กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

23/6/2568 • โดย Homeday
มะม่วงหาวมะนาวโห่ หรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carissa carandas L. เป็นผลไม้สมุนไพรที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศไทย ด้วยชื่อที่แปลกตาและสรรพคุณที่หลากหลาย ผลไม้ชนิดนี้จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกพืชสมุนไพรไว้ใช้ในครัวเรือน3 ความเป็นมาและประวัติของมะม่วงหาวมะนาวโห่ ชื่อ “มะม่วงหาวมะนาวโห่” นั้นเป็นชื่อที่เพี้ยนมาจากชื่อดั้งเดิมว่า “มะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่” ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในวรรณคดีไทยเรื่องพระรถเมรี หรือนางสิบสองด้วย3 ผลไม้ชนิดนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น หนามแดง ในภาคกลาง หนามขี้แฮดในเชียงใหม่ หรือมะนาวโห่ในภาคใต้ถิ่นกำเนิดของมะม่วงหาวมะนาวโห่เชื่อกันว่าอยู่แถบประเทศอินเดีย และได้แพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชีย รวมถึงอินโดนีเซีย มาเลเซีย ศรีลังกา พม่า จีน และไทย ในปัจจุบันสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่ค่อนข้างหายากเนื่องจากหลายคนไม่ทราบถึงคุณประโยชน์จึงตัดทิ้ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่น่าสนใจ มะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดย่อม สูงประมาณ 2-3 เมตร และสามารถสูงได้สูงสุดถึง 5 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมยาว 2-5 เซนติเมตร โดยปลายหนามจะมีสีแดงเป็นเอกลักษณ์ ทุกส่วนของต้นจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนม ใบของมะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับ ปลายใบมีลักษณะมนหรือเว้าเข้าเล็กน้อย ผิวใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาและเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ดอกจะออกเป็นช่อสั้นๆ ที่ปลายกิ่ง มีกลีบดอกสีขาวหรือชมพูอ่อนและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ผลของมะม่วงหาวมะนาวโห่มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมรีขนาดเท่าหัวแม่มือ ออกเป็นพวง [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
การบริโภคผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเป็นวิธีธรรมชาติที่ดีที่สุดในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผักแต่ละชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุที่ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคภัยไข้เจ็บ การเลือกรับประทานผักที่หลากหลายจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน 1. กะหล่ำปลี: ราชินีแห่งผักต้านโรค กะหล่ำปลีเป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ประกอบด้วยวิตามินซีและวิตามินเค ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และป้องกันโรคหัวใจ การรับประทานกะหล่ำปลีสดหรือนึ่งจะช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งและโรคเรื้อรังต่างๆ 2. ผักโขม: พลังแห่งธาตุเหล็ก ผักโขมเป็นแหล่งธาตุเหล็กที่สำคัญ ช่วยเพิ่มการสร้างเม็ดเลือดแดง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และต้านการติดเชื้อ มีวิตามินเอ วิตามินซี และกรดโฟลิกสูง ช่วยฟื้นฟูเซลล์และต่อสู้กับอนุมูลอิสระ 3. บร็อกโคลี: ซุปเปอร์ผักต้านมะเร็ง บร็อกโคลีอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซัลโฟราเฟน และวิตามินซี ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่ทำลายเซลล์มะเร็ง ลดการอักเสบ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน การรับประทานบร็อกโคลีอย่างสม่ำเสมอช่วยป้องกันโรคเรื้อรังได้ 4. กระเทียม: ยาปราบเชื้อโรค กระเทียมมีสารอัลลิซิน ที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงของโรคหวัด และโรคติดเชื้อต่างๆ 5. ขิง: สมุนไพรแห่งการบรรเทา ขิงมีสารต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดอาการปวดและอักเสบ กระตุ้นระบบย่อยอาหาร เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และบรรเทาอาการหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ [...]

