กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

27/2/2568 • โดย Homeday
ภาคการท่องเที่ยวในปี 68 ยังคงน่าจับตามอง เนื่องจากมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเตรียมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก่อนช่วงโควิด-19 เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งจากต่างชาติและภายในประเทศกลับมามีความเชื่อมั่นในการเดินทาง ซึ่งการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวนี้ มีผลโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในด้านการลงทุน การพัฒนาโครงการใหม่ และความต้องการพื้นที่สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การท่องเที่ยว: ปัจจัยสำคัญในเศรษฐกิจไทย จากการคาดการณ์ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2025 คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้กว่า 3 ล้านล้านบาท โตจากปี 67 ราว 7.5% ซึ่งถือเป็นการฟื้นตัวที่รวดเร็วและน่าจับตามอง ด้วยการที่ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และ สมุย การเติบโตนี้เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่กระตุ้นความต้องการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว ทั้ง โรงแรม ที่พักระยะยาว บ้านพักตากอากาศ และ คอนโดมิเนียม การขยายตัวของตลาดท่องเที่ยวจึงกลายเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงในระยะยาว การท่องเที่ยวหนุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย หนึ่งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลบวกจากการเติบโตของการท่องเที่ยวคือ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย โดยเฉพาะ คอนโดมิเนียม และ บ้านพักตากอากาศ ที่รองรับทั้งนักท่องเที่ยวระยะสั้นและนักท่องเที่ยวระยะยาว การที่หลายคนเริ่มปรับวิธีการทำงานให้เป็น Remote Work หรือ Workation [...]

1/4/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องอาศัยความเข้าใจในหลายปัจจัย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เมือง ซึ่งมีผลโดยตรงต่อมูลค่าและศักยภาพการเติบโตของทรัพย์สิน บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เมืองก่อนการลงทุน พร้อมให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานด้านอสังหาริมทรัพย์ ความสำคัญของภูมิทัศน์เมืองต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ภูมิทัศน์เมืองไม่ได้หมายถึงแค่สภาพแวดล้อมทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงทางประชากร และนโยบายการพัฒนาพื้นที่ของภาครัฐ ปัจจัยเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การเข้าใจแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเมืองช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์ทิศทางการเติบโตและวางแผนการลงทุนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เช่น การลงทุนในพื้นที่ที่กำลังมีการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน มักจะเห็นการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลา 3-5 ปี หลังจากการพัฒนาสำเร็จ นอกจากนี้ การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เมืองยังช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน เนื่องจากเมืองไม่ได้พัฒนาอย่างสม่ำเสมอในทุกพื้นที่ บางพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ความแออัด หรือการย้ายถิ่นฐานของประชากร ซึ่งส่งผลให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ลดลงได้ ผู้ลงทุนที่เข้าใจและติดตามการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เมืองอย่างสม่ำเสมอ จะมีความได้เปรียบในการตัดสินใจว่าควรลงทุนในพื้นที่ใด เมื่อใด และควรถือครองหรือขายในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ทำให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่านักลงทุนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัจจัยนี้ ปัจจัยหลักในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เมือง การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เมืองจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้านประกอบกัน ดังนี้: โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม: การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ มีผลโดยตรงต่อความสะดวกในการเดินทางและการเข้าถึงพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การศึกษาแผนการพัฒนาในอนาคตของภาครัฐและเอกชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาพัฒนาหลายปี จะสร้างโอกาสสำหรับนักลงทุนที่เข้าไปซื้อที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ก่อนที่มูลค่าจะปรับตัวสูงขึ้น แนวโน้มทางประชากรและการเคลื่อนย้าย: การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นหรือลดลง การย้ายถิ่นฐาน หรือการเปลี่ยนแปลงทางอายุของประชากร ล้วนส่งผลต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในแต่ละพื้นที่ เช่น ในเขตเมืองที่มีการขยายตัวของสถาบันการศึกษาหรือศูนย์ธุรกิจ จะดึงดูดประชากรวัยทำงานและนักศึกษาเข้ามา ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ให้เช่าเพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน: การเปลี่ยนแปลงผังเมืองหรือการอนุญาตให้ใช้ที่ดินในรูปแบบใหม่ [...]

