Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 101 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: การปลูกดอก
123456789
มะละกอปลูกยังไงให้โตเร็วออกผลดก พร้อมเคล็ดลับเลือกพันธุ์และดูแลที่คุณควรรู้
ทั่วไป

มะละกอปลูกยังไงให้โตเร็วออกผลดก พร้อมเคล็ดลับเลือกพันธุ์และดูแลที่คุณควรรู้

27/5/2568 • โดย Homeday

การปลูกมะละกอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรไทย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีความต้องการในตลาดสูงและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี โดยมะละกอสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งผลดิบและผลสุก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และยังมีการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้น1 การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมและการดูแลอย่างถูกต้องจะส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี โดยต้นมะละกอสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้ภายใน 5-6 เดือนหลังจากปลูก1 และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ปี หากมีการดูแลที่เหมาะสม สายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง การเลือกพันธุ์มะละกอที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการปลูกที่ประสบความสำเร็จ ในประเทศไทยมีสายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีลักษณะเฉพาะและความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ แขกดำ ซึ่งมีจุดกำเนิดที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และได้แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มะละกอแขกดำ ถือเป็นต้นแบบของสายพันธุ์มะละกอไทย มีลักษณะเด่นคือต้นเตี้ย แข็งแรง สูงประมาณ 2-4 เมตร มีใบหนากว่าพันธุ์อื่น ดอกติดเร็ว ให้ผลไว ผลมีน้ำหนักประมาณ 1.7 กิโลกรัม เมื่อสุกเนื้อจะมีสีแดงเข้มและมีรสหวาน ขณะที่ผลดิบจะมีเปลือกสีเขียวเข้ม เนื้อหนาประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร เหมาะสำหรับการบริโภคทั้งแบบสุกและดิบ จากการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์แขกดำ ได้เกิดสายพันธุ์ย่อยที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านต่างๆ เช่น แขกดำท่าพระ ที่เป็นผลผสมระหว่างแขกดำกับฟอริดา โทเลอแรนต์ มีความทนทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวนดี ติดผลเร็ว ผลหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม ผลดิบเนื้อกรอบ ผลสุกเนื้อสีเหลืองอมส้ม [...]

20 ต้นไม้ใหญ่มงคล รวยทรัพย์ น่าปลูกในสวนนอกบ้าน
ทั่วไป

20 ต้นไม้ใหญ่มงคล รวยทรัพย์ น่าปลูกในสวนนอกบ้าน

4/4/2566 • โดย Homeday

17 ต้นโป๊ยเซียน ต้นไม้มงคลรวยทรัพย์ที่เหมาะแก่การปลูกในสวนหน้าบ้าน แล้วเชื่อว่าจะมีโชคลาภ ดึงดูดทรัพย์เข้ามาแก่คนในบ้าน “ต้นโป๊ยเซียน” ซึ่งมาจากภาษาจีน แปลว่าเทพยดาทั

ปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านง่ายจริงหรือ? เทคนิคลับที่ทำให้คุณมีผักสดใส่ตู้เย็นตลอดปี
ทั่วไป

ปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านง่ายจริงหรือ? เทคนิคลับที่ทำให้คุณมีผักสดใส่ตู้เย็นตลอดปี

