กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

13/3/2568 • โดย Homeday
อาการกลัวการแยกจากเป็นปัญหาทางพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว สภาวะนี้เกิดจากความวิตกกังวลอย่างรุนแรงเมื่อสัตว์เลี้ยงถูกทิ้งไว้ตามลำพัง ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และความเครียดทั้งตัวสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ สัญญาณบ่งชี้อาการกลัวการแยกจาก สำหรับสุนัข การเห่าหอนอย่างต่อเนื่องเมื่อถูกทิ้งไว้ การทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ปัสสาวะหรืออุจจาระในที่ไม่เหมาะสม พฤติกรรมก้าวร้าวหรือวิตกกังวล การตามติดเจ้าของตลอดเวลา สำหรับแมว การส่งเสียงร้องมากผิดปกติ การขีดข่วนเฟอร์นิเจอร์ การถ่ายนอกกระบะทราย การเลียขนมากเกินไป การหลบซ่อนตัวหรือซึมเศร้า สาเหตุของอาการกลัวการแยกจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม การย้ายบ้านหรือเปลี่ยนแวดล้อมที่อยู่อาศัยสามารถกระตุ้นความวิตกกังวลได้ การขาดการฝึกฝนที่ถูกต้อง สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับการฝึกให้คุ้นเคยกับการอยู่คนเดียวมักมีปัญหามากขึ้น ประสบการณ์ในอดีต สัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้งหรือมีประสบการณ์ที่ไม่ดีในอดีตจะมีแนวโน้มเกิดอาการนี้สูง การพึ่งพิงสูง สัตว์เลี้ยงที่ติดเจ้าของมากเกินไปจะยากต่อการแยกออกมา เทคนิคการจัดการอาการกลัวการแยกจาก การฝึกฝนขั้นพื้นฐาน เริ่มจากการทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเวลาสั้นๆ ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาทีละน้อย สร้างพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้าน การสร้างความรู้สึกปลอดภัย จัดเตรียมของเล่นที่น่าสนใจ ใช้กลิ่นหรือเสียงที่คุ้นเคย เตรียมพื้นที่พักผ่อนสบาย เทคนิคการให้รางวัล ให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงอยู่อย่างสงบ หลีกเลี่ยงการตำหนิเมื่อเกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ สร้างความผูกพันผ่านกิจกรรมร่วมกัน วิธีการป้องกันและแก้ไข การออกกำลังกายและกระตุ้นสมอง เดินเล่นหรือวิ่งเล่นก่อนออกจากบ้าน เตรียมของเล่นกระตุ้นสมอง สลับของเล่นเพื่อความน่าสนใจ การใช้เทคโนโลยีช่วย กล้องติดตามพฤติกรรม อุปกรณ์ให้อาหารอัตโนมัติ เครื่องบันเทิงสำหรับสัตว์เลี้ยง เมื่อต้องพบสัตวแพทย์ หากอาการรุนแรงและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะทาง บางกรณีอาจต้องใช้ยาหรือการบำบัดพิเศษ สรุป การจัดการอาการกลัวการแยกจากต้องอาศัยความเข้าใจ [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นเวลาแห่งความสนุกสนานสำหรับมนุษย์ แต่อาจเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายและน่ากังวลสำหรับสัตว์เลี้ยง เสียงดังจากการเฉลิมฉลอง การจุดพลุ และความเปลี่ยนแปลงในบ้านอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงที่เรารัก การเตรียมความพร้อมให้สัตว์เลี้ยงรับมือกับช่วงเทศกาลปีใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของต้องให้ความใส่ใจ บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลและเตรียมความพร้อมให้สัตว์เลี้ยงของคุณผ่านช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างปลอดภัยและมีความสุข โดยครอบคลุมทั้งการจัดการกับความเครียดจากเสียงดัง การเตรียมที่พักอาศัย และการดูแลสุขภาพทั่วไปในช่วงเทศกาล การเตรียมบ้านให้ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงในช่วงปีใหม่ การจัดเตรียมบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพวกเขา เริ่มต้นด้วยการจัดเตรียม “มุมปลอดภัย” (Safe Zone) ในบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเลือกห้องที่เงียบสงบและห่างไกลจากความวุ่นวาย ควรมีของเล่น ที่นอน และผ้าห่มที่คุ้นเคยวางไว้เพื่อให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย ติดตั้งปลั๊กน้ำหอมหรือใช้สเปรย์ที่มีฟีโรโมนสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยลดความเครียด สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ชอบซ่อนตัวเมื่อตกใจ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีช่องว่างอันตรายที่พวกเขาอาจเข้าไปติด ปิดช่องใต้เตียง ตู้เสื้อผ้า หรือพื้นที่ที่อาจเป็นอันตรายเมื่อสัตว์เลี้ยงพยายามหนีจากเสียงดัง เก็บสายไฟ ของตกแต่งปีใหม่ และของมีคมให้พ้นมือสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นคริสต์มาส ประดับไฟ และของตกแต่งที่กินได้ซึ่งอาจเป็นอันตรายหากสัตว์เลี้ยงเข้าไปเล่นหรือกิน นอกจากนี้ ควรเตรียมระบบระบายอากาศที่ดีภายในบ้าน เนื่องจากกลิ่นจากธูป เทียน หรือดอกไม้บางชนิดที่ใช้ในการเฉลิมฉลองอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยง ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ และหลีกเลี่ยงการจุดธูปหรือเทียนในบริเวณใกล้เคียง การจัดเตรียมบ้านอย่างเหมาะสมจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณรู้สึกปลอดภัยและลดความเครียดในช่วงเทศกาลปีใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรับมือกับเสียงพลุและการเฉลิมฉลองที่อาจสร้างความตื่นกลัวให้สัตว์เลี้ยง เสียงพลุและการเฉลิมฉลองในช่วงปีใหม่เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สัตว์เลี้ยงต้องเผชิญ โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีการได้ยินที่ไวกว่ามนุษย์หลายเท่า เสียงดังและแสงสว่างจากการจุดพลุสามารถสร้างความตื่นตระหนกและความเครียดอย่างรุนแรงให้กับสัตว์เลี้ยงได้ การเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการช่วยให้สัตว์เลี้ยงรับมือกับเสียงพลุคือการสร้างเสียงรบกวนทางบวก (White Noise) ภายในบ้าน เปิดโทรทัศน์ วิทยุ หรือเครื่องเล่นเพลงในระดับเสียงที่พอดีเพื่อกลบเสียงจากภายนอก การใช้เครื่องทำความชื้นหรือพัดลมที่มีเสียงสม่ำเสมอก็สามารถช่วยได้เช่นกัน [...]

