พบ 98 บทความ

21/2/2568 • โดย Homeday
อุบัติเหตุในบ้านเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยไม่คาดคิด หลายคนอาจไม่รู้ว่าประกันบ้านที่ทำไว้คุ้มครองอุบัติเหตุอะไรบ้าง วันนี้เราเลยรวบรวมอุบัติเหตุที่เคลมประกันได้มาให้รู้กัน จะได้ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเองเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน 6 อุบัติเหตุในบ้าน ที่ประกันบ้านคุ้มครอง ประกันบ้านส่วนใหญ่ มักจะให้ความคุ้มครองครอบคลุมอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในบ้าน หรือบริเวณบ้าน ซึ่งอาจเกิดจากความประมาทของผู้อาศัยเอง หรือจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ โดย 6 อุบัติเหตุที่พบบ่อยและประกันบ้านคุ้มครองมีดังนี้ 1. มีคนลื่นล้มหรือได้รับอุบัติเหตุในบ้าน กรณีที่มีแขกหรือบุคคลภายนอกมาเยี่ยมบ้านแล้วเกิดอุบัติเหตุ เช่น ลื่นล้มในห้องน้ำ สะดุดพรมล้ม หรือตกบันได ประกันบ้านจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าแพทย์ ค่ายา ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ และอาจมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอุบัติเหตุและเงื่อนไขของกรมธรรม์ 2. อุบัติเหตุจากสิ่งของที่ปลิวมากับลม-พายุ เมื่อเกิดพายุหรือลมแรง อาจมีสิ่งของปลิวมากระทบบ้านหรือทรัพย์สินของผู้อื่น เช่น กระเบื้องหลังคาปลิว กิ่งไม้หัก หรือป้ายโฆษณาหล่นใส่รถของแขก ประกันบ้านจะรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สินของเราและของบุคคลอื่น รวมถึงค่าซ่อมแซมที่จำเป็น 3. สัตว์เลี้ยงทำร้ายแขก ทาสน้องหมาน้องแมวต้องรู้! หากสุนัขหรือแมวที่เลี้ยงไว้กัดหรือทำร้ายแขกที่มาเยี่ยมบ้าน ประกันบ้านจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยให้กับผู้เสียหาย แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น เหตุการณ์นั้นต้องเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ความคุ้มครองและเงื่อนไขของประกันบ้านจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยและแผนที่คุณเลือก ดังนั้น ควรอ่านรายละเอียดในกรมธรรม์อย่างละเอียด 4. มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในบ้าน [...]

1/3/2568 • โดย Homeday
การมีสัตว์เลี้ยงในบ้านให้ความสุขและความอบอุ่นแก่ทุกครอบครัว แต่บางครั้งพฤติกรรมการกินอาหารของพวกเขาอาจทำให้เจ้าของกังวลใจ โดยเฉพาะเมื่อสัตว์เลี้ยงมีนิสัยกินอาหารเร็วเกินไป พฤติกรรมนี้พบได้บ่อยทั้งในสุนัขและแมว ซึ่งนอกจากจะทำให้พวกเขาไม่ได้เพลิดเพลินกับมื้ออาหารอย่างเต็มที่แล้ว ยังอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ การกินอาหารเร็วเกินไปของสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญเท่านั้น แต่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ซ่อนอยู่ หรือนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพได้ ทั้งปัญหาระบบย่อยอาหาร การอาเจียน หรือแม้แต่ภาวะท้องบิด (Bloat) ที่อันตรายถึงชีวิตในสุนัขบางสายพันธุ์ บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ และวิธีการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมการกินอาหารเร็วในสัตว์เลี้ยง โดยมุ่งเน้นไปที่เทคนิคการแก้ไขที่ปฏิบัติได้จริงสำหรับทั้งสุนัขและแมว เพื่อให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารของสัตว์เลี้ยงให้ดีขึ้น และส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงกินอาหารเร็ว? การเข้าใจสาเหตุเบื้องหลังพฤติกรรมการกินอาหารเร็วของสัตว์เลี้ยงเป็นก้าวแรกในการแก้ไขปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพ สาเหตุหลักๆ มีดังนี้: สัญชาตญาณตามธรรมชาติ สัตว์เลี้ยงของเรา โดยเฉพาะสุนัข มีบรรพบุรุษเป็นสัตว์ล่าเหยื่อที่ต้องแข่งขันเพื่อหาอาหาร ในธรรมชาติ การกินอาหารให้เร็วที่สุดเป็นกลไกการอยู่รอด เพราะหากกินช้า อาหารอาจถูกสัตว์ตัวอื่นแย่งไป สัญชาตญาณนี้ยังคงฝังอยู่ในสัตว์เลี้ยงปัจจุบัน แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีอาหารเพียงพอแล้วก็ตาม ประสบการณ์ในอดีต สัตว์เลี้ยงที่เคยมีประสบการณ์ขาดแคลนอาหาร เช่น สุนัขจรจัดที่ได้รับการช่วยเหลือ หรือสัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้ง มักจะพัฒนานิสัยการกินอาหารเร็วเนื่องจากความกลัวว่าจะไม่มีอาหารในมื้อต่อไป พฤติกรรมนี้อาจติดตัวมาแม้หลังจากที่พวกเขาได้รับการดูแลอย่างดีแล้วก็ตาม การแข่งขันกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัวอาจเกิดการแข่งขันในเวลาอาหาร โดยเฉพาะถ้าให้อาหารพร้อมกันในพื้นที่ใกล้กัน สัตว์เลี้ยงอาจรู้สึกว่าต้องกินให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอื่นมาแย่งอาหารของตน ความวิตกกังวลหรือความเครียด สัตว์เลี้ยงที่มีความเครียดหรือวิตกกังวลอาจแสดงออกผ่านพฤติกรรมการกินอาหาร รวมถึงการกินเร็วเกินไป สภาพแวดล้อมที่ไม่คงที่ การเปลี่ยนแปลงในบ้าน หรือแม้แต่ความกลัวการถูกรบกวนขณะกินอาหาร ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้สัตว์เลี้ยงกินเร็วขึ้น ความหิวที่มากเกินไป การให้อาหารไม่เพียงพอหรือการเว้นระยะเวลาระหว่างมื้อนานเกินไปอาจทำให้สัตว์เลี้ยงหิวมาก จนเมื่อได้รับอาหารจึงกินอย่างรวดเร็วและตะกละตะกลาม [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกขนมรางวัลที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง เพราะนอกจากจะเป็นการให้รางวัลและสร้างความสัมพันธ์แล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง ขนมรางวัลที่ดีควรมีคุณค่าทางโภชนาการ ปราศจากสารอันตราย และเหมาะสมกับช่วงวัยของสัตว์เลี้ยง หลักการเลือกขนมรางวัลที่มีคุณภาพ คุณค่าทางโภชนาการ การเลือกขนมรางวัลต้องคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลัก โดยมีแนวทางดังนี้ แหล่งโปรตีนคุณภาพ เลือกขนมที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบหลัก ควรระบุแหล่งโปรตีนชัดเจน เช่น เนื้อไก่ เนื้อวัว ปลา หลีกเลี่ยงขนมที่มีส่วนประกอบคลุมเครือหรือใช้คำว่า “เนื้อสัตว์” โดยทั่วไป สารอาหารครบถ้วน มีสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน ประกอบด้วยกรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น เหมาะสำหรับช่วงอายุและสภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยง การตรวจสอบส่วนประกอบ การอ่านฉลากและตรวจสอบส่วนประกอบมีความสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนประกอบแรก ส่วนประกอบแรกควรเป็นเนื้อสัตว์หรือโปรตีนคุณภาพ หลีกเลี่ยงขนมที่มีแป้งหรือน้ำตาลเป็นส่วนประกอบแรก สารเติมแต่ง ตรวจสอบสารถนอมอาหาร หลีกเลี่ยงสีสังเคราะห์ สารกันเสีย และวัตถุกันเสีย เลือกขนมที่มีส่วนประกอบธรรมชาติ ขนาดและปริมาณ การควบคุมปริมาณขนมรางวัลมีความสำคัญต่อสุขภาพ สัดส่วนที่เหมาะสม ขนมรางวัลไม่ควรเกิน 10% ของปริมาณอาหารรายวัน คำนวณตามน้ำหนักและความต้องการพลังงานของสัตว์เลี้ยง ขนาดและรูปแบบ เลือกขนมขนาดเล็กเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง มีความแตกต่างกันระหว่างสุนัขและแมว ประเภทของขนมรางวัลที่ดีต่อสุขภาพ สำหรับสุนัข ขนมจากเนื้อสัตว์ธรรมชาติ เนื้อไก่อบแห้ง ชิ้นเนื้อวัวอบแห้ง ปลาอบแห้ง ขนมเพื่อสุขภาพ ขนมลดกลิ่นปาก [...]

