
14/5/2568 • โดย Homeday
แคคตัสเป็นพืชอวบน้ำที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการจัดสวนทั้งภายในและภายนอกบ้าน ด้วยความที่มีรูปทรงและสีสันที่หลากหลาย แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นพืชที่ดูแลง่าย ทนทาน เหมาะกับผู้มีเวลาน้อยแต่อยากมีพื้นที่สีเขียวในบ้าน บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจไอเดียการจัดสวนแคคตัสหลากหลายรูปแบบ พร้อมคำแนะนำในการดูแลรักษาให้สวยงามยาวนาน แม้คุณจะไม่เคยมีประสบการณ์ในการปลูกต้นไม้มาก่อน ก็สามารถเริ่มต้นจัดสวนแคคตัสสวยๆ ได้ด้วยตัวเอง ทำไมแคคตัสจึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการจัดสวน? แคคตัสเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาเหนือและใต้เป็นส่วนใหญ่ บางสายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน ทำให้แคคตัสส่วนใหญ่สามารถปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่แห้งแล้งได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถเก็บกักน้ำไว้ในลำต้นได้อีกเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดภาวะแล้งหรือขาดน้ำ ก็สามารถดึงน้ำที่เก็บกักไว้มาใช้ได้ ทำให้แคคตัสเป็นไม้ที่ทนทาน ตายยาก และดูแลง่าย การเลือกจัดสวนด้วยแคคตัสยังมีข้อดีอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยประหยัดน้ำ เพราะแคคตัสไม่ต้องรดน้ำบ่อยเหมือนต้นไม้ทั่วไป ประหยัดเวลาในการดูแล เนื่องจากไม่ต้องตัดแต่งหรือใส่ปุ๋ยบ่อยๆ และยังเข้ากับแนวคิดการจัดสวนแบบ Xeriscape หรือสวนที่ใช้น้ำในการดูแลรักษาให้น้อยที่สุด ซึ่งเป็นแนวคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเหมาะกับสภาพอากาศที่แปรปรวนในปัจจุบัน นอกจากนี้ ความหลากหลายของรูปทรงและสีสันของแคคตัสยังทำให้สามารถออกแบบและสร้างสรรค์สวนได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สวนขนาดเล็กในถาดจนถึงสวนขนาดใหญ่หน้าบ้าน ซึ่งสามารถสร้างเอกลักษณ์และความโดดเด่นให้กับพื้นที่ได้เป็นอย่างดี มือใหม่ควรเริ่มต้นจัดสวนแคคตัสแบบไหนดี? สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการจัดสวนแคคตัส ขอแนะนำให้เริ่มต้นจากการจัดสวนในภาชนะขนาดเล็กก่อน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับการปลูกและดูแลแคคตัส โดยมีไอเดียสำหรับมือใหม่ดังนี้ สวนแคคตัสในถาด การจัดสวนแคคตัสในถาดเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อย เช่น คอนโดมิเนียม หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ด้วยขนาดที่พอเหมาะ สามารถจัดวางได้อย่างลงตัวตามมุมต่างๆ ของบ้าน หรือบนโต๊ะทำงาน ช่วยสร้างบรรยากาศสดชื่นและผ่อนคลาย อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการจัดสวนในถาดมีดังนี้: ภาชนะสำหรับการจัดสวน เช่น กระถางดินเผาทรงตื้น ตู้กระจก หรือกระถางเซรามิค [...]

