พบ 91 บทความ

11/3/2568 • โดย Homeday
การที่แมวจ้องมองเจ้าของในเวลากลางคืนเป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยและน่าประหลาดใจสำหรับเหล่าคนรักแมว สายตาที่จ้องมองอย่างไม่ละเลิงนี้มีความหมายซ่อนอยู่มากมาย ซึ่งเชื่อมโยงกับสัญชาตญาณและพฤติกรรมตามธรรมชาติของแมว สัญชาตญาณการล่าของแมวในเวลากลางคืน แมวเป็นสัตว์กลางคืนโดยกำเนิด พวกมันมีการปรับตัวทางสายพันธุ์ให้มีประสิทธิภาพในการมองเห็นในที่มืด ดวงตาของแมวประกอบด้วยเซลล์รับแสงพิเศษที่ช่วยให้มองเห็นได้ดีในสภาพแสงน้อย ทำให้พวกมันสามารถล่าเหยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในเวลากลางคืน กลไกการมองเห็นในที่มืด ชั้นสะท้อนแสง (Tapetum Lucidum) ในดวงตาช่วยให้แมวดูดซับแสงได้ดีกว่ามนุษย์ถึง 6 เท่า มีจำนวนเซลล์รับแสงมากกว่ามนุษย์ ทำให้สามารถมองเห็นในที่แสงน้อยได้อย่างชัดเจน มุมมองการมองเห็นกว้างถึง 200 องศา ช่วยให้ตรวจจับการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ เหตุผลเบื้องหลังการจ้องมอง 1. การเฝ้าระวังความปลอดภัย แมวมีสัญชาตญาณความเป็นนักล่าและนักป้องกันตัว การจ้องมองเจ้าของในเวลากลางคืนเป็นวิธีการตรวจตราความปลอดภัยของอาณาเขต พวกมันต้องการมั่นใจว่าไม่มีอันตรายใกล้ตัว 2. การสื่อสารทางอารมณ์ สายตาที่จ้องมองเป็นภาษากายที่แมวใช้สื่อสารกับเจ้าของ อาจหมายถึง: ความหิว ต้องการความสนใจ รู้สึกไม่สบาย ต้องการอะไรบางอย่าง 3. วงจรชีวิตตามธรรมชาติ แมวเป็นสัตว์ที่มีความกระตือรือร้นในเวลากลางคืน พวกมันมีพลังงานสูงและพร้อมที่จะสำรวจหรือเล่นในช่วงเวลานี้ การจ้องมองเจ้าของอาจเป็นสัญญาณว่าพวกมันต้องการมีปฏิสัมพันธ์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการจ้องมอง สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู การฝึกฝนและการเอาใจใส่ ความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับเจ้าของ สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย สุขภาพและความเป็นอยู่ ความเครียด ความผิดปกติทางร่างกาย การเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน วิธีการตอบสนองต่อพฤติกรรมการจ้องมอง สังเกตภาษากายและบริบท ตรวจสอบความต้องการขั้นพื้นฐาน ให้ความสนใจและปฏิสัมพันธ์อย่างเหมาะสม ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ สรุป [...]