7/4/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงของเราไม่สามารถบอกความรู้สึกผ่านคำพูดได้ แต่พวกเขาแสดงออกถึงความวิตกกังวลผ่านพฤติกรรมและอาการทางกายภาพต่างๆ ที่เจ้าของจำเป็นต้องเรียนรู้และสังเกต การเข้าใจสัญญาณเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของการดูแลบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยง ในยุคที่การอยู่อาศัยมีรูปแบบที่หลากหลายและมีปัจจัยกระตุ้นความเครียดมากมาย ความเข้าใจถึงสัญญาณของความวิตกกังวลในสัตว์เลี้ยงจึงเป็นทักษะสำคัญสำหรับเจ้าของบ้านยุคใหม่ สัญญาณทางกายภาพที่บ่งบอกถึงความวิตกกังวลในสัตว์เลี้ยง ร่างกายของสัตว์เลี้ยงมักแสดงสัญญาณเตือนเมื่อพวกเขารู้สึกกังวล การสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเป็นวิธีแรกที่ช่วยให้เจ้าของระบุได้ว่าสัตว์เลี้ยงกำลังมีความเครียดหรือไม่ สัญญาณทางกายภาพที่พบบ่อยในสุนัขและแมวที่มีความวิตกกังวลอาจรวมถึงการหอบหรือหายใจเร็ว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่ได้มีการออกกำลังกายหรืออากาศร้อน นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงที่มีความวิตกกังวลอาจมีอาการสั่น กล้ามเนื้อตึง แสดงท่าทางตัวงอหรือหลังโค้ง หูพับไปด้านหลังหรือแนบกับศีรษะ และมีม่านตาขยาย ในสุนัข การหอบโดยที่ไม่มีเหตุผลทางกายภาพที่ชัดเจน เช่น ไม่ได้ออกกำลังกายหนัก หรืออากาศไม่ได้ร้อนมาก อาจเป็นสัญญาณของความเครียดหรือความวิตกกังวล สุนัขที่กังวลอาจแสดงการเลียริมฝีปากบ่อยๆ หรือหาวเมื่อไม่ได้เหนื่อยหรือง่วง บางตัวอาจแสดงพฤติกรรมซ่อนตัว พยายามหลบไปอยู่ใต้เฟอร์นิเจอร์หรือในมุมที่รู้สึกปลอดภัย ส่วนหางของสุนัขก็เป็นตัวบ่งชี้ที่ดี หากหางแทบจะซ่อนอยู่ระหว่างขาหลัง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าสุนัขกำลังรู้สึกไม่ปลอดภัย สำหรับแมว สัญญาณทางกายภาพอาจรวมถึงขนพอง หลังโก่ง หูแผ่ไปด้านข้างหรือพับไปด้านหลัง และหางที่กระตุกหรือแกว่งอย่างรวดเร็ว แมวที่วิตกกังวลมักจะมีม่านตาขยาย และอาจจะหดตัวลงให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ แมวบางตัวอาจแสดงพฤติกรรมการเลียตัวเองมากเกินไปจนทำให้เกิดบาดแผลหรือผิวหนังอักเสบ โดยเฉพาะในบริเวณเดิมซ้ำๆ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเครียดที่สะสม การสังเกตสัญญาณทางกายภาพเหล่านี้ต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐานทางกายวิภาคของสัตว์เลี้ยงและพฤติกรรมปกติของพวกเขา เจ้าของควรทำความคุ้นเคยกับท่าทาง การวางตัว และภาษากายของสัตว์เลี้ยงในสภาวะปกติ เพื่อให้สามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อพวกเขารู้สึกไม่สบายใจ การสร้างความคุ้นเคยนี้เป็นส่วนสำคัญของการเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีความรับผิดชอบและเอาใจใส่ พฤติกรรมที่บ่งบอกถึงความวิตกกังวลในสัตว์เลี้ยง นอกเหนือจากสัญญาณทางกายภาพแล้ว พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงยังเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงสภาวะทางอารมณ์ของพวกเขา สัตว์เลี้ยงที่มีความวิตกกังวลมักจะแสดงพฤติกรรมที่ผิดปกติหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติอย่างชัดเจน การสังเกตและเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของสามารถระบุปัญหาและให้การช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม พฤติกรรมหนึ่งที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงที่มีความวิตกกังวล คือการก้าวร้าวที่เพิ่มขึ้น สุนัขหรือแมวที่ปกติมีนิสัยอ่อนโยนอาจเริ่มแสดงอาการขู่ [...]

