กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

4/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกพริกในกระถางเป็นกิจกรรมที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยให้ครอบครัวได้วัตถุดิบทำอาหารสดใหม่ใช้เอง พร้อมทั้งเป็นการผ่อนคลายจากความเครียด พริกมีสารแคปไซซินที่ให้ความเผ็ดและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเจริญอาหาร ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันเส้นเลือดอุดตัน และมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง วิธีการปลูกพริกในกระถางนั้นไม่ซับซ้อน แต่ต้องมีเทคนิคและการดูแลที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี พันธุ์พริกไหนเหมาะสำหรับปลูกในกระถาง? พริกมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Capsicum spp. เป็นพืชในวงศ์ Solanaceae ตระกูลเดียวกับมันฝรั่งและมะเขือ1 ลักษณะของต้นพริกเป็นไม้ล้มลุกความสูงประมาณ 1-2.5 ฟุต มีลำต้นหลักเพียงต้นเดียวแต่จะแตกกิ่งออกไปเป็นพุ่มขนาดเล็ก ออกเป็นใบเดี่ยวทรงกลมรีและปลายแหลม ดอกสีขาว 1-3 ดอก ผลสีเขียวเมื่ออ่อน เมื่อโตเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม หรือแดงปนน้ำตาล สำหรับการปลูกในกระถาง พันธุ์ที่เหมาะสมได้แก่ พริกขี้หนูผลใหญ่ พริกขี้หนูผลเล็ก และพริกใหญ่ ระดับความเผ็ดของพริกแบ่งตามปริมาณสารแคปไซซินออกเป็น 3 ระดับ โดยใช้หน่วยเป็นสโควิลล์ (Scoville) พริกเผ็ดมากจะมีความเผ็ดอยู่ในช่วง 70,000-175,000 สโควิลล์ พริกเผ็ดกลางอยู่ในช่วง 35,000-70,000 สโควิลล์ และพริกเผ็ดน้อยหรือไม่เผ็ดอยู่ในช่วง 0-35,000 สโควิลล์ สำหรับผู้เริ่มต้นแนะนำให้เลือกพริกขี้หนูซึ่งเป็นพริกเผ็ดกลางที่นิยมนำมาทำอาหาร เนื่องจากดูแลง่ายและให้ผลผลิตดี พันธุ์พริกเหล่านี้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในกระถางได้ดีและมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม อุปกรณ์และวัสดุที่จำเป็นสำหรับการปลูกมีอะไรบ้าง? การเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นพื้นฐานสำคัญของการปลูกพริกให้สำเร็จ อุปกรณ์หลักที่ต้องเตรียมประกอบด้วย เมล็ดพริกหรือพริกขี้หนูสำหรับเก็บเมล็ด [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักสวนครัวในบ้านไม่ใช่เพียงแค่งานอดิเรกธรรมดา แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ต่อไปนี้คือ 10 เหตุผลที่จะทำให้คุณอยากเริ่มปลูกผักสวนครัวในบ้านทันที 1. คุณภาพอาหารที่ปลอดภัยและสดใหม่ การปลูกผักสวนครัวด้วยตัวเองเป็นหลักประกันคุณภาพอาหาร คุณสามารถควบคุมกระบวนการปลูกได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของคุณเองมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าผักที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด ข้อดีของการควบคุมคุณภาพ เลือกวิธีการปลูกแบบออร์แกนิก ทราบแหล่งที่มาของผักอย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงจากสารพิษตกค้าง 2. การประหยัดค่าใช้จ่าย การปลูกผักสวนครัวสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ เมล็ดพันธุ์มีราคาถูก และสามารถนำผลผลิตมาใช้ได้ต่อเนื่อง กลยุทธ์การประหยัด เริ่มจากผักที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตเร็ว เก็บเมล็ดพันธุ์จากผลผลิตเพื่อใช้ปลูกรอบถัดไป คำนวณงบประมาณการปลูกล่วงหน้า 3. การออกกำลังกายและการบำบัด การดูแลสวนผักเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวร่างกาย และยังเป็นการบำบัดทางจิตใจอีกด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ลดความเครียด กระชับกล้ามเนื้อ 4. การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ การปลูกผักสวนครัวเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด คุณจะได้พัฒนาทักษะการสังเกต การดูแล และการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทักษะที่ได้รับ ความอดทน ความละเอียดรอบคอบ ความคิดสร้างสรรค์ 5. ความมั่นคงทางอาหาร การมีสวนผักส่วนตัวช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน การเตรียมพร้อม มีแหล่งอาหารสำรอง ลดการพึ่งพาตลาด สร้างความยั่งยืนให้ครอบครัว 6. การดูแลสิ่งแวดล้อม การปลูกผักสวนครัวช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และสนับสนุนระบบนิเวศในบ้านของคุณ มิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการขนส่งอาหาร [...]