29/3/2568 • โดย Homeday
การเคลื่อนย้ายของประชากรเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไม่ควรมองข้าม เสมือนเข็มทิศนำทางที่ช่วยให้เห็นโอกาสการลงทุนที่ซ่อนอยู่ในแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ ความสำคัญของการศึกษาการเคลื่อนย้ายประชากร การวิเคราะห์การเคลื่อนย้ายประชากรเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการคาดการณ์ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนที่เข้าใจแนวโน้มการเคลื่อนย้ายสามารถคาดการณ์ความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายถิ่นฐานจากชนบทสู่เมือง การขยายตัวของเขตเมือง หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัว ปัจจัยขับเคลื่อนการเคลื่อนย้ายประชากร โอกาสทางเศรษฐกิจ: การย้ายถิ่นเพื่อแสวงหางานและรายได้ที่ดีกว่า เป็นแรงผลักดันหลักของการเคลื่อนย้ายประชากร เมืองใหญ่และเขตเศรษฐกิจมักดึงดูดประชากรวัยทำงานด้วยโอกาสทางอาชีพที่หลากหลาย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: การพัฒนาระบบคมนาคม ระบบราง และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ กระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนย้ายของประชากรไปยังพื้นที่ที่มีการพัฒนา พื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าหรือเส้นทางคมนาคมสำคัญมักมีมูลค่าอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น คุณภาพชีวิต: ปัจจัยด้านการศึกษา สาธารณสุข ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยเป็นแรงจูงใจสำคัญในการเลือกถิ่นที่อยู่อาศัย ผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ การเคลื่อนย้ายประชากรส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงความต้องการที่อยู่อาศัย พฤติกรรมการอยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไปตามโครงสร้างประชากร คนรุ่นใหม่มีความต้องการที่อยู่อาศัยที่แตกต่างจากรุ่นก่อน โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย ทำเลที่ตั้ง และการเชื่อมต่อกับระบบนิเวศน์การใช้ชีวิตสมัยใหม่ มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ พื้นที่ที่มีการเคลื่อนย้ายประชากรเข้ามาอย่างต่อเนื่องมักมีแนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น การวิเคราะห์ทิศทางการเคลื่อนย้ายช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ล่วงหน้าได้ กลยุทธ์การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก นักลงทุนควรใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลประชากรศาสตร์ อาทิ ข้อมูลการย้ายถิ่นรายปี สถิติการเกิดและการตาย แนวโน้มโครงสร้างอายุประชากร การสำรวจการย้ายถิ่นฐานของหน่วยงานราชการ การติดตามแนวโน้มระยะยาว การลงทุนอย่างอัจฉริยะต้องมองการณ์ไกล ติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางประชากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง สรุป การวิเคราะห์การเคลื่อนย้ายประชากรเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนที่เข้าใจและติดตามแนวโน้มอย่างใกล้ชิดจะสามารถค้นพบโอกาสการลงทุนที่มีศักยภาพ และสร้างผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจในระยะยาว #อสังหาริมทรัพย์ [...]

15/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของการวิเคราะห์แนวโน้มพื้นที่พัฒนา การวิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องอาศัยทักษะการสังเกตและเครื่องมือที่หลากหลาย เพื่อคาดการณ์ทิศทางการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างแม่นยำ นักลงทุนและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่ เครื่องมือและวิธีการวิเคราะห์แนวโน้มพื้นที่ 1. การศึกษาข้อมูลภูมิศาสตร์และผังเมือง การวิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่เริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูลภูมิศาสตร์อย่างละเอียด นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องติดตามแผนผังเมืองและทิศทางการขยายตัวของชุมชน โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ อาทิ เส้นทางคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค และการวางผังเมืองใหม่ๆ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สามารถคาดการณ์แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ 2. การวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจและประชากร ข้อมูลทางเศรษฐกิจและประชากรเป็นตัวบ่งชี้สำคัญในการคาดการณ์การพัฒนาพื้นที่ นักวิเคราะห์ต้องศึกษาปัจจัยต่างๆ เช่น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ การย้ายถิ่นฐาน โครงสร้างประชากร และแนวโน้มการจ้างงาน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจถึงความต้องการที่อยู่อาศัยและพื้นที่พัฒนาในอนาคต 3. เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลสมัยใหม่ ปัจจุบันเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลมีความก้าวหน้ามาก เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการคาดการณ์แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์การวิเคราะห์แนวโน้มที่แม่นยำ การติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ความแม่นยำในการวิเคราะห์แนวโน้มขึ้นอยู่กับการติดตามข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควรสร้างระบบการติดตามข้อมูลที่ครอบคลุม ประกอบด้วย: การติดตามประกาศและนโยบายภาครัฐ การวิเคราะห์ข้อมูลตลาดอย่างต่อเนื่อง การประเมินผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เครือข่ายและแหล่งข้อมูล การสร้างเครือข่ายและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย: การติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญในวงการ การใช้แพลตฟอร์มข้อมูลออนไลน์ที่ทันสมัย เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ การใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) [...]