6/6/2567 • โดย Homeday
แสนสิริ 40 ปี กับแนวคิด “Design for Future: ดีไซน์เพื่ออนาคต” มากกว่าคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เดินหน้าปั้น “สังคมของคนรักสัตว์” ทั้งการออกแบบที่ใส่ใจความปลอดภัยและสิทธิพิเศษที่เข้าใจเจ้าของสัตว์เลี้ยงเปิดตัว “PETS WELCOME CONDO” 5 โครงการใหม่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้แก่ เวียอารีย์, เดอะ มูฟ สุขุม

18/2/2568 • โดย Homeday
การมีสัตว์เลี้ยงหนีออกจากบ้านเป็นความกังวลอันดับต้นๆ ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคน นอกจากจะทำให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลแล้ว ยังอาจนำไปสู่อันตรายต่อชีวิตของสัตว์เลี้ยงที่รัก บทความนี้จะแนะนำวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข เข้าใจพฤติกรรมการหนีของสัตว์เลี้ยง ก่อนที่จะป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงหนี เราต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมพวกเขาถึงอยากหนี สาเหตุหลักมีดังนี้: ความต้องการทางธรรมชาติ: สัตว์เลี้ยงมีสัญชาตญาณในการสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่ยังไม่ได้ทำหมัน มักมีแรงขับทางธรรมชาติที่จะออกตามหาคู่ผสมพันธุ์ ความเบื่อหน่าย: สัตว์เลี้ยงที่ขาดการกระตุ้นทางจิตใจและร่างกายอย่างเพียงพอ อาจหาทางออกไปผจญภัยเพื่อคลายความเบื่อ ความกลัวและความเครียด: เสียงดังจากพลุ ฟ้าผ่า หรือการก่อสร้าง อาจทำให้สัตว์เลี้ยงตกใจและพยายามหนีออกจากแหล่งกำเนิดเสียง การไล่ตามสิ่งเร้า: กลิ่น เสียง หรือการเคลื่อนไหวของสัตว์อื่น อาจกระตุ้นให้สัตว์เลี้ยงวิ่งไล่ตามจนออกนอกบริเวณบ้าน การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย การป้องกันเริ่มต้นจากภายในบ้านก่อน: การตรวจสอบและซ่อมแซมจุดอ่อน สำรวจรอยแตกหรือช่องโหว่ตามผนัง รั้ว และประตูรั้ว ติดตั้งตาข่ายหรือมุ้งลวดที่หน้าต่างทุกบาน ตรวจสอบความแข็งแรงของประตูรั้วและกลอนประตูเป็นประจำ ซ่อมแซมรูหรือช่องโหว่ทันทีที่พบ การจัดพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้าน จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น มุมนอน มุมเล่น ติดตั้งประตูกั้นในจุดที่อาจเป็นอันตราย เก็บของมีค่าและสิ่งที่อาจเป็นอันตรายให้พ้นมือ จัดวางอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ให้เป็นระเบียบและเข้าถึงง่าย เทคโนโลยีและอุปกรณ์ช่วยในการป้องกัน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์มากมายที่ช่วยป้องกันการหนีของสัตว์เลี้ยง: ระบบติดตามตัว ปลอกคอ GPS: ติดตามตำแหน่งสัตว์เลี้ยงแบบเรียลไทม์ ไมโครชิพ: ฝังใต้ผิวหนังเพื่อระบุตัวตนหากสัตว์เลี้ยงหลงทาง แท็กติดตามบลูทูธ: เหมาะสำหรับการติดตามในระยะใกล้ ระบบกล้องวงจรปิด [...]

