กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

2/6/2568 • โดย Homeday
มะลิเป็นไม้ดอกที่มีเสน่ห์และกลิ่นหอมอบอวลเป็นที่ชื่นชอบของคนไทย การปลูกมะลิที่บ้านไม่เพียงแต่จะช่วยให้สวนสวยงาม แต่ยังสามารถเก็บดอกไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การปลูกมะลิให้ออกดอกไวและดกนั้นต้องมีเทคนิคและความรู้ที่ถูกต้อง บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกมะลิแบบครบวงจร ตั้งแต่การเริ่มต้นปลูกไปจนถึงการดูแลรักษาเพื่อให้ได้ผลผลิดดอกที่สมบูรณ์ วิธีการขยายพันธุ์มะลิที่ได้ผลดีที่สุด การเริ่มต้นปลูกมะลิสามารถทำได้หลายวิธี โดยวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการปักชำ เนื่องจากเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย สะดวก และให้ผลรวดเร็ว การปักชำต้องใช้วัสดุเพาะชำที่เหมาะสม โดยใช้ทรายผสมขี้เถ้าแกลบในอัตราส่วน 1:1 เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการงอกราก การเตรียมกิ่งพันธุ์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปักชำ กิ่งที่เลือกใช้ควรเป็นกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ตัดให้มีความยาวประมาณ 4 นิ้ว หรือมีข้ออย่างน้อย 3 ข้อ ควรลิดใบส่วนล่างออกให้เหลือแต่ใบด้านบนเพียง 1 ใบ เพื่อลดการคายน้ำและช่วยให้พลังงานไปเลี้ยงการสร้างราก หากต้องการเร่งการงอกรากสามารถใช้ฮอร์โมนช่วย โดยใช้ IBA และ NAA ในอัตราส่วน 1:1 ความเข้มข้น 4,500 ppm การปักชำที่ถูกต้องต้องปักกิ่งลงในวัสดุเพาะชำที่เตรียมไว้ โดยเรียงเป็นแถวและให้ระยะห่างระหว่างกิ่งประมาณ 2 นิ้ว จากนั้นรดน้ำและยากันรา เช่น แคปแทน เพื่อป้องกันเชื้อรา การรักษาความชื้นให้สม่ำเสมอทำได้โดยการวางภาชนะไว้ในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ เพื่อสร้างสภาพเรือนกระจกขนาดเล็ก กิ่งปักชำจะออกรากภายใน 3 สัปดาห์ การตอนกิ่งและการทาบกิ่ง นอกจากการปักชำแล้ว ยังมีวิธีการขยายพันธุ์อื่นๆ [...]

7/3/2568 • โดย Homeday
โรคติดเชื้อราที่ปลายอวัยวะเพศชาย (candida balanitis) เป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อรา Candida ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นผื่นแดง ลอกเป็นขุย มีเมือกขาว คัน แสบ บริเวณปลายอวัยวะเพศ ถ้าทิ้งไว้ไม่รักษาอาจจะลุกลามกลายเป็นตุ่มน้ำและเป็นแผลได้ โรคนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากความอับชื้น การใช้สบู่ที่แรงเกินไปหรือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงที่ติดเชื้อราที่ช่องคลอด โรคนี้ไม่สามารถหายได้เองต้องรักษาด้วยการกินยาและทายา อย่าให้ความเขินอายมาปิดกั้นสุขภาพของคุณ เพราะปัญหาผิวหนังที่ปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามจนการรักษายากขึ้น การพบแพทย์แต่เนิ่นๆ คือการดูแลตัวเองที่ดีที่สุด นพ.ภค สาธิตพิฐกุลแพทย์ผู้ชำนาญการโรคผิวหนัง โรงพยาบาลรามคำแหงสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกผิวหนัง ศัลยกรรมเลเซอร์และความงาม >> https://bit.ly/3OwPJdFโทร.1512 ต่อ 1290, 1299Line Official : @ramhospital

17/3/2568 • โดย Homeday
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 กรมวิทยาศาสตร์บริการ นำโดย ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา ผู้อำนวยการสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จังหวัดเชียงราย เพื่อหารือความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์บริการร่วม อว. ตามนโยบายกรมวิทย์ฯ บริการที่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ (NQI) ให้แข็งแกร่ง โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการไทยให้เทียบเท่าสากล เสริมศักยภาพการทดสอบและสอบเทียบ เพิ่มความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของงานวิเคราะห์ เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ นำไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ศ.