26/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักจากเศษผักเหลือใช้กลายเป็นทางเลือกยอดฮิตสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่จำกัด เช่น หอพัก คอนโด หรือบ้านที่ไม่มีสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การมีผักสวนครัวปลอดสารพิษไว้ใช้เองจึงเป็นวิธีประหยัดที่ทั้งประหยัดเงินและได้ผักสดสะอาดมาบริโภค วิธีการนี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนค่าอาหาร แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายและสร้างความสุขใจอีกด้วย ผักชนิดใดบ้างที่ปลูกจากเศษเหลือใช้ได้? ผักหลายชนิดที่เราใช้ประกอบอาหารประจำวันสามารถนำมาเพาะปลูกใหม่ได้จากส่วนที่เหลือจากการทำอาหาร การเลือกผักที่เหมาะสมจะช่วยให้การปลูกประสบความสำเร็จและได้ผลผลิตที่น่าพอใจ ผักใบเขียวที่ปลูกง่าย ได้แก่ ผักชีที่ควรหั่นจากรากขึ้นมาประมาณ 3 นิ้ว ขึ้นฉ่ายที่หั่นจากรากขึ้นมาประมาณ 2 นิ้ว และต้นหอมที่หั่นตรงก้านให้เหลือประมาณ 2 นิ้ว ผักเหล่านี้มีอัตราการงอกสูงและเติบโตเร็ว ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ผักกลุ่มคะน้าและกาด เช่น บ๊อกฉ่อยและผักกาดขาวที่หั่นให้เหลือโคนประมาณ 2 นิ้ว สามารถเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ ผักกาดหอมหรือผักสลัดก็เป็นอีกทางเลือกที่โตง่าย โดยสามารถนำโคนต้นไปแช่ในชามที่มีน้ำและตั้งไว้ในที่แสงแดดส่องถึง สมุนไพรและผักปรุงรส อย่างสะระแหน่ที่หั่นให้มีขนาดประมาณ 3 นิ้วแล้วเด็ดใบออกให้เหลือ 2-3 ใบ ตะไคร้ก็สามารถปลูกได้โดยเก็บท่อนล่างของลำต้นไว้แล้วนำไปแช่น้ำในแก้วทรงสูง นอกจากนี้ยังมีขิง กระเทียม และผักชนิดอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถเพาะปลูกจากเศษเหลือใช้ได้ วิธีการปลูกผักจากเศษเหลือใช้แบบง่ายๆ ขั้นตอนการปลูกผักจากเศษเหลือใช้มีความง่ายและไม่ซับซ้อน เริ่มต้นด้วยการเตรียมผักที่จะใช้ปลูกโดยนำผักที่เหลือจากการทำอาหารมาหั่นรากหรือโคนออกตามขนาดที่เหมาะสม การหั่นให้ถูกขนาดเป็นสิ่งสำคัญเพราะจะมีผลต่อการงอกของรากใหม่ ขั้นตอนการแช่น้ำเพื่อให้รากงอก เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด โดยนำผักที่หั่นแล้วไปแช่น้ำโดยเติมน้ำประมาณ 1/2 นิ้วหรือให้ท่วมส่วนรากประมาณ 0.5 นิ้ว [...]

