กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

21/11/2566 • โดย Homeday
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีและคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Family Residences) โดย คุณอาระตี เบญจาธิกูล ผู้อำนวยการส่วนงานสื่อสารการตลาด พร้อมด้วย น้องแบมแบม สุนัขพันธุ์ชิวาว่า ร่วมขึ้นรับรางวัล Bronze ในสาขาCorporate Image / Comm

2/3/2568 • โดย Homeday
เมื่อพูดถึงการดูแลสัตว์เลี้ยง หลายคนอาจนึกถึงการอาบน้ำ แปรงขน หรือพาไปฉีดวัคซีน แต่มีอีกหนึ่งเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ การตัดขนรอบทวารสัตว์เลี้ยง ซึ่งแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กลับมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงของเรา บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าทำไมการตัดขนบริเวณนี้จึงสำคัญ พร้อมทั้งวิธีการดูแลที่ถูกต้องเหมาะสม ความสำคัญของการตัดขนรอบทวารสัตว์เลี้ยง การตัดขนรอบทวารสัตว์เลี้ยง หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า “Sanitary Trim” ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามหรือความสะอาดเท่านั้น แต่เป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในสัตว์ที่มีขนยาวหรือขนหนา เช่น สุนัขพันธุ์ชิสุ พูเดิ้ล โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ หรือแมวเปอร์เซีย เมนคูน เป็นต้น สัตว์เลี้ยงที่มีขนยาวรอบบริเวณทวารมักประสบปัญหาสุขอนามัยได้ง่าย เพราะขนที่ยาวเกินไปจะเป็นที่สะสมของสิ่งสกปรก เช่น อุจจาระที่ติดขน ปัสสาวะที่เปียกขน หรือแม้แต่การสะสมของแบคทีเรียที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การปล่อยให้ขนรอบทวารยาวเกินไปยังอาจเป็นสาเหตุของการอุดตันของต่อมสกังค์ (anal glands) ในสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นต่อมที่ผลิตสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว ใช้ในการบ่งบอกอาณาเขตและส่งสัญญาณทางสังคมระหว่างสัตว์ด้วยกัน ต่อมเหล่านี้จะระบายออกตามธรรมชาติเมื่อสัตว์ขับถ่าย แต่หากมีขนปกคลุมมากเกินไป อาจทำให้ต่อมเหล่านี้ไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ ทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือแม้กระทั่งฝีได้ ปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ตัดขนรอบทวาร การละเลยการตัดขนรอบทวารสัตว์เลี้ยงสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายประการ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสะอาดเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงอีกด้วย ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยมีดังนี้: ปัญหาเรื่องกลิ่นตัว: ขนที่ปนเปื้อนด้วยปัสสาวะและอุจจาระจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ แม้จะอาบน้ำแล้วแต่หากไม่ได้ทำความสะอาดบริเวณนี้อย่างทั่วถึง [...]

8/4/2566 • โดย Homeday
สุขภาพของร็อตไวเลอร์ ปัญหาสุขภาพของสุนัขร็อตไวเลอร์ที่พบบ่อยคือ โรคข้อศอก ข้อสะโพกเจริญผิดปกติ ส่วนโรคที่มีความเสี่ยงจะพบ ได้แก่ มะเร็งกระดูก ตับ ม้าม และต่อมน้ำเหลือง