9/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านในประเทศไทยอาจฟังดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม ทุกคนสามารถมีผักเมืองหนาวสดใหม่ไว้บริโภคเองได้ตลอดทั้งปี แม้จะอยู่ในเขตภูมิอากาศเมืองร้อน การปลูกผักเมืองหนาวไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี ทำไมถึงควรปลูกผักเมืองหนาวเอง? ผักเมืองหนาวในตลาดมักมีราคาสูงและบางครั้งหายากตามฤดูกาล การปลูกเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดในราคาประหยัด นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมกระบวนการปลูกตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยว ทำให้มั่นใจได้ว่าผักที่ได้รับประทานนั้นปลอดจากสารพิษ การปลูกผักเมืองหนาวยังช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิตของพืชมากขึ้น สร้างความพึงพอใจจากการได้บริโภคผลผลิตที่ปลูกด้วยมือตนเอง และยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับสุขภาพจิตใจอีกด้วย การมีแปลงผักเล็กๆ ในบ้านยังช่วยเพิ่มความร่มรื่นและบรรยากาศดีให้กับพื้นที่อยู่อาศัย กระเทียมต้น: จุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับมือใหม่ กระเทียมต้นเป็นผักเมืองหนาวที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตดี เริ่มต้นด้วยการผสมดินร่วนกับปุ๋ยคอก รดน้ำให้ดินชุ่มแล้ววางไว้ นำเมล็ดกระเทียมต้นมาปลูกลงในหลุมเพาะลึก 1 เซนติเมตร กลบดินแล้วคลุมด้วยฟาง รดน้ำวันละ 1 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ เมื่อกล้าอายุได้ 60 วัน ให้ย้ายไปปลูกในแปลงหรือกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก การใช้ตาข่ายบังแดดจะช่วยให้กระเทียมต้นเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่เย็นสบาย หลังจากย้ายมาปลูกแล้วอีก 80 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวมาบริโภคได้แล้ว การปลูกกระเทียมในเชิงพาณิชย์นิยมใช้กลีบกระเทียมแทนเมล็ด โดยเลือกใช้กลีบนอกที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจะให้ผลผลิตที่ดีกว่า การปลูกในระยะ 10×10-15 เซนติเมตร จะให้ผลผลิตสูงที่สุด และการใช้ฟางคลุมแปลงจะช่วยควบคุมวัชพืชและรักษาความชุ่มชื้นในดิน กะหล่ำหลากสาย: เลือกปลูกได้ตามความชอบ กะหล่ำปมเป็นอีกหนึ่งผักเมืองหนาวที่สามารถปลูกในไทยได้ดี การเพาะเมล็ดทำได้โดยนำเมล็ดมาปลูกในแผงเพาะกล้าที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอก ฝังหลุมละประมาณ 2-3 เมล็ด หรือหากเพาะในแปลงปลูกควรเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2-4 เซนติเมตร [...]

พืชอะไรบ้างที่ช่วยฟอกอากาศในบ้านให้บริสุทธิ์? ดูดซับสารพิษได้จริงหรือไม่?
ทั่วไป

พืชอะไรบ้างที่ช่วยฟอกอากาศในบ้านให้บริสุทธิ์? ดูดซับสารพิษได้จริงหรือไม่?

19/6/2568 • โดย Homeday

ในยุคที่มลภาวะทางอากาศกลายเป็นปัญหาสำคัญ ไม่เพียงแต่ภายนอกอาคารเท่านั้น แต่ภายในบ้านของเราเองก็มีมลพิษสะสมอยู่มากมาย ทั้งจากเฟอร์นิเจอร์ สีทาบ้าน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และสารเคมีต่างๆ ที่ระเหยปะปนในอากาศที่เราหายใจ การปลูกต้นไม้ในบ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศและดูดซับสารพิษได้อีกด้วย มาดูกันว่ามีพืชชนิดใดบ้างที่ช่วยทำให้อากาศในบ้านของเราบริสุทธิ์ขึ้นได้ พืชฟอกอากาศทำงานได้อย่างไร? พืชมีกระบวนการทางธรรมชาติที่เรียกว่า “ไฟโตรีมีดิเอชัน” (Phytoremediation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่พืชใช้ในการกำจัดสารพิษออกจากสิ่งแวดล้อม พืชสามารถฟอกอากาศได้ผ่านหลายวิธี ได้แก่ การดูดซับ การเจือจาง การตกตะกอน และการกรอง นอกจากนี้ พืชยังมีกระบวนการสังเคราะห์แสงที่ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้อากาศสดชื่นขึ้น การศึกษาที่มีชื่อเสียงโดยองค์การนาซ่าในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ได้ค้นพบว่าพืชหลายชนิดสามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ใช่เพียงแค่ใบเท่านั้นที่ทำหน้าที่นี้ แต่ทั้งระบบของพืช ทั้งราก ดิน และจุลินทรีย์ในดินปลูก ล้วนมีส่วนช่วยในการย่อยสลายสารมลพิษ 10 พืชที่ช่วยดูดซับสารพิษและฟอกอากาศในบ้าน 1. แววมยุรา (Wishbone Flower) แววมยุรา หรือเทอราเนีย (Torenia fournieri) เป็นไม้ล้มลุกที่มีดอกสวยงามหลากสี เช่น แดง ชมพู และม่วง นอกจากความสวยงามแล้ว แววมยุรายังมีคุณสมบัติในการรักษาความชุ่มชื้นในอากาศและช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ ได้ดี การดูแลก็ไม่ยาก เพียงปลูกในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี [...]