31/3/2568 • โดย Homeday
กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม SoSafe ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมไทย พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมพริ้น พาเลซ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วม อาทิ ดร. จูลิตตา โอนาบันโจ ผู้อำนวยการ UNFPA ประจำประเทศไทยและผู้แทนประจำประเทศมาเลเซีย นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และตัวแทนจากหน่วยงานอื่น ๆ รวมถึง นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของโครงการ [...]

11/4/2568 • โดย Homeday
ศิริสุภา อาจสัญจร บิ๊กบอสฝ่ายการตลาด แห่ง นีโอ คอร์ปอเรท ประกาศข่าวใหญ่ในรอบ 15 ปี เปิดตัว “LovliTails” (เลิฟลี่เทล) กลุ่มผลิตภัณฑ์ อ่อนโยนจากธรรมชาติ ที่มีแนวคิดมาจาก Pet centric โดยเฉพาะ เพื่อดูแลสัตว์เลี้ยง กระโดดเข้าสู่วงการ Pet Care อย่างเต็มตัว!! ศิริสุภา อาจสัญจร บิ๊กบอสฝ่ายการตลาด แห่ง นีโอ คอร์ปอเรท ประกาศข่าวใหญ่ในรอบ 15 ปี เปิดตัว “LovliTails” (เลิฟลี่เทล) กลุ่มผลิตภัณฑ์ อ่อนโยนจากธรรมชาติ ที่มีแนวคิดมาจาก Pet centric โดยเฉพาะ เพื่อดูแลสัตว์เลี้ยง เอาใจแด๊ดดี้ มัมหมีที่รักและดูแลน้องหมาน้องแมวราวกับเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงของครอบครัว เน้นผลิตภัณฑ์ปลอดภัย ผ่านการทดสอบจากสัตวแพทย์, อ่อนโยนจากธรรมชาติ, ค่า pH เหมาะสม, กลิ่นหอมดีต่อใจน้องๆ และคุมกลิ่นได้ยาวนาน เข้าใจธรรมชาติของน้องสุนัขและแมว อ่านจบก็ช้อป LovliTails [...]