ดร.สุจิตรา วงศ์เกษมจิตต์ รองอธิการบดี มฟล. ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือ โดยมุ่งพัฒนาจากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อรองรับการเติบโตของผู้ประกอบการไทย เพิ่มขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก นอกจากนี้ คณะผู้บริหารกรมวิทย์ฯ ได้เยี่ยมชมศูนย์ความเป็นเลิศภายใต้ยุทธศาสตร์ FMFC มฟล. อาทิ ศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจร ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยเชื้อรา ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ SMEs เครื่องสำอางไทย สถาบันชาและกาแฟ มฟล.ก้าวสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านการวิเคราะห์ ทดสอบ วิจัย และพัฒนา แต่ยังเป็นการนำวิทยาศาสตร์สู่การดูแลประชาชน [...]

11/1/2568 • โดย Homeday
นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกับความร่วมมือระหว่าง SB DESIGN SQUARE ผู้นำด้าน Home Design Solutions และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ได้ทำการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม “Smart Wardrobe Purifier” ตู้เสื้อผ้าฟอกอากาศที่ช่วยลดปัญหาเชื้อรา แบคที

31/7/2568 • โดย Homeday
พูดถึงอากาศเมืองไทยบ้านเราทีไร ก็ต้องนึกถึง 3 คำนี้เลย ร้อน! ชื้น! ฝน! และแน่นอนว่าอากาศแบบนี้คือโจทย์สุดท้าทายของการสร้างบ้านให้ “อยู่สบาย” เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่เราอยากจะทิ้งตัวพักผ่อนที่สุด เจ้าของบ้านหลายคนอาจยังมองข้ามเรื่องการเลือกวัสดุก่อสร้างและการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับภูมิอากาศ ทั้งที่จริงแล้วนี่เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างบ้านที่อยู่สบายในสภาพอากาศร้อนชื้น และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างชัดเจน ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง จัดการความร้อนและรับมือกับฝน เมื่อความร้อนจากแสงแดด ส่งผ่านผนังและหลังคาเข้ามาในตัวบ้านทำให้บ้านกลายเป็นเตาอบ ส่วนสายฝนก็พร้อมจะแทรกซึมเข้าทำลาย ก่อให้เกิดปัญหาคลาสสิกอย่างเชื้อรา กลิ่นอับ และความเสียหายต่อโครงสร้างโดยเฉพาะฝ้าเพดานและผนังภายในบ้านระยะยาว หากไม่มีการจัดการที่ดี บ้านจะอบอ้าว อับชื้น และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขอนามัยและโรคทางเดินหายใจได้ ปัจจุบันจึงมีวัสดุหลากหลายที่ช่วยสะท้อนความร้อนและป้องกันไม่ให้ความร้อนภายนอกเข้ามาในบ้าน และหนึ่งในวัสดุที่น่าสนใจ คือ แผ่นยิปซัมเวเทอร์บล็อค ตราช้าง รุ่น เมทัลไลท์ฟอยล์ ที่มาพร้อมชั้นฟอยล์สะท้อนรังสีความร้อนสูงถึง 89% จึงช่วยลดการสะสมความร้อนในห้องและรู้สึกเย็นสบายขึ้น ลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ แผ่นยิปซัมชนิดนี้ยังออกแบบให้มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ จึงช่วยลดปัญหาบวม หดตัว หรือแตกร้าวของแผ่นฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งยับยั้งการเกิดเชื้อรา ให้ฝ้าสวยงามเสมอ สามารถใช้งานได้กับบ้านทั้งหลัง ไม่ว่าจะเป็นฝ้าภายนอก และภายใน เรียกได้ว่าแผ่นเดียวครบ จบทั้งหลัง เมื่อบ้านของคุณได้รับการดูแลอย่างครบถ้วน ทั้งในเรื่องการจัดการความร้อน การรับมือกับฝน สิ่งที่ตามมาคือคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตและการพักผ่อนที่ลดการพึ่งพาเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องลดความชื้น ส่งผลให้สามารถประหยัดพลังงาน และยังลดการสร้างก๊าซเรือนกระจกจากการใช้งานได้ [...]