จะปลูกโหระพาอย่างไรให้โตเร็วและให้ผลดี? คู่มือครบครันจากการเตรียมดินถึงการเก็บเกี่ยว
ทั่วไป

จะปลูกโหระพาอย่างไรให้โตเร็วและให้ผลดี? คู่มือครบครันจากการเตรียมดินถึงการเก็บเกี่ยว

24/5/2568 • โดย Homeday

โหระพาเป็นหนึ่งในผักสวนครัวยอดนิยมที่ควรมีไว้ในทุกบ้าน เนื่องจากใช้ปรุงอาหารไทยได้หลากหลาย มีกลิ่นหอม และยังอุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาสมุนไพร การปลูกโหระพาให้ประสบความสำเร็จต้องเข้าใจเทคนิคการปลูกที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะกล้า ไปจนถึงการป้องกันโรคและแมลงศัตรู บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกโหระพาแบบครบครันที่จะช่วยให้คุณได้โหระพาที่สด อร่อย และปลอดภัย โหระพาคืออะไร และมีลักษณะพิเศษอย่างไร? โหระพามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum basilicum L. จัดอยู่ในวงศ์ Labiatae เป็นวงศ์เดียวกับกะเพราและแมงลัก มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาและเอเชีย ชื่อภาษาอังกฤษคือ Basil, Sweet Basil และ Thai Basil ซึ่งคำว่า Basil มาจากภาษากรีก Basileus แปลว่า ราชา หรือ ผู้นำของประชาชน ในภาษาไทยยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ห่อกวยซวย ห่อวอซุ และอิ่มคิมขาว โหระพาเป็นพืชล้มลุกอายุสั้น สูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านเป็นสีม่วงอมแดงพร้อมขนอ่อนๆ ใบมีรูปไข่ สีเขียวเข้ม กว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร [...]

กระบองเพชรควรปลูกอย่างไร? ให้เติบโตดีและออกดอกสวยงาม
ทั่วไป

กระบองเพชรควรปลูกอย่างไร? ให้เติบโตดีและออกดอกสวยงาม

29/5/2568 • โดย Homeday

กระบองเพชรหรือแคคตัสเป็นพืชอวบน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยรูปทรงที่น่ารักและการดูแลที่ไม่ซับซ้อน ทำให้หลายคนหันมาสนใจปลูกกระบองเพชรเป็นการประดับบ้านหรือสำนักงาน การปลูกกระบองเพชรให้เติบโตแข็งแรงและออกดอกสวยงามนั้นต้องอาศัยความรู้และเทคนิคที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์ วิธีการปลูก การดูแลรักษา ไปจนถึงการจัดการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ที่มาและความเชื่อเกี่ยวกับกระบองเพชร กระบองเพชรมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mila sp. หรือเรียกกันทั่วไปว่า แคคตัส (Cactus) เป็นพืชที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปถึงยุค Tertiary ในอดีตกระบองเพชรมีลักษณะไม่ต่างจากต้นไม้ทั่วไป แต่เมื่อสภาพอากาศของโลกเปลี่ยนแปลง ทำให้ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยเปลี่ยนรูปทรงของลำต้นให้มีขนาดเล็กและสูงเรียว สามารถเก็บน้ำได้มาก เปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำและป้องกันสัตว์ และหยั่งรากตื้นเพื่อให้จับน้ำในอากาศได้ง่าย กระบองเพชรส่วนใหญ่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ก่อนขยายไปยังแอฟริกาและทั่วโลก ในประเทศไทยเรียกกระบองเพชรด้วยชื่ออื่นว่า โบตั๋น หรือ ท้าวพันตา มีความเชื่อแต่โบราณว่าการปลูกต้นกระบองเพชรทิศตะวันตกจะนำโชคลาภมาให้ โดยเฉพาะผู้ที่สามารถปลูกกระบองเพชรให้ออกดอกสวยงามได้ นอกจากนี้ยังช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ป้องกันภัยอันตราย และเป็นที่เกรงกลัวของศัตรูอีกด้วย ในกลุ่มคนรักแคคตัสจะรู้กันว่า การปลูกแคคตัสควรปลูกในวันเสาร์ทางด้านทิศตะวันตก ด้วยมีความเชื่อแต่โบราณว่า การปลูกไม้เพื่อให้เป็นคุณนั้นให้ปลูกในวันเสาร์ ความเชื่อนี้ทำให้หลายคนถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีความเชื่อบางประการที่ว่า แคคตัสไม่เหมาะกับคนโสด เพราะจะทำให้ไม่สมหวังในเรื่องความรัก ลักษณะและสายพันธุ์ของกระบองเพชร กระบองเพชรเป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงตั้งแต่ 30 เซนติเมตรขึ้นไป ลำต้นมีสีเขียวหรือเขียวคล้ำจากสารคลอโรฟิลล์ซึ่งใช้สังเคราะห์แสงแทนใบ มีทั้งทรงกลมเตี้ยและกระบอกสูง ขึ้นต้นเดี่ยวและแตกเป็นกอ หนามของกระบองเพชรมีทั้งแบบหนามแข็ง ปลายตรงหรืองุ้ม และแบบเส้นอ่อนคล้ายขนสัตว์ โดยสีของหนามขึ้นอยู่กับสายพันธุ์หรืออาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ [...]