2/3/2568 • โดย Homeday
การเดินทางกับสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องสนุก แต่ปัญหาที่มักพบบ่อยคือ “อาการเมารถ” ที่ทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่สบาย และผู้เลี้ยงก็รู้สึกกังวลไปด้วย บทความนี้จะแนะนำวิธีรับมือเมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงอาการเมารถ เพื่อให้การเดินทางของคุณและสัตว์เลี้ยงเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุข เข้าใจอาการเมารถในสัตว์เลี้ยง อาการเมารถในสัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากในมนุษย์ เกิดจากสมองได้รับข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างสิ่งที่ตาเห็นและระบบการทรงตัวในหูชั้นใน เมื่อรถเคลื่อนที่ ร่างกายรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว แต่ตากลับเห็นว่าสิ่งแวดล้อมภายในรถไม่เคลื่อนที่ ความขัดแย้งนี้ทำให้เกิดอาการเมารถ สัตว์เลี้ยงประเภทไหนเมารถได้บ่อย? สัตว์เลี้ยงทุกชนิดสามารถเมารถได้ แต่พบบ่อยที่สุดในสุนัขและแมว โดยเฉพาะ: ลูกสุนัขและลูกแมวมีโอกาสเมารถมากกว่าสัตว์โตเต็มวัย เนื่องจากระบบการทรงตัวยังพัฒนาไม่เต็มที่ สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาเกี่ยวกับหูชั้นใน สัตว์เลี้ยงที่มีประสบการณ์ไม่ดีกับการเดินทางในอดีต บางสายพันธุ์มีแนวโน้มเมารถมากกว่า เช่น สุนัขพันธุ์ที่มีจมูกสั้น (Brachycephalic) อย่าง ปั๊ก, บูลด็อก, เปอร์เซีย ส่วนสัตว์ขนาดเล็ก เช่น กระต่าย, หนู, แฮมสเตอร์ ก็สามารถเมารถได้เช่นกัน แต่ความเสี่ยงอาจมากกว่าเนื่องจากมีขนาดเล็กและระบบร่างกายที่บอบบาง สังเกตอาการเมารถในสัตว์เลี้ยง การรู้จักสัญญาณเตือนเมื่อสัตว์เลี้ยงเริ่มเมารถเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณจัดการกับปัญหาได้อย่างทันท่วงที อาการเมารถในสุนัข น้ำลายไหลมากผิดปกติ หาวบ่อย หายใจเร็ว กระสับกระส่าย ไม่อยู่นิ่ง สั่น อาเจียน เบื่ออาหาร ไม่ยอมกินขนมที่ปกติชอบ เลียริมฝีปากบ่อยๆ ส่งเสียงร้องผิดปกติ ท้องเสีย อาการเมารถในแมว น้ำลายไหยมากกว่าปกติ หายใจเร็ว [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
โรคข้อเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีอายุมากขึ้น เป็นภาวะที่กระดูกอ่อนในข้อต่อเริ่มสึกหรอและทำลายลง ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดและจำกัดการเคลื่อนไหว ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นโรคข้อเสื่อม พันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อโรคข้อเสื่อม เช่น สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเดนรีทรีฟเวอร์ เยอรมันเชพเพิร์ด แมวพันธุ์เปอร์เซีย บริติช ช็อตแฮร์ น้ำหนักเกิน สัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกินจะสร้างแรงกดทับบนข้อต่อมากขึ้น ทำให้กระดูกอ่อนสึกหรอเร็วขึ้น อายุ เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น กระบวนการเสื่อมของข้อต่อจะเกิดเร็วและรุนแรงมากขึ้น วิธีป้องกันโรคข้อเสื่อม 1. การควบคุมน้ำหนัก คำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสม เลือกอาหารที่มีคุณภาพและสารอาหารครบถ้วน หลีกเลี่ยงการให้ขนมระหว่างมื้ออาหารมากเกินไป 2. การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ปรับระดับการออกกำลังกายตามวัยและสภาพร่างกาย เดินหรือวิ่งเล่นอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักเกินไป 3. โภชนาการเพื่อสุขภาพข้อต่อ สารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงข้อต่อ: กลูโคซามีน คอนดรอยตินซัลเฟต กรดไขมันโอเมก้า 3 แคลเซียม 4. การตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจร่างกายกับสัตวแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตรวจเลือดและเอ็กซเรย์เพื่อติดตามสุขภาพข้อต่อ 5. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จัดพื้นที่นอนนุ่มสบาย วางเบาะรองนอนในพื้นที่อบอุ่ม หลีกเลี่ยงพื้นผิวลื่นหรือขรุขระ 6. การดูแลเสริม นวดกล้ามเนื้อและข้อต่อเบาๆ ใช้อุปกรณ์พยุงข้อต่อสำหรับสัตว์สูงวัย [...]

17/11/2566 • โดย Homeday
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีและคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Family Residences) โดย คุณอาระตี เบญจาธิกูล ผู้อำนวยการส่วนงานสื่อสารการตลาด พร้อมด้วย น้องแบมแบม สุนัขพันธุ์ชิวาว่า ร่วมขึ้นรับรางวัล Bronze ในสาขา Corporate I