15/2/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่การดูแลสัตว์เลี้ยงได้รับความสนใจมากขึ้น คำถามเกี่ยวกับวิตามินเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หลายคนสงสัยว่าจำเป็นต้องให้วิตามินเสริมแก่สัตว์เลี้ยงหรือไม่ บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจและให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกท่าน ความจำเป็นของวิตามินเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงในปัจจุบันส่วนใหญ่ได้รับอาหารสำเร็จรูปที่มีการเติมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นครบถ้วนแล้ว อาหารเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้มีสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของสัตว์เลี้ยงในแต่ละช่วงวัย อย่างไรก็ตาม มีบางกรณีที่สัตว์เลี้ยงอาจต้องการวิตามินเสริม เช่น: สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาสุขภาพเฉพาะ สัตว์เลี้ยงที่กำลังฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย สัตว์เลี้ยงที่ได้รับอาหารปรุงเองที่บ้าน สัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก สัตว์เลี้ยงที่ตั้งท้องหรือให้นม ประเภทของวิตามินที่จำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยง วิตามินที่ละลายในไขมัน วิตามิน A: สำคัญต่อการมองเห็นและระบบภูมิคุ้มกัน วิตามิน D: จำเป็นสำหรับการดูดซึมแคลเซียมและการเจริญเติบโตของกระดูก วิตามิน E: ต้านอนุมูลอิสระและช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน วิตามิน K: จำเป็นสำหรับการแข็งตัวของเลือด วิตามินที่ละลายในน้ำ วิตามิน B รวม: ช่วยในการเผาผลาญอาหารและการทำงานของระบบประสาท วิตามิน C: ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและต้านอนุมูลอิสระ ข้อควรระวังในการให้วิตามินเสริม การพิจารณาให้วิตามินเสริมควรขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้: สภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยง อายุและช่วงวัย รูปแบบอาหารที่ได้รับ คำแนะนำจากสัตวแพทย์ เมื่อไหร่ที่ควรให้วิตามินเสริม การพิจารณาให้วิตามินเสริมควรขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้: สภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยง อายุและช่วงวัย รูปแบบอาหารที่ได้รับ คำแนะนำจากสัตวแพทย์ การเลือกวิตามินเสริมที่เหมาะสม การเลือกวิตามินเสริมควรพิจารณาจาก: ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต ส่วนประกอบและปริมาณที่เหมาะสม [...]

27/2/2568 • โดย Homeday
สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ และ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท โรงแรมเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงชั้นนำในกรุงเทพฯ ที่มอบประสบการณ์การเข้าพักที่สะดวกสบาย พร้อมบรรยากาศที่เป็นมิตรและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยง ได้ต่อยอดการให้ความสำคัญของการเข้าพักพร้อมสัตว์เลี้ยง ด้วยการร่วมมือกับ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จัดกิจกรรม Pet Mobile Grooming จัดบริการรถอาบน้ำ – ตัดขนสัตว์เคลื่อนที่ เมื่อวันที่ 8 และ 22 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา โดยได้ให้แขกผู้เข้าพักและลูกค้าเจ้าของสัตว์เลี้ยงในบริเวณใกล้เคียง ได้เข้ารับบริการดูแลและตัดแต่งขนสัตว์เลี้ยงโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างสะดวกสบายถึงที่หน้าโรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท สิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าพัก โรงแรม สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ร่วมกับโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ผู้เข้าพักที่ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ และ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท จะได้รับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ อาทิ ส่วนลด 7% สำหรับบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ [...]

1/3/2568 • โดย Homeday
แมวบ้านของเราหลายตัวมักมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงมือใหม่ พฤติกรรมหนึ่งที่เห็นได้บ่อยคือการที่แมวชอบปีนขึ้นไปนอนบนพื้นที่สูง ไม่ว่าจะเป็นบนตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือแม้กระทั่งบนหลังคาตู้เย็น หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมแมวถึงชอบทำแบบนี้ และพฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงที่รักของเราหรือไม่ บทความนี้จะไขข้อข้องใจและให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมนี้ของแมว พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับแมวของคุณ สัญชาตญาณดั้งเดิมของแมว: นักล่าจากที่สูง แมวบ้านที่เรารู้จักในปัจจุบัน มีบรรพบุรุษเป็นนักล่าในธรรมชาติ ถึงแม้แมวบ้านของเราจะได้รับการเลี้ยงดูและคุ้นเคยกับมนุษย์มาหลายพันปี แต่สัญชาตญาณดั้งเดิมยังคงหลงเหลืออยู่ในพฤติกรรมหลายอย่าง