13/3/2569 • โดย Homeday
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM โดย นางวิภาศิริ แสงวัชระกุล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ESG กลุ่มกำกับดูแลกิจการและบริหารความเสี่ยง พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมมอบเงินสนับสนุนแก่ ดร.ธาริษา วัฒนเกส ประธานกรรมการมูลนิธิสายเด็ก 1387 จำนวน 115,000 บาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ และช่องทางให้คำปรึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการให้คำปรึกษา รับแจ้งเหตุ และให้ความช่วยเหลือแก่เด็ก และเยาวชนที่ประสบปัญหา รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดูแลและคุ้มครองเป็นไปอย่างเหมาะสมและทันท่วงที การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมในระยะยาว BAM เชื่อว่าการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทางสังคมในการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” และโอกาสในการเติบโตอย่างมีคุณภาพให้กับ คนรุ่นใหม่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

29/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต การวิเคราะห์ความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างแม่นยำจะช่วยให้คุณค้นพบพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ บทความนี้จะแนะนำวิธีการวิเคราะห์ที่อยู่อาศัยอย่างครอบคลุมและเป็นระบบ การประเมินความต้องการส่วนตัว การเริ่มต้นวิเคราะห์ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมต้องเริ่มจากตัวคุณเอง การทำความเข้าใจกับรูปแบบการใช้ชีวิตเป็นจุดแรกที่สำคัญที่สุด พิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ ขนาดครอบครัว: จำนวนสมาชิกในครอบครัวมีผลโดยตรงต่อขนาดและจำนวนห้องที่ต้องการ ครอบครัวเล็กอาจเลือกคอนโดหรือทาวน์โฮม ในขณะที่ครอบครัวใหญ่อาจต้องการบ้านเดี่ยวหรือบ้านแฝด อาชีพและรูปแบบการทำงาน: การทำงานจากบ้านในปัจจุบันทำให้ความต้องการพื้นที่ทำงานภายในบ้านเพิ่มมากขึ้น ต้องคำนึงถึงห้องทำงานหรือพื้นที่ Work Space ที่เหมาะสม งบประมาณ: กำหนดงบประมาณที่ชัดเจนและสอดคล้องกับรายได้ โดยทั่วไปแนะนำให้ค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัยไม่เกิน 30-35% ของรายได้ต่อเดือน การวิเคราะห์ทำเลและสภาพแวดล้อม ทำเลที่ตั้งมีความสำคัญไม่แพ้การออกแบบภายในบ้าน การเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ: การคมนาคม: ระยะทางจากที่อยู่อาศัยไปยังสถานที่ทำงาน สถานศึกษา และสถานที่สำคัญ ความสะดวกในการเดินทางเป็นปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึง สาธารณูปโภค: ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต รวมถึงความปลอดภัยของพื้นที่ สิ่งอำนวยความสะดวก: ความใกล้ชิดกับห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สวนสาธารณะ ร้านอาหาร และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เทคโนโลยีช่วยในการวิเคราะห์ ปัจจุบันเทคโนโลยีมีส่วนช่วยในการวิเคราะห์ที่อยู่อาศัยอย่างมาก: แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์: เว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ให้ข้อมูลโครงการ ราคา และรายละเอียดพื้นที่ ข้อมูลจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS): วิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่ เส้นทาง [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกทำเลบ้านใกล้โรงพยาบาลเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับการอยู่อาศัย เพราะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของครอบครัว ในบทความนี้ จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงเกณฑ์และปัจจัยสำคัญในการเลือกทำเลบ้านที่เหมาะสมใกล้โรงพยาบาล ความสำคัญของการเลือกทำเลบ้านใกล้โรงพยาบาล การเลือกบ้านใกล้โรงพยาบาลมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด ไม่ใช่เพียงแค่ความสะดวกในการเข้ารับการรักษาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในหลายๆ ด้าน โรงพยาบาลที่ดีและตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ของคุณ รวมถึงสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยทางการแพทย์ ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาโรงพยาบาล มาตรฐานการรักษา: ตรวจสอบชื่อเสียงและคุณภาพของโรงพยาบาล โดยพิจารณาจากความเชี่ยวชาญของแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และผลการรักษา ระบบการให้บริการ: ประเมินความพร้อมของระบบการรักษา เช่น แผนกฉุกเฉิน เวลาทำการ และการให้บริการนอกเวลา ความครอบคลุมของการรักษา: เลือกโรงพยาบาลที่มีแผนกและความเชี่ยวชาญครอบคลุมความต้องการของครอบครัว การประเมินระยะทางและการเข้าถึง ระยะทางระหว่างบ้านกับโรงพยาบาลเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึง การเข้าถึงที่สะดวกในภาวะฉุกเฉินอาจเป็นเรื่องสำคัญในภาวะวิกฤต เกณฑ์การพิจารณาระยะทาง ระยะเวลาการเดินทาง: ควรอยู่ในรัศมีไม่เกิน 15-20 นาทีจากโรงพยาบาล เส้นทางการเดินทาง: ตรวจสอบเส้นทางที่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว การจราจร: พิจารณาสภาพการจราจรในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น สภาพแวดล้อมรอบโรงพยาบาล สภาพแวดล้อมโดยรอบโรงพยาบาลมีผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ระบบสาธารณูปโภค: ตรวจสอบความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ความปลอดภัย: ประเมินระดับความปลอดภัยของพื้นที่โดยรอบ สิ่งอำนวยความสะดวก: พิจารณาความพร้อมของร้านอาหาร ร้านค้า และสถานที่สำคัญอื่นๆ เทคนิคการสำรวจทำเลก่อนตัดสินใจ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ควรทำการสำรวจอย่างละเอียด วิธีสำรวจทำเลอย่างมืออาชีพ เยี่ยมชมสถานที่จริง: [...]