24/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกเมลอนที่บ้านเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผลไม้สดใหม่ราคาไม่แพง โดยสามารถปลูกได้ในพื้นที่จำกัดตั้งแต่ระเบียงคอนโด กระถาง จนถึงโรงเรือนขนาดเล็ก การเลือกวิธีปลูกที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการดูแลอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี รสชาติหวานฉ่ำไม่แพ้การซื้อจากตลาด เหตุใดการปลูกเมลอนจึงเป็นที่นิยมสำหรับคนรักสวน? เมลอนเป็นผลไม้ที่มีสีสันสดใส กลิ่นหอมชวนหิว และรสชาติหวานฉ่ำที่โดนใจคนส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ราคาของเมลอนในท้องตลาดค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับผลไม้ทั่วไป ทำให้การปลูกเมลอนเองเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ การปลูกเมลอนมีข้อดีหลายประการ คือ สามารถปลูกได้ในพื้นที่จำกัด ไม่จำเป็นต้องมีสวนกว้างขวาง นอกจากนี้ยังเป็นผลไม้ที่ไม่ต้องฉีดยาหากดูแลอย่างเหมาะสม ทำให้ได้ผลไม้ปลอดสารพิษสำหรับคนในครอบครัว ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกเมลอนคือปลายฤดูฝนต้นหนาว เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่มีอุณหภูมิเหมาะสม อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการปลูกเมลอนอยู่ที่ 25-30 องศาเซลเซียส และไม่ควรปลูกช่วงอากาศหนาวเย็น วิธีเพาะเมล็ดเมลอนให้งอกอย่างมีประสิทธิภาพ การเพาะเมล็ดเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกเมลอน โดยมีวิธีการที่หลากหลายแต่หลักการพื้นฐานเหมือนกัน ขั้นตอนการเพาะเมล็ดเริ่มต้นด้วยการแช่เมล็ดในน้ำอุ่นอุณหภูมิ 50-55 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง หรือแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 4-6 ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นการงอก จากนั้นนำเมล็ดไปห่อด้วยผ้าขนหนูเปียกน้ำที่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อ หรือใช้กระดาษทิชชูชุบน้ำหมาด การบ่มเมล็ดทำได้โดยการนำเมล็ดที่ห่อแล้วไปใส่ในกระติกหรือกล่องพลาสติก และตั้งไว้ในที่อบอุ่น ภายใน 24-48 ชั่วโมง เมล็ดจะเริ่มงอกออกมาเป็นรากสีขาว เมื่อเมล็ดงอกแล้ว สามารถนำไปเพาะในวัสดุต่างๆ เช่น ฟองน้ำสำหรับเพาะเมล็ด ถาดเพาะต้นกล้า หรือขุยมะพร้าว ต้นกล้าที่เหมาะสำหรับการย้ายปลูกควรมีใบจริง 1-2 ใบ หรืออายุกล้า [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
การเลือกดินที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จในการปลูกต้นไม้ ดินแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เหมาะกับพืชต่างชนิดกัน หากเลือกดินได้เหมาะสมกับพืชที่ต้องการปลูก จะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี แข็งแรง และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดินประเภทต่างๆ พร้อมแนะนำการเลือกใช้ดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด ดินปลูกต้นไม้มีกี่ประเภท? หากแบ่งตามลักษณะเนื้อสัมผัสของดิน สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลักที่เหมาะกับการปลูกต้นไม้ แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและความเหมาะสมต่อพืชที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การเลือกใช้ดินต้องคำนึงถึงชนิดของพืชที่ต้องการปลูกเป็นสำคัญ ดินร่วน (Loam Soil) ดินในอุดมคติสำหรับการปลูกพืช ดินร่วนถือเป็นดินที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งสำหรับการปลูกต้นไม้ เนื่องจากมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างดินเหนียว ทราย ตะกอน และอินทรียวัตถุต่างๆ เช่น ฮิวมัส ดินร่วนมีเนื้อค่อนข้างละเอียดนุ่มมือ เมื่อแห้งจะจับกันเป็นก้อนแข็งพอประมาณ แต่เมื่อชื้นจะมีความยืดหยุ่นได้บ้าง หากสัมผัสหรือคลึงดินจะรู้สึกนุ่มมือแต่อาจรู้สึกสากมืออยู่บ้างเล็กน้อย ดินร่วนมีโครงสร้างที่ดี ช่วยให้รากพืชเจริญเติบโตได้ดี มีการระบายน้ำในระดับที่เหมาะสม ไม่แฉะหรือแห้งเกินไป และสามารถกักเก็บความชื้นได้ในระดับที่พอดี ทำให้พืชสามารถดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพบแร่ธาตุแคลเซียมในปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับดินประเภทอื่นๆ ข้อดีของดินร่วน มีโครงสร้างดินที่ดี ช่วยทำให้พืชเจริญเติบโตงอกงาม มีความแข็งแรง ระบายน้ำได้ดี ไม่ต้องกังวลว่ารากจะเน่า มีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชมากมาย ช่วยป้องกันดินไม่ให้เกิดการพังทลาย ช่วยป้องกันรากพืชไม่ให้เสียหายจากแรงลม เพราะรากพืชสามารถแทรกตัวและยึดเกาะกับดินได้ดี ข้อควรระวังของดินร่วน มีความเป็นกรดเล็กน้อย หากปลูกพืชที่ไม่ชอบดินกรด อาจต้องเติมวัสดุปรับสภาพดิน เช่น ปูนขาว หรือขี้เถ้า การระบายน้ำที่ดีอาจทำให้สารอาหารถูกชะล้างออกไปได้ง่าย [...]

