กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

25/3/2568 • โดย Homeday
โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ นำโดยคุณวุฒิศักดิ์ พิชญกานต์ ผู้จัดการทั่วไป ได้จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเนื่องในวัน Earth Hour 2025 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พลังงานและการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งแสดงถึงความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน กิจกรรม Earth Hour 2025 จะจัดขึ้นในวันที่ 22 มีนาคม 2568 โดยเปิดโอกาสให้แขกผู้เข้าพักและบุคคลทั่วไปที่สนใจได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างยั่งยืน ซึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ได้แก่ กิจกรรมปั่นจักรยาน เพื่อรณรงค์การใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการลดการใช้พลังงานที่ก่อให้เกิดมลพิษ กิจกรรมปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดภาวะโลกร้อน พร้อมเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในชุมชน และกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและพลังงาน มุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ หวังว่ากิจกรรมเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม พร้อมกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นการสนับสนุนเป้าหมายของการสร้างโลกที่ยั่งยืนในระยะยาว

26/3/2568 • โดย Homeday
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ ETAP เปิดตัว Digital Twin แห่งแรกของโลก เพื่อจำลองความต้องการพลังงานของ AI Factory ตั้งแต่ระดับกริด จนถึงชิป ด้วยแพลตฟอร์ม NVIDIA Omniverse Digital Twin ให้ข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกที่ละเอียดขึ้น ช่วยควบคุมระบบไฟฟ้าและความต้องการพลังงานของ AI Factory ได้ดียิ่งขึ้น ความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์นี้ ผสานรวมเทคโนโลยี Electrical Digital Twin ขั้นสูงของ ETAP เข้ากับ NVIDIA Omniverse™ Cloud APIs ผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ และช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ร่วมกับ ETAP ผู้นำเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมด้านการออกแบบและดำเนินงานด้านระบบพลังงาน เปิดตัวเทคโนโลยี Digital Twin ที่ล้ำหน้า สามารถออกแบบและจำลองความต้องการพลังงานของ AI Factory ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งแพลตฟอร์มต้นแบบ NVIDIA Omniverse™ Blueprint สำหรับ Digital Twin ใน AI Factory ช่วยให้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ ETAP สามารถพัฒนา Digital Twin โดยรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายระบบ ทั้งระบบเครื่องกล ระบบระบายความร้อน ระบบเครือข่าย และระบบไฟฟ้า มาใช้จำลองการทำงานของ AI Factory ได้อย่างสมจริง โดยเป็นความร่วมมือในการปฏิรูปการออกแบบและการดำเนินการสำหรับ AI Factory ที่ให้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ในเชิงลึกมากขึ้น ช่วยให้ควบคุมระบบไฟฟ้าและความต้องการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ อีกทั้งให้ความยั่งยืน เดิมทีการแสดงภาพระบบไฟฟ้าสามารถทำได้แค่ในระดับพื้นฐาน แต่การผสานรวมเทคโนโลยีของ ETAP และ NVIDIA Omniverse ช่วยให้สามารถสร้าง Digital Twin สำหรับ AI Factory ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยที่องค์ประกอบต่างๆ สามารถตอบสนองการทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ซึ่งเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองอัจฉริยะของ ETAP จะสร้างแบบจำลองเสมือนจริงของโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าภายในดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมผสานเข้ากับข้อมูลระบบไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ รวมถึง การวิเคราะห์ขั้นสูงและข้อมูลเชิงลึก ซึ่งอัลกอริทึมอัจฉริยะ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์และคาดการณ์การใช้พลังงานและรูปแบบการกระจายพลังงาน ช่วยให้สามารถมองเห็นข้อมูลเชิงลึกได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในประเด็นต่อไปนี้ การออกแบบและจำลองระบบไฟฟ้าขั้นสูง การวิเคราะห์สถานการณ์ “What-If” ได้แบบไดนามิก การติดตามประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานขั้นสูง การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์และการประเมินความน่าเชื่อถือของระบบ การวิเคราะห์ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานตามการใช้พลังงาน ที่ช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (total cost of ownership) การทำงานของ AI ทั้งในระบบคลัสเตอร์สำหรับการเทรน AI ขนาดใหญ่ ตลอดจนเซิร์ฟเวอร์ประมวลผลที่เอดจ์ (edge inference servers) ล้วนส่งผลให้มีการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก [...]