28/5/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักสดที่วางจำหน่ายตามตลาดกลายเป็นประเด็นที่น่าวิตกสำหรับผู้บริโภค การหันมาปลูกผักไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักสด ๆ ปลอดสารพิษไว้บริโภค การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผักที่เรากินได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัดในบ้านหรือคอนโดมิเนียม ก็สามารถปลูกผักหลากหลายชนิดไว้กินเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่เรียบง่าย การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และได้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักที่ควรรู้ กรมอนามัยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์สารเคมีตกค้างในผักสดที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยพบว่าผักสด 10 ชนิดที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในระดับสูง ผักเหล่านี้ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวาย นอกจากผลกระทบในระยะสั้นแล้ว การได้รับสารเคมีในปริมาณน้อย ๆ แต่สะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระยะยาวอีกด้วย ปัญหานี้ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานผักเพื่อสุขภาพต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นการหันมาปลูกผักไว้กินเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักปลอดสารพิษ การปลูกผักเองยังช่วยให้เราสามารถเลือกใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ การใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำรุงพืช หรือการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการป้องกันแมลงศัตรูพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในสวนเล็ก ๆ ของเราอีกด้วย วิธีปลูกผักใบเขียวในกระถาง การปลูกกวางตุ้งในกระถาง กวางตุ้งเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นสูง การเตรียมดินเริ่มจากการพรวนดินให้พร้อม กำจัดวัชพืชให้หมด แล้วผสมปุ๋ยคอกลงไป จากนั้นหย่อนเมล็ดลงในกระถางเพาะกล้า รดน้ำและใส่ปุ๋ยตามความเหมาะสม [...]

26/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักจากเศษผักเหลือใช้กลายเป็นทางเลือกยอดฮิตสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่จำกัด เช่น หอพัก คอนโด หรือบ้านที่ไม่มีสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การมีผักสวนครัวปลอดสารพิษไว้ใช้เองจึงเป็นวิธีประหยัดที่ทั้งประหยัดเงินและได้ผักสดสะอาดมาบริโภค วิธีการนี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนค่าอาหาร แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายและสร้างความสุขใจอีกด้วย ผักชนิดใดบ้างที่ปลูกจากเศษเหลือใช้ได้? ผักหลายชนิดที่เราใช้ประกอบอาหารประจำวันสามารถนำมาเพาะปลูกใหม่ได้จากส่วนที่เหลือจากการทำอาหาร การเลือกผักที่เหมาะสมจะช่วยให้การปลูกประสบความสำเร็จและได้ผลผลิตที่น่าพอใจ ผักใบเขียวที่ปลูกง่าย ได้แก่ ผักชีที่ควรหั่นจากรากขึ้นมาประมาณ 3 นิ้ว ขึ้นฉ่ายที่หั่นจากรากขึ้นมาประมาณ 2 นิ้ว และต้นหอมที่หั่นตรงก้านให้เหลือประมาณ 2 นิ้ว ผักเหล่านี้มีอัตราการงอกสูงและเติบโตเร็ว ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ผักกลุ่มคะน้าและกาด เช่น บ๊อกฉ่อยและผักกาดขาวที่หั่นให้เหลือโคนประมาณ 2 นิ้ว สามารถเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ ผักกาดหอมหรือผักสลัดก็เป็นอีกทางเลือกที่โตง่าย โดยสามารถนำโคนต้นไปแช่ในชามที่มีน้ำและตั้งไว้ในที่แสงแดดส่องถึง สมุนไพรและผักปรุงรส อย่างสะระแหน่ที่หั่นให้มีขนาดประมาณ 3 นิ้วแล้วเด็ดใบออกให้เหลือ 2-3 ใบ ตะไคร้ก็สามารถปลูกได้โดยเก็บท่อนล่างของลำต้นไว้แล้วนำไปแช่น้ำในแก้วทรงสูง นอกจากนี้ยังมีขิง กระเทียม และผักชนิดอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถเพาะปลูกจากเศษเหลือใช้ได้ วิธีการปลูกผักจากเศษเหลือใช้แบบง่ายๆ ขั้นตอนการปลูกผักจากเศษเหลือใช้มีความง่ายและไม่ซับซ้อน เริ่มต้นด้วยการเตรียมผักที่จะใช้ปลูกโดยนำผักที่เหลือจากการทำอาหารมาหั่นรากหรือโคนออกตามขนาดที่เหมาะสม การหั่นให้ถูกขนาดเป็นสิ่งสำคัญเพราะจะมีผลต่อการงอกของรากใหม่ ขั้นตอนการแช่น้ำเพื่อให้รากงอก เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด โดยนำผักที่หั่นแล้วไปแช่น้ำโดยเติมน้ำประมาณ 1/2 นิ้วหรือให้ท่วมส่วนรากประมาณ 0.5 นิ้ว [...]