17/5/2568 • โดย Homeday
ฤดูร้อนในเมืองไทยที่มีแดดจัดและอากาศร้อนอบอ้าวมักเป็นอุปสรรคสำหรับคนรักการปลูกต้นไม้ เพราะต้นไม้หลายชนิดไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศแบบนี้ได้ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะยังมีดอกไม้หลายสายพันธุ์ที่ไม่เพียงแต่ทนทานต่อความร้อน แต่ยังเติบโตและเบ่งบานสวยงามท่ามกลางสภาพอากาศร้อนได้อย่างดีเยี่ยม บทความนี้จะแนะนำ 10 สายพันธุ์ดอกไม้ที่สามารถปลูกได้แม้ในช่วงที่มีแดดจัด พร้อมวิธีการดูแลที่ถูกต้องเพื่อให้ออกดอกสวยงามในสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย คุณนายตื่นสายทนแดดได้อย่างไร? เคล็ดลับการปลูกดอกไม้อวบน้ำสีสันสดใส คุณนายตื่นสาย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Portulaca oleracea L. เป็นพืชในวงศ์ PORTULACACEAE เป็นไม้เลื้อยที่มีลำต้นสีม่วงแดงอวบน้ำ ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน แต่มียอดไม้ชูขึ้น ใบมีลักษณะกลมปลายแหลม อวบน้ำเช่นเดียวกับลำต้น บางสายพันธุ์มีขอบใบเป็นสีแดงสวยงาม ดอกของคุณนายตื่นสายออกเป็นช่อ ช่อละ 3-6 ดอก มีหลากหลายสีทั้งขาว ชมพู ส้ม แดง เหลือง กลีบดอกมีทั้งแบบชั้นเดียวและหลายชั้น ลักษณะเด่นของดอกคือจะบานเมื่อได้รับแสงแดด แต่จะบานเพียงวันเดียวแล้วร่วงไป การขยายพันธุ์ทำได้ง่ายด้วยการปักชำ นิยมปลูกในดินร่วนปนทราย ควรรดน้ำวันละครั้งและปลูกในที่ที่มีแสงแดดจัด นอกจากความสวยงามแล้ว คุณนายตื่นสายซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับผักเบี้ยใหญ่ยังมีประโยชน์ทางสมุนไพร มีสารต้านการอักเสบ และยังอุดมไปด้วย Omega-3 fatty acids และ flavonoids จึงนิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการผิวหนังและบำรุงสุขภาพ ต้นผีเสื้อคือดอกไม้ที่เหมาะกับอากาศร้อนจริงหรือไม่? สำรวจความทนทานของดอกสีสันสดใส ต้นผีเสื้อหรือดอกผีเสื้อ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dianthus chinensis [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
เวียตเจ็ทไทยแลนด์เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรม “Fly Green Forest – Mangrove IIII” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 หลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2567 ภายใต้กองทุนฟลายกรีน (Fly Green Fund) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “Green Flight” ของสายการบินฯ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการปฏิบัติงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการปลูกต้นไม้ 500,000 ต้นภายใน 5 ปี ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ วัน และเวลาของกิจกรรมจะประกาศให้ทราบในเร็ว ๆ นี้ กิจกรรม “Fly Green Forest – Mangrove IIII” ในปีนี้จัดขึ้นเพื่อสานต่อความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชายเลน โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์จะเชิญชวนผู้โดยสาร สมาชิก นักเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพนักงานของสายการบิน ร่วมกันปลูกป่าชายเลนในพื้นที่เขตอนุรักษ์ กิจกรรมนี้ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศของประเทศไทย แต่ยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนอีกด้วย รายได้ส่วนหนึ่งจากกิจกรรมจะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการช่วยเหลือสังคม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน นอกจากนี้ ทูตเยาวชน [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