15/4/2568 • โดย Homeday
เมื่อเข้าอยู่บ้านใหม่หรืออาศัยในบ้านมาระยะหนึ่ง หลายคนอาจพบกับปัญหารอยร้าวตามผนัง ขอบประตู หรือแม้แต่พื้นบ้าน ซึ่งนอกจากจะทำให้บ้านดูไม่สวยงามแล้ว ยังอาจสร้างความกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างบ้าน รอยร้าวบางประเภทสามารถซ่อมแซมได้ด้วยตัวเอง แต่บางประเภทอาจต้องเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาดูแล บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจสาเหตุ ประเภทของรอยร้าว และวิธีการซ่อมแซมที่เหมาะสม เพื่อให้บ้านกลับมาสวยงามและปลอดภัยอีกครั้ง สาเหตุหลักที่ทำให้ผนังบ้านเกิดรอยร้าว รอยร้าวบนผนังบ้านสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาจะช่วยให้คุณซ่อมแซมได้ตรงจุดและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยสาเหตุหลักๆ มีดังนี้ การก่อสร้างที่ขาดคุณภาพ โดยส่วนใหญ่แล้ว บ้านหรือห้องที่มีรอยผนังร้าวมักเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพ อาจเป็นเพราะช่างที่ทำงานขาดทักษะความชำนาญ หรือมีการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน การผสมปูนที่ไม่ถูกสัดส่วน หรือการฉาบที่ไม่ละเอียดพอ ทำให้เกิดความผิดพลาดและส่งผลให้เกิดรอยร้าวในเวลาต่อมา หากเป็นเพียงรอยเล็กๆ อาจไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าเป็นรอยใหญ่ควรซ่อมหรืออุดรอยร้าวนั้นให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาภายหลัง โครงสร้างบ้านเกิดการทรุดตัว เมื่อบ้านมีอายุมากขึ้น บ้านอาจเกิดการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ยิ่งบ้านอายุนานเท่าไร โอกาสในการเกิดรอยร้าวก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากโครงสร้างของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสา คาน หรือพื้น อาจเกิดการทรุดตัวตามธรรมชาติ จนบางครั้งเสาหรือคานรับน้ำหนักไม่ไหว ส่งผลให้ผนังเริ่มแตกร้าวเป็นรอย โดยเฉพาะเมื่อมีการทรุดตัวของฐานรากที่ไม่เท่ากัน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดรอยร้าวมากขึ้น การต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน อีกสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยคือการต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านในภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อดำเนินการโดยช่างที่ไม่มีความชำนาญพอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเดิมและทำให้เกิดรอยร้าวตามผนังได้ บริเวณที่มักพบรอยร้าวหลังการต่อเติมคือขอบและวงกบประตูหรือหน้าต่าง รวมถึงรอยต่อระหว่างโครงสร้างเดิมและส่วนที่ต่อเติม ดังนั้น เวลาที่จะทุบหรือซ่อมแซมบ้าน ควรต้องระมัดระวังและวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง สภาพอากาศที่แปรปรวน สภาพอากาศก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดรอยร้าวได้ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น [...]