ทำไมฟักทองจึงเป็นพืชผักสวนครัวที่น่าสนใจสำหรับการปลูกเอง?
ทั่วไป

ทำไมฟักทองจึงเป็นพืชผักสวนครัวที่น่าสนใจสำหรับการปลูกเอง?

28/5/2568 • โดย Homeday

ฟักทองเป็นหนึ่งในผักสวนครัวที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงและความหลากหลายในการใช้ประโยชน์ การปลูกฟักทองเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผักปลอดสารพิษและประหยัดค่าใช้จ่าย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมและการเตรียมตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้การปลูกฟักทองประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ฟักทองมีต้นกำเนิดมาจากไหนและแพร่กระจายมาถึงไทยอย่างไร? ฟักทองมีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกากลางและอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในแถบเมกซิโกและภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา มีหลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่ามีการปลูกฟักทองมานานกว่า 8,000 ปีแล้ว และบางแหล่งระบุว่าถึง 7,500-5,000 ปีก่อนคริสตกาล ฟักทองจัดอยู่ในตระกูลแตง (Cucurbitaceae) เช่นเดียวกับแตงกวา ฟักแฟง มะระ บวบ และแตงโม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cucurbita moschata Duchesne หรือ Cucurbita moschata Decne. ภายหลังฟักทองได้แพร่กระจายไปยังอเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียตามลำดับ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ในประเทศไทย ฟักทองมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ภาคกลางเรียกว่า ฟักทอง ภาคเหนือเรียกว่า ฟักเขียว มะฟักแก้ว ภาคใต้เรียกว่า น้ำเต้า ภาคอีสานเรียกว่า หมากฟักเหลือง หมากอี และในจังหวัดต่างๆ มีชื่อเรียกเฉพาะถิ่น เช่น หมักอื้อ หมากฟักเหลือง หมากปัก สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในไทยมีอะไรบ้าง? สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลักตามขนาดของผล [...]

ปลูกผักสลัดที่บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใช้จอบเสียม ทำอย่างไรแม้พื้นที่จำกัด?
ทั่วไป

ปลูกผักสลัดที่บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใช้จอบเสียม ทำอย่างไรแม้พื้นที่จำกัด?