10/2/2568 • โดย Homeday
ช่วงล่างของรถยนต์เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดสำหรับการขับขี่ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ หากช่วงล่างมีปัญหา เช่น หลวม โคลงเคลง หรือเสื่อมสภาพ อาจส่งผลให้การควบคุมรถลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และทำให้การขับขี่ไม่นุ่มนวล ผู้ขับขี่รถยนต์ควรจักกับวิธีการดูแลตรวจเช็คเบื้องต้น และให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจซ่อมบำรุงและปรับปรุงช่วงล่างรถยนต์ให้แน่น ฟิต พร้อมรับมือทุกสภาพถนน ช่วยให้ผู้ใช้รถขับขี่ได้อย่างมั่นใจเตรียมพร้อมสำหรับทุกการเดินทางอย่างปลอดภัย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทยที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี แนะนำว่า การตรวจเช็คและดูแลช่วงล่างของรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ผู้ใช้รถควรตรวจสอบสภาพช่วงล่างของรถเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังจากเดินทางไกลหรือขับขี่บนเส้นทางขรุขระ เพื่อป้องกันความเสียหายและช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ เนื่องจาก ช่วงล่างของรถยนต์เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขับขี่ หากช่วงล่างมีปัญหา อาจทำให้รถสูญเสียการทรงตัว เกิดเสียงดัง หรือมีอาการสั่นสะเทือนขณะขับขี่ ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้ 10 ข้อควรรู้ในการตรวจสอบดูแลสภาพช่วงล่างรถยนต์ ตรวจสอบยาง: ความดันลมยาง ควรเช็คและปรับความดันลมยางให้ถูกต้องตามที่ผู้ผลิตแนะนำ ตรวจสอบดอกยาง ดูว่ามีการสึกหรอมากเกินไปหรือไม่ โดยใช้เหรียญหรือเครื่องมือวัดความลึกดอกยาง และที่สำคัญต้องเช็คสภาพยางสม่ำเสมอ เช็ครอยแตก, การบวม, หรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจทำให้ยางเสียหาย ตรวจสอบระบบเบรก: ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเบรก และเปลี่ยนตามที่ผู้ผลิตแนะนำ ที่สำคัญควร ตรวจสอบผ้าเบรก [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
ในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568 ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคาร C … นพ.ดุสิต ศรีสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลานนา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน Mother Class “คุณแม่ยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ” ประจำปี 2568 ของโรงพยาบาลลานนา โดยศูนย์สูตินรีเวชกรรม และแผนกห้องคลอด-ทารกแรกเกิด โรงพยาบาลลานนา ได้จัดกิจกรรมการอบรมให้ความรู้ในกลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์ ในหัวข้อเรื่อง “คุณแม่ยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ” … คุณแม่แข็งแรง ลูกปลอดภัย เพราะสุขภาพที่ดีของแม่ คือจุดเริ่มต้นของลูกที่สมบูรณ์แข็งแรง โดยมีหัวข้อการบรรยายเรื่อง การเตรียมตัวระหว่างตั้งครรภ์ , สุขภาพของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ , การออกกำลังกายสำหรับสตรีตั้งครรภ์ และคำถามที่พบบ่อยในพ่อแม่มือใหม่ วิทยากรโดย พญ.สุพัชรี พัวพันธ์ และพญ.หทัยรัตน์ เรืองเดชณรงค์ สูตินรีแพทย์ ประจำศูนย์สูตินรีเวชกรรม รวมทั้งมี WORK SHOP การสาธิตวิธีการอาบน้ำทารก , การห่อตัวทารก และการดูแลทารกแรกเกิด จากทีมวิทยากรจากแผนกห้องคลอด-ทารกแรกเกิด มาบรรยายให้ความรู้ [...]

15/2/2568 • โดย Homeday
การดูแลสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม แต่ความจริงแล้วมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการดูแลสุขภาพด้านอื่นๆ เพราะปัญหาสุขภาพช่องปากสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้อย่างมาก ทำไมต้องทำความสะอาดฟันสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงไม่สามารถบอกความรู้สึกหรือความเจ็บปวดได้โดยตรง การสะสมของคราบพลัคและหินปูนในช่องปากจะนำไปสู่การอักเสบของเหงือก เกิดกลิ่นปาก และอาจลุกลามเป็นโรคปริทันต์ได้ หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้ฟันโยก หลุดร่วง และแบคทีเรียจากช่องปากอาจแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ตับ และไต นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากมักจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น: เบื่ออาหาร ทานอาหารได้น้อยลง หงุดหงิดง่าย ไม่อยากให้จับบริเวณใบหน้า น้ำลายไหลมากผิดปกติ เลือดออกตามไรฟัน ฟันผุ หรือมีคราบหินปูนสีน้ำตาลเกาะตามซอกฟัน วิธีทำความสะอาดฟันสัตว์เลี้ยงที่ถูกต้อง เลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม แปรงสีฟันสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ยาสีฟันสำหรับสัตว์เลี้ยง (ห้ามใช้ยาสีฟันของมนุษย์เด็ดขาด) ผ้าสะอาดสำหรับเช็ดทำความสะอาด สร้างความคุ้นเคย เริ่มจากการสัมผัสบริเวณปากและฟันเบาๆ ให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงให้ความร่วมมือ ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาการสัมผัส ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในการสร้างความคุ้นเคย ขั้นตอนการแปรงฟัน จัดท่าทางให้เหมาะสม นั่งในที่สงบ ไม่มีสิ่งรบกวน จับสัตว์เลี้ยงให้อยู่ในท่าที่สบาย อาจห่อตัวด้วยผ้าขนหนูเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย เริ่มแปรงฟัน บีบยาสีฟันปริมาณเล็กน้อยลงบนแปรง แปรงในลักษณะวนเป็นวงกลมเบาๆ เน้นบริเวณรอยต่อระหว่างฟันกับเหงือก ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาทีต่อครั้ง หลังแปรงฟัน [...]