23/10/2568 • โดย Homeday
ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งใน Pain Point ของคนมีบ้านคือ ‘ความกังวล’ เรื่องการซ่อมแซมและดูแลรักษาบ้านที่รัก! แต่วันนี้มีข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านหรือเป็นเจ้าของบ้านในโครงการของ PEACE & LIVING เมื่อ “นายช่าง โดย ดูโฮม” บริการดูแลรักษาบ้านครบวงจร ภายใต้ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) จับมือกับ บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ เปิดตัวสุดยอดบริการที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ “แพ็กเกจบริการดูแลบ้าน สบายใจอยู่อาศัย” ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับลูกบ้านของ PEACE & LIVING โดยเฉพาะ การร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่เชื่อร่วมกันว่า “บ้านที่ดี ไม่เพียงแต่ต้องมีคุณภาพการก่อสร้าง แต่ยังต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข ความอบอุ่น และความรู้สึกสบายใจที่ยั่งยืน” การผนึกกำลังครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ “นายช่าง โดย ดูโฮม” สู่การเป็น “ผู้ให้บริการเรื่องบ้านอย่างครบวงจร” (Home Solution Destination) อย่างแท้จริง ด้วยประสบการณ์งานบริการคุณภาพมากกว่า 200,000 งานบริการทั่วประเทศ มาพร้อมกับแนวคิดสุดอบอุ่นที่ว่า [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
การทำปุ๋ยออร์แกนิกจากวัสดุเหลือใช้ในบ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างสังคมที่ยั่งยืน เศษวัสดุที่เรามักจะทิ้งเป็นขยะอย่างเปลือกไข่ กากกาแฟ หรือเปลือกกล้วยล้วนมีประโยชน์มหาศาลในการบำรุงดินและเติมสารอาหารให้พืช บทความนี้จะแนะนำ 9 สูตรปุ๋ยออร์แกนิกทำง่ายจากวัสดุในครัวเรือน พร้อมวิธีการใช้งานที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ต้นไม้ของคุณเติบโตอย่างสมบูรณ์และปลอดภัยจากสารเคมี ประโยชน์ของการทำปุ๋ยออร์แกนิกใช้เอง การหันมาทำปุ๋ยออร์แกนิกใช้เองมีข้อดีมากมาย เริ่มจากการช่วยลดค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากวัตถุดิบหาได้ง่ายในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นเปลือกไข่ เปลือกผลไม้ หรือกากกาแฟที่ใช้แล้ว นอกจากนี้ ยังเป็นการลดปริมาณขยะในบ้านอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำสิ่งที่มักถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะมาแปรรูปเป็นปุ๋ยที่มีคุณค่า ประโยชน์สำคัญอีกประการคือการลดการใช้สารเคมี ปุ๋ยที่ทำเองจากวัสดุธรรมชาติไม่มีสารเคมีอันตราย ทำให้มั่นใจได้ว่าพืชผักที่ปลูกด้วยปุ๋ยเหล่านี้จะปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ สามารถทำร่วมกันในครอบครัวเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย ปุ๋ยออร์แกนิกถือเป็นส่วนสำคัญในการเกษตรแบบยั่งยืน ช่วยปรับปรุงคุณภาพของดินในระยะยาว เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ และสร้างระบบนิเวศที่สมดุลในแปลงเกษตรหรือสวนหย่อม ทำให้พืชแข็งแรงต้านทานโรคได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี สูตรปุ๋ยจากเปลือกไข่ แคลเซียมธรรมชาติเพื่อต้นไม้ เปลือกไข่เป็นแหล่งแคลเซียมชั้นเยี่ยมที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ช่วยให้ออกดอกออกผลดี และมีสารอาหารสำคัญอย่างไนโตรเจน ซิงก์ และฟอสฟอรัส การทำปุ๋ยจากเปลือกไข่ทำได้ง่ายมาก