20/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักสลัดที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการรับประทานผักปลอดสารพิษและสดใหม่ แม้จะมีพื้นที่จำกัดหรือไม่ถนัดในการใช้อุปกรณ์การเกษตรแบบดั้งเดิม เช่น จอบหรือเสียม ก็สามารถปลูกผักสลัดได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกผักสลัดที่บ้านแบบง่ายๆ ทั้งระบบไฮโดรโปนิกส์และการปลูกในดิน เพื่อให้คุณได้ผักสลัดออร์แกนิกสดใหม่ไว้รับประทานเองที่บ้าน ขอบคุณภาพจาก : EY – Gardening วิธีปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟม การปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือไม่ต้องการยุ่งยากกับการเตรียมดิน กล่องโฟมที่ใช้แล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ที่ต้องใช้ กล่องโฟมพร้อมฝาปิด (สามารถขอจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่มักทิ้งกล่องเหล่านี้) มีดคัตเตอร์หรือเลื่อยบางๆ สำหรับตัดรูบนฝากล่องโฟม ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ กระถางสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หรือกระถางที่มีรูระบายน้ำดี สารละลายธาตุอาหารสำหรับไฮโดรโปนิกส์ (ปุ๋ย A และ B) วัสดุปลูกไฮโดรโปนิกส์ เช่น เพอร์ไลท์หรือเวอร์มิคูไลท์ เมล็ดผักสลัด ขั้นตอนการทำ เตรียมกล่องโฟมโดยล้างให้สะอาด ถ้ามีแกนโฟมอยู่ข้างในให้ใช้มีดคัตเตอร์กรีดออกให้หมด ตัดรูบนฝากล่องโฟมตามขนาดของกระถาง โดยใช้ก้นกระถางเป็นแนวในการตัด ควรตัดรูให้เล็กกว่าขนาดกระถางเล็กน้อยเพื่อให้กระถางพอดีกับรู ผสมสารละลายธาตุอาหาร A และ B ตามสัดส่วนที่แนะนำบนฉลาก โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 5 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร เพาะเมล็ดผักสลัดในฟองน้ำหรือวัสดุปลูกที่เตรียมไว้ รอให้งอกประมาณ 2-3 วัน [...]

เทคนิคการปลูกถั่วให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ: คู่มือครบครันสำหรับเกษตรกรยุคใหม่
ทั่วไป

เทคนิคการปลูกถั่วให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ: คู่มือครบครันสำหรับเกษตรกรยุคใหม่

13/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกถั่วเป็นหนึ่งในกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ถั่วเป็นพืชตระกูลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และยังมีความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพดินผ่านการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ การเลือกปลูกถั่วชนิดต่างๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร แต่ยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า การเลือกชนิดถั่วที่เหมาะสมกับพื้นที่ ถั่วแดงหลวง: พืชทดแทนที่มีประวัติศาสตร์ ถั่วแดงหลวงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phaseolus vulgaris L. เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นคล้ายกับต้นถั่วเหลือง ความสูงประมาณ 40-65 เซนติเมตร ถั่วชนิดนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะคือเมล็ดจะเปลี่ยนสีตามอายุ เริ่มจากสีขาว เปลี่ยนเป็นสีเขียว และเมื่อแก่เต็มที่จะกลายเป็นสีแดงเข้ม พันธุ์ที่แนะนำสำหรับการปลูกคือ พันธุ์หมอกจ๋าม และสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดสอบ ถั่วอะซูกิ: สมบัติจากแดนอาทิตย์อุทัย ถั่วอะซูกิ (Vigna angularis) เป็นพืชล้มลุกฤดูเดียวที่มีต้นแข็งแรง ความสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร เมล็ดมีทรงกลม สีแดงสด และตาสีขาว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่แยกแยะได้ง่าย ถั่วอะซูกิพันธุ์ปางดะเป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับสภาพอากาศของประเทศไทย โดยใช้เวลาในการเพาะปลูกประมาณ 80-100 วันหลังปลูก ถั่วขาว: ทางเลือกใหม่สำหรับพื้นที่สูง ถั่วขาว (Phaseolus vulgalis Linn.) เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียวที่มีลำต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ยรูปปิรามิด ความสูงประมาณ 8-15 เซนติเมตร ถั่วขาวมีขนาดเมล็ดเล็กกว่าถั่วแดงและมีทรงกลม พันธุ์ปางดะ 2 [...]

การปลูกผักบนระเบียงคอนโดให้สำเร็จ มีเทคนิคอะไรบ้างที่ควรรู้?
ทั่วไป

การปลูกผักบนระเบียงคอนโดให้สำเร็จ มีเทคนิคอะไรบ้างที่ควรรู้?