กุหลาบหิน (Echeveria) เป็นไม้อวบน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยรูปทรงที่สวยงามคล้ายดอกกุหลาบแต่มีความแข็งแรงทนทาน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกต้นไม้สวยงามในบ้านแต่ไม่มีเวลาดูแลมาก นอกจากความสวยงามแล้ว กุหลาบหินยังมีความหมายเชิงมงคลโดยเชื่อว่าช่วยเสริมดวงการเงินและนำโชคลาภมาสู่ผู้ปลูกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับกุหลาบหิน ประโยชน์ การดูแล รวมถึงสายพันธุ์ที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกท่านสามารถเลือกและปลูกกุหลาบหินได้อย่างถูกวิธี กุหลาบหินคืออะไร? มีต้นกำเนิดจากที่ไหน? กุหลาบหิน หรือ Echeveria เป็นพืชในวงศ์ Crassulaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kalanchoe Blossfeldiana มีถิ่นกำเนิดจากมาดากัสการ์และแอฟริกา ลักษณะเป็นไม้อวบน้ำที่มีอายุหลายปี ลำต้นสามารถสูงได้ถึง 30-50 เซนติเมตร มีทั้งแบบทรงกลมและทรงช่อยาว แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ใบมีลักษณะเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายมน มีความหนาอวบน้ำ และเรียงซ้อนกันคล้ายกลีบของดอกกุหลาบ แต่ไม่มีความอ่อนช้อยเท่าดอกกุหลาบจริง จึงได้ชื่อว่า “กุหลาบหิน” ในธรรมชาติมีพืชสกุล Echeveria ประมาณ 200 ชนิด แต่ที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับมีเพียงไม่กี่สิบชนิดเท่านั้น กุหลาบหินเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนและแห้ง ทนต่อสภาวะแล้งได้ดี เนื่องจากสามารถเก็บน้ำไว้ในใบและลำต้นได้ ทำให้สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง รากของกุหลาบหินเป็นรากฝอยขนาดเล็กกระจายทั่วไป ดอกจะออกในช่วงฤดูหนาวและบานประมาณ 2-3 เดือน โดยออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนง มีก้านดอกยาวและปลายดอกเป็นดอกเล็กๆ เรียงกัน หรืออาจเป็นพวงยาวตามก้านดอก มีหลากหลายสี [...]

27/6/2566 • โดย Homeday
ไอเดียแต่งบ้านหลังนี้ออกแบบโดย Formwerkz Architects จากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งบ้านหลังนี้ได้จัดพื้นที่ชั้นดาดฟ้าให้เป็นพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้นานา

22/5/2568 • โดย Homeday
การทำปุ๋ยออร์แกนิกจากวัสดุเหลือใช้ในบ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างสังคมที่ยั่งยืน เศษวัสดุที่เรามักจะทิ้งเป็นขยะอย่างเปลือกไข่ กากกาแฟ หรือเปลือกกล้วยล้วนมีประโยชน์มหาศาลในการบำรุงดินและเติมสารอาหารให้พืช บทความนี้จะแนะนำ 9 สูตรปุ๋ยออร์แกนิกทำง่ายจากวัสดุในครัวเรือน พร้อมวิธีการใช้งานที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ต้นไม้ของคุณเติบโตอย่างสมบูรณ์และปลอดภัยจากสารเคมี ประโยชน์ของการทำปุ๋ยออร์แกนิกใช้เอง การหันมาทำปุ๋ยออร์แกนิกใช้เองมีข้อดีมากมาย เริ่มจากการช่วยลดค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากวัตถุดิบหาได้ง่ายในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นเปลือกไข่ เปลือกผลไม้ หรือกากกาแฟที่ใช้แล้ว นอกจากนี้ ยังเป็นการลดปริมาณขยะในบ้านอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำสิ่งที่มักถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะมาแปรรูปเป็นปุ๋ยที่มีคุณค่า ประโยชน์สำคัญอีกประการคือการลดการใช้สารเคมี ปุ๋ยที่ทำเองจากวัสดุธรรมชาติไม่มีสารเคมีอันตราย ทำให้มั่นใจได้ว่าพืชผักที่ปลูกด้วยปุ๋ยเหล่านี้จะปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ สามารถทำร่วมกันในครอบครัวเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย ปุ๋ยออร์แกนิกถือเป็นส่วนสำคัญในการเกษตรแบบยั่งยืน ช่วยปรับปรุงคุณภาพของดินในระยะยาว เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ และสร้างระบบนิเวศที่สมดุลในแปลงเกษตรหรือสวนหย่อม