21/2/2568 • โดย Homeday
ไลอ้อน (ประเทศไทย) เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง ESG สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI มาผสานกับ Energy Technology เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงานผลิตสินค้า มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ดร.กิตติวัตร โสมวดี รองผู้จัดการบริหารการผลิต บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจพัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตลอดระยะเวลา 56 ปี กล่าวว่า ไลอ้อนเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง ESG (Environment, Social, Governance) และ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินกลยุทธ์การลดคาร์บอนแบบองค์รวม ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิตและซัพพลายเชน จัดทำแผนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยอ้างอิงแผนระดับประเทศ ได้แก่ Thailand Decarbonization Plan และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) มาจัดทำเป็นแผนเส้นทางการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Pathway Plan) สำหรับกลยุทธ์สู่ Net Zero ได้ให้ความสำคัญกับ การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้แก่ การนำทรัพยากรและพลังงานกลับมาใช้ใหม่ การดำเนินการด้าน Zero Waste ลดของเสียฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste [...]

30/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักไว้กินเองกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหาร การสร้างแปลงผักในบ้านไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังให้ความมั่นใจในคุณภาพของผักที่รับประทาน จากการศึกษาพบว่าการปลูกผักกินเองช่วยให้ได้ผักที่สดใหม่และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ครอบครัวได้ใกล้ชิดธรรมชาติและเรียนรู้เรื่องการปลูกพืชร่วมกัน ทำไมต้องสร้างแปลงผักในบ้าน การสร้างแปลงผักในบ้านมีประโยชน์มากมายที่หลายคนยังไม่ทราบ ประโยชน์แรกคือได้ผักที่สดและดีต่อสุขภาพมากกว่าการซื้อจากตลาด เนื่องจากผักจะสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเด็ดออกจากต้น และเสียเพิ่มเติมในขั้นตอนการขนส่งและการเก็บรักษา การปลูกผักเองจึงช่วยให้ได้ผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด ข้อดีที่สำคัญอีกประการคือการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผักบางชนิดที่ต้องนำเข้าหรือขนส่งมาจากพื้นที่ห่างไกล ซึ่งทำให้ราคาสูงขึ้น การปลูกผักเองยังช่วยลดปัญหาเรื่องสารเคมีและยาฆ่าแมลงที่อาจตกค้างในผัก เพราะสามารถควบคุมการใช้สารเคมีได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมโดยลดการใช้พลังงานในการขนส่งและบรรจุภัณฑ์ วิธีเตรียมพื้นที่และสร้างแปลงผัก การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการสร้างแปลงผัก เริ่มต้นด้วยการเลือกพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเพียงพอและมีการระบายน้ำที่ดี จากนั้นทำการขุดดินเพื่อเอาหน้าดินที่มีหญ้าพร้อมรากออก ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวันในการขุดให้สะอาด การพรวนดินควรทำให้ลึกประมาณ 6 นิ้ว เพื่อให้ดินมีโครงสร้างที่ดีขึ้นและกำจัดวัชพืช รวมถึงไข่แมลงหรือโรคพืชที่อาจซ่อนอยู่ในดิน หลังจากพรวนดินแล้ว ควรยกแปลงให้สูงจากผิวดินประมาณ 4-5 นิ้ว โดยทำความกว้างประมาณ 1-1.20 เมตร ส่วนความยาวสามารถปรับตามพื้นที่ที่มี การวางแปลงควรอยู่ในแนวทิศเหนือ-ใต้ เพื่อให้ผักได้รับแสงแดดทั่วทั้งแปลง การใช้วัสดุสร้างขอบแปลงเช่น ไม้หรืออิฐบล็อกจะช่วยรักษารูปทรงของแปลงและป้องกันดินพัง สำหรับแปลงผักแบบยกจะมีข้อดีในการควบคุมสภาพดินได้ดีกว่าและลดปัญหาวัชพืช การปรับปรุงดินและการปรุงดิน การปรับปรุงเนื้อดินเป็นกุญแจสำคัญในการปลูกผักให้เจริญเติบโตได้ดี ดินที่เหมาะสำหรับปลูกผักควรเป็นดินร่วนที่มีการระบายน้ำดีและอุดมไปด้วยอินทรียวัตถุ หากดินเดิมเป็นดินทรายหรือดินเหนียว จำเป็นต้องปรับปรุงโดยการเพิ่มปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกในอัตราประมาณ 2-3 กิโลกรัมต่อเนื้อที่ 1 ตารางเมตร ส่วนผสมดินที่ดีสำหรับแปลงผักประกอบด้วย แกลบดำ 2 ส่วน แกลบ [...]

