กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

26/5/2568 • โดย Homeday
การต่อเติมห้องกระจกข้างบ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่เจ้าของบ้านหลังริม เนื่องจากเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างข้างบ้านที่มักถูกมองข้าม โดยการสร้างห้องกระจกหรือกลาสเฮ้าส์สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและสร้างมุมพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ1 การต่อเติมรูปแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านเท่านั้น แต่ยังสร้างพื้นที่แสงธรรมชาติและการเชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอกบ้านได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เนื่องจากสามารถสร้างได้ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าที่คิด ขอบคุณภาพจาก : Cantifix แล้วต้นทุนการต่อเติมห้องกระจกข้างบ้านจริงๆแล้วเป็นอย่างไร? การคิดค่าใช้จ่ายในการต่อเติมห้องกระจกถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนการตัดสินใจ ตามข้อมูลจากต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3,000 ปอนด์ต่อตารางเมตร หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 43,270 ปอนด์สำหรับห้องกระจกขนาดกลาง อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยต้นทุนดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะต่ำกว่านี้มาก โดยเฉพาะการใช้วัสดุและแรงงานในประเทศ การออกแบบห้องกระจกสำเร็จรูปที่ใช้โครงสร้างเหล็กหุ้มด้วย UPVC และกระจกนิรภัยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 18,000-22,000 บาทต่อตารางเมตร ความคุ้มค่าของการลงทุนนี้สะท้อนได้จากกรณีศึกษาที่เจ้าของบ้านรายหนึ่งประเมินงบประมาณไว้หลักแสน แต่เมื่อดำเนินการจริงกลับได้ราคาที่ถูกกว่าที่คาดการณ์ไว้เกือบครึ่ง1 นอกจากนี้ การออกแบบที่เหมาะสมยังสามารถสร้างความรู้สึกโปร่งกว้างและเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินได้ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ทำให้ต้นทุนคุ้มค่ายิ่งขึ้นคือความทนทานของวัสดุที่ใช้ โดยเฉพาะ UPVC ที่มีอายุการใช้งานเกิน 30 ปี ทนต่อสภาพอากาศทุกแบบ และไม่ต้องการการบำรุงรักษามาก โครงสร้างเหล็กที่ถูกหุ้มด้วย UPVC จะไม่สัมผัสกับอากาศชื้น ทำให้เพิ่มอายุความคงทนของโครงเหล็กได้เป็นเท่าตัว ขอบคุณภาพจาก : Detail Library ข้อดีของห้องกระจกข้างบ้านที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนมีอะไรบ้าง? ห้องกระจกข้างบ้านมีข้อดีมากมายที่เกินกว่าการเป็นเพียงพื้นที่เพิ่มเติม การออกแบบด้วยกระจกจากพื้นถึงเพดานช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาอย่างเต็มที่ สร้างบรรยากาศที่สดชื่นและเปิดโล่ง ระบบกระจกสมัยใหม่สามารถลดการดูดซับความร้อนจากแสงแดด ขณะที่ยังคงให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้ [...]

18/6/2568 • โดย Homeday
ทำไมต้องรีไซเคิลของเก่าในสวน? การตกแต่งสวนด้วยวัสดุรีไซเคิลไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นประเด็นสำคัญ การนำของเก่าหรือวัสดุเหลือใช้มาแปลงโฉมใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้ในสวนไม่เพียงแต่ช่วยลดขยะ แต่ยังเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างกิจกรรมเชิงการศึกษา และสามารถนำมาใช้ในโครงการรีไซเคิลของคุณได้1 นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มเสน่ห์และบุคลิกให้กับสวนของคุณด้วยชิ้นงานที่มีประวัติและเรื่องราวเฉพาะตัว ไอเดียสร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ 1. ไม้พาเลทสำหรับสวนแนวตั้ง ไม้พาเลทเป็นวัสดุอเนกประสงค์ที่สามารถนำมาใช้สร้างสวนแนวตั้งได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะสำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด คุณสามารถนำต้นไม้ปลูกในกระถางขนาดเล็กมาผูกติดกับไม้พาเลท ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ หรือผักสวนครัว การสร้างสวนแนวตั้งจากไม้พาเลทเป็นโครงการที่ทำได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงและสามารถใช้ปลูกพืชได้หลากหลายชนิด7 เพียงแค่หาไม้พาเลทเก่า ติดผ้าคลุมดินเพื่อสร้างช่องสำหรับใส่ดิน แล้วเลือกพืชที่เหมาะสม เช่น พืชอวบน้ำหรือดอกไม้ตามฤดูกาล 2. เฟอร์นิเจอร์เก่าสู่ชีวิตใหม่ โต๊ะไม้เก่าที่ดูเหมือนจะหมดประโยชน์สามารถกลายเป็นจุดเด่นในสวนได้ เพียงแค่นำไปวางในสวน นอกจากจะได้ของตกแต่งชิ้นใหม่โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อแล้ว ยังได้พื้นที่สำหรับเก็บของและใช้ประโยชน์เพิ่มเติมอีกด้วย เก้าอี้เก่าก็สามารถนำมาแปลงโฉมเป็นที่วางกระถางต้นไม้ได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะโครงเก้าอี้เหล็กที่สามารถใช้เป็นฐานรองกระถาง ช่วยเปลี่ยนสวนธรรมดาให้ดูมีสไตล์มากขึ้น 3. บันไดเก่าสู่มุมสวนสวย บันไดเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วสามารถนำมาแขวนบนเพดานหรือผนัง พร้อมตกแต่งด้วยต้นไม้รากอากาศและหลอดไฟ เพื่อสร้างมุมพักผ่อนที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นค้ำยันสำหรับไม้เลื้อยหรือสร้างเป็นสวนแนวตั้งได้อีกด้วย บันไดเก่าสามารถใช้เป็นที่วางกระถางต้นไม้ได้หลายระดับ โดยวางกระถางบนแต่ละขั้น หรือแขวนกระถางด้วยตะขอหรือลวด สวนแนวตั้งแบบนี้ไม่เพียงประหยัดพื้นที่ แต่ยังสร้างจุดสนใจให้กับมุมที่ดูจืดชืดได้อย่างง่ายดาย 4. แผ่นไม้เหลือใช้ แผ่นไม้ธรรมดาสามารถแปลงโฉมเป็นป้ายชื่อต้นไม้น่ารักๆ หรือป้ายข้อความที่ชื่นชอบเพื่อวางตามมุมต่างๆ ในสวน นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาสร้างเป็นทางเดินในสวนโดยใช้แผ่นไม้ตัดเป็นชิ้นวางเรียงกัน สร้างบรรยากาศแบบชนบทที่เป็นธรรมชาติ [...]

10/6/2568 • โดย Homeday
การเปลี่ยนพื้นที่ว่างหน้าบ้านให้กลายเป็นสวนสวยพร้อมมุมพักผ่อนไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หลายคนอาจคิดว่าการจัดสวนต้องใช้เวลานานและงบประมาณสูง แต่ความจริงแล้วด้วยการวางแผนที่ดีและการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม เราสามารถสร้างสวนหน้าบ้านที่สวยงามและใช้งานได้จริงภายในเวลาเพียง 2-3 วัน ตั้งแต่การเตรียมดิน การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ จนถึงการสร้างมุมนั่งเล่นที่ร่มรื่นสำหรับจิบกาแฟยามเย็น ขั้นตอนเตรียมพื้นที่และปรับดินก่อนจัดสวน การเริ่มต้นจัดสวนหน้าบ้านต้องเริ่มจากการเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสม ขั้นตอนแรกคือการกำจัดวัชพืชและปรับหน้าดินให้เรียบร้อย การสำรวจลักษณะดินเดิมเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากดินในแต่ละบริเวณมีความสมบูรณ์แตกต่างกัน ความเหมาะสมในการเลือกปลูกต้นไม้จึงต่างกันไปด้วย หากเป็นไปได้ควรส่งตัวอย่างดินไปทดสอบหาค่าความอุดมสมบูรณ์ ลักษณะโครงสร้างดิน และระดับความเป็นกรด-ด่าง การปรับปรุงดินเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม หากดินมีความเหนียวมาก ควรปรับปรุงดินด้วยการพรวนดินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความพรุน พร้อมเติมเศษอิฐและรงควัตถุ เพื่อให้เกิดความโปร่ง สำหรับการถมดินใหม่ นิยมใช้ดินลูกรังหรือดินเหนียว ซึ่งไม่เหมาะกับการเพาะปลูก