Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky
Banner TOA
Homeday FB

บทความ

พบ 173 บทความ

เรียงตาม:
12345...131415
กำลังค้นหา:
คำค้น: design
5 ฟีเจอร์เด่นของห้องน้ำ Universal Design ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
ทั่วไป

5 ฟีเจอร์เด่นของห้องน้ำ Universal Design ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

23/5/2568 • โดย Homeday

Universal Design หรือ “การออกแบบเพื่อทุกคน” คือแนวคิดที่เน้นให้พื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้านถูกออกแบบให้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย สามารถใช้งานได้อย่างเท่าเทียม ปลอดภัย และสะดวกสบาย โดยเฉพาะ “ห้องน้ำ” ที่เป็นจุดเสี่ยงของอุบัติเหตุมากที่สุดในบ้าน ยิ่งต้องใส่ใจรายละเอียดให้มากเป็นพิเศษ มาดูกันว่า ห้องน้ำ Universal Design ที่ดี ต้องมีอะไรบ้าง? 1. ประตูแบบบานเลื่อน ไม่มีธรณี ประตูคือด่านแรกของการเข้าถึง ในห้องน้ำแบบ Universal Design จะเน้นใช้ประตูแบบ บานเลื่อน หรือ บานเปิดที่กว้างพอสำหรับวีลแชร์ (อย่างน้อย 90 ซม.)ที่สำคัญ: ไม่มีธรณีประตู หรือทำพื้นแบบเรียบเสมอกัน ลดความเสี่ยงในการสะดุดและหกล้ม  ข้อดี เข้าออกง่ายโดยไม่ต้องยกเท้า ผู้สูงอายุหรือคนใช้วีลแชร์สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ปลอดภัยต่อเด็กเล็กด้วย 2. พื้นห้องน้ำลาดเอียง + กันลื่น ห้องน้ำทั่วไปมักแบ่ง “โซนเปียก” และ “โซนแห้ง” ด้วยธรณีกั้นน้ำ แต่แบบ Universal จะใช้ [...]

เอสบี ดีไซน์สแควร์ พลิกโฉมการลงทุนอสังหาฯ ด้วยบริการใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในเมืองไทย  Easy Fur Rent ให้เช่าเฟอร์ฯคุณภาพ  จับมือพันธมิตรสำคัญบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรีคอนซูมเมอร์ ตอบโจทย์ผู้เช่ารุ่นใหม่ที่ต้องการความครบจบแบบ Ready To Move
ข่าวสาร

เอสบี ดีไซน์สแควร์ พลิกโฉมการลงทุนอสังหาฯ ด้วยบริการใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในเมืองไทย Easy Fur Rent ให้เช่าเฟอร์ฯคุณภาพ จับมือพันธมิตรสำคัญบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรีคอนซูมเมอร์ ตอบโจทย์ผู้เช่ารุ่นใหม่ที่ต้องการความครบจบแบบ Ready To Move

14/5/2568 • โดย Homeday

ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจยังคงเผชิญความผันผวน ทั้งจากปัจจัยภายในประเทศและเหตุการณ์ระดับโลก เช่น ภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้อย่างแผ่นดินไหวในบางพื้นที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงการแข่งขันในตลาดปล่อยเช่าคอนโดฯ และอสังหาริมทรัพย์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การ “แต่งห้องเพื่อปล่อยเช่าแบบพร้อมอยู่” จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มมูลค่าและดึงดูดผู้เช่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทรนด์ผู้เช่ารุ่นใหม่ต่างมองหา “ห้องแต่งครบแบบ Ready To Move” เป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจเช่า เอสบี ดีไซน์สแควร์ เล็งเห็นโอกาสนี้ เปิดตัวบริการใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย “Easy Fur Rent”  บริการเช่าเฟอร์ฯที่ช่วยให้เจ้าของห้องสามารถ Turn ห้องเปล่าให้ปัง ได้อย่างมีสไตล์ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้จากค่าเช่า เนื่องจากห้องที่แต่งครบพร้อมอยู่สามารถตั้งราคาค่าเช่าได้สูงกว่าโดยเฉลี่ย 10–20% เมื่อเทียบกับห้องเปล่าทั่วไป อีกทั้งยังช่วยลดระยะเวลาที่ห้องว่างจากตลาด (vacancy period) ทำให้เจ้าของห้องสามารถสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องได้เร็วและมั่นคงกว่าเดิม แม้ในสภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยจับมือพันธมิตรสำคัญอย่าง บัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรีคอนซูมเมอร์ มอบสิทธิผ่อน 0% นานสูงสุดถึง 24 เดือน ให้ซื้อเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องได้โดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว พร้อมปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้ทันที “Easy Fur Rent ไม่ใช่แค่บริการตกแต่งห้อง แต่คือเครื่องมือเพิ่มศักยภาพการลงทุน ด้วยเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ที่สวย ฟังก์ชันครบ สามารถซื้อและผ่อนจ่ายสบายแบบ 0% นานสูงสุด 24 [...]