6/3/2569 • โดย Homeday
บริษัท ลิฟ-24 จำกัด (LIV-24) ผู้ให้บริการโซลูชัน Smart Tech ครบวงจรชั้นนำ ได้รับการรับรองมาตรฐานซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ถึง 4 ด้าน ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่เพียงทันสมัย แต่ต้องมีมาตรฐานรองรับ และสามารถตรวจสอบได้ในทุกกระบวนการ ระบบซอฟต์แวร์ของ LIV-24 ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 29110 ซึ่งครอบคลุมกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การทดสอบ ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยเสริมความมั่นใจว่าระบบมีเสถียรภาพ และพร้อมรองรับการใช้งานในระยะยาว ด้านฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์ Facility Edge IoT Monitoring ระบบติดตามสถานะเครื่องจักรแบบเรียลไทม์ของ LIV-24 ได้รับตราสัญลักษณ์ dSURE จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) รับรองทั้งความปลอดภัยในการใช้งาน ประสิทธิภาพการทำงาน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับองค์กรที่เลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้รับตรารับรอง โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200% นอกจากนี้ อุปกรณ์ IoT ของ LIV-24 ยังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระบบไฟฟ้า TIS 62368-1:2563 ซึ่งครอบคลุมการทดสอบด้านโครงสร้างอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า ความร้อน [...]

3/9/2568 • โดย Homeday
“ซีพีเอฟ” มุ่งสู่เป้าหมายบนเส้นทางแห่งความยั่งยืน ยกระดับโครงการก่อสร้างอาคาร-โรงงานด้วยมาตรฐาน “อาคารเขียว” (TREES) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นสร้างความยั่งยืนด้านการใช้พลังงานของอาคาร พร้อมส่งเสริมสุขภาวะอนามัยที่ดีของผู้ใช้อาคาร ชูไฮไลต์โครงการ “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมหนองจอก” โครงการอาคารเขียว ระดับ PLATINUM โดยซีพีเอฟได้ผนึกกำลังกับผู้นำด้านสีนวัตกรรมทาอาคารรักษ์โลก “นิปปอนเพนต์” ร่วมกันยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างสู่สังคมที่ยั่งยืน คุณพีรพงศ์ กรินชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิศวกรรมกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยถึงพันธกิจด้านความยั่งยืนของซีพีเอฟที่ได้วางเป้าหมายมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) ภายในปี 2050 โดยส่วนหนึ่งของพันธกิจนี้ ซีพีเอฟได้มีการยกระดับการก่อสร้างอาคารและโรงงานต่างๆ ของบริษัทฯ ให้ได้มาตรฐาน “อาคารเขียว” ของสถาบันอาคารเขียวไทย หรือ TREES ทั้งนี้ การรับรองมาตรฐานอาคารเขียว TREES จะมอบให้กับอาคารที่ก่อสร้างโดยคำนึงถึงการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมด้านความยั่งยืน ซึ่งจะต้องผ่านการประเมินตามเกณฑ์ เช่น ด้านการใช้วัสดุก่อสร้างรักษ์โลก ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมของอาคาร รวมถึงด้านสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร เป็นต้น คุณพีรพงศ์กล่าวต่อว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนา ซีพีเอฟจึงมีแนวทางความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดซัพพลายเชนในการก่อสร้าง เพื่อยกระดับมาตรฐานวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกให้สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว [...]