3/3/2568 • โดย Homeday
ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า SNPS ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตวัตถุดิบจากสมุนไพร (GHPP) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตวัตถุดิบจากสมุนไพรไทย ด้วยการผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตวัตถุดิบจากสมุนไพรตามกฎกระทรวง GHPP (Good Herbal Processing Practice) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญที่รับรองคุณภาพและความปลอดภัยของกระบวนการผลิตสมุนไพรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข เป็นมาตรฐานเพื่อการผลิตสมุนไพรที่ปลอดภัย มาตรฐาน GHPP เป็นแนวทางปฏิบัติที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตวัตถุดิบจากสมุนไพร ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการแปรรูป การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการจัดเก็บและขนส่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสมุนไพรที่ผลิตได้มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และปราศจากสารปนเปื้อนโดยความสำคัญของการรับรองมาตรฐาน GHPP คัดเลือกมาจาก 1. รับรองคุณภาพ ควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล 2.เพิ่มความปลอดภัย การลดความเสี่ยงจากสารปนเปื้อนและสารตกค้างที่เป็นอันตราย 3.สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ยกระดับความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย 4.เปิดโอกาสสู่ตลาดโลก รองรับการส่งออกและสร้างมาตรฐานสากลให้กับผลิตภัณฑ์ มุ่งมั่นพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรมสมุนไพรที่ยั่งยืน การได้รับการรับรองมาตรฐาน GHPP ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมั่นคง บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานนี้อย่างเคร่งครัด เพื่อส่งมอบวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพสูง สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืน ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยสมุนไพรไทยมาตรฐานระดับโลก [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
ยุงเป็นแมลงตัวร้ายที่มาพร้อมกับอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย นอกจากจะน่ารำคาญแล้ว ยังเป็นพาหะนำโรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น ไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา หลายคนจึงหันมาใช้สเปรย์หรือยากันยุงที่มีสารเคมี แต่การใช้สารเคมีเป็นประจำอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือการใช้สมุนไพรไล่ยุง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันยุงได้ดีไม่แพ้สารเคมี แถมยังปลอดภัยต่อผู้ใช้และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย มาดูกันว่ามีสมุนไพรชนิดใดบ้างที่สามารถนำมาใช้ไล่ยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมควรเลือกใช้สมุนไพรไล่ยุงแทนสารเคมี? การใช้สมุนไพรไล่ยุงมีข้อดีหลายประการเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมี แม้ว่าระยะเวลาในการป้องกันยุงของสมุนไพรอาจจะสั้นกว่า โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่ข้อดีคือคุณสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ สมุนไพรหลายชนิดยังมีประโยชน์อื่นๆ เช่น ช่วยให้ผ่อนคลาย หายใจสะดวก ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น และบรรเทาอาการปวดและอักเสบจากการถูกยุงและแมลงกัดต่อย สมุนไพรที่ใช้ไล่ยุงส่วนใหญ่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นสารสำคัญ ซึ่งมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ยุงไม่ชอบ ทำให้สามารถไล่ยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีอันตราย ที่สำคัญ สมุนไพรเหล่านี้หาได้ง่ายตามครัวเรือนทั่วไป ราคาไม่แพง และสามารถนำมาปลูกไว้รอบๆ บ้านเพื่อช่วยไล่ยุงได้อีกด้วย ตะไคร้หอม: สมุนไพรไล่ยุงอันดับหนึ่งที่ทั่วโลกยอมรับ ตะไคร้หอมเป็นสมุนไพรไล่ยุงที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงที่สุดชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นพืชตระกูลหญ้าที่มีกลิ่นเฉพาะตัว เหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นแตกเป็นกอ ใบยาว สาก หนา และคม ในตะไคร้หอมมีน้ำมันหอมระเหยที่มีสารสำคัญหลายชนิด ได้แก่ Citronella, Citronellol และ Geraniol ซึ่งเป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการไล่ยุงลายได้เป็นอย่างดี วิธีการใช้ตะไคร้หอมไล่ยุงทำได้หลายวิธี วิธีแรกคือการปลูกไว้รอบๆ บ้าน [...]