14/3/2568 • โดย Homeday
สุนัขพันธุ์ชิสุเป็นสุนัขขนาดเล็กที่น่ารักและเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสัตว์เลี้ยง การดูแลขนของชิสุถือเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากลักษณะเฉพาะของโครงสร้างขนและสรีระของสุนัขพันธุ์นี้ โครงสร้างขนของชิสุที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ สุนัขพันธุ์ชิสุมีขนสองชั้น ประกอบด้วยขนชั้นนอกที่ค่อนข้างบาง และขนชั้นในที่หนานุ่ม ลักษณะเช่นนี้ทำให้ขนมีแนวโน้มที่จะพันกันง่าย และต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เหตุผลที่ต้องตัดขนบ่อย การป้องกันการพันกันของขน ขนชิสุมีแนวโน้มที่จะพันกันได้ง่าย โดยเฉพาะในบริเวณใต้ท้อง ใต้ขา และบริเวณหูที่มีขนยาว หากไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่ปัญหาผิวหนังที่ร้ายแรง การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย การตัดขนช่วยให้สุนัขสามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนจัด ขนที่ยาวเกินไปอาจทำให้สุนัขรู้สึกร้อนและไม่สบาย การตรวจสอบสุขภาพผิวหนัง การตัดขนบ่อยๆ ช่วยให้เจ้าของสามารถตรวจสอบสภาพผิวหนังของสุนัขได้อย่างละเอียด สามารถสังเกตเห็นแผล แมลง หรือความผิดปกติต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เทคนิคการตัดขนชิสุที่ถูกต้อง ความถี่ในการตัดขน สำหรับชิสุขนสั้น ควรตัดขนทุก 4-6 สัปดาห์ สำหรับชิสุขนยาว ควรตัดขนทุก 6-8 สัปดาห์ เครื่องมือที่จำเป็น กรรไกรตัดขนสุนัขเฉพาะทาง แปรงขนที่เหมาะสำหรับขนชิสุ ปัตตาเลี่ยนตัดขนที่มีคุณภาพ ข้อควรระวังในการตัดขน อย่าตัดขนสั้นเกินไป การตัดขนสั้นเกินไปอาจทำให้ผิวหนังระคายเคือง และเสี่ยงต่อการติดโรคผิวหนัง เลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เครื่องมือที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้สุนัขบาดเจ็บหรือเกิดความเครียดได้ คำนึงถึงอายุและสภาพร่างกาย สุนัขที่มีอายุหรือมีปัญหาสุขภาพต้องได้รับการดูแลพิเศษในการตัดขน ประโยชน์ของการตัดขนสม่ำเสมอ ลดการสะสมของเห็บ หมัด และปรสิตอื่นๆ ป้องกันกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ [...]

7/12/2565 • โดย Homeday
มาทำความรู้จักพิทบูลกันก่อน สุนัขพันธุ์ อเมริกันพิทบูล เทอร์เรีย หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “พิทบูล” มีขนาดตัวสมส่วน กล้ามเนื้อแน่น แข็งแรง น้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 14-40 กิโลกรัม

5/9/2564 • โดย Homeday
สำหรับใครที่พื้นที่ภายในตัวบ้านไม่กว้างมากพอ แต่ชื่นชอบในการเลี้ยงน้องหมา วันนี้แอดมินจึงอยากมาแนะนำสุนัขสายพันธุ์เล็ก ที่สามารถเลี้ยงในทาวน์โฮมได้ แบ

26/2/2568 • โดย Homeday
การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของสุนัข เช่นเดียวกับมนุษย์ สุนัขต้องการการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อรักษาสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “สุนัขควรออกกำลังกายวันละกี่นาที?” คำตอบนั้นไม่ได้ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สายพันธุ์ อายุ ขนาดร่างกาย และสุขภาพโดยรวมของสุนัข บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละประเภท ผลดีของการออกกำลังกาย กิจกรรมที่แนะนำ สัญญาณที่บ่งบอกว่าสุนัขออกกำลังกายมากหรือน้อยเกินไป และคำแนะนำในการออกกำลังกายให้สุนัขอย่างปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าของสุนัขสามารถวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุนัขของตนเองได้ เวลาการออกกำลังกายที่เหมาะสมตามสายพันธุ์ สุนัขพลังงานสูง (60-90 นาทีต่อวัน) สุนัขพลังงานสูงหรือสุนัขที่ถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อการทำงาน มักต้องการการออกกำลังกายประมาณ 60-90 นาทีต่อวัน สายพันธุ์เหล่านี้ได้แก่: บอร์เดอร์ คอลลี่ เจอร์มัน เชพเพิร์ด ไซบีเรียน ฮัสกี้ จัก รัสเซล เทอร์เรียร์ วิซล่า ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ บ็อกเซอร์ สุนัขเหล่านี้มีพลังงานสูงและถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อทำงานที่ต้องใช้ความอดทนและกำลัง หากไม่ได้รับการออกกำลังกายที่เพียงพอ พวกมันอาจเกิดปัญหาพฤติกรรม เช่น กัดทำลายข้าวของ เห่าหอนมากเกินไป หรือมีพฤติกรรมซุกซน การแบ่งการออกกำลังกายเป็นสองช่วงต่อวันจะช่วยให้สุนัขเหล่านี้ได้ระบายพลังงานได้ดี เช่น การเดินเร็ว 30-45 นาทีในตอนเช้า และการเล่นวิ่งไล่จับหรือฝึกเชื่อฟังคำสั่งอีก 30-45 นาทีในตอนเย็น [...]