29/10/2568 • โดย Homeday
เคทีซี ยืนยันความพร้อมด้านความปลอดภัยของข้อมูลต่อเนื่อง ล่าสุดผ่านการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 27001:2022 ด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และ ISO/IEC 27701:2019 ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จาก The British Standards Institution (BSI) สถาบันรับรองมาตรฐานระดับโลก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการคุ้มครองข้อมูลอย่างเข้มงวด โดยนางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับมอบใบรับรองมาตรฐาน ISO จากนางสาวปิยะอร รัศมีรุ่งเรืองทวี ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บีเอสไอ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ณ “เคทีซี ทัช” อาคารสมัชชาวาณิช 2 นางพิทยา เผยว่า “เคทีซีให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของข้อมูลสมาชิก พันธมิตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งไม่เพียงแค่ลงทุนในเทคโนโลยี แต่เรายังพัฒนาระบบความคิดและกระบวนการทำงานด้านความปลอดภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร เพื่อสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลทุกประเภทจะได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง” “มาตรฐาน ISO [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของการตรวจสอบประวัติการซ่อมแซมบ้าน การซื้อบ้านมือสองเป็นการลงทุนที่สำคัญในชีวิต และการตรวจสอบประวัติการซ่อมแซมบ้านถือเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ ประวัติการซ่อมแซมเปรียบเสมือนบันทึกสุขภาพของบ้าน ที่จะบอกเล่าเรื่องราวและความเป็นมาของอสังหาริมทรัพย์ชิ้นนี้ การตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถประเมินสภาพความแข็งแรง อายุการใช้งาน และคุณภาพของบ้านได้อย่างแม่นยำ การรู้ประวัติการซ่อมแซมช่วยให้คุณเข้าใจถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอดีต รวมถึงคุณภาพของการซ่อมแซมที่ผ่านมา บางการซ่อมแซมอาจทำโดยช่างที่ไม่มีคุณภาพ หรืออาจเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยไม่ได้แก้ไขที่ต้นเหตุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและความปลอดภัยของบ้านในระยะยาว เหตุผลสำคัญที่ต้องตรวจสอบประวัติการซ่อมแซมบ้าน 1. ประเมินสภาพความเสียหายที่ซ่อนเร้น การซ่อมแซมบ้านหลายครั้งอาจเป็นเพียงการปิดบังปัญหาที่แท้จริง เช่น รอยแตกร้าวตามผนัง รอยซึมของน้ำ หรือปัญหาโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิว การตรวจสอบประวัติการซ่อมแซมอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณค้นพบปัญหาที่อาจไม่เห็นด้วยตาเปล่า และประเมินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 2. วิเคราะห์คุณภาพการซ่อมแซม ไม่ใช่การซ่อมแซมทุกครั้งจะมีคุณภาพเท่ากัน บางการซ่อมแซมอาจทำโดยช่างที่ขาดประสบการณ์หรือใช้วัสดุคุณภาพต่ำ การตรวจสอบประวัติจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงมาตรฐานและคุณภาพของงานซ่อมแซมที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งานของบ้าน 3. ประมาณการค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ประวัติการซ่อมแซมจะช่วยให้คุณประมาณการค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาบ้านในอนาคตได้อย่างใกล้เคียง หากบ้านมีประวัติการซ่อมแซมบ่อยครั้งหรือมีปัญหาซ้ำๆ แสดงว่าอาจต้องเตรียมงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาเพิ่มเติม วิธีการตรวจสอบประวัติการซ่อมแซมบ้าน 1. ขอเอกสารการซ่อมแซมจากเจ้าของบ้าน เริ่มจากการขอเอกสารการซ่อมแซมต่างๆ จากเจ้าของบ้าน เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบรับประกันวัสดุ หรือบันทึกการซ่อมแซมต่างๆ เอกสารเหล่านี้จะให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการบำรุงรักษาบ้านที่ผ่านมา 2. ตรวจสอบกับช่างผู้เชี่ยวชาญ การจ้างช่างตรวจสอบบ้านมืออาชีพ (Home Inspector) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด ช่างผู้เชี่ยวชาญจะสามารถตรวจพบรายละเอียดและปัญหาที่ซ่อนอยู่ รวมถึงประเมินคุณภาพของการซ่อมแซมที่ผ่านมาได้อย่างแม่นยำ 3. ตรวจสอบประวัติอาคาร ค้นหาข้อมูลประวัติอาคารจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง [...]