7/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อคอนโดมิเนียมเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในชีวิตของหลายคน การตัดสินใจเลือกห้องที่เหมาะสมจึงต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน หนึ่งในประเด็นที่มักสร้างความสงสัยให้กับผู้ซื้อคือ “ทำไมห้องมุมถึงมีราคาสูงกว่าห้องทั่วไป?” บทความนี้จะพาไปสำรวจปัจจัยที่ทำให้ห้องมุมมีราคาแพงกว่า พร้อมวิเคราะห์ความคุ้มค่าที่ผู้ซื้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน ความพิเศษของห้องมุมที่มาพร้อมราคาพรีเมียม ห้องมุมในโครงการคอนโดมิเนียมมักมีราคาสูงกว่าห้องทั่วไปประมาณ 10-25% ขึ้นอยู่กับทำเลและโครงการ ความแตกต่างด้านราคานี้มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ห้องมุมกลายเป็นที่ต้องการในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ประการแรก ห้องมุมมีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า ไม่เพียงแค่ในด้านตารางเมตรที่คิดค่าใช้จ่าย แต่ยังรวมถึงพื้นที่ระเบียงที่กว้างขวางกว่า บางโครงการออกแบบให้ห้องมุมมีหน้าต่างหรือระเบียงสองด้าน ทำให้ได้พื้นที่ภายนอกที่มากกว่าห้องทั่วไป นอกจากนี้ ห้องมุมยังมีข้อได้เปรียบด้านทิศทางลมและแสงธรรมชาติ เนื่องจากมีผนังภายนอกสองด้าน ทำให้สามารถเปิดหน้าต่างรับลมได้มากกว่า แสงธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาได้จากสองทิศทาง ช่วยให้ห้องดูโปร่ง สว่าง และมีการไหลเวียนของอากาศที่ดีกว่า ประโยชน์เหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยและประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระยะยาว ความเป็นส่วนตัวเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ห้องมุมมีมูลค่าสูง เนื่องจากมีเพื่อนบ้านน้อยกว่า ลดโอกาสการได้ยินเสียงรบกวนจากห้องข้างเคียง ในห้องทั่วไปอาจมีเพื่อนบ้านติดกันถึงสามด้าน แต่ห้องมุมมีเพียงหนึ่งหรือสองด้านเท่านั้น ความเป็นส่วนตัวนี้เป็นสิ่งที่หลายคนพร้อมจะจ่ายเพิ่มเพื่อได้รับความสะดวกสบายที่มากขึ้น ด้านการออกแบบและความยืดหยุ่นในการตกแต่ง ห้องมุมมักมีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ บางครั้งมีมุมที่น่าสนใจหรือพื้นที่พิเศษที่สามารถจัดเป็นมุมทำงาน มุมอ่านหนังสือ หรือพื้นที่อเนกประสงค์ได้ การมีผนังภายนอกสองด้านยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งภายใน ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนซื้อห้องมุม แม้ห้องมุมจะมีข้อดีหลายประการ แต่ผู้ซื้อควรพิจารณาอย่างรอบคอบว่าการลงทุนเพิ่มนั้นคุ้มค่ากับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตนหรือไม่ ต่อไปนี้คือประเด็นที่ควรคำนึงถึง ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่สูงขึ้น ห้องมุมมีพื้นที่ผิวภายนอกที่มากกว่า ทำให้ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศโดยตรง ในระยะยาวอาจต้องเผชิญกับปัญหาเช่น ความร้อนที่มากขึ้นในฤดูร้อน หรือความเย็นที่มากกว่าในฤดูหนาว ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น ค่าไฟฟ้าจากการใช้เครื่องปรับอากาศอาจสูงขึ้น 10-20% เมื่อเทียบกับห้องทั่วไปในพื้นที่เท่ากัน นอกจากนี้ การที่มีหน้าต่างและระเบียงมากกว่ายังอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดและบำรุงรักษา หน้าต่างและประตูระเบียงต้องการการดูแลเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการรั่วซึมและความเสียหายจากสภาพอากาศ [...]