15/4/2568 • โดย Homeday
การตั้งศาลพระภูมิเป็นความเชื่อที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมไทยมาช้านาน เชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพารักษ์ที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองบ้านเรือนและผู้อาศัยให้อยู่เย็นเป็นสุข การตั้งศาลพระภูมิมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักความเชื่อมากมาย ตั้งแต่การเลือกตำแหน่ง ทิศทาง องค์ประกอบ ไปจนถึงฤกษ์ยามและพิธีการที่เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำวิธีการตั้งศาลพระภูมิอย่างละเอียดเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านและผู้อยู่อาศัย ศาลพระภูมิคืออะไร? ทำไมคนไทยจึงนิยมตั้งไว้ที่บ้าน? ศาลพระภูมิ คือ สถานที่ประทับของพระชัยมงคลหรือเทพารักษ์ ที่คอยปกปักรักษาบ้านเรือนให้ร่มเย็นเป็นสุข เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรือง และคุ้มครองผู้อาศัยจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง มีลักษณะเป็นวิหารขนาดเล็กตั้งอยู่บนฐานเสาต้นเดียว ซึ่งแสดงถึงความเป็นเทพชั้นสูงที่มาประทับบนพื้นดินของมนุษย์ คนไทยนิยมตั้งศาลพระภูมิที่บ้านเพราะมีความเชื่อสืบทอดมาจากศาสนาพราหมณ์และฮินดู ว่าทุกพื้นที่ล้วนมีเทพารักษ์คอยดูแลปกป้อง การตั้งศาลพระภูมิจึงเป็นการให้เกียรติและเชิญเทพารักษ์มาปกปักรักษาพื้นที่อย่างเป็นทางการ ช่วยสร้างความอุ่นใจและความมั่นคงทางจิตใจให้กับผู้อยู่อาศัย จะแยกแยะศาลพระภูมิกับศาลเจ้าที่ได้อย่างไร? ศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่ แม้จะมีความคล้ายคลึงกันในด้านหน้าที่การปกป้องคุ้มครอง แต่ก็มีความแตกต่างในหลายด้านที่สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจน: ความแตกต่างด้านผู้คุ้มครอง ศาลพระภูมิเป็นที่สถิตของพระชัยมงคลหรือเทพารักษ์ซึ่งเป็นเทพชั้นสูง ในขณะที่ศาลเจ้าที่เป็นที่สถิตของบรรพบุรุษหรือดวงวิญญาณเจ้าของที่ดินเดิม ความแตกต่างด้านรูปทรง ศาลพระภูมิมีลักษณะเป็นวิหารขนาดเล็ก มักมีลวดลายงดงามและตั้งอยู่บนฐานเสาเพียงต้นเดียว ส่วนศาลเจ้าที่มีรูปทรงคล้ายบ้านไม้ทรงไทยและมีฐาน 4 หรือ 6 เสา ความแตกต่างด้านการวางตำแหน่ง หากตั้งทั้งสองศาลไว้ด้วยกัน ศาลพระภูมิจะต้องอยู่ทางซ้ายมือและสูงกว่าศาลเจ้าที่ ซึ่งจะวางไว้ทางขวามือและต่ำกว่า แสดงถึงลำดับชั้นของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ องค์ประกอบสำคัญของศาลพระภูมิมีอะไรบ้าง? การจัดเตรียมองค์ประกอบสำคัญของศาลพระภูมิให้ครบถ้วนเป็นการแสดงความเคารพและศรัทธาต่อเทพารักษ์ องค์ประกอบหลักของศาลพระภูมิแบ่งเป็น 3 ส่วนสำคัญ: 1. เจว็ดศาลพระภูมิ เจว็ดศาลพระภูมิ คือ แผ่นไม้ที่แกะสลักเป็นรูปเทวดาถือพระขรรค์ มีรูปร่างคล้ายใบเสมา เมื่อได้รับการปลุกเสกอย่างถูกต้องแล้ว จะเรียกว่า [...]