23/6/2568 • โดย Homeday
หญ้าและวัชพืชหลายชนิดที่เราเห็นขึ้นอยู่ตามสวน ริมรั้ว หรือข้างทางเดิน มักถูกมองว่าเป็นพืชไร้ประโยชน์ที่ควรกำจัดทิ้ง แต่ความจริงแล้ว หญ้าบางชนิดมีสรรพคุณทางยาและประโยชน์มากมายที่น่าสนใจ ทั้งยังสามารถนำมาเป็นสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่างๆ ได้ หญ้าหวาน: ทางเลือกธรรมชาติแทนน้ำตาล หญ้าหวานหรือสตีเวีย (Stevia rebaudiana) เป็นพืชที่มีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า และสารสกัดสตีวิโอไซด์ที่ได้จากหญ้าหวานมีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 200-300 เท่า พืชชนิดนี้เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ย ออกใบรูปวงรีมีขอบหยัก ออกดอกสีขาวที่ปลายกิ่ง หญ้าหวานมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยเบาหวานเพราะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังช่วยลดไขมันในเลือด บำรุงตับ และมีสรรพคุณในการรักษาแผลให้สมานเร็ว งานวิจัยพบว่าผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานสารสกัดหญ้าหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขอบคุณภาพจาก : Wazzadu หญ้าแฝก: ผู้ปกป้องดินและสิ่งแวดล้อม หญ้าแฝกมีลักษณะลำต้นเป็นกอ ใบแคบและยาว มีระบบรากฝอยที่สานตัวกันแน่นและยาวมากเป็นพิเศษ พืชชนิดนี้มีประโยชน์มากมายต่อการเกษตรและการรักษาสภาพแวดล้อม โดยช่วยป้องกันการกัดเซาะหน้าดิน พยุงดินให้แน่นหนา และกักเก็บความชื้นในดินได้ดี หญ้าแฝกยังช่วยแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม เนื่องจากสามารถดูดซับสารอาหารได้ดี และรักษาระบบนิเวศโดยการดูดซับสารพิษ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทำงานหัตถกรรมเพื่อสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย ขอบคุณภาพจาก : มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร แม่สอด หญ้าดอกขาว: สมุนไพรช่วยเลิกสูบบุหรี่ หญ้าดอกขาวหรือหญ้าละออง (Cyanthillium cinereum) เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นเรียวสูง ลำต้นมีขนสีเทาปกคลุม ออกดอกเป็นช่อที่เริ่มต้นเป็นสีม่วงอมแดงหรือชมพู [...]

17/5/2568 • โดย Homeday
ฤดูร้อนในเมืองไทยที่มีแดดจัดและอากาศร้อนอบอ้าวมักเป็นอุปสรรคสำหรับคนรักการปลูกต้นไม้ เพราะต้นไม้หลายชนิดไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศแบบนี้ได้ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะยังมีดอกไม้หลายสายพันธุ์ที่ไม่เพียงแต่ทนทานต่อความร้อน แต่ยังเติบโตและเบ่งบานสวยงามท่ามกลางสภาพอากาศร้อนได้อย่างดีเยี่ยม บทความนี้จะแนะนำ 10 สายพันธุ์ดอกไม้ที่สามารถปลูกได้แม้ในช่วงที่มีแดดจัด พร้อมวิธีการดูแลที่ถูกต้องเพื่อให้ออกดอกสวยงามในสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย คุณนายตื่นสายทนแดดได้อย่างไร? เคล็ดลับการปลูกดอกไม้อวบน้ำสีสันสดใส คุณนายตื่นสาย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Portulaca