การชอบอยู่ในที่สูงเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของพวกมัน ในธรรมชาติ แมวป่าจะปีนขึ้นต้นไม้หรือโขดหินเพื่อหาจุดที่เหมาะสำหรับการสอดส่องและล่าเหยื่อ การอยู่ในพื้นที่สูงให้ข้อได้เปรียบหลายประการ: มองเห็นได้กว้างไกล: จากจุดที่สูง แมวสามารถมองเห็นพื้นที่โดยรอบได้ทั่วถึง ช่วยให้พวกมันสามารถสังเกตเหยื่อหรือสิ่งมีชีวิตอื่นในบริเวณใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดซุ่มโจมที่เหมาะสม: การอยู่บนที่สูงช่วยให้แมวสามารถกระโดดลงมาจับเหยื่อได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงช่วยในการโจมตี ปลอดภัยจากผู้ล่า: แม้แมวจะเป็นนักล่า แต่ในธรรมชาติพวกมันก็อาจตกเป็นเหยื่อของสัตว์ที่ใหญ่กว่าได้ การอยู่บนที่สูงช่วยให้พวกมันหลบหนีจากสัตว์ผู้ล่าบนพื้นดินได้ สัญชาตญาณเหล่านี้ยังคงอยู่ในแมวบ้านของเรา ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่จำเป็นต้องล่าเหยื่อเพื่อความอยู่รอดแล้วก็ตาม การนอนบนตู้เสื้อผ้าหรือชั้นวางของในบ้านเราจึงเป็นการตอบสนองต่อสัญชาตญาณดั้งเดิมที่ฝังลึกอยู่ในธรรมชาติของแมว ความรู้สึกปลอดภัยและการมองเห็นทั่วถึง นอกเหนือจากสัญชาตญาณนักล่าแล้ว แมวยังชอบนอนบนที่สูงเพราะให้ความรู้สึกปลอดภัยและสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างทั่วถึง แมวเป็นสัตว์ที่ต้องการความรู้สึกมั่นคงและควบคุมสภาพแวดล้อมได้ การได้อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นทุกอย่างโดยที่ไม่มีใครเห็นพวกมันก่อน (หรืออย่างน้อยก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น) ทำให้พวกมันรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย ในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัว โดยเฉพาะบ้านที่มีทั้งแมวและสุนัข แมวมักจะหาพื้นที่สูงที่สุนัขเข้าไม่ถึง เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนและสร้างอาณาเขตส่วนตัว การมีพื้นที่เฉพาะที่ปลอดภัยจากการรบกวนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพจิตของแมว นอกจากนี้ แมวยังสามารถมองเห็นเจ้าของและสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านได้ทั่วถึงจากจุดที่สูง ทำให้พวกมันสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีส่วนร่วมโดยตรง แมวเป็นสัตว์ที่ชอบสังเกตการณ์โดยธรรมชาติ การได้นั่งดูโลกจากมุมสูงจึงเป็นกิจกรรมที่พวกมันชื่นชอบ อุณหภูมิและความสบาย อีกเหตุผลหนึ่งที่แมวชอบนอนบนที่สูงคือเรื่องของอุณหภูมิและความสบาย เนื่องจากอากาศร้อนมักลอยขึ้นสู่เพดาน [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
กลิ่นตัวในสัตว์เลี้ยงเป็นปัญหาที่น่าหนวกหนวนสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงมากที่สุด การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและวิธีแก้ไขจะช่วยให้คุณอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีความสุข สาเหตุหลักของกลิ่นตัวในสัตว์เลี้ยง 1. สุขอนามัยที่ไม่ดี สุขอนามัยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการควบคุมกลิ่นตัวของสัตว์เลี้ยง การไม่อาบน้ำ ไม่แปรงขน และไม่ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจะส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นติดตัว แบคทีเรียและเชื้อราที่เกาะตามขนและผิวหนังจะสร้างกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ 2. ปัญหาทางระบบย่อยอาหาร อาหารที่ไม่เหมาะสมหรือการแพ้อาหารสามารถทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ ระบบย่อยอาหารที่มีปัญหาจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลิ่นตัวของสัตว์เลี้ยง อาการท้องเสีย แก๊ส หรือการย่อยอาหารที่ไม่สมบูรณ์เป็นสาเหตุสำคัญ 3. โรคผิวหนัง โรคผิวหนังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว การติดเชื้อรา แบคทีเรีย หรือปรสิตบนผิวหนังจะก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นอับ แผลเปื่อย หรือการอักเสบที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ 4. ปัญหาทางระบบขับถ่าย สุนัขและแมวที่มีปัญหาในระบบขับถ่าย เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ริดสีดวงทวาร หรือโรคลำไส้ จะส่งผลให้เกิดกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ 5. ฮอร์โมนและต่อมกลิ่น สัตว์เลี้ยงมีต่อมกลิ่นตามธรรมชาติที่สร้างสารคัดหลั่งเพื่อการสื่อสารและทำหน้าที่บอกเขตแดน หากไม่ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง จะทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวที่รุนแรง วิธีแก้ไขกลิ่นตัวในสัตว์เลี้ยง 1. การดูแลสุขอนามัยที่ถูกต้อง อาบน้ำสัตว์เลี้ยงด้วยแชมพูที่เหมาะสมกับสายพันธุ์และสภาพผิวหนัง แปรงขนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อกำจัดเศษสกปรกและขน ทำความสะอาดหู หู่ และซอกคอทุกสัปดาห์ 2. การจัดการอาหาร เลือกอาหารที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง สังเกตอาการแพ้อาหารและปรับสูตรอาหารตามความเหมาะสม ให้น้ำสะอาดอย่างเพียงพอ 3. [...]