ทำให้พืชแข็งแรงต้านทานโรคได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี สูตรปุ๋ยจากเปลือกไข่ แคลเซียมธรรมชาติเพื่อต้นไม้ เปลือกไข่เป็นแหล่งแคลเซียมชั้นเยี่ยมที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ช่วยให้ออกดอกออกผลดี และมีสารอาหารสำคัญอย่างไนโตรเจน ซิงก์ และฟอสฟอรัส การทำปุ๋ยจากเปลือกไข่ทำได้ง่ายมาก เริ่มจากล้างเปลือกไข่ให้สะอาดและนำไปตากให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันเชื้อรา หลังจากนั้นบดให้ละเอียดเป็นผงและนำไปผสมกับดินหรือโรยรอบโคนต้น อีกวิธีหนึ่งคือการนำเปลือกไข่บดละเอียดไปแช่น้ำข้ามคืน แล้วนำน้ำที่ได้ไปรดต้นไม้ วิธีนี้ช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้เร็วขึ้น จากการศึกษาพบว่าเปลือกไข่ช่วยปรับสภาพดินที่เป็นกรดให้เป็นกลางมากขึ้น เหมาะสำหรับพืชที่ต้องการแคลเซียมสูงอย่างมะเขือเทศ พริก และผักใบเขียวต่างๆ การใช้ปุ๋ยเปลือกไข่อย่างสม่ำเสมอยังช่วยป้องกันอาการปลายใบไหม้และช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้น ควรใช้อย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้พืชได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง สูตรปุ๋ยจากเปลือกกล้วย เพิ่มโพแทสเซียมให้ดินอย่างมีประสิทธิภาพ เปลือกกล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช โดยเฉพาะโพแทสเซียม [...]

14/2/2568 • โดย Homeday
แอสเซทไวส์ และพันธมิตร ชวน “ทำบุญวิถีใหม่ เวียนเทียนด้วยต้นไม้ ลดฝุ่น” เนื่องในโอกาสวันมาฆบูชา 2568 เพื่อสนับสนุนการสร้างค่านิยมการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียว พร้อมกับลดขยะและ PM 2.5 ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยมีนายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW นำทีมผู้บริหาร พนักงาน และพันธมิตรกลุ่มธุรกิจธนาคาร และกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง รวม 18 องค์กร ร่วมเป็นจิตอาสาเชิญชวนเวียนเทียนด้วยไม้ยืนต้น ไม้ประดับ ไม้สวนครัว และร่วมเวียนเทียน ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา นอกจากนั้นแอสเซทไวส์ยังได้ร่วมกับเขตบางเขน ด้วยการสนับสนุนต้นไม้ฟอกอากาศ และเชิญชวนให้ประชาชนนำต้นไม้มาสมทบเพื่อเวียนเทียนสำหรับ 4 วัดในเขตบางเขน ได้แก่ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร, วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต, วัดบางบัว และวัดไตรรัตนาราม โดยผู้ที่นำต้นไม้มาบริจาค 1 ต้น จะได้รับ [...]

17/7/2568 • โดย Homeday
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภาคภูมิใจ พาโครงการ Waste To Worth ก้าวสู่ปีที่ 5 ตอกย้ำวิสัยทัศน์การส่งเสริมความยั่งยืนและการสร้างคอมมูนิตี้การอยู่อาศัยคุณภาพ โดยมีลูกบ้านกว่า 400 โครงการเข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่ปี 2021-ปัจจุบัน โครงการ Waste To Worth สามารถลดขยะที่ต้องไปฝังกลบได้กว่า 2,600 กิโลกรัม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 1,500 ตันคาร์บอนฯ เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 71,000 ต้น/ปี จากความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนที่ดำเนินการมาต่อเนื่อง ช่วยให้พลัสฯ สามารถตอบสนองโครงการของภาครัฐ “บ้านนี้ไม่เทรวม” ได้อย่างเป็นรูปธรรม ลูกบ้านได้ประโยชน์จากการลดค่าธรรมเนียม พร้อมช่วยส่งเสริมสิ่งแวดล้อม นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้โครงการ Waste To Worth พลัสฯ ได้จัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกบ้าน เช่น กิจกรรมคัดแยกแลกสุข โดยให้ลูกบ้านทำการคัดแยกขยะมาตั้งแต่ต้นทางและสามารถนำขยะมาแลกรับไข่ไก่หรือของรางวัลอื่น ๆ ได้ รวมไปถึง [...]