5 เคล็ดลับจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
ทั่วไป

5 เคล็ดลับจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ

10/5/2568 • โดย Homeday

“บ้านที่ใช่…ต้องดูแลทุกช่วงวัย” โดยเฉพาะเมื่อในบ้านมีผู้สูงอายุ การออกแบบพื้นที่ให้น่าอยู่ ปลอดภัย และใช้งานง่าย คือสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ มาดู 5 เคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยปรับบ้านให้เหมาะกับผู้สูงวัยกัน 1. ติดราวจับในห้องน้ำ เพิ่มความมั่นใจทุกการเคลื่อนไหว จุดที่อันตรายที่สุดในบ้านคือ “ห้องน้ำ” เพราะมีพื้นเปียก ลื่น และแคบ การติดตั้ง ราวจับเหล็กสแตนเลส ในตำแหน่งสำคัญ เช่น ข้างโถสุขภัณฑ์ ใต้ฝักบัว ข้างอ่างล้างมือ ช่วยให้ผู้สูงวัยพยุงตัวเองได้มั่นคง ลดโอกาสลื่นล้ม Tip: ราวจับควรมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3–4 ซม. และติดในระดับความสูงที่จับถนัด 2. เลือกพื้นบ้านไม่ลื่น ไม่สะดุด พื้นบ้านทั่วไปอาจไม่เหมาะกับคนสูงอายุ โดยเฉพาะกระเบื้องมัน หรือพรมหนา ๆ ที่อาจสะดุดเท้า แนะนำ: ใช้กระเบื้องผิวด้าน / กระเบื้องกันลื่น ปูพรมยางกันลื่นเฉพาะจุด หลีกเลี่ยงธรณีประตูสูงต่างระดับ Tip: ลองเดินเท้าเปล่าทดสอบก่อนติดตั้งจริง ว่ารู้สึกมั่นคงหรือไม่ 3. ห้องนอนอยู่ชั้นล่าง เดินทางสั้น ปลอดภัยกว่า [...]

การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนคืออะไร และทำไมควรให้ความสำคัญในปัจจุบัน?
ทั่วไป

การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนคืออะไร และทำไมควรให้ความสำคัญในปัจจุบัน?