5/6/2568 • โดย Homeday
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีและคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Family Residences) เดินหน้าเป็นอสังหาริมทรัพย์เจ้าแรกจับมือร่วมกับ สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุขกรุงเทพมหานคร นำร่องจัดกิจกรรมทำการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเรื่อง ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือน มกราคม 2569 โดยเริ่มทำการประชาสัมพันธ์ที่โครงการของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ผ่านการจัดกิจกรรม “Hug & Heal Road Show” ที่มาพร้อมกับการให้บริการฉีดไมโครชิปน้องหมา ถึงหน้าโครงการแบบไม่มีค่าใช้จ่าย สร้างการรับรู้ และส่งเสริมการเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีความรับผิดชอบร่วมกันต่อสังคม รวมถึงเพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางในการติดตาม ดูแล และช่วยเหลือในกรณีสัตว์เลี้ยงพลัดหลง หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน นายชวลิต วรสารพิสุทธิ์ ประธานบริหารฝ่ายส่งเสริมประสบการณ์และบริการลูกค้า บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ตลอด 26 ปีที่ผ่านมา เมเจอร์ฯ ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่รองรับการเลี้ยงสัตว์ได้ 100% มากกว่า 60 โครงการ เราให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบ โดยการจัดกิจกรรมโรดโชว์ประชาสัมพันธ์ข้อมูลพร้อมฉีดไมโครชิปร่วมกับสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข กรุงเทพมหานคร [...]

15/2/2568 • โดย Homeday
การอาบน้ำเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยง แต่หลายคนอาจสงสัยว่าควรอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงบ่อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสม บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคน ทำไมต้องอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยง? การอาบน้ำไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความสะอาดเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลายด้าน: กำจัดกลิ่นตัว ลดการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย ป้องกันการเกิดโรคผิวหนัง ช่วยกำจัดขนที่หลุดร่วง เป็นโอกาสในการตรวจสอบสุขภาพผิวหนังและขน อย่างไรก็ตาม การอาบน้ำบ่อยเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อผิวหนังและขนของสัตว์เลี้ยงได้ ความถี่ในการอาบน้ำสำหรับสุนัข สุนัขแต่ละสายพันธุ์มีความต้องการในการอาบน้ำที่แตกต่างกัน: สุนัขขนสั้น อาบน้ำทุก 4-8 สัปดาห์ ขนบางและมีน้ำมันธรรมชาติที่ช่วยปกป้องผิวหนัง ตัวอย่างสายพันธุ์: บีเกิ้ล, ร็อตไวเลอร์, ปั๊ก สุนัขขนยาว อาบน้ำทุก 2-4 สัปดาห์ ต้องการการดูแลเป็นพิเศษเพื่อป้องกันขนพันกัน ตัวอย่างสายพันธุ์: ชิสุ, ยอร์คเชียร์ เทอร์เรียร์, โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ สุนัขที่มีผิวหนังบอบบาง อาบน้ำทุก 6-8 สัปดาห์ ใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนเท่านั้น ตัวอย่างสายพันธุ์: บูลด็อก, ชาร์เป้ ความถี่ในการอาบน้ำสำหรับแมว แมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดและสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ แต่บางครั้งก็จำเป็นต้องอาบน้ำ: แมวขนสั้น โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องอาบน้ำ อาบน้ำเมื่อเปื้อนมากหรือมีกลิ่นตัวแรง ควรแปรงขนสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แมวขนยาว อาบน้ำทุก 6-8 [...]