20/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักไม้เลื้อยในบ้านเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนรักสวนที่ต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผักไม้เลื้อยไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตที่สามารถนำมารับประทานได้ แต่ยังช่วยสร้างร่มเงาและความสวยงามให้กับบ้านอีกด้วย ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจประโยชน์ของผักไม้เลื้อยและแนะนำชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกในบ้านของคุณ ทำไมควรปลูกผักไม้เลื้อยในบ้าน? ประหยัดพื้นที่ได้มากกว่า การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยให้คุณใช้พื้นที่ในแนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะปลูกพืชในแนวราบซึ่งต้องใช้พื้นที่มาก คุณสามารถปลูกผักไม้เลื้อยให้เติบโตขึ้นไปตามค้างหรือโครงสร้างที่จัดเตรียมไว้ วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านในเมืองที่มีพื้นที่สวนน้อย ให้ร่มเงาและลดความร้อน ผักไม้เลื้อยสามารถช่วยสร้างร่มเงาให้กับบ้านและลดอุณหภูมิโดยรอบได้ เมื่อปลูกให้เลื้อยขึ้นตามซุ้มหรือระแนง ใบของพืชจะช่วยกรองแสงแดดและลดความร้อนที่เข้าสู่บ้าน นี่เป็นประโยชน์อย่างมากในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย ช่วยประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย ปรับปรุงคุณภาพอากาศ ผักไม้เลื้อยช่วยดูดซับมลพิษและปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้อากาศรอบบ้านสะอาดขึ้น พืชเหล่านี้สามารถกรองฝุ่นละอองและสารพิษต่างๆ ในอากาศ ช่วยให้สภาพแวดล้อมในบ้านดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้บรรยากาศในบ้านน่าอยู่มากขึ้น เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยดึงดูดแมลงที่เป็นประโยชน์ เช่น ผึ้ง ผีเสื้อ และแมลงช่วยผสมเกสรอื่นๆ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่บ้านของคุณ และส่งเสริมระบบนิเวศที่สมดุล แมลงเหล่านี้ยังช่วยในการควบคุมศัตรูพืชโดยธรรมชาติอีกด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยไว้รับประทานเองที่บ้านช่วยให้คุณได้รับผักที่สดใหม่ ปลอดสารพิษ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง การทำสวนยังช่วยลดความเครียด เพิ่มความสุข และส่งเสริมการออกกำลังกายเบาๆ ได้อีกด้วย การได้สัมผัสกับธรรมชาติผ่านการทำสวนมีผลดีต่อสุขภาพจิตใจอย่างมาก 10 ผักไม้เลื้อยที่ควรปลูกในบ้าน 1. ตำลึง: ผักใบเขียวคุณค่าสูง ตำลึงเป็นไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายและเติบโตเร็ว มีลักษณะลำต้นเป็นเถาเลื้อยมีมือเกาะ ใบคล้ายรูปหัวใจ [...]