ก่อนปลูกต้นไม้จึงต้องปรับสภาพดินให้เหมาะสมด้วยการผสมดินร่วน กาบมะพร้าวสับ ปุ๋ยคอกหรือทรายลงไป โดยปกติแล้วอาจจะผสมดินปลูกในอัตราส่วนดิน 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน และทราย 1/2 ส่วน การใส่ผ้าใบพลาสติกหรือตาข่ายก่อนถมดินเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยป้องกันวัชพืชขึ้นมาใหม่3 จากนั้นจึงนำอิฐบล็อคหรือตัวหนอนมากั้นแนวเขตของแปลงปลูก และใส่ทรายรับพื้นที่ให้เรียบก่อนเริ่มปลูกต้นไม้ ขั้นตอนเหล่านี้แม้จะใช้เวลาและแรงงาน แต่จะช่วยให้สวนที่เราสร้างขึ้นมีความคงทนและดูแลรักษาง่ายในระยะยาว เลือกต้นไม้ให้ร่มเงาเป็นองค์ประกอบหลัก การเลือกต้นไม้ให้ร่มเงาเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก ต้นไม้ที่นิยมใช้เป็นไม้ประธานในสวนหน้าบ้าน ได้แก่ ต้นล่ำซำ ต้นกันเกรา และต้นพุดสีดา ซึ่งต้นไม้เหล่านี้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับการปลูกในพื้นที่หน้าบ้าน ต้นล่ำซำเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Diospyros [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
การออกแบบห้องนอนให้เป็นพื้นที่พักผ่อนที่แท้จริงเป็นเรื่องสำคัญในยุคปัจจุบัน เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดัน การสร้างมุมพักผ่อนที่ช่วยคลายเครียดจึงกลายเป็นความจำเป็นสำหรับทุกคน ห้องนอนที่ดีไม่เพียงแค่เป็นที่นอน แต่ควรเป็นพื้นที่แห่งการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ 1. การเลือกสีสันที่ผ่อนคลาย สีมีอิทธิพลอย่างมากต่อสภาวะทางอารมณ์และการพักผ่อน การเลือกโทนสีที่เหมาะสมสามารถสร้างบรรยากาศแห่งความสงบได้อย่างน่าอัศจรรย์ โทนสีพาสเทล สีเทา สีฟ้าอ่อน และสีเขียวอ่อน เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย สีเหล่านี้ช่วยลดความตึงเครียดและกระตุ้นความรู้สึกแห่งความสงบ เทคนิคการเลือกสี ใช้สีโทนเย็นที่ช่วยลดอุณหภูมิทางอารมณ์ หลีกเลี่ยงสีสันฉูดฉาดหรือสีที่กระตุ้นประสาท พิจารณาใช้สีที่ให้ความรู้สึกเชื่องช้าและสงบ 2. การควบคุมแสงอย่างมีประสิทธิภาพ แสงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมจังหวะการนอนหลับ การออกแบบแสงที่เหมาะสมช่วยเตรียมร่างกายเข้าสู่โหมดการพักผ่อน เลือกใช้ไฟนุ่มๆ หรือไฟหรี่ในช่วงเย็น ติดตั้งไฟถนอมสายตาที่ลดแสงสีน้ำเงิน และใช้ม่านกันแสงที่สามารถปิดกั้นแสงภายนอกได้อย่างสมบูรณ์ เครื่องมือควบคุมแสง ใช้หลอดไฟอัจฉริยะที่ปรับโทนสีและความสว่างได้ ติดตั้งม่านกรองแสง เลือกโคมไฟที่ให้แสงนุ่มๆ 3. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์อย่างเป็นระเบียบ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นระเบียบช่วยสร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย พื้นที่ว่างรอบเตียงนอนควรกว้างขวาง หลีกเลี่ยงการวางเฟอร์นิเจอร์มากเกินไป และคำนึงถึงการไหลเวียนของพื้นที่ภายในห้อง หลักการจัดวาง เว้นพื้นที่ว่างรอบเตียงอย่างน้อย 60 เซนติเมตร เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ จัดวางอย่างเป็นระเบียบเพื่อลดความรู้สึกวุ่นวาย 4. การเลือกที่นอนและหมอนคุณภาพ ที่นอนและหมอนที่ดีมีความสำคัญต่อคุณภาพการนอนหลับโดยตรง เลือกที่นอนที่มีความแน่นพอดี รองรับสรีระร่างกาย และหมอนที่ช่วยจัดระดับศีรษะให้ได้สัดส่วน วัสดุธรรมชาติและเทคโนโลยีการนอนหลับสมัยใหม่สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพการพักผ่อนได้อย่างมาก เกณฑ์การเลือก เลือกที่นอนที่รองรับน้ำหนักและรูปร่างอย่างเหมาะสม ทดสอบหมอนก่อนตัดสินใจซื้อ พิจารณาวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี 5. [...]