11/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวิธีการเพาะปลูกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการผักสะอาดและปลอดภัยสำหรับการบริโภค การปลูกผักแบบนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่และใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถควบคุมคุณภาพของผลผลิตได้อย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยในเมืองใหญ่หรือพื้นที่ที่ไม่มีดินเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกแบบดั้งเดิม ไฮโดรโปนิกส์คืออะไร และมีหลักการทำงานอย่างไร? ไฮโดรโปนิกส์หรือการปลูกพืชไร้ดิน คือ วิธีการปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน แต่ใช้น้ำที่ผสมกับสารละลายธาตุอาหารพืชแทน คำว่า “ไฮโดรโปนิกส์” มาจากภาษากรีก โดย “ไฮโดร” หมายถึงน้ำ และ “โปโนส” หมายถึงการทำงาน รวมกันแล้วมีความหมายว่า “การทำงานที่เกี่ยวกับน้ำ” หลักการทำงานของระบบไฮโดรโปนิกส์นั้นอาศัยการให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง เมื่อรากสัมผัสกับสารละลายนี้ พืชจะสามารถดูดซึมธาตุอาหารและน้ำได้ทันที ทำให้พืชไม่ต้องใช้พลังงานในการค้นหาอาหารในดินเหมือนการปลูกแบบดั้งเดิม พลังงานที่ประหยัดได้จึงสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตของส่วนต่างๆ ของพืชได้อย่างเต็มที่ ความปลอดภัยในการบริโภคผักไฮโดรโปนิกส์นั้นไม่ต่างจากผักที่ปลูกในดิน เนื่องจากพืชจะดูดซึมธาตุอาหารในรูปของแร่ธาตุที่ละลายในน้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในดินธรรมชาติ แม้ว่าจะใช้สารเคมีในการเตรียมสารละลายอาหาร แต่เมื่อพืชดูดซึมแล้ว สารเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ปลอดภัยสำหรับการบริโภค ระบบไฮโดรโปนิกส์มีกี่แบบ และแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานอย่างไร? ระบบไฮโดรโปนิกส์สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะการให้น้ำและการจัดการสารละลายอาหาร การเลือกใช้ระบบแต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับประเภทพืชที่ปลูก งบประมาณ และพื้นที่ที่มีอยู่ ระบบ NFT (Nutrient Film Technique) ระบบ NFT เป็นการปลูกผักโดยให้สารละลายอาหารไหลเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ หนาประมาณ 1-3 มิลลิเมตร ผ่านรากพืชอย่างต่อเนื่อง สารละลายจะไหลหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ทำให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัด ระบบนี้เป็นที่นิยมมากในประเทศไทยเนื่องจากให้ผลผลิตที่ดีและสามารถควบคุมการให้สารอาหารได้อย่างแม่นยำ [...]