27/3/2567 • โดย Homeday
สมกับเป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างของไทย ล่าสุด คุณอนุพงษ์ รงค์เหลืองอร่าม ผู้บริหารจากยิปซัมตราช้าง จับมือ ทำ MOU ร่วมกับ SCGJWD Logistics ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนระดับอาเซียน เพื่อส่งมอบบริการขนส่งและกระจายสินค้าให้กับยิปซัมตราช้าง จากผู้ผลิตสู่ผู้จัดจำหน่ายทั่วประเทศแบบ
21/5/2567 • โดย Homeday
ไอคอนสยาม ร่วมกับเมืองสุขสยาม และเดียร์ทัมมี่ พร้อมด้วยเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนผลไม้ทั่วประเทศ ต้อนรับฤดูกาลมหัศจรรย์แห่งผลไม้ปี 2567 คัดสรรผลไม้เกรดพรีเมี่ยมคุณภาพส่งออก ผลผลิตตรงตามฤดูกาลซึ่งเป็นช่วงที่ผลไม้อร่อยที่สุด คุณภาพดีที่สุด มาจัดจำหน่ายที่เมืองสุขสยาม และเดียร์ทัมมี่ ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก

25/5/2568 • โดย Homeday
หน่อไม้ฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากมีรสชาติเฉพาะตัวที่กรอบกรุบ และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ผักชนิดนี้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย รวมถึงการช่วยลดน้ำหนัก บำรุงระบบย่อยอาหาร และป้องกันโรคต่างๆ การปลูกหน่อไม้ฝรั่งเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดและประหยัดค่าใช้จ่าย หน่อไม้ฝรั่งคืออะไรและมีลักษณะอย่างไร? หน่อไม้ฝรั่งหรือที่รู้จักในชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Asparagus officinalis จัดอยู่ในวงศ์ Asparagaceae เป็นพืชผักที่มีต้นกำเนิดจากยุโรป แอฟริกาเหนือ และเอเชียตะวันตก ผักชนิดนี้ได้รับการเพาะปลูกมากว่า 2,000 ปีแล้ว ทั้งเพื่อใช้เป็นอาหารและสมุนไพรรักษาโรค หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชอายุหลายปีที่มีระบบรากที่ซับซ้อน ประกอบด้วยรากเนื้อและรากฝอยที่ฝังลึกอยู่ใต้ดิน สามารถแทงลึกได้ถึง 3 เมตร ลำต้นแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก คือ ลำต้นใต้ดินหรือเหง้าที่มีลักษณะคล้ายแท่งดินสอสีน้ำตาล และลำต้นบนดินที่เรียกว่าหน่ออ่อนหรือสเปียร์ (Spear) หน่อไม้ฝรั่งมีลักษณะเฉพาะคือการที่หน่ออ่อนจะโผล่พ้นดินขึ้นมาได้สูงประมาณ 90-120 เซนติเมตร และมีรูปทรงคล้ายเฟิร์น มีกิ่งก้านลักษณะคล้ายใบที่เรียกว่าคลาโดด (Cladodes)1 ที่น่าสนใจคือหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชที่เพศผู้และเพศเมียแยกกันอยู่ ต้องอาศัยแมลงช่วยในการผสมเกสร โดยดอกของต้นเพศผู้จะมีขนาดใหญ่และยาวกว่าดอกของต้นเพศเมีย สายพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งยอดนิยมมีอะไรบ้าง? การเลือกสายพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูก มีสายพันธุ์หลักที่ได้รับความนิยมอยู่ 5 สายพันธุ์หลัก สายพันธุ์แมรี่วอชิงตัน (Mary Washington) เป็นสายพันธุ์แรกที่นำมาปลูกและเป็นสายพันธุ์ที่มีความต้านทานโรคดี ให้ผลผลิตที่มีขนาดใหญ่และสม่ำเสมอ มีหน่อสีเขียวเข้มพร้อมปลายสีม่วง และมีรสชาติหวานเล็กน้อยแบบถั่ว แม้จะเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิม แต่ยังคงได้รับความนิยมเนื่องจากความน่าเชื่อถือ สายพันธุ์แคลิฟอร์เนีย [...]