oleracea L. เป็นพืชในวงศ์ PORTULACACEAE เป็นไม้เลื้อยที่มีลำต้นสีม่วงแดงอวบน้ำ ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน แต่มียอดไม้ชูขึ้น ใบมีลักษณะกลมปลายแหลม อวบน้ำเช่นเดียวกับลำต้น บางสายพันธุ์มีขอบใบเป็นสีแดงสวยงาม ดอกของคุณนายตื่นสายออกเป็นช่อ ช่อละ 3-6 ดอก มีหลากหลายสีทั้งขาว ชมพู ส้ม แดง เหลือง กลีบดอกมีทั้งแบบชั้นเดียวและหลายชั้น ลักษณะเด่นของดอกคือจะบานเมื่อได้รับแสงแดด แต่จะบานเพียงวันเดียวแล้วร่วงไป การขยายพันธุ์ทำได้ง่ายด้วยการปักชำ นิยมปลูกในดินร่วนปนทราย ควรรดน้ำวันละครั้งและปลูกในที่ที่มีแสงแดดจัด นอกจากความสวยงามแล้ว คุณนายตื่นสายซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับผักเบี้ยใหญ่ยังมีประโยชน์ทางสมุนไพร มีสารต้านการอักเสบ และยังอุดมไปด้วย Omega-3 fatty acids และ flavonoids จึงนิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการผิวหนังและบำรุงสุขภาพ ต้นผีเสื้อคือดอกไม้ที่เหมาะกับอากาศร้อนจริงหรือไม่? สำรวจความทนทานของดอกสีสันสดใส ต้นผีเสื้อหรือดอกผีเสื้อ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dianthus chinensis [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักในพื้นที่แคบกลายเป็นเทรนด์การใช้ชีวิตแบบยั่งยืนที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ที่มีพื้นที่อยู่อาศัยจำกัด การรีไซเคิลขวดพลาสติกเหลือใช้กลายเป็นวิธีที่ฉลาดและประหยัดในการสร้างสวนผักส่วนตัว ช่วยลดขยะพลาสติก และสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านไปพร้อมกัน เตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือ ขวดพลาสติกหลากขนาด กรรไกรหรือมีดคัตเตอร์ ดินปลูก เมล็ดพันธุ์พืช สว่านหรือเข็ม (สำหรับเจาะรู) 12 ไอเดียการปลูกผักจากขวดพลาสติก 1. กระถางแนวตั้งจากขวดน้ำ การทำกระถางแนวตั้งเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับพื้นที่จำกัด โดยสามารถนำขวดน้ำขนาด 1.5-2 ลิตรมาดัดแปลง เจาะรูบริเวณข้างขวด วางเรียงกันเป็นแนวตั้ง ใส่ดินและปลูกผักได้หลายชนิด เช่น สลัด ผักชี กะเพรา 2. แปลงผักแบบแขวน ขวดน้ำขนาดใหญ่สามารถดัดแปลงเป็นกระถางแขวนได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับพืชที่มีน้ำหนักเบา เช่น ผักสลัด เอิร์ธบอกซ์ หรือผักไฮโดรโปนิกส์ 3. กระถางทรงสามเหลี่ยม ตัดขวดพลาสติกเป็นทรงสามเหลี่ยม เจาะรูระบายน้ำ วางเรียงเป็นชั้นๆ สามารถปลูกผักหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน ประหยัดเนื้อที่และสวยงาม 4. กระถางแบบพับได้ ดัดแปลงขวดพลาสติกให้เป็นกระถางที่สามารถพับเก็บได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจัดสวน 5. สวนผักไฮโดรโปนิกส์ขนาดเล็ก ใช้ขวดพลาสติกสร้างระบบไฮโดรโปนิกส์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับปลูกผักใบเขียวและสมุนไพร 6. กระถางแขวนหน้าต่าง ตกแต่งหน้าต่างด้วยกระถางแขวนจากขวดพลาสติก เพิ่มความสดชื่นให้กับพื้นที่พักอาศัย 7. [...]