22/6/2567 • โดย Homeday
โครงการ ศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ หาดใหญ่ (PLAMSPRINGS Garden Ville Hatyai) ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบ รองรับความต้องการที่หลากหลายของทุกๆ Life Style ของสมาชิ

25/2/2568 • โดย Homeday
นายชาญ ศิริรัตน์ กรรมการบริหาร บริษัท ทัช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงและแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาด้าน ESG (Environment, Social, and Governance) ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นจากทั่วโลก ทัช พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทในเครือพลัส พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ด้านการบริหารจัดการพลังงานในอาคาร ผ่านบริการ Energy Consultancy ที่ปรึกษาด้านพลังงานสำหรับอาคาร ทั้งอาคารที่พักอาศัย โรงพยาบาล และอาคารเชิงพาณิชย์ อาทิ สำนักงานให้เช่า ห้างสรรพสินค้า อาคารมิกซ์ยูส ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อก้าวสู่การเป็นอาคารประหยัดพลังงานที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญสู่แนวทางการประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืน ต้นทุนพลังงานพุ่ง – อาคารต้องเร่งปรับตัว ข้อมูลจาก รายงานสถิติพลังงานรายปี 2567 ของกระทรวงพลังงาน พบว่าการใช้ไฟฟ้าของภาคธุรกิจสำคัญในประเทศไทยยังคงขยายตัว โดยเฉพาะในกลุ่ม โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และเกสต์เฮาส์ ซึ่งสอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวหลังปี 2566 เป็นต้นมา ซึ่งการใช้พลังงานในอาคารนั้นระบบปรับอากาศ เป็นระบบที่ใช้พลังงานมากที่สุดภายในอาคาร นอกจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นแล้ว แนวโน้มด้านความยั่งยืน (Sustainability) [...]

20/3/2568 • โดย Homeday
ดร.จารุรัตน์ ชัยยศบูรณะ ผู้บริหารกลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ เป็นตัวแทนองค์กรเข้ารับ ใบรับรองการลดโลกร้อน (Carbon Footprint Reduction: CFR) ในรอบพิเศษ จาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จัดขึ้นโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อยกย่ององค์กรที่มีส่วนร่วมในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน พิธีรับมอบ จัดขึ้น ณ ห้อง Conference Hall สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ถนนแจ้งวัฒนะ โดยใบรับรอง CFR นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเบเยอร์ในการเป็น “แบรนด์สีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ที่ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อโลก ด้วยการพัฒนานวัตกรรมสีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เบเยอร์: ผู้นำนวัตกรรมสีที่ยั่งยืนเพื่อโลกสีเขียว เบเยอร์เป็นแบรนด์สีชั้นนำของไทยที่มุ่งมั่นพัฒนา ผลิตภัณฑ์สีที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มี Low Embodied Carbon และช่วยสะท้อนความร้อน ลดการใช้พลังงานในอาคาร ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาเทคโนโลยีสีที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองทรัพยากร พร้อมขยายการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสีไทย โดยการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสีร่วมกับสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและระดับสากล เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมก่อสร้างและตกแต่ง [...]

3/4/2568 • โดย Homeday
ไทยออยล์ ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย จัดทำบันทึกความร่วมมือธุรกรรมบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เชื่อมโยงเป้าหมายด้านความยั่งยืน ครอบคลุม KPI ทั้ง 3 แง่มุม ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านธรรมาภิบาล นับเป็นครั้งแรกสำหรับธุรกิจโรงกลั่นที่มุ่งมั่นในการนำเป้าหมาย ESG ในทุกมิติ มาผสานกับการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ตอบโจทย์การขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยออยล์ เปิดเผยถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทางการเงินควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนของบริษัท โดยธุรกรรมในครั้งนี้ได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการทุกมิติ ตั้งแต่การใช้พลังงานในโรงกลั่นอย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลชุมชนโดยรอบ และการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักของธรรมภิบาลสูงสุด ทั้งนี้ ไทยออยล์ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ในการบริหารความเสี่ยงทางการเงินด้วยการนำแนวทางดังกล่าวมาผสานเข้ากับการวัดผลดำเนินงานที่มีความเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ ESG อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องต่อวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ในการ “สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ด้วยพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน” อย่างมีประสิทธิผลและมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและบริการทางการเงิน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในทุกมิติ ทั้งการบริหารจัดการทางการเงิน และการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “เคียงข้างไทย [...]