5/3/2568 • โดย Homeday
กลุ่ม KTIS เผยข้อมูลการเปิดรับอ้อยเข้าหีบในฤดูการผลิตปี 2567/68 จนถึงต้นเดือนมีนาคม 2568 พบว่า มีอ้อยเข้าหีบมากกว่าปริมาณอ้อยทั้งปีของฤดูการผลิตปี 2566/67 แล้ว และสามารถผลิตน้ำตาลทรายได้มากกว่าปีก่อนแล้วด้วย คาดหลังปิดหีบปีนี้น่าจะได้อ้อยและน้ำตาลทรายมากกว่าปีก่อนประมาณ 30% นอกจากนี้ ชานอ้อยที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีต่อสายธุรกิจผลิตไฟฟ้าและเยื่อกระดาษชานอ้อย อีกทั้งโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% ก็มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานปี 2568 โตกว่าปี 2567 อย่างมีนัยสำคัญ นายสมชาย สุวจิตตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจน้ำตาล และผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายของกลุ่ม KTIS สำหรับฤดูการผลิตปี 2567/68 นับจากวันเปิดหีบอ้อย 15 ธันวาคม 2567 จนถึงต้นเดือนมีนาคม 2568 เป็นระยะเวลาหีบอ้อย 79 วัน พบว่า มีอ้อยเข้าหีบแล้วประมาณ 5.6 ล้านตัน [...]

3/3/2568 • โดย Homeday
ที่สุดแห่งประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ! Honda Meet and Greet สนั่นลั่น Honda Exhibition Hall!! กระทบไหล่ทัพนักแข่งระดับโลกจากฮอนด้า พร้อมยอดนักบิดขวัญใจชาวไทย “ก้อง & ก๊องส์” ก่อนลุยเรซ ไทยจีพี 2025 “ไทยฮอนด้า” ผู้นำอันดับหนึ่งวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตได้ร่วมกิจกรรม “มีตแอนด์กรี๊ด” (Meet and Greet) กับทัพนักแข่งนระดับโลกฮอนด้า รวมถึงนักบิดไทยคนแรกในโมโตจีพี “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และดาวรุ่งนักบิดไทย “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ในศึกไทยจีพี ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา นำโดย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดโมโตจีพีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ผลผลิตจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” เจ้าของหมายเลข 35 [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
กล้วยเป็นผลไม้ยอดนิยมของคนไทยที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก ให้ผลผลิตเร็ว และมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะปลูกไว้กินเองที่บ้านหรือปลูกเพื่อสร้างรายได้ก็ทำได้ไม่ยาก บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับกล้วยให้มากขึ้น ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา สายพันธุ์ต่างๆ วิธีปลูกและดูแล ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ ผู้ที่สนใจปลูกกล้วยสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมกล้วยถึงเป็นพืชที่น่าปลูก? ประโยชน์มหาศาลของกล้วยที่หลายคนอาจไม่รู้ กล้วยนับเป็นพืชมหัศจรรย์ที่ใช้ประโยชน์ได้ครบทุกส่วน ตั้งแต่ราก ลำต้น ใบ ดอก ไปจนถึงผล ซึ่งเป็นส่วนที่นิยมรับประทานมากที่สุด กล้วยมีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีวิวัฒนาการมายาวนานถึง 50 ล้านปี ปัจจุบันแพร่กระจายไปทั่วโลก กล้วยเป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทย ทนต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน และให้ผลผลิตรวดเร็วเพียง 8-12 เดือนหลังปลูก นอกจากความอร่อยแล้ว กล้วยยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ ทั้งฟอสฟอรัส แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต วิตามินหลายชนิด มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร กระตุ้นการขับถ่าย เสริมสร้างพลังงาน ลดอาการอ่อนเพลีย กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตลอดจนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ควบคุมความดันโลหิต และแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง การรับประทานกล้วยเป็นประจำจะมีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะกล้วยมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ดี อย่างไรก็ตาม กล้วยไม่ใช่ยารักษาโรค จึงควรรับประทานควบคู่กับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ รู้จักกล้วยให้มากขึ้น สายพันธุ์ไหนนิยมปลูกในบ้านเรา? [...]