าใจอารมณ์และความรู้สึก ใช้ท่าทางที่นุ่มนวลและเป็นมิตร หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วหรือกระทันหัน สบตาอย่างนุ่มนวล โดยไม่จ้องมอง เพื่อสร้างความไว้วางใจ 3. การให้รางวัลและการฝึกฝน ใช้ขนมหรือของรางวัลที่สัตว์เลี้ยงชอบเพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก ฝึกสอนคำสั่งง่ายๆ ด้วยความอดทนและสม่ำเสมอ สร้างกิจวัตรประจำวันที่มีความคงเส้นคงวา เพื่อให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกมั่นคง 4. การใช้เวลาร่วมกัน จัดสรรเวลาเล่นและทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับประเภทและนิสัยของสัตว์เลี้ยง สังเกตความชอบและความสนใจของสัตว์เลี้ยง เพื่อปรับกิจกรรมให้เหมาะสม 5. ความเข้าใจและความอดทน ยอมรับว่าการสร้างความผูกพันใช้เวลา ให้อิสระแก่สัตว์เลี้ยงในการปรับตัว หลีกเลี่ยงการบังคับหรือกดดัน การดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ การตรวจสุขภาพ นัดหมายสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเบื้องต้น ติดตามพฤติกรรมและอาการต่างๆ อย่างใกล้ชิด ให้วัคซีนและยาป้องกันโรคตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ โภชนาการ เลือกอาหารที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับช่วงวัย ควบคุมปริมาณอาหารเพื่อป้องกันโรคอ้วน สังเกตนิสัยการกินและความชอบ สรุป การสร้างความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงใหม่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความเข้าใจ ความอดทน และความรัก การเรียนรู้ธรรมชาติของสัตว์เลี้ยง [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
การเลียหน้าเป็นพฤติกรรมธรรมชาติของสุนัขที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่คิด นักพฤติกรรมสัตว์และนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบเหตุผลหลายประการที่อธิบายพฤติกรรมน่ารักนี้ สุนัขใช้การเลียเป็นภาษากายที่สำคัญมาตั้งแต่เป็นลูกสุนัข พวกเขาเรียนรู้การสื่อสารนี้จากแม่สุนัขตั้งแต่แรกเกิด โดยมีวัตถุประสงค์หลายประการ: แสดงความรักและผูกพัน การเลียเป็นวิธีที่สุนัขแสดงความรู้สึกใกล้ชิดต่อเจ้าของ สร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ เป็นการตอกย้ำถึงความเป็นครอบครัวเดียวกัน สื่อสารทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งกว่าคำพูด แรงจูงใจทางชีววิทยา นักวิทยาศาสตร์พบว่าการเลียมีที่มาจากสัญชาตญาณหลายประการ: ต้องการความใส่ใจและความรัก สุนัขต้องการการยอมรับจากเจ้าของ กระตุ้นการหลั่งสารเคมีในสมอง เช่น ออกซิโทซิน ซึ่งสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข เป็นวิธีสำรวจโลกรอบตัว เนื่องจากสุนัขรับรู้โลกผ่านการลิ้มรส ความหมายทางอารมณ์ การเลียหน้ามีความหมายทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน: แสดงความเคารพ โดยเฉพาะกับสมาชิกอาวุโสในฝูง ระบายความเครียดและความวิตกกังวล สร้างความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคง สัญญาณเตือนที่ควรระวัง แม้การเลียส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติ แต่บางครั้งอาจบอกถึงปัญหาสุขภาพ: การเลียมากเกินไปอาจเป็นสัญญาณความเครียดหรือความวิตกกังวล ควรสังเกตความถี่และบริบทของการเลีย ปรึกษาสัตวแพทย์หากพบความผิดปกติ สรุป การเลียหน้าของสุนัขเป็นภาษากายที่ซับซ้อนและน่าหลงใหล สะท้อนถึงความผูกพันลึกซึ้งระหว่างสุนัขและเจ้าของ การเข้าใจพฤติกรรมนี้ช่วยให้เราเห็นถึงธรรมชาติอันน่ารักของเพื่อนสี่ขาที่แสนซื่อสัตย์ #สุนัข #พฤติกรรมสุนัข #ความรักของสุนัข #สัตว์เลี้ยง #การเลียหน้า #สัตว์เลี้ยง #สาระ