9/5/2568 • โดย Homeday

การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนหรือ Sustainable Design ไม่ใช่เพียงเทรนด์การแต่งบ้านชั่วคราว แต่เป็นแนวคิดที่คำนึงถึงระบบนิเวศและความยั่งยืนของธรรมชาติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่และรักษาทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน หลักการนี้เน้นการออกแบบและแต่งบ้านโดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นหลัก ทั้งเรื่องของพื้นที่ สภาพภูมิอากาศ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานทั้งในระหว่างการก่อสร้างและการอยู่อาศัย แนวคิดการออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของมนุษย์กับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยผู้อยู่อาศัยยังคงได้รับความสะดวกสบายและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในขณะที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต ทำไมเทรนด์การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนจึงกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ? กระแสของการออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักมาจากปัญหาภาวะโลกรวน (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก ทั้งอุณหภูมิที่แปรปรวน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามฤดูกาล และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นอกจากนี้ สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมายังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนมากขึ้น เนื่องจากผู้คนใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น ทำให้ความต้องการมีพื้นที่ที่น่าอยู่ เย็นสบาย และเป็นมิตรกับสุขภาพมีมากขึ้นกว่าเดิม บ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัยหลังเลิกงานอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่สำหรับการทำงาน การเรียน และกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันให้ผู้คนหันมาสนใจการออกแบบบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตนเองและครอบครัว รวมถึงมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จะปรับบ้านให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร ด้วยเทคนิคง่ายๆ 7 ประการ? การปรับบ้านให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่จำเป็นต้องรื้อและสร้างใหม่ทั้งหมด เพียงปรับเปลี่ยนบางส่วนก็สามารถทำให้บ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับธรรมชาติได้มากขึ้น ด้วยเทคนิคต่อไปนี้: 1. ออกแบบหน้าต่างและช่องแสงให้รับแสงธรรมชาติ การเพิ่มหน้าต่างหรือช่องแสงขนาดใหญ่ในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในบ้านได้มากขึ้น ลดการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวัน และยังช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีอีกด้วย ควรออกแบบให้ช่องเปิดกว้างและวางในตำแหน่งที่ตรงกัน เพื่อให้ลมพัดผ่านได้สะดวก [...]

5 เคล็ดลับจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ บ้านที่ใช่ต้องปลอดภัยสำหรับทุกวัย
Reels

5 เคล็ดลับจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ บ้านที่ใช่ต้องปลอดภัยสำหรับทุกวัย

17/4/2568 • โดย NudeeM.

5 เคล็ดลับจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ เพราะ “บ้าน” ควรเป็นที่ที่รู้สึกปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะกับผู้สูงวัยที่การเคลื่อนไหวอาจไม่คล่องเหมือนเดิม...

น้อยแต่มาก...แต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น Minimal เรียบแต่ดูดี
Reels

น้อยแต่มาก...แต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น Minimal เรียบแต่ดูดี

16/4/2568 • โดย NudeeM.

บ้านที่ใช่ ไม่ต้องมีของเยอะ แค่จัดให้พอดี + สบายตา = อยู่แล้วใจนิ่งเหมือนอยู่เรียวกัง ใครชอบแนวนี้ แชร์ไว้แต่งตามได้เลย!___________𝐿𝑖𝑣𝑒 𝑦𝑜𝑢𝑟 𝑑𝑎𝑦,...

มุมโปรดในบ้านของคุณคือที่ไหน? บอกหน่อยสิ
Reels

มุมโปรดในบ้านของคุณคือที่ไหน? บอกหน่อยสิ

16/4/2568 • โดย NudeeM.

ในแต่ละวัน…เราวิ่งตามหน้าที่และความคาดหวัง แต่เมื่อประตูบ้านเปิดออก…เรากลับค้นหาแค่ ‘ที่ที่เราได้เป็นตัวเอง’บางคนเริ่มเช้ากับกาแฟแก้วเดิม หน้าต่างบานเดิม...