17/9/2568 • โดย Homeday
บริษัท เบเยอร์ จำกัด โดย ดร.จารุรัตน์ ชัยยศบูรณะ ผู้บริหารกลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัลจาก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ในงานสัมมนา “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก กลุ่มภาคตะวันออก” ณ โรงแรมสยาม แมเนอร์ ริน่า จังหวัดสมุทรปราการ รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเบเยอร์ในการเป็น ผู้นำด้านสีรักษ์โลก และผู้สร้างมาตรฐานการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมไทย เบเยอร์ไม่เพียงแต่พัฒนานวัตกรรมสินค้า แต่ยังสนับสนุนโรงงานอุตสาหกรรมในการปรับปรุงระบบการจัดการพลังงาน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันอย่างยั่งยืน ดร.จารุรัตน์กล่าวว่า “การได้รับรางวัลนี้ถือเป็นความภูมิใจ และสร้างกำลังใจสำคัญสำหรับเบเยอร์ในการพัฒนานวัตกรรมสีรักษ์โลก และสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน เรามุ่งมั่นเป็น ส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” การเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เบเยอร์ได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์พลังงานกับภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ตอกย้ำภาพลักษณ์ของเบเยอร์ในฐานะ แบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างมาตรฐาน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เบเยอร์ยังคงมุ่งพัฒนากระบวนการผลิตให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เพื่อเป็นแนวทางตัวอย่างให้กับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน และอนาคต ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สีเขียวและโครงการความร่วมมือต่างๆสามารถติดตามได้ที่: https://www.beger.co.th/th/

7/4/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง ราคา หรือขนาดพื้นที่ใช้สอย แต่มีปัจจัยหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “ทิศทางลม” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการอยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมทิศทางลมจึงมีความสำคัญต่อการเลือกซื้อบ้าน และจะส่งผลอย่างไรต่อค่าไฟฟ้าและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ความสำคัญของทิศทางลมต่อการออกแบบบ้าน ทิศทางลมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย การเข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่ของลมตามธรรมชาติจะช่วยให้เราสามารถออกแบบบ้านให้รับลมได้ดีที่สุด บ้านที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับทิศทางลมจะมีการระบายอากาศที่ดี ช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวบ้านโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป ลมประจำในประเทศไทยมีสองทิศทางหลัก ได้แก่ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน การวางตำแหน่งอาคารให้สัมพันธ์กับทิศทางลมเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศที่ดีภายในบ้าน บ้านที่หันหน้าตามทิศทางลมประจำจะได้รับประโยชน์จากการระบายความร้อนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ การจัดวางช่องเปิดอย่างเหมาะสม เช่น หน้าต่าง ประตู หรือช่องลม ยังสามารถสร้างปรากฏการณ์ “การระบายอากาศข้ามฟาก” (Cross Ventilation) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนจากด้านหนึ่งของบ้านไปอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดการระบายความร้อนและความชื้นออกจากตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลกระทบของทิศทางลมต่อค่าไฟฟ้าและการใช้พลังงาน บ้านที่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทางลมจะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดี อุณหภูมิภายในบ้านจะลดลง ทำให้ลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้าน การศึกษาด้านการประหยัดพลังงานพบว่า บ้านที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดีสามารถลดการใช้พลังงานสำหรับการปรับอากาศได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยด้านทิศทางลม นั่นหมายถึงการประหยัดค่าไฟฟ้าได้หลายพันบาทต่อปี นอกจากการประหยัดค่าไฟแล้ว การใช้ประโยชน์จากลมธรรมชาติยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน เป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรของโลกอีกด้วย การประเมินค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้จากการออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางลมสามารถทำได้โดยการเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าระหว่างบ้านที่มีการออกแบบที่ดีกับบ้านทั่วไป โดยเฉลี่ยแล้ว บ้านขนาด 150 [...]