28/2/2568 • โดย Homeday
เอสบี ดีไซน์สแควร์ เปิดตัวโซนใหม่ “TOMO LIVING” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่เรียบง่าย อบอุ่น และเป็นระเบียบ ด้วยแรงบันดาลใจจากสไตล์มินิมอลของญี่ปุ่น โซนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ที่เข้ามาสัมผัสได้พบกับบรรยากาศของบ้านที่โปร่ง โล่ง สบายตา พร้อมฟังก์ชันการจัดเก็บที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ให้มากที่สุด โดยยังคงความสวยงามและลงตัวกับการใช้ชีวิตในเมืองปัจจุบันด้วยแนวคิด “Stay comfy, Rest easy” TOMO LIVING มอบประสบการณ์ใหม่ในการจัดสรรพื้นที่ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ผ่านแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านโดยเน้นความเรียบง่ายและความสะดวกสบาย ภายในโซนจะมีบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลายช่วยสร้างความรู้สึกสงบและเป็นกันเอง การจัดแสงในโซนถูกออกแบบมาให้ดูสบายตา เน้นแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามา ช่วยให้ทุกมุมของพื้นที่มีความโปร่งโล่งและอบอุ่น ผนังสี เอิร์ธโทนและพื้นผิวลายไม้ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ กลมกลืนไปกับองค์ประกอบโดยรอบ ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความสบายและเป็นระเบียบ ในโซน TOMO LIVING ยังให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า พื้นที่ถูกจัดแบ่งอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย หรือมุมทำงานที่เงียบสงบและเป็นระเบียบ ทำให้เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตในทุก ๆวัน องค์ประกอบของดีไซน์ที่มินิมอลแต่มีความอบอุ่นช่วยให้การเดินชมภายในโซนนี้เป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ และสามารถเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านของตัวเองได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ การออกแบบของ TOMO LIVING ยังเน้นไปที่ฟังก์ชันการใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้ รองรับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือบ้านขนาดกะทัดรัด ที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยโดยไม่ต้องใช้ของหลายชิ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามและความสะดวกสบาย เฟอร์นิเจอร์ในโซนนี้ได้รับการออกแบบให้เข้ากับทุกมุมของบ้าน โดยเน้นความสมดุลระหว่างดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สีโทนอ่อนที่ช่วยให้บ้านดูสว่างขึ้น หรือการใช้วัสดุที่ช่วยให้ดูแลรักษาง่าย เพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น [...]

18/9/2568 • โดย Homeday
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ฉลองครบรอบ 11 ปี ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน ให้กับลูกบ้าน มอบสิทธิพิเศษเหนือระดับแทนคำขอบคุณ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “INFINITE ESCAPE” ผ่านแอปพลิเคชัน “S Life” เปิดประสบการณ์การพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ครอบคลุมตั้งแต่รีสอร์ทระดับลักชูรีในเครือเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ในประเทศไทย ไปจนถึงโครงการครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ จุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนระดับโลก ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 ณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ “S” กล่าวว่า “ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท มุ่งมั่นยกระดับคุณค่าและประสบการณ์การอยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด ‘Crafted to Last’ ที่สะท้อนถึงคุณภาพ ความพิถีพิถัน และความใส่ใจในทุกรายละเอียด [...]