11/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักในพื้นที่จำกัดของคอนโดกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ได้ผักสดใหม่ปลอดสารเคมีไว้บริโภค และยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจากความเครียด จากการศึกษาพบว่าการปลูกผักบนระเบียงคอนโดนั้นสามารถทำได้สำเร็จหากเข้าใจหลักการและเทคนิคที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในเรื่องของการเลือกพื้นที่ การจัดการแสงแดด การเตรียมดินปลูก และการเลือกชนิดผักที่เหมาะสม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของการปลูกผักในพื้นที่จำกัด วิธีการเตรียมพื้นที่และจัดวางภาชนะปลูกผักให้เหมาะสม การเตรียมพื้นที่บนระเบียงคอนโดต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการเพื่อให้การปลูกผักประสบความสำเร็จ การใช้ชั้นวางรองเท้าเก่ามาดัดแปลงเป็นที่วางกระถางถือเป็นไอเดียที่ประหยัดและใช้ประโยชน์จากของที่มีอยู่แล้ว การจัดวางแบบนี้ช่วยให้สามารถวางต้นอ่อนชั้นล่าง และกระถางใหญ่ชั้นบนได้อย่างเหมาะสม ส่วนพื้นระเบียงควรปูด้วยพลาสติกกันซึมเพื่อป้องกันความเสียหาย การเลือกภาชนะปลูกเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ ควรใช้กระถางหรือกล่องปลูกที่มีรูระบายน้ำเพื่อป้องกันการเกิดน้ำขัง ภาชนะที่เลือกควรมีขนาดพอเหมาะกับผักที่จะปลูก โดยผักบางชนิดเช่นมะเขือเทศต้องการพื้นที่รากมากกว่าผักใบเล็กอย่างผักกาดหอม การใช้กระบะซ้อนกัน 2 ใบ โดยเจาะรูเฉพาะใบบน และใบล่างใส่น้ำไว้ช่วยให้การจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการจัดวางในไต้หวัน มีการใช้กระบะไม้ทรงลึกหน้าแคบสำหรับปลูกผักกินใบแค่แถวเดียว ซึ่งเป็นไอเดียที่แปลกใหม่แต่ช่วยให้จัดการพืชผักได้ง่าย การทำโต๊ะปลูกเองจากไม้มือสองก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ประหยัดและสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับพื้นที่ได้ แสงแดดมีผลต่อการปลูกผักอย่างไร และควรเลือกปลูกผักอะไรตามสภาพแสง แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเจริญเติบโตของผัก ระเบียงที่มีแสงแดดเพียงพออย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงต่อวันจะช่วยให้ผักเติบโตได้ดี การเข้าใจเรื่องแสงแดดจะช่วยให้เลือกปลูกผักได้อย่างเหมาะสม สำหรับพื้นที่ที่มีแสงแดดเต็มวัน แนะนำให้ปลูกผักกินผล เช่น พริก มะเขือเทศ รวมถึงผักใบเขียวตระกูลผักสลัดทั้งหลาย แต่ควรสังเกตด้วยว่าแดดช่วงไหนแรงเป็นพิเศษหรือไม่ หากแรงเกินไปก็ควรหาอะไรมาพรางแสงสักนิด ให้เหมาะสมกับความต้องการของผักชนิดนั้น สำหรับพื้นที่ที่มีแสงแดดครึ่งวัน เหมาะกับผักกินใบ เช่น ผักกาด ผักคะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง ผักโขม ผักกลุ่มนี้ไม่ต้องการแสงแดดมากเกินไป และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแสงปานกลาง [...]

เหตุใดการปลูกสมุนไพรต่างชาติในบ้านไทยจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ?
ทั่วไป

เหตุใดการปลูกสมุนไพรต่างชาติในบ้านไทยจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ?