18/12/2565 • โดย Homeday
4. กระถางต้นไม้ทำจากไม้ เป็นวัสดุธรรมชาติ สวยงาม เหมาะสำหรับวางทับด้านนอกกระถางพลาสติกเพื่อให้เห็นความสวยงามของกระถางไม้ ข้อดีคือ ให้ความเป็นธรรมชาติ เก็บความชื้นได้ดี แต่ข้อ

18/5/2568 • โดย Homeday
ต้นไม้ใบสีแดงและเขียวไม่เพียงแต่เข้ากับเทศกาลแห่งความสุขอย่างวันคริสต์มาสเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มสีสันให้กับบ้านได้ตลอดทั้งปี บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 10 ชนิดของต้นไม้ใบสีแดงสีเขียวที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก และเหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองไทย ขอบคุณภาพจาก : all_sell_thee พรมออสเตรเลียดูแลยากไหม? เคล็ดลับการปลูกต้นไม้สวยสไตล์โมเสก พรมออสเตรเลียหรือที่รู้จักกันในชื่อ Mosaic Plant หรือ Nerve Plant เป็นไม้คลุมดินขนาดเล็กที่มีความสูงเพียง 10-15 เซนติเมตร โดดเด่นด้วยลวดลายเส้นใบสีแดงสวยงามบนพื้นใบสีเขียว ต้นไม้ชนิดนี้ชอบความชื้นสูงและแสงสว่างแต่ไม่ต้องการแสงแดดโดยตรง เพราะอาจทำให้ใบไหม้ได้ การดูแลพรมออสเตรเลียนั้นต้องคอยรดน้ำเมื่อดินชั้นบนแห้ง โดยควรใช้น้ำกรอง น้ำฝน หรือน้ำต้มที่เย็นแล้วจะดีที่สุด หากปล่อยให้ต้นแห้งเกินไป ใบจะเหี่ยวลง แต่หลังจากรดน้ำอย่างทั่วถึง ใบก็จะกลับมาสดชื่นอีกครั้ง นอกจากนี้การพ่นละอองน้ำหรือวางในห้องน้ำที่มีความชื้นจะช่วยให้ต้นเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 18-26 องศาเซลเซียส ฤๅษีผสมเป็นต้นไม้ที่เหมาะกับสภาพอากาศไทยจริงหรือ? ฤๅษีผสม หรือ Coleus เป็นไม้อวบน้ำที่มีความสูงประมาณ 40-80 เซนติเมตร มีใบสีแดงสวยงามขอบใบเป็นสีเขียว ลักษณะใบเป็นรูปไข่ปลายแหลม โคนมน และขอบใบหยัก ต้นฤๅษีผสมเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเมืองไทย การดูแลฤๅษีผสมนั้นต้องการแสงแดดจัดเพื่อให้สีของใบสวยสดมากขึ้น แต่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่มีแสงสว่างทั่วไปเช่นกัน ควรรดน้ำเป็นประจำเมื่อดินชั้นบนแห้ง และหมั่นเด็ดยอดเพื่อให้ต้นแตกพุ่มสวยงาม หากปลูกในกระถาง ควรใส่ปุ๋ยทุก 2 [...]