ห้องชุดแบบไหนเหมาะกับผู้สูงอายุ? แนะนำการเลือกห้องที่ปลอดภัย
ทั่วไป

ห้องชุดแบบไหนเหมาะกับผู้สูงอายุ? แนะนำการเลือกห้องที่ปลอดภัย

10/4/2568 • โดย Homeday

1. การออกแบบภายในห้องชุดที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ การออกแบบภายในห้องชุดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายอาจมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว สายตาอาจไม่ดีเหมือนเดิม และการทรงตัวอาจลดลง ดังนั้น ห้องชุดที่เหมาะสมควรมีการออกแบบที่คำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ พื้นที่ห้องควรมีความโล่ง กว้างขวาง ไม่มีสิ่งกีดขวางทางเดิน เพื่อลดความเสี่ยงในการสะดุดหรือหกล้ม พื้นควรเป็นวัสดุที่ไม่ลื่น เช่น พื้นไม้ที่ผ่านการเคลือบสารกันลื่น หรือกระเบื้องที่มีคุณสมบัติกันลื่นโดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงพรมหนาหรือพื้นที่มีระดับต่างกันมาก ห้องน้ำเป็นจุดสำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ ควรมีราวจับในจุดต่างๆ เช่น ข้างโถสุขภัณฑ์ บริเวณอาบน้ำ พื้นห้องน้ำควรเป็นวัสดุกันลื่น ประตูห้องน้ำควรเปิดออกด้านนอกหรือเป็นแบบบานเลื่อนเพื่อความสะดวกในกรณีฉุกเฉิน ความสูงของโถสุขภัณฑ์ควรพอดีกับการนั่งของผู้สูงอายุ ไม่ต่ำหรือสูงจนเกินไป ครัวควรมีการออกแบบที่เอื้อต่อการใช้งานของผู้สูงอายุ เช่น ความสูงของเคาน์เตอร์ที่เหมาะสม ไม่มีตู้เก็บของที่สูงเกินไป อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าควรใช้งานง่าย มีปุ่มควบคุมขนาดใหญ่ชัดเจน แสงสว่างในห้องควรเพียงพอและทั่วถึง เพื่อช่วยในการมองเห็น โดยเฉพาะบริเวณทางเดิน ห้องน้ำ และครัว ควรติดตั้งสวิตช์ไฟในระดับที่เอื้อมถึงได้ง่าย และอาจพิจารณาใช้ระบบแสงอัตโนมัติในบางจุด ระบบปรับอากาศและอุณหภูมิภายในห้องควรมีการควบคุมที่ใช้งานง่าย และสามารถปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมากกว่าคนหนุ่มสาว ประตูและหน้าต่างควรเปิด-ปิดได้ง่าย ไม่ต้องออกแรงมาก และมีขนาดที่กว้างพอสำหรับรถเข็นหากจำเป็น โดยเฉพาะประตูห้องน้ำที่ควรมีความกว้างอย่างน้อย 90 เซนติเมตร 2. ทำเลที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น ทำเลที่ตั้งของห้องชุดเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ การเลือกทำเลที่เหมาะสมจะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากขึ้น และลดความเสี่ยงในด้านต่างๆ ได้ [...]

ทำไมต้องดูความสูงเพดานก่อนซื้อบ้าน? ผลกระทบต่อการอยู่อาศัย
ทั่วไป

ทำไมต้องดูความสูงเพดานก่อนซื้อบ้าน? ผลกระทบต่อการอยู่อาศัย

9/4/2568 • โดย Homeday

ความสูงของเพดานบ้านเป็นหนึ่งในรายละเอียดที่ผู้ซื้อบ้านมักมองข้าม ทั้งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว บ้านที่มีเพดานสูงเหมาะสมไม่เพียงสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการระบายอากาศ การประหยัดพลังงาน และมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของความสูงเพดานที่ผู้ซื้อบ้านควรพิจารณา ผลกระทบต่อการอยู่อาศัย และข้อควรรู้เพื่อการตัดสินใจซื้อบ้านอย่างชาญฉลาด ความสูงของเพดานกับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความสูงของเพดานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกเมื่ออยู่อาศัยภายในบ้าน บ้านที่มีเพดานสูงประมาณ 2.8-3 เมตรขึ้นไป จะช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม บ้านที่มีเพดานต่ำกว่า 2.4 เมตร มักทำให้รู้สึกอึดอัด กดดัน และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตในระยะยาว นอกจากนี้ ความสูงของเพดานยังส่งผลต่อการระบายอากาศภายในบ้าน เพดานที่สูงช่วยให้อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่เพดาน ทำให้บริเวณที่คนอยู่อาศัยเย็นสบายมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย การมีเพดานสูงจึงช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศและประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาจากนักจิตวิทยาสิ่งแวดล้อมพบว่า ความสูงของเพดานยังส่งผลต่อกระบวนการคิดของผู้อยู่อาศัย เพดานสูงมักกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการคิดแบบอิสระ ในขณะที่เพดานต่ำอาจช่วยให้มีสมาธิจดจ่อกับงานที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น ดังนั้น ห้องที่มีเพดานสูงจึงเหมาะกับพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ส่วนเพดานที่ต่ำลงมาอาจเหมาะกับห้องนอนหรือห้องทำงานที่ต้องการสมาธิ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเพดานบ้านมีความสูงไม่เหมาะสม ปัญหาด้านอุณหภูมิและการประหยัดพลังงาน เพดานที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาในการควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน โดยเฉพาะในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอากาศเย็นจะตกลงสู่พื้น ในขณะที่อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่เพดาน ทำให้ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการทำความเย็น การติดตั้งพัดลมเพดานจึงเป็นสิ่งจำเป็นในบ้านที่มีเพดานสูง เพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียนและกระจายความเย็นได้ทั่วถึง ในทางกลับกัน บ้านที่มีเพดานต่ำเกินไปอาจมีข้อดีในแง่ของการประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศ แต่จะประสบปัญหาเรื่องการระบายอากาศและการสะสมของความร้อน โดยเฉพาะในชั้นบนสุดของอาคารที่รับความร้อนจากหลังคาโดยตรง ทำให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาเพื่อให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม การคำนวณค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญ [...]

อะไรคือความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์ Eco Modern และ Bio Design?
ทั่วไป

อะไรคือความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์ Eco Modern และ Bio Design?

28/3/2568 • โดย Homeday

แนวคิดพื้นฐานของการออกแบบที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ การออกแบบบ้านในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ความสวยงามหรือความคงทน แต่ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความกลมกลืนกับธรรมชาติมากขึ้น Eco Modern และ Bio Design เป็นสองแนวคิดที่กำลังได้รับความนิยมในวงการออกแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน แต่มีความแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ Eco Modern: นวัตกรรมแห่งความยั่งยืน Eco Modern เป็นแนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีหลักการสำคัญดังนี้: การใช้เทคโนโลยีสีเขียวเพื่อลดการใช้พลังงาน เช่น แผงโซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บน้ำฝน และระบบระบายอากาศอัจฉริยะ เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้รีไซเคิล คอนกรีตมวลเบา และวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ การออกแบบที่คำนึงถึงประสิทธิภาพพลังงาน ด้วยการวางแผนการใช้แสงธรรมชาติ และระบบฉนวนความร้อนที่มีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาควบคุมระบบต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มความสะดวกสบาย Bio Design: การออกแบบที่มีชีวิต Bio Design มุ่งเน้นการสร้างความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยมีแนวคิดหลักที่แตกต่างจาก Eco Modern: การผสานพื้นที่ธรรมชาติเข้ากับโครงสร้างอาคาร เช่น สวนแนวตั้ง หลังคาเขียว และผนังที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณ ใช้วัสดุธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยเน้นวัสดุที่มีชีวิต สามารถย่อยสลายได้ และฟื้นฟูระบบนิเวศ การออกแบบที่เลียนแบบระบบนิเวศ (Biomimicry) โดยนำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาใช้ในการออกแบบ สร้างระบบนิเวศขนาดเล็กภายในพื้นที่อยู่อาศัย [...]

วิธีเลือกซื้อบ้านสำหรับทำ Design Studio อย่างไรให้สร้างสรรค์?
ทั่วไป

วิธีเลือกซื้อบ้านสำหรับทำ Design Studio อย่างไรให้สร้างสรรค์?