24/5/2568 • โดย Homeday
โหระพาเป็นหนึ่งในผักสวนครัวยอดนิยมที่ควรมีไว้ในทุกบ้าน เนื่องจากใช้ปรุงอาหารไทยได้หลากหลาย มีกลิ่นหอม และยังอุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาสมุนไพร การปลูกโหระพาให้ประสบความสำเร็จต้องเข้าใจเทคนิคการปลูกที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะกล้า ไปจนถึงการป้องกันโรคและแมลงศัตรู บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกโหระพาแบบครบครันที่จะช่วยให้คุณได้โหระพาที่สด อร่อย และปลอดภัย โหระพาคืออะไร และมีลักษณะพิเศษอย่างไร? โหระพามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum basilicum L. จัดอยู่ในวงศ์ Labiatae เป็นวงศ์เดียวกับกะเพราและแมงลัก มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาและเอเชีย ชื่อภาษาอังกฤษคือ Basil, Sweet Basil และ Thai Basil ซึ่งคำว่า Basil มาจากภาษากรีก Basileus แปลว่า ราชา หรือ ผู้นำของประชาชน ในภาษาไทยยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ห่อกวยซวย ห่อวอซุ และอิ่มคิมขาว โหระพาเป็นพืชล้มลุกอายุสั้น สูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านเป็นสีม่วงอมแดงพร้อมขนอ่อนๆ ใบมีรูปไข่ สีเขียวเข้ม กว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงินในเครือทีซีซี ในฐานะองค์กรชั้นนำในการสร้างความมั่งคงทางการเงิน และความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับคนไทยทุกคน ตลอดจนเสริมสร้างการมีสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ (Well-being) ตอบโจทย์เมกะเทรนด์คนไทยใส่ใจสุขภาพ ล่าสุด เปิดพื้นที่จัดงาน A Root by Thai Group แหล่งรวบรวมสินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพ หมุนเวียนมาจัดจำหน่าย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ พร้อมเชิญ Munchies by Mini.C ร้านอาหารสุขภาพจากอังกฤษ ร่วมสร้างสรรค์เมนูที่เติมเต็มคุณค่าทางโภชนาการ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่มองหาอาหารที่สะดวก รวดเร็ว และดีต่อสุขภาพ ประเดิมจัดครั้งแรก ชวนมาชอปผลิตภัณฑ์คุณภาพที่คัดสรรแล้ว อาทิ อาหารไทยและเทศ ผักและผลไม้จากเกษตรธรรมชาติ อาหารทานเล่น และเครื่องดื่มสมุนไพร ณ ล็อบบี้ อาคารไทยกรุ๊ป ถนนสีลม วันที่ 26-28 ก.พ. 68 ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. คาดหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน คุณอาทินันท์ พีชานนท์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
โรคลมชักเป็นปัญหาทางระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงหลายชนิด โดยเฉพาะสุนัขและแมว การเข้าใจและเรียนรู้วิธีจัดการโรคนี้จะช่วยให้เจ้าของสัตว์สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย สาเหตุของโรคลมชัก สาเหตุของโรคลมชักในสัตว์เลี้ยงมีหลากหลาย ประกอบด้วย: พันธุกรรม: บางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมชัก ความผิดปกติทางสมอง: เนื้องอก การบาดเจ็บ หรือความผิดปกติแต่กำเนิด ปัจจัยภายนอก: การติดเชื้อ พิษจากสารเคมี หรือความเครียด โรคทางระบบประสาท: เช่น โรคสมองอักเสบ หรือโรคติดต่อทางประสาท อาการของโรคลมชัก การสังเกตอาการเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคลมชัก อาการที่พบบ่อย ได้แก่: กระตุกของร่างกาย หมดสติชั่วคราว อาการสับสน ไหลตัวไปข้างหนึ่ง เคลื่อนไหวผิดปกติ มีอาการก้าวร้าว การวินิจฉัยและการรักษา การตรวจวินิจฉัย แพทย์สัตวแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยโดย: ซักประวัติสุขภาพโดยละเอียด ตรวจร่างกายอย่างครอบคลุม ตรวจเลือด เอกซเรย์สมอง ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง แนวทางการรักษา การรักษาโรคลมชักมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง: ยากันชัก การผ่าตัด การรักษาด้วยยาสมุนไพร การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต การดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคลมชัก การดูแลประจำวัน ให้ยาตามคำแนะนำแพทย์สัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด สังเกตอาการเปลี่ยนแปลง จัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ลดความเครียด ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การปฐมพยาบาลขณะชัก เมื่อสัตว์เลี้ยงเกิดอาการชัก [...]