18/6/2568 • โดย Homeday
ใส่ใจไปถึงลูกบ้าน 4 ขา ให้ฟิตรอบด้าน ตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มลูกบ้าน Pet Parent อย่างแท้จริง แสนสิริ เดินหน้าสร้างนิยามใหม่ของการดูแลลูกบ้าน กับกิจกรรม Sansiri Family PetCare Day ครั้งแรกในไทย! ยกขบวนผู้เชี่ยวชาญดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ส่งตรงถึงคอมมูนิตี้ เพื่อให้น้องหมาน้องแมวมีคุณภาพชีวิตดี ๆ รอบด้าน สานต่อแนวคิด Pets of Sansiri ที่อยู่อาศัยที่ดี ต้องใส่ใจพื้นที่และมอบความเป็นอยู่ที่ดีให้กับน้อง ๆ สัตว์เลี้ยง หนึ่งในสมาชิกสำคัญของครอบครัว ส่งบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้ความร่วมมือของแสนสิริและ 3 พาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง Health Check บริการตรวจสุขภาพและปรึกษาพฤติกรรม โดยโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ, Nutrition Fit Check แนะนำโภชนาการโดยแพทย์เฉพาะทาง พร้อมอาหารลีนเพื่อสุขภาพ จากทีม Brute Hause และ Mobile Grooming บริการรถอาบน้ำ ตัดขน สปา โดยทีม Pet [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
การผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและเตรียมการอย่างรอบคอบ เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แล้ว ยังมีผลต่อลูกที่จะเกิดมาด้วย บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนการเตรียมความพร้อมสำหรับการผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี การตรวจสอบความพร้อมของสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงที่จะนำมาผสมพันธุ์ต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ควรพาไปตรวจสุขภาพที่สัตวแพทย์เพื่อประเมินความพร้อม โดยมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาดังนี้: อายุที่เหมาะสม: สัตว์เลี้ยงต้องโตเต็มวัย โดยสุนัขและแมวควรมีอายุประมาณ 1-5 ปี สุขภาพร่างกาย: ต้องไม่มีโรคประจำตัวหรือโรคติดต่อทางพันธุกรรม การฉีดวัคซีน: ต้องได้รับวัคซีนครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ประวัติการผสมพันธุ์: หากเคยผสมพันธุ์มาก่อน ต้องพักร่างกายอย่างน้อย 6-8 เดือน การเลือกคู่ผสมที่เหมาะสม การเลือกคู่ผสมที่ดีจะช่วยให้ได้ลูกที่มีสุขภาพแข็งแรง ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้: สายพันธุ์: ควรเป็นสายพันธุ์เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ขนาดร่างกาย: ไม่ควรต่างกันมากเกินไป โดยเฉพาะในสุนัข ประวัติสุขภาพ: ทั้งคู่ต้องไม่มีโรคทางพันธุกรรม ลักษณะภายนอก: ควรมีลักษณะที่ดีตามมาตรฐานสายพันธุ์ การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการผสมพันธุ์: พื้นที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว อุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรงคลอดสำหรับแม่พันธุ์ การดูแลระหว่างตั้งท้อง เมื่อผสมพันธุ์สำเร็จ การดูแลแม่พันธุ์ระหว่างตั้งท้องมีความสำคัญมาก: อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง การออกกำลังกายที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพตามกำหนด การเตรียมพื้นที่สำหรับคลอด ปัญหาที่อาจพบและการแก้ไข การผสมพันธุ์อาจพบปัญหาต่างๆ ควรเตรียมพร้อมรับมือ: การผสมไม่ติด ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งท้อง [...]