12/9/2567 • โดย Homeday
ทำเลที่ตั้ง ถนนเพชรเกษม ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 74130 แบบห้อง : Type A ขนาดยูนิต 23ตร.ม. 1ห้องนอน แบบห้อง : Type B1 ขนาดยูนิต 26ตร.ม. 1ห้องนอน

3/3/2568 • โดย Homeday
ถนนพระอาทิตย์นั้นเริ่มตั้งแต่ถนนพระสุเมรุไปจนถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดทั้งเส้นทางเต็มไปด้วยสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญยาวนานตั้งแต่อดีต และกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในปัจจุบัน วันนี้ นัท วอล์คเกอร์ จึงอยากพาทุกคนมาเดินและร่วมสำรวจเสน่ห์แห่งถนนพระอาทิตย์ไปด้วยกัน เริ่มต้นทริปจาก พิพิธบางลำพู ซึ่งตัวอาคารเดิมเคยเป็นโรงพิมพ์คุรุสภามาก่อน ชั้นล่างมีนิทรรศการ “ป้อมเขตขัณฑ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” บอกเล่าเรื่องราวการสร้างกำแพงเมือง รวมถึงตำแหน่งคูคลองที่สำคัญ ส่วนด้านบนจัดแสดง 2 นิทรรศการด้วยกัน คือ นิทรรศการโดยกรมธนารักษ์ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและหน้าที่ และนิทรรศการเกี่ยวกับชุมชนบางลำพู แสดงวิถีชีวิตของคนในชุมชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยในส่วนของนิทรรศการชั้นบนจะมีการเปิดให้เข้าชมเป็นรอบ ๆ พร้อมมีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายให้ความรู้ เดินตามถนนไปซักเล็กน้อยจะเห็น สวนสันติชัยปราการ อยู่ทางขวามือ สวนแห่งนี้สร้างขึ้นในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นสวนขนาดกลางริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เหมาะแก่การพักผ่อน มีบรรยากาศร่มรื่นและลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา อีกทั้งยังสามารถมองเห็นวิวสะพานพระราม 8 ได้อย่างชัดเจน สวนสันติชัยปราการยังเป็นที่ตั้งของ ป้อมพระสุเมรุ ป้อมปราการโบราณที่สร้างขึ้นพร้อมกำแพงเมืองในสมัยรัชกาลที่ 1 และเป็นหนึ่งในสองป้อมที่ยังคงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าสามารถมาเดินเล่นแบบผ่อนคลาย พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้ในเวลาเดียวกัน หลังนั่งพักในสวนแล้ว เราสามารถเลือกเข้าชม หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา ซึ่งตั้งอยู่ถัดไปไม่ไกล ตัวอาคารทรงปั้นหยามีความงดงามและมีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก ภายในจัดแสดงผลงานแบบหมุนเวียน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสพงานศิลป์ หรือจะเลือกเดินลัดเลาะตามทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมกับด้านข้างของสวนสันติชัยปราการเพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สะท้อนลงบนแม่น้ำ [...]

12/6/2568 • โดย Homeday
ห้องนอนเป็นมากกว่าสถานที่สำหรับพักผ่อน มันคือ “พื้นที่ปลอดภัย” ที่เราควรได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ได้พักใจ ได้หยุดพักจากโลกภายนอกสักครู่หนึ่ง และกลิ่นหอม…คือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ห้องนอนกลายเป็นที่แบบนั้นได้จริง ในบทความนี้ Homeday จะพาไปสำรวจไอเดียเครื่องหอมหลากหลายชนิดที่ช่วยให้ห้องนอนของคุณหอมฟุ้ง ผ่อนคลาย และกลายเป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อนที่แท้จริง 1. เทียนหอม (Scented Candle) จุดเทียนหอมในห้องนอน ไม่เพียงแค่เพิ่มความโรแมนติก แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย กลิ่นแนะนำ: กลิ่นวานิลลา (Vanilla) — หอมละมุน ให้ความรู้สึกอบอุ่น กลิ่นซิตรัส (Citrus) — กระตุ้นความสดชื่นในยามเช้า กลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender) — ผ่อนคลาย เหมาะกับเวลาก่อนนอน 2. น้ำมันหอมระเหย (Essential Oils + Diffuser) การใช้น้ำมันหอมระเหยกับเครื่องพ่นไอน้ำ (Diffuser) ช่วยให้กลิ่นกระจายทั่วห้องอย่างต่อเนื่อง กลิ่นแนะนำ: ลาเวนเดอร์: คลาสสิกตลอดกาล ช่วยให้นอนหลับสนิท คาโมมายล์: ลดความวิตกกังวล เปปเปอร์มินต์หรือยูคาลิปตัส: ทำให้รู้สึกสดชื่น หายใจโล่ง Tip: หากไม่มีเครื่องพ่นไอน้ำ ลองหยดน้ำมันหอมลงในชามน้ำร้อน [...]