30/9/2568 • โดย Homeday
“บริทาเนีย” มุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อสังคมที่ดีอย่างยั่งยืนสู่สังคมลดคาร์บอน ล่าสุดจับมือ “ทีโอเอ” พันธมิตรองค์กรสีเขียวผู้นำนวัตกรรมสี – เคมีภัณฑ์ก่อสร้างของไทย ร่วมส่งมอบบ้านลดคาร์บอน ด้วยนวัตกรรมสีที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ผ่านการรับรองมาตรฐานฉลาก NanoQ จากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ และเครื่องหมายรับรอง “ฉลากลดโลกร้อน” จาก TGO เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้า นำร่อง 7 โครงการ ภายใต้แนวคิด SUSTAINABLE LIVING FOR BETTER LIFE คาดลดคาร์บอน 113,347 KgCO2e เทียบเท่าการดูดกลับจากการปลูกต้นไม้ 65,899 ไร่ ฟิล์มสีสะท้อนร้อน มากกว่า 95% ลดอุณหภูมิได้มากกว่า 5 องศา และช่วยลดค่าไฟฟ้าภายในบ้าน อีกทั้งยังปลอดภัยต่อผู้อาศัยด้วยเทคโนโลยีสีเพื่อบอกรักสุขภาพ Ultra Low VOCs ดร.ศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI กล่าวว่า บริทาเนียยังคงมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อสังคมที่ดีอย่างยั่งยืน (ESG) [...]

17/5/2568 • โดย Homeday
ต้นไม้ที่มีคำว่า “พฤกษ์” เป็นที่รู้จักในฐานะไม้มงคลที่มีความหมายดี ช่วยเสริมสิริมงคล โชคลาภ และความเจริญก้าวหน้าในชีวิต หลายคนจึงนิยมนำมาปลูกเพื่อประดับบ้านและเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัว ซึ่งต้นไม้เหล่านี้นอกจากจะมีความหมายดีแล้ว ยังมีดอกที่สวยงาม เหมาะแก่การนำมาจัดสวนอีกด้วย มาทำความรู้จักกับต้นไม้มงคลที่มีคำว่า “พฤกษ์” ทั้ง 5 ชนิด พร้อมความหมายมงคลและวิธีการปลูกดูแลกัน ราชพฤกษ์ – ไม้มงคลแห่งความเจริญรุ่งเรือง ราชพฤกษ์หรือต้นคูน เป็นไม้มงคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนไทย เนื่องจากได้รับการยกย่องให้เป็นไม้ประจำชาติของไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia fistula L. และชื่อสามัญในภาษาอังกฤษคือ Golden Shower ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อและประเพณีของไทยมาอย่างยาวนาน ราชพฤกษ์เป็นไม้มงคลที่นิยมนำมาใช้ในพิธีสำคัญต่างๆ เช่น การตั้งเสาหลักเมืองและพิธีลงเสาเอกบ้าน การปลูกต้นราชพฤกษ์เชื่อกันว่าจะช่วยเสริมยศบารมี นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ผู้ปลูกและครอบครัว โดยเฉพาะหากนำไปปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน จะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวมีความเจริญรุ่งเรืองทวีคูณตามชื่อของต้นไม้ ราชพฤกษ์มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ลำต้นตั้งตรง มีความสูงประมาณ 5-15 เมตร ใบมีสีเขียวเป็นมัน ออกดอกเป็นพวงยาวระย้าลงมาจากกิ่ง ดอกมีสีเหลืองสดใสสวยงาม โดยจะบานสะพรั่งในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน การขยายพันธุ์นิยมทำโดยการเพาะเมล็ด โดยเลือกเมล็ดจากฝักแก่ แล้วนำไปปลูกในดินได้ทุกชนิด ราชพฤกษ์เป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัด แต่ต้องการน้ำค่อนข้างน้อย จึงทนแล้งได้ดี ขอบคุณภาพจาก : disthai.com [...]