เริ่มจากล้างเปลือกไข่ให้สะอาดและนำไปตากให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันเชื้อรา หลังจากนั้นบดให้ละเอียดเป็นผงและนำไปผสมกับดินหรือโรยรอบโคนต้น อีกวิธีหนึ่งคือการนำเปลือกไข่บดละเอียดไปแช่น้ำข้ามคืน แล้วนำน้ำที่ได้ไปรดต้นไม้ วิธีนี้ช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้เร็วขึ้น จากการศึกษาพบว่าเปลือกไข่ช่วยปรับสภาพดินที่เป็นกรดให้เป็นกลางมากขึ้น เหมาะสำหรับพืชที่ต้องการแคลเซียมสูงอย่างมะเขือเทศ พริก และผักใบเขียวต่างๆ การใช้ปุ๋ยเปลือกไข่อย่างสม่ำเสมอยังช่วยป้องกันอาการปลายใบไหม้และช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้น ควรใช้อย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้พืชได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง สูตรปุ๋ยจากเปลือกกล้วย เพิ่มโพแทสเซียมให้ดินอย่างมีประสิทธิภาพ เปลือกกล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช โดยเฉพาะโพแทสเซียม [...]

20/3/2568 • โดย Homeday
การระบายอากาศเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคาร ระบบระบายอากาศที่ดีไม่เพียงแต่สร้างความสบายเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ทำความเข้าใจระบบระบายอากาศ: มากกว่าแค่การเปิดหน้าต่าง ระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพมีความซับซ้อนมากกว่าการเปิดหน้าต่างธรรมดา นักออกแบบบ้านสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับการไหลเวียนอากาศอย่างเป็นระบบ การระบายอากาศที่ดีประกอบด้วยหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การระบายอากาศตามธรรมชาติ การระบายอากาศเชิงกล และการควบคุมความชื้น การระบายอากาศตามธรรมชาติ: พลังลมและการออกแบบ การออกแบบบ้านที่คำนึงถึงการระบายอากาศตามธรรมชาติเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการวางผังอาคาร นักออกแบบคำนึงถึงทิศทางลม ตำแหน่งของหน้าต่าง และช่องเปิดต่างๆ เพื่อให้อากาศสามารถไหลเวียนได้อย่างสะดวก หลักการนี้ช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคาร กำจัดอากาศที่อับชื้น และสร้างสภาพแวดล้อมที่สดชื่น ระบบระบายอากาศเชิงกล: เทคโนโลยีสมัยใหม่ พัดลมระบายอากาศและระบบระบายอากาศอัจฉริยะกลายเป็นส่วนสำคัญในบ้านสมัยใหม่ ระบบเหล่านี้ทำงานอย่างต่อเนื่อง กรองอากาศ และควบคุมการไหลเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบที่ดีสามารถกำจัดมลพิษ ฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ออกจากอากาศภายในบ้าน วิธีตรวจสอบระบบระบายอากาศให้ถูกสุขลักษณะ 1. การตรวจสอบประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศ ตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้นภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ สังเกตการเกิดเชื้อรา คราบชื้น หรือกลิ่นอับ วัดอัตราการไหลเวียนของอากาศด้วยเครื่องมือวัดคุณภาพอากาศ 2. การดูแลรักษาระบบระบายอากาศ ทำความสะอาดช่องระบายอากาศและพัดลมทุก 3-6 เดือน เปลี่ยนไส้กรองอากาศตามคำแนะนำของผู้ผลิต ตรวจสอบการทำงานของระบบระบายอากาศเป็นประจำ 3. เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพ ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเพิ่มเติม ใช้พืชในร่มบางชนิดช่วยดูดซับมลพิษ เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ช่วยในการระบายอากาศ เครื่องมือตรวจสอบคุณภาพอากาศ [...]