24/5/2566 • โดย Homeday
นายธีระ ทองวิไล กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ทิศทางของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มที่

12/2/2569 • โดย Homeday
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังคงขยายตัวได้ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยรอบด้าน โดยบริษัทฯ วางแผนดำเนินธุรกิจปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพ ความคล่องตัว และนวัตกรรม เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท พร้อมแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งสิ้น 4 – 6 โครงการ มูลค่ารวม 3,500 – 4,500 ล้านบาทครอบคลุมทั้งทาวน์โฮม บ้านแนวคิดใหม่ และบ้านเดี่ยวในช่วงราคา 2-12 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง และในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทปรับตัวเพื่อผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ 1. ต้องรักษาสภาพคล่องให้ได้ 2. ควบคุมอัตราหนี้สินต่อทุน เพื่อลดความเสี่ยง 3. การเปิดโครงการใหม่ต้องแม่นยำ และมีข้อมูลที่ดี 4. บริหาร Quality ทั้งสินค้า ระบบบริหาร และทรัพยากรมนุษย์ ช่วงรอเศรษฐกิจฟื้นตัว และ 5. ยกระดับองค์กรตามแนวทาง ESG เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าในระยะยาว นายไชยยันต์ ชาครกุล [...]

25/3/2568 • โดย Homeday
ตอกย้ำสถาปัตยกรรมมีความสำคัญในทุกเรื่องราวจากอดีตจนถึงปัจจุบันและนำไปสู่อนาคต สมาคมสถาปนิกสยามฯ ร่วมกับ ทีทีเอฟ แถลงข่าวความพร้อมจัดงานสถาปนิก’68 งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้แนวคิด “ทบทวน ทิศทาง: Past Present Perfect” ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษมากมาย รวมถึงจัดแสดงสินค้านวัตกรรมเพื่อการออกแบบ-ก่อสร้างครบวงจร จากผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 1,000 ราย คาดมีผู้ร่วมชมงานจากทั่วโลกกว่า 325,000 คน ตลอด 6 วันของการจัดงาน ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงความพร้อมของการจัดงานสถาปนิก’68 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปีที่มีความยิ่งใหญ่ต่อยอดการนำเสนอนิทรรศการเนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปี สมาคมฯ ซึ่งปีนี้ได้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ [...]

29/4/2568 • โดย Homeday
เริ่มแล้ว มหกรรมแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน “สถาปนิก’68” โดย สมาคมสถาปนิกสยามฯ ร่วมกับ ทีทีเอฟ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ทบทวน ทิศทาง: Past Present Perfect” ตอกย้ำสถาปัตยกรรมมีความสำคัญในทุกเรื่องราวจากอดีตจนถึงปัจจุบันและนำไปสู่อนาคต ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษมากมาย รวมถึงพื้นที่จัดแสดงสินค้านวัตกรรมเพื่อการออกแบบ-ก่อสร้างครบวงจร จากผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 1,000 ราย คาดมีผู้ร่วมชมงานจากทั่วโลกกว่า 325,000 คน ตลอด 6 วันของการจัดงาน ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอเส สุขยางค์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงการจัดงานสถาปนิก ถือเป็นงานใหญ่ประจำปีของแวดวงนักออกแบบ โดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงานเพื่อเผยแพร่วิชาชีพสถาปัตยกรรมมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2529 โดยใช้ชื่องานว่า “สถาปนิก’29” และได้จัดงานมาเป็นประจำต่อเนื่องจนถึง สถาปนิก’68 ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งที่ 37 โดยคงวัตถุประสงค์หลักของการเป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกในแวดวงสถาปัตยกรรม ผ่านงานแสดงนิทรรศการ [...]

