กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

17/5/2568 • โดย Homeday
อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ การปลูกอะโวคาโดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการทำเกษตรเพื่อบริโภคเองหรือเพื่อการค้า บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกอะโวคาโดให้ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งแนะนำ 8 สายพันธุ์ยอดนิยมที่เหมาะสำหรับปลูกในประเทศไทย รวมถึงเทคนิคการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี ต้นอะโวคาโดคืออะไรและลักษณะทั่วไปเป็นอย่างไร? อะโวคาโด (Avocado) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Persea americana Mill เป็นพืชพื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง ประเทศไทยมีการนำเข้ามาปลูกมามากกว่า 80 ปีแล้ว โดยมิชชันนารีชาวอเมริกันนำมาปลูกครั้งแรกในจังหวัดน่าน ลักษณะทั่วไปของต้นอะโวคาโดเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ มีความสูงประมาณ 5-18 เมตร มีใบเดี่ยวรูปรีที่มีขนนุ่มสั้นๆ ปกคลุมทั่วใบ ดอกมีขนาดเล็กออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง มีสีเหลืองอมเขียว ส่วนผลมีหลายรูปทรงทั้งกลมและรี มีทั้งเปลือกบางและเปลือกหนา ผิวอาจเรียบหรือขรุขระขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เนื้อด้านในมีสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม มีรสชาติมัน เนื้อละเอียด เนื่องจากมีส่วนประกอบเป็นน้ำมันถึง 30% และยังอุดมไปด้วยโปรตีน อะโวคาโดสามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่ราบและพื้นที่สูงมากกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่การเลือกพื้นที่และสายพันธุ์ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การปลูกประสบความสำเร็จ รู้จักอะโวคาโด 8 สายพันธุ์ยอดนิยมที่ปลูกในประเทศไทย ลักษณะของพันธุ์อะโวคาโดที่ดีควรมีคุณภาพเนื้อที่ดี มีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูง เนื้อแน่นและนิ่มแต่ไม่เละ ไม่มีเสี้ยน ไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลง่ายเมื่อผ่า และไม่มีกลิ่นฉุน นอกจากนี้ ผลแก่ควรติดอยู่บนต้นได้นาน ไม่ร่วงง่าย มีผลเปลือกหนาและขนาดไม่ใหญ่เกินไป [...]

3/3/2568 • โดย Homeday
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินโครงการศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2552 เพื่อเผยแพร่หลักการทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ และเป็นศูนย์ต้นแบบเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรและผู้ที่สนใจทั่วไป โดยพื้นที่ดำเนินโครงการศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริฯ นี้ เริ่มต้นจากพื้นที่ประสบปัญหาดินเค็มทั้งหมดจำนวน 14 ไร่ ระดับความเค็มของดินในพื้นที่อยู่ในช่วง “เค็มน้อยถึงเค็มมาก” ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกพืชทั่วไปอย่างรุนแรง และการแก้ไขปัญหาดินเค็มยังต้องใช้ต้นทุนสูง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาดินเค็มสามารถทำได้หลายวิธีแต่วิธีการหนึ่งที่ไม่ยุ่งยากและลงทุนต่ำ คือการปลูกพืชทนเค็มจัดหรือพืชชอบเกลือที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดินเค็มให้เกิดศักยภาพในการผลิตพืชได้อีกด้วย นายขจรวิทย์ พันธุ์ยางน้อย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เนื่องจากความเค็มของดินทำให้ไม่สามารถปลูกพืชทั่วไปได้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโนนสูง จึงได้คัดเลือกพืชที่เหมาะสมกับดินเค็ม จากการศึกษาพบว่า มะพร้าวน้ำหอม เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ดีในพื้นที่ดินเค็ม จึงได้นำพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม “ก้นจีบ” จากศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร มาทดลองปลูกในพื้นที่โครงการศูนย์เรียนรู้ฯ ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากมะพร้าวน้ำหอมไม่เพียงสามารถตอบสนองต่อดินเค็มได้ดี แต่ยังให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ รสชาติหอมหวานกว่าการปลูกในพื้นที่ปกติ วัดค่าความหวานได้เฉลี่ย 7.5-9 องศาบริกซ์ ซึ่งอาจเนื่องมาจากพืชที่ทนเค็มจะหลีกเลี่ยงการดึงโซเดียมไปใช้ทำให้ดึงโพแทสเซียมไปใช้ได้มากขึ้น โดยประโยชน์ของโพแทสเซียม จะช่วยสังเคราะห์น้ำตาล แป้ง และโปรตีน ส่งเสริมการเคลื่อนย้ายของน้ำตาลจากใบไปยังผล [...]

17/2/2568 • โดย Homeday
กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ขับเคลื่อนการพัฒนาฟาร์มไข่ผำอินทรีย์ต้นแบบให้ได้มาตรฐาน Good Agriculture Practices (GAP) และ Participatory Guarantee System (PGS) และพัฒนาสู่ฟาร์มไข่ผำให้สอดคล้องเป็นไปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยนำร่องใน 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ มหาสารคาม ร้อยยเอ็ด กาฬสินธุ์และ ขอนแก่น เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรไทย ระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2568 ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา ผู้อำนวยการสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ (สอช.) วศ. เปิดเผยว่า ไข่ผำ (Wolffia) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คาเวียร์เขียว (Green Caviar)” เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งบางสายพันธุ์มีปริมาณสูงถึง 48.6% ทั้งยังได้รับการผลักดันให้เป็นพืชยุทธศาสตร์ในหมวดอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ภายใต้นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างไรก็ตาม การเพาะเลี้ยงไข่ผำในแหล่งน้ำธรรมชาติบางแห่ง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากปัญหาการปนเปื้อนจากสารเคมี โลหะหนัก [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
ในปัจจุบันสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนต่างให้ความสนใจ ซูเปอร์ฟู้ดจึงกลายเป็นคำคุ้นหูและเป็นที่ต้องการของคนรักสุขภาพ เพราะซูเปอร์ฟู้ด คืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก แบรนด์เฮอริเทจ ผลิตภัณฑ์ถั่ว ธัญพืช และผลไม้อบแห้งพรีเมียม สำหรับเป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีที่สุด เป็นซูเปอร์ฟู้ด ส่งตรงสู่ผู้บริโภค โดยในวันนี้ขอคัดสรร 10 อาหาร ซูเปอร์ฟู้ดจากแบรนด์เฮอริเทจ ที่มีประโยชน์มากมาย และสามารถประกอบอาหารได้หลากหลายชนิดทั้งคาวและหวาน ดังนี้ อัลมอนด์ (Almonds) อัลมอนด์เป็นแหล่งของโปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินอี และไขมันดี ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล บำรุงหัวใจ และควบคุมน้ำหนัก แบรนด์เฮอริเทจนำเสนออัลมอนด์หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเม็ดเต็ม แบบแท่ง แบบสไลด์ และแบบผง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค สามารถนำไปประกอบอาหารในรูปแบบที่แตกต่างกัน อาทิเช่น อกไก่อัลมอนด์ สลัดอัลมอนด์ เค้กอัลมอนด์ แป้งอัลมอนด์ เป็นต้น วอลนัท (Walnuts) วอลนัทอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 สารต้านอนุมูลอิสระ และไฟเบอร์ ช่วยบำรุงสมอง ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และต้านการอักเสบ วอลนัทมีรสชาติมัน [...]