18/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกสมุนไพรต่างชาติในบ้านไทยกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากมีประโยชน์หลากหลายทั้งในด้านสุขภาพ การจัดสวน และการใช้ในครัวเรือน สมุนไพรต่างชาติเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีสรรพคุณทางยาที่น่าประทับใจ แต่ยังมีความสวยงามและกลิ่นหอมที่สามารถเพิ่มความสดชื่นให้กับพื้นที่อยู่อาศัยได้ สมุนไพรต่างชาติยอดนิยมที่ปลูกได้ในไทย มินต์หรือสะระแหน่ มินต์หรือสะระแหน่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย โดยเฉพาะในการช่วยขับลม แก้เหนื่อย คลื่นไส้ อาเจียน และเวียนหัว การวิจัยพบว่ามินต์มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ในด้านโภชนาการ มินต์มีวิตามินเอ เหล็ก และแมงกานีสในปริมาณที่ดี การปลูกมินต์ทำได้ง่ายโดยใช้การเพาะเมล็ดและปักชำ ต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำดี เสจ เสจเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการแก้ลมหายใจเหม็น ลดแก๊สในกระเพาะอาหาร และช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน การศึกษาพบว่าเสจสามารถช่วยปรับปรุงความจำและการทำงานของสมองในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ การปลูกเสจต้องการดินร่วนปนทรายและแสงแดดรำไร ไธม์ ไธม์มีสรรพคุณในการกระตุ้นระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ และมีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียและต้านเชื้อรา สมุนไพรชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุยที่ระบายน้ำดี และต้องการแสงแดดจัดตลอดวัน พาร์สลีย์ พาร์สลีย์หรือผักชีฝรั่งมีวิตามินเค วิตามินเอ และวิตามินซีสูง วิตามินเคช่วยในการแข็งตัวของเลือดและสุขภาพกระดูก การปลูกพาร์สลีย์ต้องการดินที่มีค่า pH ระหว่าง 5.5-6.8 และแสงแดดปานกลาง โหระพาฝรั่ง โหระพาฝรั่งหรือเบซิลมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบ มีรสชาติที่อ่อนกว่าโหระพาไทย เหมาะสำหรับการปรุงอาหารหลากหลายประเภท การปลูกต้องการดินร่วนซุยที่ระบายน้ำดีและแสงแดดตลอดวัน สมุนไพรสำหรับจัดสวนและอโรมาเธอราพี โรสแมรี่ โรสแมรี่มีสรรพคุณในการบำรุงสมอง ผิว [...]

ต้นเงินไหลมาคืออะไรและทำไมจึงเป็นไม้มงคลที่ทุกบ้านควรมี?
ทั่วไป

ต้นเงินไหลมาคืออะไรและทำไมจึงเป็นไม้มงคลที่ทุกบ้านควรมี?

11/6/2568 • โดย Homeday

ต้นเงินไหลมาหรือซิงโกเนียมเป็นไม้มงคลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ด้วยความเชื่อที่ว่าจะช่วยดึงดูดเงินทองและความมั่งมีเข้าสู่บ้าน นอกจากจะมีความหมายมงคลแล้ว ต้นเงินไหลมายังเป็นไม้ที่ดูแลง่าย โตไว และมีสายพันธุ์ที่หลากหลายสวยงาม ทำให้เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และนักสะสมต้นไม้ที่มีประสบการณ์ ต้นเงินไหลมาคืออะไรและมีต้นกำเนิดมาจากไหน ต้นเงินไหลมามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Syngonium podophyllum Schott เป็นพืชในวงศ์ Araceae สกุล Syngonium ถิ่นกำเนิดของต้นเงินไหลมาอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ โดยพบได้ในหลายประเทศ ได้แก่ บราซิล โบลิเวีย และเม็กซิโก ในภาษาอังกฤษมักเรียกว่า Arrow Head Plant หรือ Tricolor Nephthytis เนื่องจากรูปทรงใบที่มีลักษณะคล้ายหัวลูกศร ลักษณะโดดเด่นของต้นเงินไหลมาคือเป็นไม้เลื้อยที่สามารถเติบโตได้ยาวถึง 10-20 เมตรเมื่อโตเต็มที่ มีลำต้นขนาดเล็กสีเขียว ผิวเกลี้ยงและมีรากอากาศออกตามข้อ ใบมีทรงหัวลูกศรที่โดดเด่น โคนใบเว้าลึกถึงสะดือใบ ปลายใบเรียวแหลม ความกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร สิ่งที่ทำให้ต้นเงินไหลมาน่าสนใจคือใบสีเขียวที่มีด่างขาวหรือสีเหลืองปรากฏบริเวณเส้นใบ ต้นจะออกดอกสีขาวนวลแบบช่อบริเวณปลายยอด ลักษณะดอกจะคล้ายกับต้นบอน แต่จะมีผลขนาดเล็กและพบได้ไม่บ่อยนัก ทำไมต้นเงินไหลมาจึงเป็นไม้มงคลที่ได้รับความนิยม ความเชื่อเกี่ยวกับต้นเงินไหลมามีรากฐานมาจากคนไทยโบราณที่เชื่อว่าหากบ้านใดปลูกต้นเงินไหลมาจะเป็นการเสริมสิริมงคล ช่วยให้มีเงินทองไหลเข้ามา เกิดความมั่งมีและร่ำรวย การปลูกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านจะช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคล นอกจากความเชื่อด้านการเงินแล้ว ต้นเงินไหลมายังมีความหมายในด้านอื่นๆ [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Origin Pattaya
Homeday FB
Homeday FB