25/11/2568 • โดย Homeday
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตกำลังเติบโตจากดีมานด์ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น กระแสการพำนักระยะยาว และแผนการลงทุนรวมกว่า 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.5 แสนล้านบาท) ขณะที่ภูเก็ตขยับสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านอยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ระยะยาว ทิศทางดังกล่าวสะท้อนในงาน Phuket Real Estate Forum 2025 ครั้งแรกที่ SAii Laguna Phuket โดยมีผู้นำอุตสาหกรรมกว่า 300 คน เข้าร่วม ตั้งแต่ต้นปีถึงกันยายน 2568 ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตมีผู้โดยสารเข้าเกาะรวม 6.3 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3.8 ล้านคน และในประเทศ 2.4 ล้านคน เติบโต 0.7% จากปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นถึง 9.2% ในไตรมาสแรก จากดีมานด์ต่างชาติที่ยังคงแข็งแกร่ง ในด้านอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันมีที่อยู่อาศัยตลาด primary 43,481 ยูนิต และจะมีโรงแรมใหม่อีก 5,208 ห้อง เปิดตั้งแต่ปี 2569–2572 ทำให้จำนวนห้องพักรวมเพิ่มเป็น 102,109 ห้องภายใน 4 ปี [...]

2/2/2569 • โดย Homeday
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 ชี้แรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มกำลังซื้อแบบ “Real Demand ที่มีคุณภาพ” เผยปัจจุบันผู้บริโภคตัดสินใจซื้อบนพื้นฐานการอยู่อาศัยได้จริง และให้ความสำคัญกับบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว ทั้งด้านค่าใช้จ่าย ความมั่นคง และคุณภาพชีวิต ส่งผลให้บ้านถูกมองเป็น “โครงสร้างพื้นฐานของชีวิต ครอบครัว และการทำงานในอนาคต” มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ “LALIN” ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” เปิดเผยว่า “ทิศทางการตัดสินใจของผู้ซื้อบ้านกลุ่ม Real Demand ในปัจจุบัน สะท้อนการมองที่อยู่อาศัยในฐานะพื้นที่ใช้ชีวิตระยะยาว มากกว่าการพิจารณาเพียงราคา หรือสิทธิประโยชน์ในช่วงเวลาสั้น ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับบ้านที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตจริง ทั้งด้านการใช้งาน ความคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายที่สามารถบริหารจัดการได้ และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาวะ ส่งผลให้แนวคิดเรื่องบ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิต และสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกลายเป็นความคาดหวังพื้นฐานของผู้ซื้อบ้านกลุ่ม Real Demand ในยุคปัจจุบัน” ผลสำรวจพบว่า ผู้ซื้อโฟกัส “ต้นทุนตลอดอายุการอยู่อาศัย (Total Cost of Living)” มากกว่าราคาซื้อเริ่มต้น ขณะเดียวกันความผันผวนด้านสภาพอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาบ้านที่ช่วยลดการใช้พลังงาน อยู่สบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ด้าน “พลังงานแพงและความเสี่ยงด้านพลังงาน [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
นายโจ ไช่ ประธานของอาลีบาบา กรุ๊ป แลกเปลี่ยนมุมมองของอาลีบาบาเกี่ยวกับอนาคตของ AI ในระหว่างการประชุมสุดยอด World Government Summit เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยโจได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมจากบทบรรณาธิการที่ตีพิมพ์ในโอกาสเดียวกัน เกี่ยวกับความสำคัญของโมเดลโอเพ่นซอร์สต่าง ๆ ที่สามารถมอบ AI ที่ทุกคนใช้ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะทางหรือความรู้ทางเทคนิคใด ๆ และการคาดการณ์ทิศทางที่จะทำให้การพัฒนา AI ก้าวสู่การนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยมีมุมมองสำคัญดังนี้ นักพัฒนาซอฟต์แวรจะคิดถึงแอปพลิเคชันที่นำไปใช้งานได้จริง และส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้โมเดลและเอเจนต์ AI เฉพาะทาง และ เจาะจงเฉพาะงาน ขยายตัวเร็วขึ้น เงินทุนจะไปยังบริษัทต่าง ๆ ที่สร้างนวัตกรรมด้วยการเทรนและการนำ AI ไปใช้ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า โมเดลโอเพ่นซอร์สต่าง ๆ จะทำให้เกิด AI ที่ใครก็ใช้ได้ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทที่มีขนาดเล็กสามารถเข้าถึงโมเดลโอเพ่นซอร์ส และต่อยอดพัฒนาแอปพลิเคชันที่นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แอปพลิเคชัน AI ที่ใช้โมเดลที่มีพารามิเตอร์เล็กกว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นสามารถเข้าถึง AI ได้ การทำให้ค่าใช้จ่ายด้าน AI ลดลง และการเข้าถึงได้มากขึ้นนั้น หมายถึง [...]