11/3/2569 • โดย Homeday
[กรุงเทพฯ, ประเทศไทย –11 มีนาคม 2569] – เอสบี ดีไซน์สแควร์ (SB Design Square) ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน จับมือ นาโน โค๊ตติ้ง เทค บริษัทดีปเทคสตาร์ทอัป ภายใต้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดตัวบริการ “Nano Skin Purifier” นวัตกรรมเคลือบปกป้องโซฟานาโนซิลิการะดับนาโนเมตร โดดเด่นด้วยคุณสมบัติ Safe PAW ปลอดภัยสูงสุดต่อสัตว์เลี้ยงและสมาชิกทุกคนในบ้าน พร้อมตอบโจทย์เทรนด์ “พฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว“ ด้วยเทคโนโลยีกันน้ำและสิ่งสกปรกขั้นสูงสุด นายพิเดช ชวาลดิฐ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ เปิดเผยว่า “เป้าหมายของ เอสบี ดีไซน์สแควร์ คือ การนำนวัตกรรมมาแก้ปัญหาการอยู่อาศัยจริงของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสัตว์ที่กังวลเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยของโซฟาผ้า การเปิดตัว Nano Skin Purifier ร่วมกับ นาโน โค๊ตติ้ง เทค ครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเฟอร์นิเจอร์ [...]

31/3/2568 • โดย Homeday
RML หรือ บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) แสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของลูกบ้าน ภายหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ โดยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก เร่งตรวจสอบความปลอดภัยของลูกบ้านและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงการทั้งหมดทันที พร้อมยืนยันว่าทุกโครงการยังคงมีความแข็งแรง และไม่ได้รับความเสียหายใดๆ จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญประจำโครงการ พบว่าโครงการทั้งหมดของ RML ทั้งคอนโดมิเนียมและอาคารสำนักงาน ยังคงมีความมั่นคงแข็งแรง เนื่องจากได้รับการออกแบบและก่อสร้างให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ตามข้อกำหนดของกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานแรงสั่นสะเทือน พ.ศ. 2550 และมาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง ฉบับที่ 1301/1302 โดยเฉพาะโครงการ ‘OCC’ (One City Centre) อาคารสำนักงานเกรด A+ ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ได้รับการตรวจสอบโดยทีมวิศวกรแล้วเช่นกัน พบว่าโครงสร้างยังคงแข็งแรงและปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมขั้นสูงที่สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ โครงสร้างมีคุณสมบัติ “ยืดหยุ่น” และ “สามารถโยกตัวได้ในระดับควบคุม” ซึ่งช่วยลดความเสียหายและป้องกันการถล่มจากแรงแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ RML ได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นโดยเร่งด่วน ประกอบด้วยวิศวกรอาคาร วิศวกรโครงสร้าง ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้าง และทีมบริหารจัดการอาคารที่ปฏิบัติงานอยู่ในแต่ละโครงการ เพื่อดูแล ตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีมาตรการเร่งด่วน ดังนี้: ดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกมิติของความปลอดภัย: ทีมวิศวกรและผู้บริหารอาคารของ [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการปรับตัวทั้งในฝั่งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ แม้จะมีความท้าทายแต่ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างน่าสนใจ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.DDproperty.com ในเดือนเมษายน 2568 สะท้อนเทรนด์ความต้องการซื้อและเช่าที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคชาวไทย พบว่า จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 7% จากเดือนก่อนหน้า (MoM) และเพิ่มขึ้นถึง 25% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้ว่าจะเพิ่งผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาและเกิดแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ในไทยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ พบว่าความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมลดลง 14% MoM เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารสูงเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว ส่งผลให้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบได้รับอานิสงส์ โดยความต้องการซื้อบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 8% MoM และทาวน์โฮมเพิ่มขึ้น 6% MoM ทั้งนี้ ความต้องการซื้อส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีสัดส่วนถึง 46% แต่ระดับราคาที่มีความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่ ระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% MoM [...]