27/3/2568 • โดย Homeday

ทำความเข้าใจเบื้องต้นกับ Design Studio ในบ้าน Design Studio ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ทำงาน แต่เป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่สะท้อนตัวตนของนักออกแบบ การเลือกบ้านที่เหมาะสมสำหรับการจัดทำ Design Studio จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง พื้นที่ที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและแรงบันดาลใจในการทำงานได้อย่างมหาศาล ปัจจัยสำคัญในการเลือกบ้านสำหรับ Design Studio 1. ลักษณะพื้นที่และขนาด การเลือกพื้นที่สำหรับ Design Studio ต้องคำนึงถึงความต้องการใช้งานอย่างรอบคอบ พื้นที่ควรมีความกว้างขวางเพียงพอสำหรับการวางอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ โดยทั่วไปควรมีพื้นที่ใช้สอยอย่างน้อย 20-30 ตารางเมตร เพื่อให้สามารถจัดวางโต๊ะทำงาน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พื้นที่นำเสนอผลงาน และพื้นที่พักผ่อนได้อย่างเป็นสัดส่วน 2. แสงธรรมชาติและการระบายอากาศ แสงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักออกแบบ บ้านที่มีหน้าต่างกว้างและรับแสงธรรมชาติได้ดีจะช่วยสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ควรเลือกพื้นที่ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและสามารถระบายอากาศได้ดี การมีหน้าต่างขนาดใหญ่หรือระเบียงจะเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ 3. การออกแบบภายในและความยืดหยุ่น พื้นที่ Design Studio ควรมีความยืดหยุ่นในการจัดวางและปรับเปลี่ยน เลือกบ้านที่มีผังพื้นเปิดโล่งหรือสามารถดัดแปลงได้ง่าย ผนังที่สามารถติดตั้งชั้นวางของหรือบอร์ดนำเสนอผลงานจะเป็นประโยชน์อย่างมาก พื้นที่ควรสามารถแบ่งสรรค์เป็นโซนต่างๆ ได้ เช่น พื้นที่ทำงาน พื้นที่เก็บอุปกรณ์ และพื้นที่พักผ่อน เทคนิคการเลือกทำเลที่เหมาะสม 1. ความเงียบสงบ สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบจะช่วยให้นักออกแบบมีสมาธิในการทำงาน เลือกบ้านที่ตั้งอยู่ในย่านที่ไม่พลุกพล่านหรือมีเสียงรบกวนน้อย [...]

อะไรคือความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์ Nordic และ Japanese?
ทั่วไป

อะไรคือความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์ Nordic และ Japanese?

26/3/2568 • โดย Homeday

การออกแบบภายในบ้านเป็นเรื่องที่สะท้อนถึงวัฒนธรรม ภูมิประเทศ และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่ สไตล์การออกแบบบ้าน Nordic และ Japanese ถือเป็นสองสไตล์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการออกแบบตกแต่งภายใน แต่ละสไตล์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจและแตกต่างกันอย่างน่าประทับใจ รากฐานทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมการออกแบบ Nordic Design: ความเรียบง่ายจากแดนนอร์ดิก การออกแบบในสไตล์ Nordic เกิดจากแนวคิดที่ต้องการตอบโจทย์การใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นและมีช่วงเวลากลางวันสั้น นักออกแบบชาวสแกนดิเนเวียได้คิดค้นรูปแบบที่ช่วยสร้างความอบอุ่นและแสงสว่างภายในพื้นที่อยู่อาศัย พวกเขาเน้นความเรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งาน และความสวยงามที่ลงตัว Japanese Design: ปรัชญาแห่งความกลมกลืน การออกแบบบ้านสไตล์ Japanese มีรากฐานมาจากปรัชญาZen ที่ให้ความสำคัญกับความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ แนวคิดนี้สะท้อนผ่านการออกแบบที่เรียบง่าย เน้นพื้นที่ว่าง และการใช้วัสดุธรรมชาติ องค์ประกอบการออกแบบที่แตกต่าง Nordic Design: แสงสว่างและความอบอุ่น สี: โทนสีอ่อน ขาว เทา และน้ำตาลอ่อน ช่วยสะท้อนแสงและสร้างความรู้สึกโปร่งสว่าง วัสดุ: ไม้สีอ่อน ผ้าขนสัตว์ และวัสดุจากธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์: เน้นความเรียบง่าย มีดีไซน์ทันสมัย และใช้งานได้จริง การตกแต่ง: เน้นความอบอุ่น ใช้พรมขนสัตว์ เทียน และของตกแต่งที่สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย Japanese Design: [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday FB