30/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้านเป็นวิธีการที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์หลากหลาย ทั้งในการประกอบอาหาร การรักษาสุขภาพ และการไล่แมลง การปลูกตะไคร้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ยังเป็นการสร้างพื้นที่เขียวให้กับบ้านและสามารถสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกตะไคร้ในกระถางอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การเตรียมต้นพันธุ์ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและการใช้ประโยชน์ ทำไมต้องเลือกปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้าน? การปลูกตะไคร้ในกระถางมีข้อดีมากมายที่ทำให้ผู้คนหันมาสนใจมากขึ้น1 เนื่องจากในปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาสนใจทำการเกษตรกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่บ้านในเมืองหลวงที่ยอมแบ่งพื้นที่เอาไว้ปลูกผักสวนครัวเพื่อนำไปใช้และลดค่าใช้จ่าย การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกลงดิน โดยเฉพาะในเรื่องของการระบายน้ำและการป้องกันศัตรูพืช ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cymbopogon citrates เป็นพืชล้มลุกในตระกูลหญ้า มีถิ่นกำเนิดจากแถบอินโดนีเซีย พม่า ศรีลังกา และไทย1 ลักษณะเด่นของตะไคร้คือการขึ้นเป็นกอและมีเหง้าอยู่ชั้นใต้ดิน ลำต้นเป็นรูปทรงกระบอกผิวเกลี้ยง เจริญเติบโตได้ประมาณ 1 เมตร มีใบเดี่ยวสีเขียวอ่อนลักษณะเรียวยาวปลายแหลม การขยายพันธุ์ทำได้ด้วยการแยกกอออกมาปลูกใหม่1 ทำให้เป็นพืชที่เหมาะสำหรับการปลูกในครัวเรือนเป็นอย่างมาก ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสุขภาพ การปลูกตะไคร้ที่บ้านนอกจากจะได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณทางการแพทย์ที่หลากหลาย1 ตะไคร้มีสรรพคุณที่ช่วยรักษาไข้หวัด ขับเสมหะ ขับลม แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล ต้านเชื้อรา ต้านการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สเปรย์กันยุง สบู่ แชมพู ยาทาแก้ปวดเมื่อย และเครื่องสำอาง ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย การเลือกพันธุ์และเตรียมต้นพันธุ์ตะไคร้ ก่อนเริ่มปลูกตะไคร้ [...]

5/9/2567 • โดย Homeday
พีดีเฮ้าส์ ลุยรับสร้างบ้านใต้-ตต. เผย Q3 ยอดขายบ้านเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจฝืด โอ่ปักธงสาขานาน 17 ปี แบบไร้คู่แข่งกลุ่ม Top 5 แนะผู้ประกอบการท้องถิ่นเร่งยกระดับมาตรฐานคุณภาพ-บริการ เชื่อรับสร้างบ้านภาคใต้ยังมีโอกาสขยายตัว นายพิศาล ธรรมวิเศษ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป (ประจวบคี

12/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้าน การเลือกทำเลและการวางผังบ้านอย่างถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม แต่กลับส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ระยะห่างระหว่างบ้านไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสวยงาม หากแต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขอนามัย และกฎหมายที่ควบคุมการก่อสร้างอีกด้วย การเข้าใจถึงความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้านจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการก่อสร้างหรือเลือกซื้อบ้านได้อย่างชาญฉลาด ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเองและครอบครัว กฎหมายว่าด้วยระยะห่างระหว่างอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมืองได้กำหนดระเบียบและข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะห่างระหว่างอาคาร เพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัย การระบายอากาศ และการป้องกันอัคคีภัย โดยมีหลักเกณฑ์หลักๆ ที่ควรทราบดังนี้ ระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดิน กฎหมายกำหนดให้อาคารต้องมีระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดินตามข้อกำหนดผังเมือง ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทและความสูงของอาคาร โดยทั่วไปแล้ว มีหลักเกณฑ์ดังนี้: อาคารสูงไม่เกิน 2 ชั้น ต้องถอยร่นจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 1-2 เมตร อาคารสูงเกิน 2 ชั้น ต้องถอยร่นเพิ่มขึ้นตามความสูงของอาคาร กรณีติดถนนสาธารณะ ระยะถอยร่นจะแตกต่างกันไปตามความกว้างของถนน ระยะห่างระหว่างอาคารข้างเคียง เพื่อความปลอดภัยและการระบายอากาศที่ดี กฎหมายกำหนดระยะห่างระหว่างอาคารข้างเคียงไว้อย่างชัดเจน: อาคารที่มีหน้าต่างช่องแสง ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า 3-4 เมตร อาคารที่ไม่มีหน้าต่าง สามารถอยู่ใกล้กันได้มากกว่า แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2 เมตร คำนึงถึงความสูงของอาคาร ยิ่งอาคารสูง ระยะห่างจะต้องมากขึ้นตามสัดส่วน เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ของการกำหนดระยะห่าง การระบายอากาศและแสงธรรมชาติ ระยะห่างระหว่างอาคารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการระบายอากาศและแสงธรรมชาติ การวางตำแหน่งบ้านที่เหมาะสมจะช่วย: เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดความชื้นและป้องกันการเกิดเชื้อรา [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ความชื้นที่เพิ่มขึ้นนำมาซึ่งปัญหาโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง ทั้งสุนัขและแมว เจ้าของหลายคนอาจเคยพบว่าสัตว์เลี้ยงของตนเริ่มเกาตัวบ่อย มีผื่นแดง หรือขนร่วงในช่วงนี้ บทความนี้จะแนะนำวิธีป้องกันและดูแลสัตว์เลี้ยงในหน้าฝนอย่างถูกวิธี เพื่อให้พวกเขามีสุขภาพผิวที่ดีตลอดฤดูกาล สาเหตุของโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยงช่วงหน้าฝน หน้าฝนเป็นช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยงเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังมากกว่าฤดูอื่น ด้วยสาเหตุต่างๆ ดังนี้ ความชื้นสูงและอากาศอบอุ่น สภาพอากาศที่ชื้นและอบอุ่นในหน้าฝนเป็นสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย และไรต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง เมื่อผิวหนังของสัตว์เลี้ยงสัมผัสกับความชื้นเป็นเวลานาน โอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณซอกพับต่างๆ เช่น ใต้ขาหนีบ ใต้ใบหู หรือระหว่างนิ้วเท้า ขนเปียกและแห้งช้า เมื่อสัตว์เลี้ยงเปียกฝนและขนแห้งช้า จะทำให้ผิวหนังชื้นและอับเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ที่มีขนหนาหรือขนยาว เช่น โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ชิห์ สุ หรือชาวเชาว์ จะมีความเสี่ยงมากกว่าพันธุ์ขนสั้น น้ำท่วมขังและสิ่งสกปรก ในช่วงฝนตก มักมีน้ำท่วมขังตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งอาจปนเปื้อนสารเคมี เชื้อโรค หรือพยาธิ เมื่อสัตว์เลี้ยงเดินลุยน้ำหรือนอนบนพื้นเปียก สิ่งสกปรกเหล่านี้จะสัมผัสกับผิวหนังและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อได้ แมลงและปรสิตภายนอก หน้าฝนเป็นช่วงที่มีแมลงและปรสิตชุกชุม เช่น เห็บ หมัด ไร และยุง ซึ่งสามารถเป็นพาหะนำโรคมาสู่สัตว์เลี้ยงได้ การกัดของแมลงเหล่านี้ทำให้เกิดอาการคันและระคายเคือง นำไปสู่การเกาที่มากเกินไปจนผิวหนังบาดเจ็บและติดเชื้อ โรคผิวหนังที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงช่วงหน้าฝน [...]